it_devops

เมาส์ Anitech Gaming — รีวิวเมาส์เกมมิ่งราคาประหยัด | SiamCafe Blog

เมาส์ Anitech Gaming — รีวิวเมาส์เกมมิ่งราคาประหยัด | SiamCafe Blog

เมาส์ Anitech Gaming คืออะไร ทำไมถึงน่าสนใจในปี 2026

เมาส์ Anitech Gaming คือชุดเมาส์เกมมิ่งจากแบรนด์ Anitech ที่เน้นจุดขายเรื่องราคาประหยัด แต่ยังคงให้สเปกที่จำเป็นสำหรับการเล่นเกมอย่างครบถ้วน

เมาส์ Anitech Gaming คือชุดเมาส์เกมมิ่งจากแบรนด์ Anitech ที่วางโครงสร้างผลิตภัณฑ์ไว้ชัดเจนตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาสองร้อยบาทภายใน จนถึงรุ่นท็อปที่เริ่มแตะระดับแปดร้อยบาท จุดขายหลักไม่ใช่การเอาชนะแบรนด์ระดับบน แต่คือการทำให้คนทั่วไปที่มีงบจำกัดสามารถเข้าถึงเมาส์ที่มีคุณสมบัติจำเป็นของเกมมิ่งได้จริง ไม่ใช่เมาส์แถมที่มากับชุดคอมพิวเตอร์ซึ่งกดสองสามเดือนแล้วปุ่มเริ่มติด ๆ หยุด ๆ ทั้งค่าความไวของเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว อัตราการส่งข้อมูล สวิตช์กดที่ทนทาน และไฟตกแต่งแบบเกมมิ่ง ล้วนมีครบในทุกรุ่นเพียงแต่ระดับความสามารถต่างกันตามราคาที่จ่าย

ผม อ.บอม เล่นเกมควบคู่กับการเทรดฟอเร็กซ์มากว่าสิบสามปี มือผมสัมผัสเมาส์มาแล้วตั้งแต่รุ่นธรรมดาราคาเก้าสิบบาทที่ใช้แทบไม่ได้ จนถึงเมาส์แข่งขันราคาหลักพันที่ใช้แล้วรู้ทันทีว่าเงินที่จ่ายไปมันไปอยู่ตรงไหน ประสบการณ์นี้ทำให้ผมเข้าใจดีว่าเมาส์เกมมิ่งระดับเริ่มต้นควรมีอะไร และอะไรที่เป็นแค่การตลาดล้วน ๆ เช่นตัวเลขค่าความไวที่โชว์สูงหลายหลักแต่เซนเซอร์จริงขยับไม่ทันมือ เมื่อผมหยิบเมาส์ Anitech มาลองใช้จริงเป็นช่วงเวลาหนึ่ง สิ่งที่ผมประเมินไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกล่อง แต่คือความแม่นยำจริงของเซนเซอร์เวลาเล็งในเกมยิง ความตอบสนองของสวิตช์เวลากดซ้ำเร็ว น้ำหนักที่พอดีมือใช้งานยาว ๆ และการรับประกันจากศูนย์ไทยที่ส่งซ่อมสะดวก ไม่ต้องขนส่งกลับต่างประเทศแบบแบรนด์ข้ามชาติบางเจ้า

Anitech วางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย มีจำหน่ายตามร้านไอทีทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง และห้างอิเล็กทรอนิกส์หลัก ๆ ทั่วประเทศ จุดนี้แหละที่ทำให้มันน่าสนใจกับนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศที่เล่นเกมช่วงเย็นหลังเลิกงาน หรือคนที่เพิ่งเริ่มซีเรียสกับเกมแนวยิงและแนวกลยุทธ์ แต่ยังไม่อยากทุ่มเงินหลักพันกับเมาส์ตัวแรกของชีวิต เพราะความจริงแล้วเมาส์ตัวแรกไม่จำเป็นต้องแพง มันจำเป็นต้องเหมาะกับมือและเกมที่เล่นมากกว่า คนที่เพิ่งเริ่มยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบท่าจับแบบไหน ความไวที่ตัวเองสบายมืออยู่ช่วงเท่าไหร่ การซื้อเมาส์ราคาแพงตั้งแต่ต้นจึงเสี่ยงที่จะเสียเงินฟรี

บทความนี้ผมจะพาไปดูทีละรุ่นของ Anitech ทั้งสี่รุ่นหลัก เทียบสเปกแบบตารางชัด ๆ อธิบายเรื่องค่าความไวและการเลือกใช้ให้เหมาะกับเกมที่คุณเล่นจริง อธิบายว่าทำไมอัตราการส่งข้อมูลกับสวิตช์กดถึงสำคัญกว่าตัวเลขความไวที่โชว์ พร้อมเคล็ดลับการเลือกเมาส์ตามท่าจับและขนาดมือที่หลายคนมองข้ามจนเจ็บข้อมือกันทั้งบ้าน เพราะจากประสบการณ์การทำงานหน้าจอวันละสิบชั่วโมงของผม เมาส์ที่เหมาะกับมือสำคัญกว่าสเปกบนกระดาษเสมอ ปิดท้ายด้วยตัวอย่างการเลือกรุ่นตามงบและประเภทเกมแบบรูปธรรม พร้อมคำถามที่พบบ่อยจากผู้อ่านที่เมล์ถามผมมาแล้วหลายสิบฉบับ ถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มกันที่ตารางเปรียบเทียบรุ่นกันเลย

เปรียบเทียบสเปกทั้งสี่รุ่น ตั้งแต่มือใหม่งบน้อยจนถึงสายแข่งขัน

ก่อนจะเลือกซื้อ ผมแนะนำให้ดูตารางเปรียบเทียบก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแต่ละรุ่นของ Anitech ถูกออกแบบมาเจาะกลุ่มผู้ใช้ต่างกันชัดเจน

ก่อนจะเลือกซื้อ ผมแนะนำให้ดูตารางเปรียบเทียบก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแต่ละรุ่นของ Anitech ถูกออกแบบมาเจาะกลุ่มผู้ใช้ต่างกันชัดเจน ไม่ได้วางราคาไว้มั่ว ๆ แต่แต่ละระดับราคามีการเพิ่มความสามารถที่ผู้ใช้ระดับนั้นต้องการจริง ตั้งแต่มือใหม่งบน้อยที่เพิ่งอยากลองใช้เมาส์เกมมิ่งดูสักตัว จนถึงสายแข่งขันที่ต้องการอัตราส่งข้อมูลเต็มพิกัดและน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่งบระดับนี้จะหาได้

รุ่นค่าความไวสูงสุดอัตราส่งข้อมูลจำนวนปุ่มน้ำหนักราคาโดยประมาณ
จีเอ็ม7013,200125 เฮิรตซ์6 ปุ่ม120 กรัม199 บาท
จีเอ็ม7024,800500 เฮิรตซ์6 ปุ่ม110 กรัม349 บาท
จีเอ็ม7037,2001,000 เฮิรตซ์7 ปุ่ม95 กรัม499 บาท
จีเอ็ม70412,8001,000 เฮิรตซ์8 ปุ่ม85 กรัม799 บาท

จากตารางจะเห็นแนวทางชัดเจนว่ายิ่งรุ่นสูงขึ้น ค่าความไวเพิ่ม อัตราการส่งข้อมูลเร็วขึ้น น้ำหนักเบาลง และปุ่มลัดเพิ่มมากขึ้นตามราคา รุ่นเริ่มต้นราคา 199 บาทเหมาะกับคนที่อยากลองใช้เมาส์เกมมิ่งดูก่อน หรือใช้ทำงานผสมเล่นเกมเบา ๆ ช่วงหลังเลิกเรียน อัตราส่งข้อมูล 125 เฮิรตซ์ฟังดูต่ำ แต่สำหรับงานเอกสารและเกมแนวกลยุทธ์ที่ไม่ต้องกดรัว ก็ยังใช้ได้สบาย ๆ แถมมีปุ่มลัดหกปุ่มให้ตั้งค่าได้แล้ว ซึ่งเกินกว่าเมาส์แถมของชุดคอมพิวเตอร์ที่มักมีแค่สามปุ่มและไม่มีอะไรปรับได้เลย

ส่วนรุ่นที่สองราคา 349 บาทถือเป็นจุดคุ้มค่าที่สุดในสายตาผม เพราะเพิ่มอัตราส่งข้อมูลเป็น 500 เฮิรตซ์ซึ่งสังเกตความลื่นได้จริงด้วยตาเปล่าเวลาขยับเคอร์เซอร์บนหน้าจอความละเอียดสูง น้ำหนักเบาลงมาสิบกรัมทำให้เล่นยาวสองสามชั่วโมงไม่เมื่อยข้อมือเท่าเดิม และมีไฟตกแต่งให้อารมณ์เกมมิ่งมากขึ้น ถ้าถามผมว่าถ้ามีงบสามร้อยบาทกว่า ๆ ควรกระโดดข้ามรุ่นเริ่มต้นไปรุ่นนี้เลยไหม คำตอบคือควร เพราะความต่างเงินหนึ่งร้อยกว่าบาทแลกมาด้วยประสบการณ์ที่ต่างกันชัดเจน

รุ่นที่สามราคา 499 บาทคือรุ่นที่ผมแนะนำกับคนที่เริ่มเล่นจริงจัง เพราะอัตราส่งข้อมูลขึ้นถึง 1,000 เฮิรตซ์เต็ม ซึ่งเป็นมาตรฐานของเมาส์แข่งขัน น้ำหนักลดลงเหลือ 95 กรัม เพิ่มปุ่มที่เจ็ดสำหรับตั้งค่าเปลี่ยนความไวกลางเกมได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดเมนู ส่วนรุ่นท็อปราคา 799 บาทเป็นรุ่นเดียวที่ค่าความไวแตะหลักหนึ่งหมื่นสองพันแปดร้อย น้ำหนักเบาเพียง 85 กรัมซึ่งใกล้เคียงเมาส์แข่งขันแบรนด์ดังรุ่นกลาง ๆ ที่ราคาแพงกว่าเป็นเท่าตัว และมีปุ่มครบแปดปุ่มสำหรับคนที่ชอบผูกคำสั่งลัดเยอะ ๆ ทั้งเกมกลยุทธ์และงานที่ต้องใช้คีย์ลัดประจำวัน ข้อสังเกตของผมคือทั้งสายผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีรุ่นไหนเกินราคาพันบาท ซึ่งทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้นมาก เลือกตามงบที่มีก็เกือบจะถูกต้องแล้ว

ค่าความไวคืออะไร และควรตั้งเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับเกมของคุณ

ค่าความไวหรือที่นักเล่นเรียกสั้น ๆ ว่า ดีพีไอ คือตัวเลขบอกว่าเซนเซอร์ของเมาส์จับการเคลื่อนไหวได้ละเอียดแค่ไหนต่อหนึ่งนิ้วที่เลื่อน ยิ่งตัวเลขสูง

ค่าความไวหรือที่นักเล่นเรียกสั้น ๆ ว่า ดีพีไอ คือตัวเลขบอกว่าเซนเซอร์ของเมาส์จับการเคลื่อนไหวได้ละเอียดแค่ไหนต่อหนึ่งนิ้วที่เลื่อน ยิ่งตัวเลขสูง เคอร์เซอร์ก็ยิ่งเลื่อนไกลขึ้นด้วยระยะการเลื่อนเท่าเดิม หลายคนเข้าใจผิดว่าตัวเลขสูงคือดี เลือกซื้อเมาส์เพราะเห็นโฆษณาตัวเลขหลักหมื่น แต่ความจริงแล้วนักเล่นอาชีพเกมยิงส่วนใหญ่ใช้ค่าต่ำระดับ 400 ถึง 800 เท่านั้น เพราะความไวต่ำช่วยให้การเล็งแม่นยำและควบคุมได้มั่นคงกว่า ลองนึกภาพว่าถ้าเคอร์เซอร์วิ่งไกลมากเกินไป แค่มือสั่นนิดเดียวเวลาจะเล็งศัตรูหัว ก็เล็งหลุดไปคนละเมตรแล้ว ส่วนเกมแนวกลยุทธ์ที่ต้องการความเร็วในการลากหน้าจอข้ามแผนที่ใช้ช่วง 800 ถึง 1,600 กำลังพอดี

ผมเคยเจอผู้เล่นใหม่หลายคนที่ตั้งค่าความไวสูงสุดเพราะคิดว่าเร็วคือเก่ง แล้วเล่นไปสองสัปดาห์ก็ยังยิงโดนแค่ตอนบังเอิญ พอลองให้ลดลงมาที่ 800 แล้วฝึกใช้การเลื่อนแขนแทนการกระดิกข้อมือ อัตราการเล็งโดนดีขึ้นทันตา นี่คือเหตุผลที่ผมย้ำเสมอว่าตัวเลขความไวสูงสุดของเมาส์เป็นเพียงเพดานที่มีไว้ให้เลือก ไม่ใช่ค่าที่ต้องใช้จริง เมาส์รุ่นเริ่มต้นของ Anitech ที่มีเพดาน 3,200 ใช้เล่นเกมยิงซีเรียสได้สบาย ๆ เพราะคุณแตะค่า 800 ก็ยังเหลือที่เหลือเฟือ

ถ้าให้ผมเลือกของแค่อย่างเดียวระหว่างค่าความไวกับอัตราการส่งข้อมูล ผมเลือกอัตราการส่งข้อมูลเสมอ เพราะค่าความไวเกิน 8,000 ในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครใช้

อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจคือค่าความไวรวม ซึ่งเกิดจากการคูณค่าความไวของเมาส์กับค่าความไวที่ตั้งไว้ในเกม คนจำนวนมากตั้งเมาส์สูงแล้วตั้งเกมสูงตาม ทำให้ค่ารวมพุ่งจนควบคุมไม่ไหว วิธีที่ถูกต้องคือตั้งค่าในเกมเป็นค่าเริ่มต้นหรือค่าต่ำ ๆ ก่อน แล้วปรับที่ตัวเมาส์เป็นหลัก จะควบคุมง่ายกว่ามาก เพราะเวลาเปลี่ยนเกม ค่าความรู้สึกของมือจะค่อนข้างคงที่ ไม่ต้องเริ่มปรับใหม่ทุกเกม นอกจากนี้โปรแกรมปรับแต่งของเมาส์บางรุ่นยังให้บันทึกโปรไฟล์ความไวไว้หลายชุด เช่นชุดหนึ่งสำหรับเกมยิง ชุดสองสำหรับงานออกแบบที่ต้องความละเอียดสูง กดปุ่มบนตัวเมาส์สลับได้ทันที ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่คุ้มมากสำหรับคนที่ใช้เครื่องเดียวทั้งทำงานและเล่นเกม คำแนะนำสุดท้ายคือเริ่มจากค่า 800 แล้วใช้ต่อเนื่องอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนปรับ อย่าเพิ่งเปลี่ยนตามอารมณ์ทุกวัน เพราะกล้ามเนื้อมือต้องใช้เวลาสร้างความจำจากความคุ้นเคยกับค่าหนึ่ง ๆ ก่อน

อัตราการส่งข้อมูลและสวิตช์ ปัจจัยที่สำคัญกว่าค่าความไว

ถ้าให้ผมเลือกของแค่อย่างเดียวระหว่างค่าความไวกับอัตราการส่งข้อมูล ผมเลือกอัตราการส่งข้อมูลเสมอ เพราะค่าความไวเกิน 8,000 ในทางปฏิบัติแทบไม่มีใครใช้ แต่อัตราการส่งข้อมูลคือความลื่นที่สัมผัสได้จริงทุกครั้งที่ขยับเมาส์ อัตรา 125 เฮิรตซ์หมายถึงเมาส์รายงานตำแหน่งทุก 8 มิลลิวินาที ส่วน 500 เฮิรตซ์คือทุก 2 มิลลิวินาที และ 1,000 เฮิรตซ์คือทุก 1 มิลลิวินาที ความต่างนี้อาจดูเล็กน้อยบนกระดาษ แต่ในเกมยิงที่ผลแพ้ชนะตัดสินกันเสี้ยววินาที มันคือห่างกันคนละเรื่อง เวลาเล็งสไลด์ตามศัตรูที่วิ่งแพลง ๆ เมาส์ที่อัตราส่งข้อมูลต่ำจะให้ความรู้สึกว่าเคอร์เซอร์กระตุกเป็นช่วง ๆ ขณะที่เมาส์เต็มพิกัดจะลื่นติดมือเหมือนสายตากับมือเชื่อมกันโดยตรง

สำหรับผู้เล่นทั่วไป 500 เฮิรตซ์เพียงพอและใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยกว่า ส่วนสายแข่งขันหรือคนเล่นเกมยิงซีเรียสควรไปที่ 1,000 เฮิรตซ์เต็ม หนึ่งข้อควรระวังคือเครื่องที่สมรรถนะต่ำอาจกระตุกถ้าเปิด 1,000 เฮิรตซ์ ทางแก้คือลดลงมา 500 ซึ่งสมดุลกว่า อีกอย่างที่มักถูกมองข้ามคือคุณภาพสวิตช์กด เมาส์เกมมิ่งที่ดีจะใช้สวิตช์ที่รับประกันการกดได้หลายสิบล้านครั้ง ทั้งที่เมาส์ธรรมดาราคาถูกมักใช้ของที่เสื่อมเร็ว เมาส์ที่ผมใช้ทำงานวันละสิบชั่วโมง ปุ่มซ้ายมักพังก่อนส่วนอื่นทั้งหมด อาการคือกดแล้วสองคลิกติดกันหรือกดแล้วไม่ติด ซึ่งในเกมยิงคือหายนะเพราะยิงไม่ออกตอนสำคัญ ดังนั้นเวลาอ่านรีวิวอย่าลืมดูเรื่องอายุการใช้งานของสวิตช์ประกอบด้วย

สวิตช์ที่ดียังมีเรื่องแรงกดและความคลิกที่แหบแห้ง ไม่ยวบเกินไป เวลากดซ้ำเร็ว ๆ ในเกมยิงจะรู้สึกตอบสนองทันที ผมแนะนำให้ไปทดลองกดที่ร้านก่อนซื้อถ้าทำได้ เพราะเสียงและสัมผัสการกดเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล บางคนชอบแน่นหนัก บางคนชอบเบา อีกประเด็นคือสายเมาส์ รุ่นใหม่ ๆ มักมีสายถักและน้ำหนักสายเบา ทำให้เวลาเลื่อนเมาส์รู้สึกราวกับไร้สาย รายละเอียดพวกนี้คือสิ่งที่แยกเมาส์เกมมิ่งออกจากเมาส์ธรรมดาจริง ๆ สุดท้ายอย่าลืมเรื่องรองเท้าเมาส์หรือแผ่นสไลด์ใต้ตัวเมา

คำถามที่พบบ่อย

เมาส์ Anitech Gaming มีกี่รุ่น และราคาแต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร?

เมาส์ Anitech Gaming มีทั้งหมด 4 รุ่นหลัก ได้แก่ รุ่น GM701 ราคาประมาณ 199 บาท, รุ่น GM702 ราคาประมาณ 349 บาท, รุ่น GM703 ราคาประมาณ 499 บาท และรุ่น GM704 ราคาประมาณ 799 บาท โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต่างกันชัดเจน ยิ่งรุ่นสูงขึ้นค่าความไวของเซนเซอร์ก็เพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่ 3,200 DPI ในรุ่น GM701 จนถึง 12,800 DPI ในรุ่น GM704 อัตราการส่งข้อมูลก็เร็วขึ้นจาก 125 เฮิรตซ์เป็น 1,000 เฮิรตซ์ น้ำหนักเบาลงจาก 120 กรัมเหลือ 85 กรัม และมีปุ่มลัดเพิ่มจาก 6 ปุ่มเป็น 8 ปุ่มตามราคาที่จ่าย ทำให้ผู้ซื้อเลือกได้ตรงกับงบประมาณและความต้องการของตัวเอง

มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเล่นเกมจริงจังควรเลือกรุ่นไหนของ Anitech ดี?

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มซีเรียสกับเกมแนวยิงหรือแนวกลยุทธ์ ผมแนะนำให้เริ่มจากรุ่น GM701 ราคา 199 บาท หรือ GM702 ราคา 349 บาท เพราะเมาส์ตัวแรกของชีวิตไม่จำเป็นต้องแพง แต่ต้องเหมาะกับมือและเกมที่เล่นมากกว่า เนื่องจากคนที่เพิ่งเริ่มยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบท่าจับเมาส์แบบไหน หรือความไวระดับเท่าไหร่ถึงจะสบายมือ การซื้อเมาส์ราคาแพงตั้งแต่ต้นจึงเสี่ยงที่จะเสียเงินฟรี รุ่น GM701 เหมาะกับคนที่อยากลองใช้เมาส์เกมมิ่งดูก่อน หรือใช้ทำงานผสมเล่นเกมเบา ๆ ส่วน GM702 ที่อัตราส่งข้อมูล 500 เฮิรตซ์และน้ำหนัก 110 กรัม เป็นจุดกึ่งกลางที่คุ้มค่าสำหรับการอัปเกรดครั้งแรก

ทำไมอัตราการส่งข้อมูลและสวิตช์กดถึงสำคัญกว่าตัวเลขค่าความไวที่โชว์?

หลายคนมองแต่ตัวเลขค่าความไว (DPI) ที่โชว์สูงหลายหลักบนกล่อง แต่จากประสบการณ์ใช้งานจริงกว่าสิบสามปี สิ่งที่สำคัญกว่าคือความแม่นยำจริงของเซนเซอร์เวลาเล็งในเกมยิง และความตอบสนองของสวิตช์เวลากดซ้ำเร็ว เพราะมีเมาส์จำนวนมากที่โฆษณาค่าความไวสูงมากแต่เซนเซอร์จริงขยับไม่ทันมือ ส่วนอัตราการส่งข้อมูล (Polling Rate) ที่ 1,000 เฮิรตซ์ในรุ่น GM703 และ GM704 ช่วยให้การเคลื่อนไหวของเมาส์ถูกส่งไปยังคอมพิวเตอร์แบบเรียลไทม์ สำคัญมากกับเกมแข่งขันที่ต้องการความแม่นยำระดับมิลลิวินาที ดังนั้นก่อนซื้อควรดูสองค่านี้ควบคู่กันไป ไม่ใช่ตัดสินจากตัวเลข DPI เพียงอย่างเดียว

ซื้อเมาส์ Anitech ได้จากที่ไหน และการรับประกันเป็นอย่างไร?

เมาส์ Anitech วางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่าย มีจำหน่ายตามร้านไอทีทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง และห้างอิเล็กทรอนิกส์หลัก ๆ ทั่วประเทศ ทำให้นักเรียน นักศึกษา หรือพนักงานออฟฟิศที่เล่นเกมช่วงเย็นหลังเลิกงานสามารถหาซื้อได้สะดวกโดยไม่ต้องรอสั่งจากต่างประเทศ ด้านการรับประกันนั้น Anitech เป็นแบรนด์ที่มีศูนย์รับประกันในประเทศไทย หากมีปัญหาสามารถส่งซ่อมได้สะ

แนะนำเพิ่มเติม

🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร

📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด

📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ

📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook

🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6

คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง

อ
XM Legend · เทรดเดอร์ & ผู้สอน Forex 13 ปี

ผู้ก่อตั้ง SiamCafe ตั้งแต่ปี 1997 · เทรดเดอร์สาย Forex มากกว่า 13 ปี ได้รับการยกย่องเป็น XM Legend · แบ่งปันความรู้ Forex, ไอที, AI และการเทรด จากประสบการณ์จริงในตลาดจริง

แหล่งอ้างอิง

  • SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
  • iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ