SiamCafe · Blog
คู่มือ SWIFT ธนาคารกรุงเทพ สำหรับนักพัฒนา
บทความ

คู่มือ SWIFT ธนาคารกรุงเทพ สำหรับนักพัฒนา

เผยแพร่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

SWIFT Bangkok Bank เป็นระบบการโอนเงินระหว่างประเทศที่ใช้รหัสมาตรฐานสากล เพื่อให้ธนาคารทั่วโลกสามารถติดต่อและทำรายการกับ Bangkok Bank ได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ในยุคปัจจุบัน การเข้าใจระบบ SWIFT ของธนาคารไทยชั้นนำเช่น Bangkok Bank เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และคนทำงานด้านการเงิน เพราะการโอนเงินระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจสมัยใหม่

บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ SWIFT Code ของ Bangkok Bank วิธีการใช้งาน และมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำรายการโอนเงินระหว่างประเทศได้อย่างมั่นใจและเข้าใจกระบวนการอย่างลึกซึ้ง

SWIFT Code คืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ

SWIFT ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication เป็นระบบสื่อสารและการโอนเงินระหว่างธนาคารต่างประเทศ ทั่วโลก SWIFT Code เป็นรหัสประจำตัวเฉพาะของแต่ละธนาคารที่ใช้ในการระบุตัวตนและสถานที่ตั้งของสำนักงาน

เมื่อคุณต้องการโอนเงินไปต่างประเทศ ธนาคารของคุณจำเป็นต้องรู้ว่าจะส่งเงินไปยังธนาคารไหนในประเทศใด ดังนั้น SWIFT Code จึงทำหน้าที่เป็นที่อยู่ของธนาคารในระบบสากล คล้ายกับรหัสไปรษณีย์ที่บ้านของคุณ

โครงสร้างของ SWIFT Code

SWIFT Code ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข 8 ตัวหรือ 11 ตัว แบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

ส่วน จำนวนตัวอักษร ความหมาย ตัวอย่าง
Bank Code 4 ตัว รหัสประจำตัวธนาคาร BKKB (Bangkok Bank)
Country Code 2 ตัว รหัสประเทศตามมาตรฐาน ISO TH (ประเทศไทย)
Location Code 2 ตัว รหัสสถานที่ตั้งสำนักงาน BK (กรุงเทพมหานคร)
Branch Code (ตัวเลือก) 3 ตัว รหัสสาขา (ถ้ามี) CM (เชียงใหม่), PK (ภูเก็ต)

SWIFT Code หลักของ Bangkok Bank คือ BKKBTHBK ซึ่งเป็นรหัสสำหรับสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ Bangkok Bank ยังมี SWIFT Code เพิ่มเติมสำหรับสาขาต่างๆ เช่น BKKBTHBKCM สำหรับสาขาเชียงใหม่

SWIFT Code ของ Bangkok Bank และสาขาต่างๆ

Bangkok Bank ซึ่งเป็นธนาคารชั้นนำของประเทศไทย มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และมีสาขาทั่วประเทศ รวมถึงสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ แต่ละสถานที่มี SWIFT Code ที่แตกต่างกัน เพื่อให้การระบุตัวตนแม่นยำ

SWIFT Code สำนักงานใหญ่

SWIFT Code ของ Bangkok Bank สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพมหานคร คือ BKKBTHBK รหัสนี้ใช้สำหรับการโอนเงินที่ส่งไปยังบัญชีที่เปิดกับ Bangkok Bank ในประเทศไทย โดยทั่วไป

SWIFT Code สาขาสำคัญ

Bangkok Bank มีสาขาในเมืองใหญ่ต่างๆ ของประเทศไทย แต่ละสาขามี SWIFT Code เฉพาะ ดังนี้

สาขา SWIFT Code ประเทศ/จังหวัด
สำนักงานใหญ่ BKKBTHBK ไทย (กรุงเทพมหานคร)
สาขาเชียงใหม่ BKKBTHBKCM ไทย (เชียงใหม่)
สาขาภูเก็ต BKKBTHBKPK ไทย (ภูเก็ต)
สาขาขอนแก่น BKKBTHBKKK ไทย (ขอนแก่น)
สำนักงาน Hong Kong BKKBHKHH ฮ่องกง
สำนักงาน Singapore BKKBSGSG สิงคโปร์

ในการโอนเงินไปยังสาขาต่างๆ ของ Bangkok Bank ผู้ส่งเงินจำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าใช้ SWIFT Code ที่ถูกต้องตรงกับสาขาที่ผู้รับเงินเปิดบัญชี หากใช้ SWIFT Code ผิด เงินอาจส่งไปยังสาขาอื่นแล้วต้องใช้เวลาในการแก้ไข

วิธีการใช้ SWIFT Code ในการโอนเงินระหว่างประเทศ

การโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน SWIFT Protocol ของ Bangkok Bank เป็นกระบวนการที่มีหลายขั้นตอน ผู้ส่งเงินจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วนและถูกต้องเพื่อให้การโอนสำเร็จ

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมข้อมูลผู้รับเงิน

ก่อนเริ่มการโอนเงิน ผู้ส่งจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลผู้รับเงินที่ถูกต้องและครบถ้วน ข้อมูลที่จำเป็นได้แก่ ชื่อผู้รับเงินแบบเต็มตามเอกสารประจำตัว เลขที่บัญชีธนาคาร ชื่อธนาคารที่เปิดบัญชี ประเทศที่ตั้งธนาคาร และ SWIFT Code ของธนาคารนั้น

ตัวอย่างเช่น หากต้องการโอนเงินไปยัง Chase Bank ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ส่งต้องเก็บข้อมูล SWIFT Code ของ Chase Bank ซึ่งคือ CHASUS33 นอกจากนี้ยังต้องมีข้อมูล ABA Number (American Bankers Association Number) ของสาขา Chase Bank ที่ผู้รับเงินเปิดบัญชี

ขั้นตอนที่ 2: เข้าสู่ระบบ Online Banking

ผู้ส่งเงินต้องเข้าสู่ระบบ Online Banking ของ Bangkok Bank ด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน จากนั้นเลือกเมนู "International Transfer" หรือ "Wire Transfer" ระบบจะแสดงฟอร์มให้กรอกข้อมูลผู้รับเงิน ผู้ส่งต้องกรอกข้อมูลอย่างระมัดระวังและตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง

ขั้นตอนที่ 3: ระบุจำนวนเงินและค่าธรรมเนียม

ผู้ส่งต้องระบุจำนวนเงินที่ต้องการโอน ในปี 2026 Bangkok Bank กำหนดให้จำนวนต่ำสุดของการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน SWIFT คือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับประมาณ 3,500 บาทไทย ไม่มีจำนวนสูงสุด ผู้ส่งสามารถเลือกให้หักค่าธรรมเนียมจากเงินส่งหรือหักจากบัญชีแยกต่างหาก

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบและยืนยันรายการ

ระบบจะแสดงสรุปข้อมูลทั้งหมดที่ผู้ใช้กรอกไว้ เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่ง ผู้ส่งต้องยืนยันการทำรายการผ่าน One-Time Password (OTP) ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียน หรือใช้ Biometric Authentication เช่น ลายนิ้วมือหรือการสแกนใบหน้า

ขั้นตอนที่ 5: ติดตามสถานะการโอนเงิน

หลังจากส่งรายการเรียบร้อย Bangkok Bank จะออก Reference Number หรือ Transaction ID ให้ผู้ส่ง ผู้ส่งสามารถใช้หมายเลขนี้ติดตามสถานะการโอนเงิน โดยทั่วไปการโอนผ่าน SWIFT ใช้เวลา 2-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับธนาคารของผู้รับและเขตเวลา

ค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนของ Bangkok Bank

Bangkok Bank มีค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งแตกต่างกันไปตามจำนวนเงิน ประเทศปลายทาง และประเภทของบัญชี

ค่าธรรมเนียมการโอนเงิน

ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศของ Bangkok Bank ในปี 2026 มีอัตราดังนี้ สำหรับการโอนเงินไปยังประเทศในเอเชีย ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 200-300 บาท สำหรับการโอนไปยังประเทศในยุโรปและอเมริกา ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 300-500 บาท ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอาจมีเมื่อธนาคารของผู้รับเงินเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม (Correspondent Bank Fee)

อัตราแลกเปลี่ยน

Bangkok Bank ใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบ Mid-Market Rate บวกกับ Markup ที่กำหนดไว้ เพื่อให้ได้ Buying Rate และ Selling Rate ที่ใช้ในการโอนเงิน โดยทั่วไป Markup อยู่ที่ 1.5-2.5% ขึ้นอยู่กับประเภทของบัญชีและความสัมพันธ์กับธนาคาร ลูกค้า Privilege Banking หรือ Corporate Banking อาจได้รับอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า

มาตรการความปลอดภัยในระบบ SWIFT ของ Bangkok Bank

ระบบ SWIFT ของ Bangkok Bank มีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการฉ้อโกง การลักขโมยข้อมูล และการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต

การเข้ารหัสข้อมูล

Bangkok Bank ใช้การเข้ารหัสแบบ Advanced Encryption Standard (AES) ขนาด 256-bit ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการป้องกันการสอดแนมข้อมูล ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งผ่านระบบ SWIFT จะถูกเข้ารหัสก่อนส่ง และถูกถอดรหัสเฉพาะที่ปลายทาง

ระบบตรวจสอบความถูกต้องแบบหลายชั้น

Bangkok Bank ใช้ Multi-Factor Authentication (MFA) เพื่อให้มั่นใจว่าเฉพาะเจ้าของบัญชีเท่านั้นที่สามารถทำรายการได้ ในปี 2026 ระบบ MFA ได้รับการอัปเกรดให้รองรับ Biometric Authentication ทั้งลายนิ้วมือ การสแกนใบหน้า และการรู้จำจากเสียง นอกจากนี้ยังมี One-Time Password (OTP) ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล

การตรวจสอบรายการผิดปกติ

ระบบ SWIFT มีกลไก Transaction Monitoring เพื่อตรวจจับการทำรายการที่ผิดปกติ หากระบบพบว่ามีรายการที่น่าสงสัย เช่น การโอนเงินจำนวนมากในครั้งแรก การโอนไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงสูง หรือการโอนหลายครั้งในเวลาสั้นๆ ระบบจะหยุดรายการและติดต่อผู้ใช้เพื่อยืนยัน

การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

Bangkok Bank ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งหมายความว่าข้อมูลของลูกค้าจะไม่ถูกเปิดเผยให้บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอม Bangkok Bank มีนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลและการลบข้อมูลที่ชัดเจน

การตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำ

Bangkok Bank ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบเป็นประจำทุกไตรมาส และทำการอัปเดตระบบป้องกันไวรัสและมัลแวร์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบ Penetration Testing เพื่อหาจุดอ่อนของระบบ

แนวทางความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้

นอกจากมาตรการของธนาคารแล้ว ผู้ใช้ยังต้องปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยเพื่อป้องกันการฉ้อโกง

รักษาความลับของรหัสผ่านและ PIN

ผู้ใช้ไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่าน PIN OTP หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ ให้บุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือคนอื่นๆ ธนาคารจะไม่เรียกขอข้อมูลเหล่านี้ทางโทรศัพท์หรืออีเมล

ตรวจสอบเว็บไซต์ก่อนเข้าสู่ระบบ

ผู้ใช้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้เข้าสู่ระบบ Online Banking เป็นเว็บไซต์ของ Bangkok Bank ที่แท้จริง โดยตรวจสอบ URL ว่าเริ่มด้วย "https://" และมี SSL Certificate ที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ในอีเมลที่น่าสงสัย

ใช้ Wi-Fi ที่ปลอดภัย

ผู้ใช้ควรหลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะเมื่อทำรายการการเงิน เพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีติดตามข้อมูล หากจำเป็นต้องใช้ Wi-Fi สาธารณะ ผู้ใช้ควรใช้ VPN (Virtual Private Network) เพื่อเข้ารหัสการเชื่อมต่อ

ตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ

ผู้ใช้ควรตรวจสอบประวัติการทำรายการของบัญชีเป็นประจำ หากพบรายการที่ไม่รู้จัก ผู้ใช้ควรติดต่อ Bangkok Bank ทันที เพื่อแจ้งการเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านและ PIN

ความแตกต่างระหว่าง SWIFT และระบบโอนเงินอื่นๆ

นอกจาก SWIFT แล้ว ยังมีระบบการโอนเงินระหว่างประเทศอื่นๆ ที่ Bangkok Bank รองรับ เช่น CHATS (Clearing House Automated Transfer System) สำหรับการโอนเงินภายในประเทศไทย ACH (Automated Clearing House) สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา และ SEPA (Single Euro Payments Area) สำหรับประเทศในยุโรป

SWIFT มีข้อดีคือสามารถโอนเงินไปยังธนาคารเกือบทั้งโลก แต่ใช้เวลานานกว่า (2-5 วันทำการ) ในขณะที่ระบบอื่นๆ อาจเร็วกว่า แต่ใช้ได้เฉพาะในบางประเทศหรือภูมิภาค ผู้ใช้ควรเลือกระบบที่เหมาะสมตามความต้องการและประเทศปลายทาง

❓ คำถามที่พบบ่อย

SWIFT Code ของ Bangkok Bank สำนักงานใหญ่คืออะไร
SWIFT Code ของ Bangkok Bank สำนักงานใหญ่คือ BKKBTHBK ซึ่งแบ่งออกเป็น BKKB (รหัสธนาคาร) TH (รหัสประเทศไทย) และ BK (รหัสกรุงเทพมหานคร) รหัสนี้ใช้สำหรับการโอนเงินไปยังบัญชีที่เปิดกับ Bangkok Bank ในประเทศไทยโดยทั่วไป
ใช้เวลานานเท่าไหร่ในการโอนเงินผ่าน SWIFT
โดยทั่วไปการโอนเงินผ่าน SWIFT ใช้เวลา 2-5 วันทำการ ขึ้นอยู่กับธนาคารของผู้รับเงิน ประเทศปลายทาง และเขตเวลา บางครั้งอาจใช้เวลานานขึ้นหากต้องผ่านธนาคารตัวกลาง (Correspondent Bank) หลายแห่ง
ค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศเท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมของ Bangkok Bank ขึ้นอยู่กับประเทศปลายทาง สำหรับการโอนไปยังประเทศในเอเชียอยู่ที่ 200-300 บาท ไปยังยุโรปและอเมริกาอยู่ที่ 300-500 บาท นอกจากนี้อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากธนาคารของผู้รับเงิน
จำนวนเงินต่ำสุดในการโอนเงินระหว่างประเทศเท่าไหร่
Bangkok Bank กำหนดจำนวนต่ำสุดของการโอนเงินระหว่างประเทศผ่าน SWIFT คือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับประมาณ 3,500 บาทไทย ไม่มีจำนวนสูงสุด แต่ลูกค้าควรตรวจสอบกับธนาคารเพื่อทราบจำนวนเงินที่แนะนำสำหรับการโอนแต่ละครั้ง
ถ้าโอนเงินผิด SWIFT Code จะเกิดอะไรขึ้น
หากใช้ SWIFT Code ผิด เงินอาจส่งไปยังธนาคารอื่นหรือสาขาอื่น และต้องใช้เวลาในการแก้ไข ผู้ส่งต้องติดต่อ Bangkok Bank ทันทีเพื่อแจ้งเรื่อง และขอให้ยกเลิกรายการหรือเรียกเงินกลับ ซึ่งอาจใช้เวลา 5-10 วันทำการ
Bangkok Bank รองรับระบบการโอนเงินอื่นนอกจาก SWIFT หรือไม่
ใช่ Bangkok Bank รองรับระบบการโอนเงินอื่นๆ เช่น CHATS สำหรับการโอนภายในประเทศไทย ACH สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกา และ SEPA สำหรับประเทศในยุโรป ผู้ใช้สามารถเลือกระบบที่เหมาะสมตามความต้องการและประเทศปลายทาง