บทนำ: ศึกชิงบัลลังก์แห่งความเย็น Air Cooler ปะทะ AIO Liquid Cooling
การเลือกซื้อระบบระบายความร้อนให้คอมพิวเตอร์สักชุดเนี่ย ถือเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักพอสมควรเลยนะครับ เพราะมันไม่ได้มีผลแค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์ภายในเครื่องเราโดยตรง โดยเฉพาะ CPU ที่เป็นเหมือนสมองกลของคอมพิวเตอร์ ถ้าเกิดว่ามันร้อนเกินไป นอกจากจะทำให้ประสิทธิภาพตกลงแล้ว ยังอาจจะพังก่อนเวลาอันควรได้อีกด้วย สมัยก่อนเนี่ย ตัวเลือกของเราอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้น Heatsink พัดลม หรือที่เรียกกันติดปากว่า "Air Cooler" แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันก้าวกระโดดไปไกลมาก ทำให้มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ หรือ "Liquid Cooling" เข้ามาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แถมยังมีให้เลือกทั้งแบบ Custom ที่เราต้องมาประกอบเองทีละชิ้น กับแบบสำเร็จรูปที่เรียกว่า "All-in-One" หรือ AIO ที่ติดตั้งง่ายกว่าเยอะ ลองนึกภาพตามนะ สมมติว่าคุณเพิ่งซื้อ CPU ตัวใหม่มาแรง ๆ อย่าง Intel Core i9 หรือ AMD Ryzen 9 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรง แต่ก็มาพร้อมกับความร้อนที่สูงลิ่ว ถ้าคุณยังใช้ Heatsink พัดลมตัวเดิมที่แถมมากับ CPU หรือใช้ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้คุณภาพ อาจจะทำให้ CPU ของคุณทำงานได้ไม่เต็มที่ หรือที่เรียกกันว่า "Thermal Throttling" คือ CPU มันลดความเร็วตัวเองลงเพื่อลดความร้อน ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของคอมพิวเตอร์ลดลงไปด้วย จากสถิติและผลการทดสอบมากมาย (benchmark) พบว่า AIO Liquid Cooling สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า Air Cooler อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อใช้งานกับ CPU ที่มีค่า TDP (Thermal Design Power) สูง ๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า AIO จะดีกว่าเสมอไปนะ เพราะ Air Cooler ก็ยังมีข้อดีในเรื่องของราคา ความทนทาน และความง่ายในการดูแลรักษา ผมเองก็เคยมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนี้ สมัยก่อนตอนที่ผมใช้ CPU Intel Core i7 Gen 4 (Haswell) ผมก็ใช้ Air Cooler ตัวใหญ่ ๆ ของ Noctua ซึ่งก็สามารถระบายความร้อนได้ดีในระดับหนึ่ง แต่พอเปลี่ยนมาใช้ CPU Intel Core i7 Gen 8 (Coffee Lake) ที่มีความร้อนสูงกว่าเดิม Air Cooler ตัวเดิมก็เอาไม่อยู่ ผมเลยตัดสินใจลองใช้ AIO Liquid Cooling เป็นครั้งแรก แล้วก็พบว่าอุณหภูมิของ CPU ลดลงไปเยอะมาก แถมยังทำให้คอมพิวเตอร์เงียบขึ้นอีกด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่า AIO จะไม่มีข้อเสียเลยนะ เพราะมันมีโอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมได้ ซึ่งถ้าเกิดรั่วขึ้นมาจริง ๆ ก็อาจจะทำให้อุปกรณ์ภายในเครื่องเสียหายได้ นอกจากนี้ AIO ยังมีราคาที่สูงกว่า Air Cooler พอสมควร และต้องมีการดูแลรักษาในระยะยาว เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็น หรือการตรวจสอบปั๊มน้ำ ดังนั้น การเลือกระบบระบายความร้อนที่เหมาะสม จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งงบประมาณ ความต้องการในการใช้งาน และความชอบส่วนตัว ในบทความนี้ ผมจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Air Cooler และ AIO Liquid Cooling ให้มากขึ้น เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกซื้อระบบระบายความร้อนที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้อย่างแท้จริงพื้นฐานความรู้: ทำความเข้าใจระบบระบายความร้อน
เพื่อให้เราเข้าใจถึงข้อดีข้อเสียของ Air Cooler และ AIO ได้อย่างลึกซึ้ง เราจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบระบายความร้อนของคอมพิวเตอร์เสียก่อน ซึ่งผมจะสรุปประเด็นสำคัญ ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ครับหลักการทำงานของการระบายความร้อน
หัวใจสำคัญของการระบายความร้อนคือการถ่ายเทความร้อนจาก CPU ไปยังตัวกลางอื่น ๆ ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า โดยทั่วไปแล้ว CPU จะถูกประกบด้วยแผ่นโลหะที่เรียกว่า Integrated Heat Spreader (IHS) ซึ่งทำหน้าที่กระจายความร้อนจาก Die (ส่วนที่สร้างความร้อนจริง ๆ) ไปยัง Heatsink หรือ Water Block สำหรับ Air Cooler Heatsink จะทำจากโลหะที่มีค่าการนำความร้อนสูง เช่น อะลูมิเนียม หรือทองแดง โดยจะมีครีบ (Fins) จำนวนมากเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการสัมผัสกับอากาศ จากนั้นพัดลมก็จะเป่าลมผ่านครีบเหล่านี้ เพื่อนำพาความร้อนออกไปจาก Heatsink ส่วน AIO Liquid Cooling จะใช้น้ำยาหล่อเย็นเป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อน โดย Water Block จะประกบอยู่กับ CPU เพื่อรับความร้อนจาก IHS จากนั้นน้ำยาหล่อเย็นก็จะไหลเวียนไปยังหม้อน้ำ (Radiator) ซึ่งมีครีบจำนวนมากเช่นเดียวกับ Heatsink เพื่อระบายความร้อนออกไป โดยมีพัดลมช่วยเป่าลมผ่านหม้อน้ำอีกทีหนึ่ง พูดง่าย ๆ ก็คือ ทั้ง Air Cooler และ AIO ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำความร้อนออกจาก CPU ให้เร็วที่สุด แต่ใช้วิธีการที่แตกต่างกัน Air Cooler ใช้ลมเป็นตัวกลาง ส่วน AIO ใช้น้ำยาหล่อเย็นปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการระบายความร้อน
ประสิทธิภาพของระบบระบายความร้อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของมันเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย เช่น * **ขนาดและวัสดุของ Heatsink/Radiator:** ยิ่งมีขนาดใหญ่และทำจากวัสดุที่มีค่าการนำความร้อนสูง ก็จะยิ่งระบายความร้อนได้ดี * **จำนวนและชนิดของพัดลม:** พัดลมที่มีขนาดใหญ่และมีแรงลมสูง (CFM) ก็จะช่วยระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่ก็อาจจะเสียงดังขึ้นด้วย * **การไหลเวียนของอากาศภายในเคส:** ถ้าภายในเคสมีอากาศถ่ายเทไม่ดี ความร้อนก็จะสะสม ทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานได้ไม่เต็มที่ * **การทา Silicone:** การทา Silicone หรือ Thermal Paste ระหว่าง CPU และ Heatsink/Water Block เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยเติมเต็มช่องว่างเล็ก ๆ ที่เกิดจากพื้นผิวที่ไม่เรียบ ทำให้ความร้อนถ่ายเทได้ดีขึ้น * **TDP ของ CPU:** CPU ที่มีค่า TDP สูง ก็จะสร้างความร้อนมากกว่า CPU ที่มีค่า TDP ต่ำ ดังนั้นจึงต้องใช้ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าบ่นว่า AIO ที่ซื้อมาใหม่ระบายความร้อนได้ไม่ดีเท่าที่ควร พอตรวจสอบดู ปรากฏว่าเขาไม่ได้ทา Silicone เลย ทำให้ความร้อนจาก CPU ถ่ายเทไปยัง Water Block ได้ไม่ดีเท่าที่ควร พอทา Silicone ให้ใหม่ อุณหภูมิก็ลดลงไปเยอะมากข้อดีข้อเสียของ Air Cooler และ AIO
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน ผมจะสรุปข้อดีข้อเสียของ Air Cooler และ AIO เป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ **Air Cooler** * **ข้อดี:** * ราคาถูกกว่า * ติดตั้งง่ายกว่า * ทนทานกว่า * ดูแลรักษาง่ายกว่า * มีความเสี่ยงในการรั่วซึมน้อยกว่า * **ข้อเสีย:** * ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนต่ำกว่า (โดยเฉพาะกับ CPU ที่มีค่า TDP สูง) * มีขนาดใหญ่ อาจจะกีดขวางการติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ * อาจจะเสียงดังกว่า **AIO Liquid Cooling** * **ข้อดี:** * ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนสูงกว่า * มีขนาดกะทัดรัดกว่า (เมื่อเทียบกับ Air Cooler ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน) * สวยงามกว่า * อาจจะเสียงดังน้อยกว่า (ขึ้นอยู่กับชนิดของพัดลม) * **ข้อเสีย:** * ราคาสูงกว่า * ติดตั้งยากกว่า * มีความเสี่ยงในการรั่วซึม * ต้องมีการดูแลรักษาในระยะยาว สุดท้ายแล้ว การเลือกระหว่าง Air Cooler และ AIO ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของคุณ ถ้าคุณต้องการระบบระบายความร้อนที่ราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย และทนทาน Air Cooler ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่สูง และพร้อมที่จะจ่ายเงินเพิ่ม AIO ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าวิธีติดตั้งและใช้งาน: ขั้นตอนสู่ความเย็นสุดขั้ว
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำงานและข้อดีข้อเสียของ Air Cooler และ AIO กันไปแล้ว คราวนี้เราจะมาดูวิธีการติดตั้งและใช้งานระบบระบายความร้อนทั้งสองแบบกันบ้างครับ ซึ่งผมจะเน้นไปที่ขั้นตอนสำคัญ ๆ ที่คุณควรรู้ เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่นและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดตารางเปรียบเทียบขั้นตอนการติดตั้ง Air Cooler และ AIO
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน ผมได้สรุปขั้นตอนการติดตั้ง Air Cooler และ AIO ในรูปแบบตารางเปรียบเทียบ ดังนี้ครับ | ขั้นตอน | Air Cooler | AIO Liquid Cooling | | ----------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | | 1. เตรียมอุปกรณ์ | - Air Cooler- Silicone
- ไขควง | - AIO Liquid Cooling
- Silicone
- ไขควง
- คู่มือการติดตั้ง | | 2. ติดตั้ง Backplate | (เฉพาะบางรุ่น) ติดตั้ง Backplate ที่ด้านหลังของเมนบอร์ด | (ส่วนใหญ่) ติดตั้ง Backplate ที่ด้านหลังของเมนบอร์ด | | 3. ทา Silicone | ทา Silicone บาง ๆ บน IHS ของ CPU | ทา Silicone บาง ๆ บน IHS ของ CPU | | 4. ติดตั้ง Heatsink/Water Block | - วาง Heatsink ลงบน CPU โดยให้ประกบกับ Backplate (ถ้ามี)
- ขันน็อตยึด Heatsink กับ Backplate ให้แน่น | - วาง Water Block ลงบน CPU โดยให้ประกบกับ Backplate
- ขันน็อตยึด Water Block กับ Backplate ให้แน่น
- ติดตั้งหม้อน้ำ (Radiator) เข้ากับเคส | | 5. ติดตั้งพัดลม | ติดตั้งพัดลมเข้ากับ Heatsink | (ส่วนใหญ่) ติดตั้งพัดลมเข้ากับหม้อน้ำ (Radiator) ตั้งแต่โรงงาน | | 6. เสียบสายไฟ | เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับ Header บนเมนบอร์ด | - เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับ Header บนเมนบอร์ด
- เสียบสายไฟของปั๊มน้ำเข้ากับ Header บนเมนบอร์ด (หรือ Molex Connector) | | 7. ตรวจสอบความเรียบร้อย | ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Heatsink/Water Block ติดตั้งแน่นหนา และไม่มีส่วนใดกีดขวางอุปกรณ์อื่น ๆ | ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Water Block และหม้อน้ำติดตั้งแน่นหนา ไม่มีส่วนใดกีดขวางอุปกรณ์อื่น ๆ และสายไฟทุกเส้นเสียบถูกต้อง |
คำสั่งและ Code ตัวอย่าง
ในส่วนนี้ ผมจะยกตัวอย่างคำสั่งและ Code ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU หลังจากติดตั้งระบบระบายความร้อนเสร็จแล้ว ซึ่งจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างถูกต้อง * **Linux:**sensors
คำสั่งนี้จะแสดงค่าเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ของระบบ รวมถึงอุณหภูมิของ CPU ด้วย
* **Windows:**
คุณสามารถใช้โปรแกรม Hardware Monitoring ต่าง ๆ เช่น HWMonitor หรือ Core Temp เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU ได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้โปรแกรม Stress Test เช่น Prime95 หรือ AIDA64 เพื่อจำลองการทำงานของ CPU ที่โหลด 100% และตรวจสอบว่าอุณหภูมิของ CPU สูงเกินไปหรือไม่
ข้อควรระวังและเคล็ดลับ
ก่อนที่จะเริ่มทำการติดตั้งระบบระบายความร้อน ผมมีข้อควรระวังและเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากกันครับ > **ข้อควรระวัง:** > > * อ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียดก่อนลงมือทำ > * ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และถอดปลั๊กไฟก่อนทำการติดตั้ง > * ระมัดระวังไม่ให้ทำ Silicone หกเลอะเทอะ > * ขันน็อตยึด Heatsink/Water Block ให้แน่น แต่ระวังอย่าขันแน่นเกินไป เพราะอาจจะทำให้เมนบอร์ดเสียหายได้ > * ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีสายไฟกีดขวางพัดลม > **เคล็ดลับ:** > > * ถ้าคุณไม่เคยติดตั้งระบบระบายความร้อนมาก่อน แนะนำให้ดูวิดีโอสอนการติดตั้งก่อนลงมือทำ > * ใช้ Silicone คุณภาพดี เพื่อให้ความร้อนถ่ายเทได้ดีที่สุด > * จัดสายไฟให้เป็นระเบียบ เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศภายในเคสเป็นไปอย่างราบรื่น > * ตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU เป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมหวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณในการเลือกซื้อและติดตั้งระบบระบายความร้อนให้กับคอมพิวเตอร์ของคุณนะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาได้เลยครับ ยินดีให้คำแนะนำเสมอครับเทคนิคขั้นสูง / Configuration
มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะเริ่มรู้สึกว่าการเลือกชุดระบายความร้อนไม่ใช่แค่เรื่องของ "ซื้ออะไรดี" แต่มันคือการปรับแต่งระบบให้เข้ากับความต้องการของเราจริงๆ ครับ ซึ่งในหัวข้อนี้ ผมจะมาเจาะลึกเทคนิคขั้นสูงและการปรับแต่ง (Configuration) ต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณรีดประสิทธิภาพของชุดระบายความร้อน ไม่ว่าจะเป็น Air Cooler หรือ AIO ได้อย่างเต็มที่ ลองมาดูกันเลยครับ
การปรับรอบพัดลม (Fan Speed Control)
การปรับรอบพัดลมถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมอุณหภูมิครับ โดยทั่วไปแล้ว เมนบอร์ดสมัยใหม่จะมีฟังก์ชันที่ช่วยให้เราปรับรอบพัดลมได้อัตโนมัติตามอุณหภูมิของ CPU หรือที่เราเรียกกันว่า "Fan Curve" ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้า CPU ร้อน พัดลมก็จะหมุนเร็วขึ้น แต่ถ้า CPU ไม่ได้ใช้งานหนัก พัดลมก็จะหมุนช้าลง ทำให้เสียงรบกวนลดลงไปด้วย
วิธีการปรับ Fan Curve ก็ไม่ยากครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน BIOS ของเมนบอร์ด หรือบางเมนบอร์ดก็จะมีซอฟต์แวร์ให้เราปรับใน Windows ได้เลย ลองเข้าไปดูใน BIOS ของคุณนะครับ มองหาหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ "Hardware Monitor" หรือ "Fan Control" แล้วลองปรับกราฟดู จะมีแกน X เป็นอุณหภูมิ และแกน Y เป็นรอบพัดลม (RPM) เราสามารถกำหนดได้ว่าที่อุณหภูมิเท่านี้ จะให้พัดลมหมุนด้วยความเร็วเท่าไหร่
ตัวอย่างการตั้งค่า Fan Curve (ASUS BIOS):
; Fan Profile: Silent
20°C: 20% RPM
40°C: 30% RPM
60°C: 50% RPM
80°C: 80% RPM
90°C: 100% RPM
จากตัวอย่างนี้ จะเห็นว่าถ้า CPU อุณหภูมิ 20 องศา พัดลมจะหมุนแค่ 20% แต่ถ้า CPU ร้อนถึง 90 องศา พัดลมก็จะหมุนเต็มที่ 100% ครับ ตรงนี้สำคัญมากนะ! เพราะถ้าตั้งค่าไม่ดี พัดลมอาจจะไม่หมุนเลยตอนที่ CPU ร้อนจัดๆ ซึ่งอาจจะทำให้เครื่องดับได้เลย
การจัดการสาย (Cable Management)
หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่จริงๆ แล้วการจัดการสายไฟในเคสมีผลต่อการระบายความร้อนนะครับ ลองคิดดูว่าถ้าสายไฟรกรุงรัง ขวางทางลมที่จะพัดผ่านฮีทซิงค์หรือหม้อน้ำ AIO ลมก็จะไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้การระบายความร้อนแย่ลงได้
ดังนั้น พยายามจัดสายไฟให้เป็นระเบียบ เก็บสายไฟที่ไม่จำเป็นไว้ด้านหลังเคส หรือใช้ Cable Tie รัดสายไฟให้เป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ลมสามารถไหลเวียนได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ การจัดการสายไฟที่ดี ยังช่วยให้เราดูแลรักษาเครื่องได้ง่ายขึ้นด้วยครับ เวลาจะถอดหรือเปลี่ยนอุปกรณ์อะไร ก็จะไม่ต้องมาเสียเวลากับการแกะสายไฟที่พันกันยุ่งเหยิง
เทคนิคการจัดการสายไฟง่ายๆ ที่ผมใช้ประจำคือ:
- ใช้ Cable Tie รัดสายไฟให้เป็นกลุ่ม
- เก็บสายไฟที่ไม่จำเป็นไว้ด้านหลังเคส
- ใช้ช่องร้อยสายไฟที่มีอยู่ในเคสให้เป็นประโยชน์
- หลีกเลี่ยงการวางสายไฟขวางทางลม
การเลือกใช้ Thermal Paste ที่เหมาะสม
Thermal Paste หรือซิลิโคนนำความร้อน เป็นตัวกลางที่ช่วยถ่ายเทความร้อนจาก CPU ไปยังฮีทซิงค์หรือ Water Block ของ AIO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ Thermal Paste ที่ดี และทาในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดช่องว่างระหว่าง CPU กับฮีทซิงค์ ทำให้การระบายความร้อนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Thermal Paste มีหลายเกรด หลายราคา ตั้งแต่หลอดละไม่กี่สิบบาท ไปจนถึงหลักพันบาท แต่โดยทั่วไปแล้ว Thermal Paste ราคาปานกลางก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ สิ่งสำคัญคือต้องเลือก Thermal Paste ที่มีค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) สูง และไม่แห้งเร็ว
วิธีการทา Thermal Paste ที่ถูกต้องก็สำคัญไม่แพ้กันครับ มีหลายวิธี เช่น:
- Dot Method: หยด Thermal Paste ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวลงบนกลาง CPU
- Line Method: บีบ Thermal Paste เป็นเส้นตรงบน CPU
- Spread Method: เกลี่ย Thermal Paste ให้ทั่ว CPU ด้วยบัตรพลาสติก
ส่วนตัวผมชอบใช้ Dot Method ครับ เพราะง่ายและสะดวก แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือต้องทาในปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไปจนล้นออกมา และไม่น้อยเกินไปจนไม่ครอบคลุม CPU ทั้งหมด
เปรียบเทียบ
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Air Cooler และ AIO รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการใช้งานไปแล้ว ในหัวข้อนี้ เราจะมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองระบบอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณ
การเปรียบเทียบนี้จะอ้างอิงจากประสบการณ์ของผม และข้อมูล Benchmark ที่น่าเชื่อถือจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นประโยชน์มากที่สุดครับ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ
| คุณสมบัติ | Air Cooler | AIO (All-in-One Liquid Cooler) |
|---|---|---|
| ราคา | ถูกกว่า | แพงกว่า |
| ประสิทธิภาพในการระบายความร้อน | ปานกลาง | สูง |
| ความง่ายในการติดตั้ง | ง่าย | ปานกลาง (ต้องระวังเรื่องท่อน้ำ) |
| ความทนทาน | สูง (ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวมาก) | ปานกลาง (มีปั๊มน้ำที่อาจเสียได้) |
| เสียงรบกวน | ขึ้นอยู่กับพัดลม | ขึ้นอยู่กับพัดลมและปั๊มน้ำ |
| ขนาดและน้ำหนัก | ใหญ่และหนัก | เล็กกว่า (แต่ต้องมีพื้นที่สำหรับหม้อน้ำ) |
| ความสวยงาม | เรียบง่าย | สวยงามกว่า (มีไฟ RGB) |
จากตารางนี้ จะเห็นได้ว่า Air Cooler มีข้อดีในเรื่องของราคาที่ถูกกว่า ติดตั้งง่าย และมีความทนทานสูง แต่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอาจจะไม่สูงเท่า AIO ส่วน AIO มีข้อดีในเรื่องของประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่สูงกว่า และมีความสวยงามมากกว่า แต่ก็มีราคาที่แพงกว่า และอาจจะต้องระวังเรื่องการติดตั้งมากกว่า
ตารางเปรียบเทียบผล Benchmark (ตัวอย่าง)
ตารางนี้เป็นตัวอย่างผล Benchmark จากการทดสอบ Air Cooler และ AIO รุ่นต่างๆ กับ CPU Intel Core i9-13900K (ตัวเลขอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอุปกรณ์อื่นๆ)
| ชุดระบายความร้อน | Idle Temperature (°C) | Load Temperature (°C) (Prime95) | Noise Level (dBA) |
|---|---|---|---|
| Noctua NH-D15 (Air Cooler) | 30 | 85 | 35 |
| Corsair iCUE H150i Elite LCD (360mm AIO) | 28 | 75 | 40 |
| Cooler Master MasterAir MA612 Stealth (Air Cooler) | 32 | 90 | 38 |
| NZXT Kraken Elite RGB 360 (360mm AIO) | 27 | 72 | 42 |
จากตารางนี้ จะเห็นได้ว่า AIO สามารถทำอุณหภูมิได้ต่ำกว่า Air Cooler อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ CPU ทำงานหนัก (Load Temperature) แต่ก็ต้องแลกมาด้วยเสียงรบกวนที่อาจจะดังกว่าเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ผล Benchmark นี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ควรศึกษาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง และพิจารณาถึงความต้องการและงบประมาณของคุณก่อนตัดสินใจเลือกซื้อนะครับ
ข้อควรระวัง Troubleshooting
ถึงแม้ว่าการติดตั้งและใช้งานชุดระบายความร้อน Air Cooler หรือ AIO จะไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ก็ยังมีข้อควรระวังและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการใช้งาน ในหัวข้อนี้ ผมจะมาพูดถึงข้อควรระวังและวิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น เพื่อให้คุณสามารถใช้งานชุดระบายความร้อนได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย
คำเตือน: การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับชุดระบายความร้อน อาจเกี่ยวข้องกับการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้ หากคุณไม่มั่นใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ข้อควรระวังและปัญหาที่พบบ่อย:
- การติดตั้งไม่ถูกต้อง: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าฮีทซิงค์หรือ Water Block ติดตั้งแน่นสนิทกับ CPU และทา Thermal Paste ในปริมาณที่เหมาะสม
- พัดลมไม่ทำงาน: ตรวจสอบว่าพัดลมเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดอย่างถูกต้อง และตั้งค่า Fan Curve ใน BIOS อย่างเหมาะสม
- ปั๊มน้ำ AIO ไม่ทำงาน: ตรวจสอบว่าปั๊มน้ำเชื่อมต่อกับเมนบอร์ดอย่างถูกต้อง และไม่มีสิ่งกีดขวางการทำงานของปั๊ม
- อุณหภูมิสูงผิดปกติ: ตรวจสอบว่าฮีทซิงค์หรือหม้อน้ำ AIO ไม่มีฝุ่นเกาะ และการไหลเวียนของอากาศในเคสเป็นไปอย่างเหมาะสม
- การรั่วซึมของ AIO: ตรวจสอบท่อน้ำและข้อต่อต่างๆ ว่าไม่มีรอยรั่วซึม หากพบรอยรั่วซึม ให้หยุดใช้งานทันที และติดต่อผู้ผลิต
- เสียงดังผิดปกติ: ตรวจสอบว่าพัดลมหรือปั๊มน้ำไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติด และไม่มีการสั่นสะเทือนมากเกินไป
วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น:
- ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายไฟทั้งหมด
- ทำความสะอาดฮีทซิงค์และพัดลม
- ตรวจสอบการไหลเวียนของอากาศในเคส
- อัปเดต BIOS ของเมนบอร์ด
- ตรวจสอบไดรเวอร์ของอุปกรณ์
ถ้าลองทำตามวิธีเหล่านี้แล้วยังไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมนะครับ
ตัวอย่างจากประสบการณ์ 20 ปี
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสสัมผัสและใช้งานชุดระบายความร้อนมาหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Air Cooler และ AIO ในสถานการณ์ต่างๆ กัน ในหัวข้อนี้ ผมจะมาเล่าประสบการณ์จริงที่ผมเคยเจอ เพื่อเป็นแนวทางให้กับคุณในการเลือกและใช้งานชุดระบายความร้อนได้อย่างเหมาะสม
สมัยก่อน ผมเคยพลาดเลือกใช้ Air Cooler ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้ติดตั้งในเคสไม่ได้ ต้องเสียเวลาเปลี่ยนเคสใหม่ ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงเลยครับ ดังนั้น ก่อนซื้อ Air Cooler ควรตรวจสอบขนาดของฮีทซิงค์ให้ดี และเปรียบเทียบกับขนาดของเคสของคุณ
ผมเคยเจอปัญหา AIO รั่วซึมหลังจากใช้งานไปได้ประมาณ 2 ปี โชคดีที่รั่วซึมในปริมาณน้อย และผมสังเกตเห็นได้ทันเวลา เลยรีบถอดออกมาทำความสะอาด และเปลี่ยน AIO ใหม่ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้ น้ำยาหล่อเย็นอาจจะไหลไปโดนอุปกรณ์อื่นๆ ในเครื่อง ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้
อีกประสบการณ์ที่น่าสนใจคือ ผมเคยทดลอง Overclock CPU โดยใช้ Air Cooler คุณภาพสูง แต่ก็ไม่สามารถดันความเร็วไปได้ไกลเท่าที่ต้องการ เพราะอุณหภูมิสูงเกินไป สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาใช้ AIO ถึงจะสามารถ Overclock CPU ได้อย่างเต็มที่
จากประสบการณ์เหล่านี้ ผมได้เรียนรู้ว่าการเลือกชุดระบายความร้อนที่เหมาะสม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ราคาหรือประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ขนาดของเคส ความต้องการในการ Overclock และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากข้อคิดไว้ว่า "ไม่มีชุดระบายความร้อนใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน" สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจความต้องการของตัวเอง ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และเลือกชุดระบายความร้อนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุดครับ
เครื่องมือแนะนำ
ซอฟต์แวร์ตรวจสอบอุณหภูมิ
การตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU และ GPU เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้เราทราบว่าระบบระบายความร้อนทำงานได้ดีหรือไม่ และป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหายจากความร้อนสูงเกินไป มีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ช่วยในการตรวจสอบอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำและ Real-time ครับ เช่น HWMonitor, Core Temp, และ MSI Afterburner
HWMonitor เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะใช้งานง่าย แสดงข้อมูลครบถ้วน ทั้งอุณหภูมิ, แรงดันไฟฟ้า, ความเร็วพัดลม และการใช้พลังงานของอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้เราสามารถตรวจสอบสถานะของระบบได้อย่างละเอียด
Core Temp เน้นที่การแสดงอุณหภูมิของ CPU แต่ละ Core อย่างละเอียด ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า Core ไหนร้อนเป็นพิเศษ และอาจจะต้องปรับปรุงการระบายความร้อนเฉพาะจุด MSI Afterburner นอกจากจะใช้ในการ Overclock GPU แล้ว ยังสามารถใช้ตรวจสอบอุณหภูมิและปรับความเร็วพัดลมได้อีกด้วย ครบจบในตัวเดียวเลยครับ
# ตัวอย่างการใช้งาน HWMonitor (ไม่มี command line)
# เปิดโปรแกรม HWMonitor แล้วดูค่า CPU Temperature และ GPU Temperature
# หากอุณหภูมิสูงเกินไป (เช่น CPU > 90C, GPU > 85C) ควรตรวจสอบระบบระบายความร้อน
โปรแกรม Stress Test
หลังจากติดตั้งระบบระบายความร้อนใหม่ หรือ Overclock CPU/GPU สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการทำ Stress Test เพื่อทดสอบว่าระบบระบายความร้อนสามารถรับมือกับโหลดสูงสุดได้หรือไม่ และระบบมีความเสถียรมากแค่ไหน โปรแกรมที่นิยมใช้กันก็มี Prime95, AIDA64, และ FurMark ครับ
Prime95 เป็นโปรแกรม Stress Test CPU ที่โหดมากๆ เหมาะสำหรับทดสอบความเสถียรของ CPU หลังจาก Overclock หรือเปลี่ยน Cooling System ถ้าผ่าน Prime95 ได้สบายๆ ก็มั่นใจได้เลยว่า CPU ของเราเสถียรแน่นอน
AIDA64 เป็นโปรแกรมที่ครอบคลุม สามารถทดสอบ CPU, GPU, RAM และ Storage ได้หมด เลือกทดสอบเฉพาะส่วนที่ต้องการได้ และมี Sensor Monitoring ที่ละเอียด ทำให้เราเห็นอุณหภูมิและค่าต่างๆ แบบ Real-time FurMark เน้นไปที่การทดสอบ GPU โดยเฉพาะ สร้างโหลดให้ GPU สูงสุด เพื่อดูว่า GPU ร้อนแค่ไหน และระบบระบายความร้อนเอาอยู่หรือไม่
# ตัวอย่างการใช้งาน Prime95 (ไม่มี command line)
# เลือก Small FFTs เพื่อทดสอบ CPU อย่างหนักหน่วง
# รัน Prime95 เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และดูอุณหภูมิ CPU
# หาก CPU ร้อนเกินไป หรือระบบค้าง แสดงว่าระบบไม่เสถียร
Thermal Paste คุณภาพดี
Thermal Paste เป็นตัวกลางที่ช่วยนำความร้อนจาก CPU/GPU ไปยัง Heatsink ดังนั้นการเลือก Thermal Paste ที่มีคุณภาพดีจึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Thermal Paste ที่แนะนำก็มี Arctic MX-4, Noctua NT-H1, และ Thermal Grizzly Kryonaut
Arctic MX-4 เป็น Thermal Paste ที่คุ้มค่าคุ้มราคา ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพที่ดี เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป Noctua NT-H1 เป็น Thermal Paste ที่มาพร้อมกับ Heatsink ของ Noctua แต่ก็สามารถซื้อแยกได้ คุณภาพดีเยี่ยม และใช้งานได้นาน
Thermal Grizzly Kryonaut เป็น Thermal Paste ระดับ High-end ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ Overclock CPU/GPU อย่างหนักหน่วง แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย สิ่งที่ต้องระวังคือ Thermal Paste บางชนิดอาจมีคุณสมบัติเป็นสื่อนำไฟฟ้า ดังนั้นต้องระมัดระวังไม่ให้ Thermal Paste สัมผัสกับส่วนประกอบอื่นๆ ของเมนบอร์ด
# ตัวอย่างการทา Thermal Paste (ไม่มี command line)
# ทำความสะอาดพื้นผิว CPU และ Heatsink ด้วยแอลกอฮอล์
# ทา Thermal Paste ในปริมาณที่พอเหมาะ (เช่น เม็ดถั่วเขียว)
# ประกอบ Heatsink เข้ากับ CPU อย่างระมัดระวัง
Case Study ประสบการณ์จริง
ผมเคยเจอปัญหา CPU ร้อนเกินไปตอนเล่นเกมหนักๆ เมื่อประมาณปี 2020 ตอนนั้นใช้ CPU Intel i7-8700K กับ Air Cooler ตัวเดิมๆ ที่แถมมาให้ ปรากฏว่าพอเล่นเกม AAA อย่าง Cyberpunk 2077 หรือ Assassin's Creed Valhalla อุณหภูมิ CPU พุ่งไป 95-100 องศาเซลเซียส ทำให้เฟรมเรตตก และบางครั้งเครื่องก็ดับไปเลย
ตอนแรกก็คิดว่า Thermal Paste เสื่อมสภาพ เลยลองเปลี่ยน Thermal Paste ใหม่ ปรากฏว่าอุณหภูมิลดลงมานิดหน่อย แต่ก็ยังสูงอยู่ดี เลยตัดสินใจเปลี่ยน Air Cooler เป็น AIO Liquid Cooler ของ Corsair รุ่น H100i RGB Platinum หลังจากติดตั้งเสร็จ ก็ลอง Stress Test ด้วย Prime95 ปรากฏว่าอุณหภูมิ CPU ไม่เกิน 75 องศาเซลเซียส แถมตอนเล่นเกมก็เย็นลงเยอะเลยครับ
หลังจากเปลี่ยนมาใช้ AIO Liquid Cooler ผมก็สามารถ Overclock CPU ไปที่ 4.8 GHz ได้อย่างสบายๆ โดยที่อุณหภูมิยังอยู่ในระดับที่ปลอดภัย เฟรมเรตในเกมก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เฟรมเรตตกตอนฉากที่มีเอฟเฟกต์เยอะๆ ตอนนี้ก็ลื่นไหลตลอดเวลา แถม AIO Liquid Cooler ยังมีไฟ RGB สวยๆ ทำให้เคสดูสวยงามขึ้นอีกด้วยครับ
ตัวเลขที่ผมวัดได้ก่อนและหลังเปลี่ยน Cooling System คือ ก่อนเปลี่ยน Air Cooler อุณหภูมิ CPU ตอน Idle อยู่ที่ 45-50 องศาเซลเซียส และตอน Full Load อยู่ที่ 95-100 องศาเซลเซียส ส่วนหลังจากเปลี่ยนเป็น AIO Liquid Cooler อุณหภูมิ CPU ตอน Idle อยู่ที่ 30-35 องศาเซลเซียส และตอน Full Load อยู่ที่ 70-75 องศาเซลเซียส ถือว่าแตกต่างกันเยอะมากครับ
จากประสบการณ์ของผม การลงทุนกับ Cooling System ที่ดี เป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ โดยเฉพาะถ้าเราใช้ CPU/GPU รุ่น High-end หรือมีการ Overclock เพราะจะช่วยให้ระบบเสถียร และใช้งานได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากพัดลม และทำให้เคสดูสวยงามขึ้นอีกด้วย
FAQ คำถามที่พบบ่อย
AIO Liquid Cooler มีโอกาสรั่วซึมไหม?
AIO Liquid Cooler ทุกรุ่นมีโอกาสรั่วซึมได้ครับ แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก โดยเฉพาะ AIO รุ่นใหม่ๆ ที่มีการออกแบบและผลิตอย่างพิถีพิถัน มีการทดสอบแรงดันและคุณภาพอย่างเข้มงวดก่อนวางจำหน่าย อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบ AIO Liquid Cooler อย่างสม่ำเสมอ ดูว่ามีร่องรอยของการรั่วซึมหรือไม่ ถ้าพบร่องรอย ควรรีบแก้ไขทันที หรือเปลี่ยน AIO ใหม่เพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์อื่นๆ ในเครื่อง
Air Cooler ขนาดใหญ่ จำเป็นต้องใช้ Backplate ไหม?
Air Cooler ขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับ Backplate ครับ เพราะ Heatsink มีน้ำหนักมาก Backplate จะช่วยกระจายน้ำหนักและป้องกันไม่ให้เมนบอร์ดงอหรือเสียหาย การติดตั้ง Backplate อย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรอ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด และตรวจสอบให้แน่ใจว่า Backplate แนบสนิทกับเมนบอร์ดก่อนที่จะติดตั้ง Heatsink
Thermal Paste ควรเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
Thermal Paste ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ครับ โดยทั่วไปแล้ว Thermal Paste คุณภาพดี สามารถใช้งานได้นาน 1-2 ปี แต่ถ้าอุณหภูมิ CPU/GPU เริ่มสูงขึ้นผิดปกติ หรือมีการถอด/ประกอบ Heatsink ใหม่ ก็ควรเปลี่ยน Thermal Paste เพื่อให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพสูงสุด การเลือก Thermal Paste ที่มีคุณภาพดี ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นครับ
พัดลมเคส ควรติดตั้งแบบไหนถึงจะระบายความร้อนได้ดีที่สุด?
การติดตั้งพัดลมเคสที่ถูกต้อง จะช่วยให้การระบายความร้อนในเคสมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ควรติดตั้งพัดลมด้านหน้าและด้านล่างเป็น Intake (ดูดลมเข้า) และติดตั้งพัดลมด้านหลังและด้านบนเป็น Exhaust (ระบายลมออก) เพื่อสร้าง Airflow ที่ดี ลมเย็นจะถูกดูดเข้าไปในเคสผ่านทางด้านหน้าและด้านล่าง และลมร้อนจะถูกระบายออกไปทางด้านหลังและด้านบน จำนวนพัดลมและขนาดของพัดลม ก็มีผลต่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนเช่นกัน
AIO Liquid Cooler จำเป็นต้องเติมน้ำยาหล่อเย็นไหม?
AIO Liquid Cooler ส่วนใหญ่เป็นแบบ Closed-loop ที่ไม่ต้องเติมน้ำยาหล่อเย็นครับ เพราะน้ำยาหล่อเย็นจะถูกเติมมาจากโรงงาน และระบบจะปิดสนิท แต่ถ้าเป็น Custom Liquid Cooling ที่เราประกอบเอง ก็จะต้องเติมน้ำยาหล่อเย็น และดูแลรักษาระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดตะกรัน และรักษาประสิทธิภาพในการระบายความร้อน
Air Cooler กับ AIO Liquid Cooler แบบไหนเสียงดังกว่ากัน?
Air Cooler กับ AIO Liquid Cooler มีระดับเสียงที่แตกต่างกันครับ Air Cooler ส่วนใหญ่จะมีเสียงดังกว่า AIO Liquid Cooler เพราะพัดลมจะต้องหมุนด้วยความเร็วสูง เพื่อระบายความร้อนออกจาก Heatsink แต่ AIO Liquid Cooler จะมีปั๊มน้ำที่อาจมีเสียงดังบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้ว AIO Liquid Cooler จะเงียบกว่า Air Cooler ครับ
สรุป
การเลือก Cooling System ที่เหมาะสมกับ PC ของเรา เป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็น Air Cooler หรือ AIO Liquid Cooler ต่างก็มีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน Air Cooler ราคาถูก ติดตั้งง่าย ดูแลรักษาง่าย แต่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอาจจะไม่ดีเท่า AIO Liquid Cooler และอาจมีเสียงดังกว่า ส่วน AIO Liquid Cooler มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีกว่า เงียบกว่า และสวยงามกว่า แต่ราคาสูงกว่า ติดตั้งยากกว่า และมีโอกาสรั่วซึม
ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไป ที่ไม่ได้ Overclock CPU/GPU และไม่ได้เล่นเกมหนักๆ Air Cooler ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว แต่ถ้าคุณเป็น Gamer หรือ Enthusiast ที่ต้องการ Overclock CPU/GPU และต้องการประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีที่สุด AIO Liquid Cooler ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า นอกจากนี้ การเลือก Thermal Paste ที่มีคุณภาพดี การติดตั้งพัดลมเคสที่ถูกต้อง และการตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU/GPU อย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
สุดท้ายนี้ อยากจะฝากไว้ว่า การลงทุนกับ Cooling System ที่ดี เป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะจะช่วยให้ระบบเสถียร ใช้งานได้นานขึ้น และลดเสียงรบกวนจากพัดลม หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่าน ที่กำลังมองหา Cooling System ที่เหมาะสมกับ PC ของท่านนะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยครับ
Tips จากประสบการณ์ 20 ปี
1. เลือก Cooling ให้เหมาะสมกับ CPU และเคส
การเลือกชุดระบายความร้อนให้เข้ากับ CPU และเคสเป็นเรื่องที่สำคัญมากครับ อย่าคิดแค่ว่า "ซื้ออันแพงสุดไปเลย จบ!" เพราะมันอาจจะไม่จบอย่างที่คิดก็ได้นะ! สมัยก่อนผมเคยพลาดมาแล้ว ซื้อชุดน้ำ AIO ตัวท็อปมาใส่กับ CPU รุ่นกลางๆ ปรากฏว่ามันเย็นเกินความจำเป็น แถมเคสที่ใช้ก็เล็กไปหน่อย ทำให้การติดตั้งยากลำบากมาก สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนเคสใหม่อีกรอบ เสียเงินซ้ำซ้อนเลยครับ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อชุดระบายความร้อน ควรจะดูสเปคของ CPU ก่อนว่ามีค่า TDP (Thermal Design Power) เท่าไหร่ แล้วเลือกชุดระบายความร้อนที่มีค่า TDP สูงกว่าหรือเท่ากันเป็นอย่างน้อย ถ้า CPU มีค่า TDP สูง ก็ควรจะเลือกชุดน้ำ AIO ที่มีขนาดหม้อน้ำใหญ่ขึ้น หรือถ้า CPU มีค่า TDP ไม่สูงมากนัก ก็อาจจะใช้แค่ชุดระบายความร้อนด้วยลม (Air Cooling) ก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ อย่าลืมดูขนาดของเคสด้วยนะครับ ว่าสามารถใส่ชุดระบายความร้อนที่เราต้องการได้หรือไม่ โดยเฉพาะชุดน้ำ AIO ที่ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้งหม้อน้ำและพัดลม อีกอย่างที่ผมอยากแนะนำคือ ลองศึกษาข้อมูลจากรีวิวต่างๆ ดูก่อนครับ ว่าชุดระบายความร้อนที่เราสนใจนั้น มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนดีแค่ไหน มีเสียงดังรบกวนหรือไม่ และมีปัญหาอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะรีวิวจากผู้ใช้งานจริงจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมของผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และตัดสินใจเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น2. การติดตั้งที่ถูกต้อง สำคัญกว่าที่คิด
หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่จริงๆ แล้วการติดตั้งชุดระบายความร้อนที่ถูกต้อง มีผลต่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอย่างมากเลยนะครับ ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าบ่นว่า CPU ร้อนมาก ทั้งๆ ที่ใช้ชุดน้ำ AIO ตัวท็อป พอไปดูปรากฏว่าติดตั้งไม่ถูกต้อง คือไม่ได้ทาซิลิโคนระบายความร้อน (Thermal Paste) ให้ทั่วพื้นผิวของ CPU ทำให้ความร้อนไม่สามารถถ่ายเทไปยังชุดระบายความร้อนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มติดตั้งชุดระบายความร้อน ควรอ่านคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียด และทำตามขั้นตอนต่างๆ อย่างถูกต้อง ถ้าไม่แน่ใจว่าจะทำเองได้หรือไม่ ก็ควรจะให้ช่างผู้ชำนาญช่วยติดตั้งให้ดีกว่าครับ นอกจากนี้ อย่าลืมทาซิลิโคนระบายความร้อนให้ทั่วพื้นผิวของ CPU ด้วยนะครับ โดยให้ทาในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป และให้แน่ใจว่าพื้นผิวของชุดระบายความร้อนสัมผัสกับ CPU อย่างแนบสนิท อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ การจัดการสายไฟให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้ลมสามารถไหลเวียนในเคสได้อย่างสะดวก และช่วยลดอุณหภูมิโดยรวมของระบบได้ด้วยครับ ลองใช้ cable tie หรือ velcro strap ในการจัดระเบียบสายไฟให้เป็นหมวดหมู่ และหลีกเลี่ยงการวางสายไฟขวางทางลม3. ซิลิโคนระบายความร้อน: เลือกให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง
ซิลิโคนระบายความร้อน หรือ Thermal Paste เป็นตัวกลางสำคัญในการถ่ายเทความร้อนจาก CPU ไปยังชุดระบายความร้อน หลายคนอาจจะมองว่าซิลิโคนระบายความร้อนทุกยี่ห้อก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันนะครับ บางยี่ห้อมีค่าการนำความร้อนสูงกว่า ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีกว่า ดังนั้น การเลือกซิลิโคนระบายความร้อนที่ดี มีผลต่อประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอย่างมากครับ ผมแนะนำให้เลือกซิลิโคนระบายความร้อนที่มีค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity) สูง และมีรีวิวจากผู้ใช้งานจริงว่ามีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี นอกจากนี้ ควรจะเลือกซิลิโคนระบายความร้อนที่ไม่นำไฟฟ้า (Non-Conductive) เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหากซิลิโคนระบายความร้อนไหลออกมา วิธีการทาซิลิโคนระบายความร้อนก็มีหลายแบบครับ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน แต่ที่นิยมกันก็คือ ทาเป็นจุดตรงกลาง CPU (pea-sized dot) หรือทาเป็นเส้นตรงกลาง CPU (line method) หรือทาให้ทั่วพื้นผิว CPU เป็นชั้นบางๆ (spread method) ลองเลือกวิธีที่ตัวเองถนัด และให้แน่ใจว่าซิลิโคนระบายความร้อนครอบคลุมพื้นผิว CPU อย่างทั่วถึง4. พัดลม: จำนวน, ขนาด, และตำแหน่ง
พัดลมเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบระบายความร้อน ไม่ว่าจะเป็น Air Cooling หรือ AIO การเลือกพัดลมที่มีประสิทธิภาพดี มีผลต่ออุณหภูมิของ CPU และ GPU อย่างมากครับ จำนวนพัดลม ขนาดพัดลม และตำแหน่งการติดตั้งพัดลม ล้วนมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศในเคส โดยทั่วไปแล้ว การติดตั้งพัดลมด้านหน้าเคสเพื่อดูดลมเย็นเข้า และติดตั้งพัดลมด้านหลังเคสและด้านบนเคสเพื่อระบายลมร้อนออก เป็นวิธีการที่นิยมใช้กัน แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งการติดตั้งพัดลมได้ตามความเหมาะสมของเคสและอุปกรณ์ภายในเคส ผมแนะนำให้ติดตั้งพัดลมให้มีแรงดันอากาศ (Air Pressure) เป็นบวก (Positive Air Pressure) คือมีปริมาณลมที่ดูดเข้ามากกว่าปริมาณลมที่ระบายออก เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าไปในเคสได้ง่าย นอกจากนี้ ควรจะเลือกพัดลมที่มีเสียงดังรบกวนน้อย เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิในการทำงานหรือเล่นเกม5. การจัดการสายไฟ: ไม่ใช่แค่ความสวยงาม
การจัดการสายไฟให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีผลต่อการไหลเวียนของอากาศในเคส และช่วยลดอุณหภูมิโดยรวมของระบบได้ด้วย ลองคิดดูว่าถ้าสายไฟรกระเกะระกะ ขวางทางลม ก็จะทำให้ลมไม่สามารถไหลเวียนได้อย่างสะดวก และทำให้ความร้อนสะสมอยู่ในเคสมากขึ้น ดังนั้น ควรจะจัดการสายไฟให้เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยใช้ cable tie หรือ velcro strap ในการจัดระเบียบสายไฟให้เป็นหมวดหมู่ และหลีกเลี่ยงการวางสายไฟขวางทางลม นอกจากนี้ ควรจะซ่อนสายไฟไว้ด้านหลังเมนบอร์ด หรือในช่องเก็บสายไฟของเคส เพื่อให้เคสดูสะอาดตา และลมสามารถไหลเวียนได้อย่างสะดวก ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าบ่นว่า CPU ร้อนมาก ทั้งๆ ที่ใช้ชุดน้ำ AIO ตัวท็อป พอไปดูปรากฏว่าสายไฟรกมาก ขวางทางลม ทำให้ลมไม่สามารถไหลเวียนได้ดี พอจัดการสายไฟให้เป็นระเบียบเรียบร้อย อุณหภูมิของ CPU ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด6. ตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำ
ไม่ว่าจะเป็น Air Cooling หรือ AIO สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำครับ ฝุ่นละอองที่สะสมอยู่บน heatsink หรือพัดลม จะทำให้ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง ดังนั้น ควรจะทำความสะอาดชุดระบายความร้อนอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นเยอะ วิธีการทำความสะอาดก็ง่ายๆ ครับ แค่ใช้แปรงปัดฝุ่น หรือเครื่องเป่าลม เป่าฝุ่นละอองออกจาก heatsink และพัดลม ถ้ามีคราบสกปรกฝังแน่น ก็อาจจะใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ระวังอย่าให้โดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง สำหรับชุดน้ำ AIO ควรจะตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็นเป็นประจำ และถ้าพบว่ามีน้ำยาหล่อเย็นลดลง ก็ควรจะเติมน้ำยาหล่อเย็นให้เต็ม นอกจากนี้ ควรจะเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นทุกๆ 1-2 ปี เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการระบายความร้อน7. Overclocking: ระบายความร้อนให้ดี ถึงจะแรงได้เต็มที่
ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบ Overclock CPU เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือเล่นเกม การเลือกชุดระบายความร้อนที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมากครับ เพราะการ Overclock จะทำให้ CPU สร้างความร้อนมากขึ้น ดังนั้น ถ้าชุดระบายความร้อนไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน ก็จะทำให้ CPU ร้อนเกินไป และอาจจะทำให้ระบบไม่เสถียร หรือเสียหายได้ ดังนั้น ก่อนที่จะ Overclock CPU ควรจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าชุดระบายความร้อนที่เราใช้ สามารถระบายความร้อนได้เพียงพอ และควรจะตรวจสอบอุณหภูมิของ CPU อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ CPU ร้อนเกินไป นอกจากนี้ ควรจะค่อยๆ เพิ่มความเร็วของ CPU ทีละนิด และทดสอบความเสถียรของระบบ ก่อนที่จะเพิ่มความเร็วไปมากกว่านี้ ผมเคย Overclock CPU โดยใช้ชุดน้ำ AIO ตัวท็อป แต่ปรากฏว่า CPU ร้อนเกินไป จนระบบไม่เสถียร พอไปตรวจสอบปรากฏว่าชุดน้ำ AIO ไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน เนื่องจากความเร็วของ CPU สูงเกินไป ผมจึงต้องลดความเร็วของ CPU ลง และปรับแต่งค่าต่างๆ ใน BIOS ใหม่ จนระบบเสถียร8. อย่ามองข้ามเรื่องเสียง: ความเงียบก็สำคัญ
หลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องเสียงของชุดระบายความร้อนไป แต่จริงๆ แล้วความเงียบก็เป็นสิ่งสำคัญนะครับ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการสมาธิ หรือคนที่ชอบเล่นเกมตอนกลางคืน ถ้าชุดระบายความร้อนมีเสียงดังรบกวน ก็จะทำให้เสียสมาธิ และรบกวนคนรอบข้างได้ ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อชุดระบายความร้อน ควรจะดูรีวิวเกี่ยวกับระดับเสียงของชุดระบายความร้อนด้วยครับ ว่ามีเสียงดังรบกวนหรือไม่ และถ้ามีเสียงดัง ก็ดังมากแค่ไหน นอกจากนี้ ควรจะเลือกพัดลมที่มีเสียงดังรบกวนน้อย และสามารถปรับรอบพัดลมได้ เพื่อให้สามารถควบคุมระดับเสียงได้ตามต้องการ ผมเคยใช้ชุดระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนดีมาก แต่มีเสียงดังรบกวนมาก จนทำให้ผมรำคาญ และต้องเปลี่ยนชุดระบายความร้อนใหม่ ในครั้งนี้ผมเลือกชุดระบายความร้อนที่มีเสียงดังรบกวนน้อยกว่า ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพในการระบายความร้อนจะไม่ดีเท่าชุดเดิม แต่ผมก็พอใจมากกว่า เพราะผมสามารถทำงานและเล่นเกมได้อย่างสบายใจ โดยไม่มีเสียงรบกวนFAQ
H3: Air Cooling กับ AIO: แบบไหนคุ้มค่ากว่ากันในระยะยาว?
ในระยะยาว การพิจารณาความคุ้มค่าระหว่าง Air Cooling และ AIO ขึ้นอยู่กับการใช้งานและงบประมาณครับ Air Cooling มักจะมีราคาถูกกว่าและดูแลรักษาง่ายกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็น และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า แต่ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอาจจะไม่ดีเท่า AIO โดยเฉพาะกับ CPU ที่มีค่า TDP สูงๆ หรือคนที่ต้องการ Overclock AIO มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีกว่า Air Cooling อย่างเห็นได้ชัด เหมาะสำหรับ CPU ที่มีค่า TDP สูงๆ หรือคนที่ต้องการ Overclock แต่ก็มีราคาสูงกว่า และต้องดูแลรักษามากกว่า เพราะต้องคอยตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็น และเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็นทุกๆ 1-2 ปี นอกจากนี้ AIO ยังมีโอกาสที่จะเกิดปัญหามากกว่า Air Cooling เช่น ปั๊มน้ำเสีย หรือท่อน้ำรั่ว ถ้าคุณมีงบประมาณจำกัด และไม่ได้ต้องการ Overclock CPU มากนัก Air Cooling ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าครับ แต่ถ้าคุณมีงบประมาณเยอะ และต้องการประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดีที่สุด AIO ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา และต้องดูแลรักษามากกว่าH3: ถ้าชุดน้ำ AIO รั่ว จะเกิดอะไรขึ้น? อันตรายไหม?
ถ้าชุดน้ำ AIO รั่ว สิ่งที่ต้องกังวลคือ น้ำยาหล่อเย็นอาจจะไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และอุปกรณ์เสียหายได้ ซึ่งอันตรายมากครับ! นอกจากนี้ น้ำยาหล่อเย็นบางชนิดอาจจะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าสัมผัสกับผิวหนังหรือสูดดมเข้าไป ถ้าคุณสังเกตเห็นว่ามีน้ำยาหล่อเย็นรั่วออกมาจากชุดน้ำ AIO สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที และถอดปลั๊กไฟออก เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร จากนั้นให้ตรวจสอบว่ามีน้ำยาหล่อเย็นไปโดนอุปกรณ์อะไรบ้าง และทำความสะอาดอุปกรณ์เหล่านั้นด้วยผ้าแห้ง ถ้ามีคราบน้ำยาหล่อเย็นฝังแน่น อาจจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ต้องระวังอย่าให้แอลกอฮอล์ไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง หลังจากทำความสะอาดอุปกรณ์แล้ว ให้ตรวจสอบชุดน้ำ AIO อย่างละเอียด เพื่อหารอยรั่ว และทำการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชุดน้ำ AIO ใหม่ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะทำเองได้หรือไม่ ก็ควรจะให้ช่างผู้ชำนาญช่วยตรวจสอบและซ่อมแซมให้ดีกว่าครับH3: ควรเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อนบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแล้ว ควรเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อนทุกๆ 1-2 ปี หรือเมื่อคุณถอดชุดระบายความร้อนออกมาทำความสะอาด หรือเปลี่ยน CPU ใหม่ แต่ถ้าคุณสังเกตว่าอุณหภูมิของ CPU สูงขึ้นผิดปกติ หรือชุดระบายความร้อนมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง ก็ควรจะเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อนทันที ซิลิโคนระบายความร้อนจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ทำให้ค่าการนำความร้อนลดลง และประสิทธิภาพในการระบายความร้อนลดลง ดังนั้น การเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อนเป็นประจำ จะช่วยรักษาประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของชุดระบายความร้อน และช่วยยืดอายุการใช้งานของ CPU ได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อน ควรทำความสะอาดพื้นผิวของ CPU และชุดระบายความร้อนให้สะอาด โดยใช้ผ้าแห้งเช็ดคราบซิลิโคนระบายความร้อนเก่าออกให้หมด ถ้ามีคราบซิลิโคนระบายความร้อนฝังแน่น อาจจะใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดได้ แต่ต้องระวังอย่าให้แอลกอฮอล์ไปโดนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรงH3: มีวิธีลดเสียงพัดลมของ PC แบบง่ายๆ บ้างไหม?
มีหลายวิธีในการลดเสียงพัดลมของ PC แบบง่ายๆ ครับ * **ปรับรอบพัดลม:** โปรแกรมควบคุมพัดลม (Fan control software) ส่วนใหญ่ จะมาพร้อมกับเมนบอร์ด หรือ GPU ช่วยให้เราปรับรอบพัดลมได้ตามต้องการ ลองลดรอบพัดลมลงเล็กน้อย เพื่อลดเสียงรบกวน โดยที่อุณหภูมิยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ * **เปลี่ยนพัดลม:** เลือกพัดลมที่มีเสียงดังรบกวนน้อย หรือมีเทคโนโลยีช่วยลดเสียง เช่น Fluid Dynamic Bearing (FDB) หรือ Sleeve Bearing * **ติดตั้งแผ่นซับเสียง:** แผ่นซับเสียงสามารถช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดจากพัดลมได้ โดยติดตั้งแผ่นซับเสียงไว้ภายในเคส * **ทำความสะอาดพัดลม:** ฝุ่นละอองที่สะสมอยู่บนพัดลม จะทำให้พัดลมทำงานหนักขึ้น และเกิดเสียงดังรบกวน ดังนั้น ควรทำความสะอาดพัดลมเป็นประจำ * **ตรวจสอบการสั่นสะเทือน:** บางครั้งเสียงดังอาจเกิดจากการสั่นสะเทือนของพัดลม ลองตรวจสอบว่าพัดลมติดตั้งแน่นหนาหรือไม่ และไม่มีอะไรไปสัมผัสกับพัดลมตารางเปรียบเทียบ Air Cooling และ AIO
| คุณสมบัติ | Air Cooling | AIO (All-in-One) |
|---|---|---|
| ราคา | ถูกกว่า | แพงกว่า |
| ประสิทธิภาพ | ปานกลาง | สูงกว่า |
| การติดตั้ง | ง่ายกว่า | ยากกว่า (ต้องระวังเรื่องพื้นที่) |
| การดูแลรักษา | ง่าย (แค่ปัดฝุ่น) | ยากกว่า (ต้องเติมน้ำยา, เช็ครั่ว) |
| เสียง | แล้วแต่รุ่น | แล้วแต่รุ่น (บางรุ่นเงียบมาก) |
| ความเสี่ยง | น้อย | มากกว่า (รั่ว, ปั๊มเสีย) |
| อายุการใช้งาน | นานกว่า | สั้นกว่า (ปั๊มมีอายุการใช้งาน) |
| ความสวยงาม | ธรรมดา | สวยงามกว่า (มีไฟ RGB) |
| เหมาะกับ | CPU ทั่วไป, งบจำกัด | CPU ประสิทธิภาพสูง, Overclock |
Case Study: Overclocking สุดโหดกับการเลือก Cooling System ที่ใช่
การ Overclocking คือการดันประสิทธิภาพของ CPU หรือ GPU ให้สูงเกินค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับความร้อนที่เพิ่มขึ้นมหาศาล ใครที่เคยลอง Overclocking คงรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี ผมเองก็เคยเซ็ต Overclocking CPU สมัยใช้ i7-4790K เมื่อนานมาแล้ว บอกเลยว่า Cooling System สำคัญสุดๆ ถ้า Cooling ไม่ดี ต่อให้ Overclock ได้ แต่เครื่องก็จะแฮงค์ หรือไม่ก็อายุการใช้งานสั้นลง ใน Case Study นี้ เราจะมาดูกันว่า Cooling System แบบ Air และ AIO มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เมื่อต้องรับมือกับการ Overclocking แบบสุดโหด สมมติว่าเรามี CPU ตัวแรงอย่าง AMD Ryzen 9 7950X ที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้อน และเราต้องการ Overclock ให้มันวิ่งที่ความเร็ว 5.5GHz ตลอดเวลา (All-Core) เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด * **Air Cooling:** ข้อดีของ Air Cooling คือราคาถูกกว่า AIO ค่อนข้างมาก ติดตั้งง่าย และมีความทนทานสูง ไม่ต้องกังวลเรื่องการรั่วซึมของน้ำ แต่ข้อเสียคือประสิทธิภาพในการระบายความร้อนอาจจะไม่ดีเท่า AIO โดยเฉพาะเมื่อ Overclocking หนักๆ ถ้าเลือกใช้ Air Cooling เราอาจจะต้องมองหารุ่นที่เป็น High-End จริงๆ เช่น Noctua NH-D15 หรือ be quiet! Dark Rock Pro 4 ซึ่งมีขนาดใหญ่และอาจจะติดปัญหาเรื่องพื้นที่ในเคสได้ * **AIO Cooling:** AIO (All-in-One) Cooling มีข้อดีคือระบายความร้อนได้ดีกว่า Air Cooling อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อ Overclocking หนักๆ นอกจากนี้ AIO มักจะมีดีไซน์ที่สวยงามกว่า Air Cooling ทำให้เคสดูสวยขึ้น แต่ข้อเสียคือราคาสูงกว่า Air Cooling มีความเสี่ยงเรื่องการรั่วซึมของน้ำ (แม้ว่าโอกาสจะน้อยมาก) และอาจจะมีเสียงดังของปั๊มน้ำรบกวน จากประสบการณ์ของผม ถ้า Overclocking ไม่หนักมาก Air Cooling ดีๆ ก็เอาอยู่ แต่ถ้าต้องการ Overclocking แบบสุดโหด AIO Cooling จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิได้ดีกว่า ทำให้ CPU วิ่งได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดปัญหาความร้อนตัวอย่าง Command Line สำหรับ Monitoring อุณหภูมิ CPU
การ Monitoring อุณหภูมิ CPU เป็นสิ่งสำคัญมากในการ Overclocking เพราะจะช่วยให้เราทราบว่า Cooling System ของเราทำงานได้ดีหรือไม่ และ CPU ของเรามีความร้อนสูงเกินไปหรือไม่ มีหลายวิธีในการ Monitoring อุณหภูมิ CPU ทั้งบน Windows และ Linux * **Windows:** บน Windows เราสามารถใช้โปรแกรมต่างๆ เช่น HWMonitor, Core Temp หรือ Ryzen Master เพื่อ Monitoring อุณหภูมิ CPU ได้ โปรแกรมเหล่านี้จะแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น อุณหภูมิปัจจุบัน, อุณหภูมิสูงสุด, ความเร็ว Clock, แรงดันไฟฟ้า และอื่นๆ * **Linux:** บน Linux เราสามารถใช้ Command Line เพื่อ Monitoring อุณหภูมิ CPU ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว โดยใช้คำสั่ง `sensors` ก่อนอื่นเราต้องติดตั้ง `lm-sensors` ก่อน โดยใช้คำสั่ง:sudo apt update
sudo apt install lm-sensors
จากนั้นรันคำสั่ง `sensors` เพื่อ Detect Sensors ต่างๆ ในระบบ:
sudo sensors-detect
โปรแกรมจะถามคำถามต่างๆ ให้ตอบ Yes ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบ
หลังจากนั้นเราสามารถใช้คำสั่ง `sensors` เพื่อดูอุณหภูมิ CPU ได้:
sensors
Output ที่ได้จะมีลักษณะประมาณนี้:
coretemp-isa-0000
Adapter: ISA adapter
Core 0: +45.0°C (high = +80.0°C, crit = +90.0°C)
Core 1: +42.0°C (high = +80.0°C, crit = +90.0°C)
Core 2: +43.0°C (high = +80.0°C, crit = +90.0°C)
Core 3: +40.0°C (high = +80.0°C, crit = +90.0°C)
จาก Output เราจะเห็นอุณหภูมิของแต่ละ Core ของ CPU นอกจากนี้เรายังสามารถใช้คำสั่ง `watch` เพื่อ Monitoring อุณหภูมิ CPU แบบ Real-time ได้:
watch -n 1 sensors
คำสั่งนี้จะ Refresh ข้อมูลทุกๆ 1 วินาที ทำให้เราสามารถ Monitoring อุณหภูมิ CPU ได้อย่างใกล้ชิด ใครที่ Overclocking บน Linux ลองเอาไปใช้ดูนะครับ