vitalik buterin iq — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog
vitalik buterin iq คืออะไร — ทำความเข้าใจข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
ผม อ.บอม พอจะมีประสบการณ์ในวงการสกุลเงินดิจิทัลมา 13 ปีเต็มแล้ว และเรื่องที่ผู้อ่าน SiamCafe.net ถามผมบ่อยที่สุดในหมู่คำถามเกี่ยวกับอีเธอเรียม
ก็คือเรื่องสติปัญญาของผู้ก่อตั้งเครือข่ายนี้ คำถามแบบ "เขาฉลาดแค่ไหน" หรือ "เขาเรียนอะไรมาบ้าง" ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะไว้ให้ครบถ้วนในที่เดียว
เริ่มจากคำตอบตรง ๆ ก่อนเลยครับ ตัวเลขระดับสติปัญญาของเขาไม่เคยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากตัวเขาเองเลยสักครั้ง ตัวเลขที่คุณเห็นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่มักอ้างกันว่าอยู่ราว 257 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในสื่อเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล แต่เจ้าตัวเคยออกมาแนะนำให้คนอื่นอย่าตัดสินความสามารถของใครด้วยตัวเลขประเภทนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่เคยยืนยันหรือปฏิเสธตัวเลขนั้นอย่างชัดเจนเช่นกัน สิ่งที่เราพูดได้อย่างมั่นใจจากข้อเท็จจริงจริง ๆ ก็คือเส้นทางชีวิตของเขา
ประวัติที่ตรวจสอบได้มีดังนี้ เขาเกิดในปี 1994 ที่ประเทศรัสเซีย ย้ายมาอยู่แคนาดาตอนอายุ 6 ขวบ เรียนโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษชื่อดัง และในขณะเรียนมัธยมปลายเขาได้คะแนนสอบแข่งขันระดับสูงจนได้รับรางวัลจากการแข่งขันวิชาการต่าง ๆ เขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่แคนาดา แต่ทิ้งการเรียนตอนอายุ 19 ปี เพราะได้รับเงินทุนสนับสนุนหลักแสนดอลลาร์จากรางวัลสิทธิบัตรของธีเอล เพื่อไปสร้างเครือข่ายบล็อกเชนของตัวเอง จากนั้นเขาก็เขียนเอกสารแนวคิดของอีเธอเรียมออกมาเผยแพร่ในปี 2013 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2015 ตอนอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น
จุดสำคัญที่อยากให้ผู้อ่านจับได้คือ ความสำเร็จของเขาไม่ได้มาจากตัวเลขบนกระดาษ แต่มาจากความสามารถในการเรียนรู้เร็ว การเขียนอธิบายเรื่องยาก ๆ ให้คนทั่วไปเข้าใจได้ และวิสัยทัศน์ที่มองเห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนควรทำอะไรได้มากกว่าการโอนเงินอย่างเดียว เหมือนกับในวงการเทรดที่ผมทำอยู่ คนที่ประสบความสำเร็จจริงไม่ใช่คนที่คะแนนสอบเก่งที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวและเรียนรู้จากความผิดพลาดได้เร็วที่สุดต่างหาก
หลายคนสงสัยว่าทำไมชุมชนสกุลเงินดิจิทัลถึงให้ความสำคัญกับตัวเลขประเภทนี้มากขนาดนั้น ผมมองว่ามีอยู่ 4 เหตุผลหลักที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้
เหตุผลแรกคือความอยากรู้คำตอบของมนุษย์โดยธรรมชาติ เราชอบจัดอันดับ เราชอบเปรียบเทียบ พอมีคนในวงการสร้างผลงานระดับเปลี่ยนโลกได้ตอนอายุยี่สิบต้น ๆ เราก็อยากรู้ว่าเขา "พิเศษ" ขนาดไหน เหตุผลที่สองคือการตลาดของตัวโครงการเอง ยิ่งผู้ก่อตั้งดูฉลาดและน่าเชื่อถือ นักลงทุนก็ยิ่งไว้ใจโครงการ เหมือนเวลาเราเลือกโบรกเกอร์เทรด เราก็มองความน่าเชื่อถือของบริษัทแม่ก่อนเป็นอย่างแรก
หลายคนสงสัยว่าทำไมชุมชนสกุลเงินดิจิทัลถึงให้ความสำคัญกับตัวเลขประเภทนี้มากขนาดนั้น ผมมองว่ามีอยู่ 4 เหตุผลหลักที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ เหตุผลแรกคือความอยากรู้คำตอบของมนุษย์โดยธรรมชาติ เราชอบจัดอันดับ เราชอบเปรียบเทียบ พอมีคนในวงการสร้างผลงานระดับเปลี่ยนโลกได้ตอนอายุยี่สิบต้น ๆ เราก็อยากรู้ว่าเขา "พิเศษ" ขนาดไหน เหตุผลที่สองคือการตลาดของตัวโครงการเอง ยิ่งผู้ก่อตั้งดูฉลาดและน่าเชื่อถือ นักลงทุนก็ยิ่งไว้ใจโครงการ เหมือนเวลาเราเลือกโบรกเกอร์เทรด เราก็มองความน่าเชื่อถือของบริษัทแม่ก่อนเป็นอย่างแรก
เหตุผลที่สามคือเนื้อหาแบบไวรัลบนโซเชียล ตัวเลขสูง ๆ อย่างเช่นระดับ 250 ขึ้นไป มันขายได้ มันทำให้คลิกได้มาก และพอถูกพูดถึงซ้ำ ๆ หลายสิบเว็บไซต์ มันกลายเป็น "ข้อเท็จจริง" ไปโดยปริยาย ทั้งที่ถ้าตามหาแหล่งต้นทางจริง ๆ กลับไม่มีใครระบุได้ว่าเขาสอบเมื่อไร ที่ไหน ผลออกมาเท่าไร เหตุผลที่สี่และผมคิดว่าลึกที่สุดคือความกังวลของคนทั่วไป หลายคนที่อยากเรียนรู้การเขียนโปรแกรมหรืออยากลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่ฉลาดพอ การได้เห็นตัวเลขสูง ๆ ของเขาบางครั้งกลายเป็นข้ออ้างว่า "เขาเก่งเพราะเกิดมาเก่ง เราไม่มีทางเอาถึง" ซึ่งเป็นความคิดที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
มาดูรายละเอียดเส้นทางชีวิตกันต่อ เพราะมันให้บทเรียนได้จริงมากกว่าการไล่ตามตัวเลขสติปัญญาอย่างเดียว ตอนอายุ 12 ปี
เขาเริ่มเขียนโปรแกรมด้วยการสร้างเกมเล็ก ๆ ส่งให้เพื่อนเล่น เขาเล่าว่าตอนนั้นชอบสะสมบัตรการ์ดทายาทจากหนังสือการ์ตูน และเกมที่เขาเขียนก็เกี่ยวกับการรวบรวมบัตรเหล่านั้น ฟังดูเป็นเรื่องเด็ก ๆ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้การออกแบบระบบเศรษฐกิจจำลองในเกม ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานความคิดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ของสกุลเงินดิจิทัลโดยตรง
ชีวิตและการศึกษาของเขา — บทเรียนที่นำมาใช้ได้จริง
มาดูรายละเอียดเส้นทางชีวิตกันต่อ เพราะมันให้บทเรียนได้จริงมากกว่าการไล่ตามตัวเลขสติปัญญาอย่างเดียว ตอนอายุ 12 ปี เขาเริ่มเขียนโปรแกรมด้วยการสร้างเกมเล็ก ๆ ส่งให้เพื่อนเล่น เขาเล่าว่าตอนนั้นชอบสะสมบัตรการ์ดทายาทจากหนังสือการ์ตูน และเกมที่เขาเขียนก็เกี่ยวกับการรวบรวมบัตรเหล่านั้น ฟังดูเป็นเรื่องเด็ก ๆ แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้การออกแบบระบบเศรษฐกิจจำลองในเกม ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานความคิดที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ของสกุลเงินดิจิทัลโดยตรง
หัวข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันเยอะที่สุด การทดสอบสติปัญญาเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาวัดความสามารถด้านตรรกะ การให้เหตุผล
และการแก้ปัญหาเชิงนามธรรมในสถานการณ์ที่มีเงื่อนไขตายตัว มันไม่ได้วัดความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้วัดความอดทน ไม่ได้วัดทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น และไม่ได้วัดความสามารถในการนำความรู้ไปแปลงเป็นผลงานจริง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราเห็นชัดเจนจากผลงานของเขา ซึ่งสร้างได้ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่รวมกัน ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
เมื่ออายุ 19 ปี เขาเขียนเอกสารแนวคิดของอีเธอเรียมออกมา โดยมองเห็นข้อจำกัดของระบบบล็อกเชนรุ่นแรกว่าไม่สามารถเขียนโปรแกรมเงื่อนไขซับซ้อนลงไปได้ เขาจึงออกแบบแพลตฟอร์มที่ให้นักพัฒนาเขียนโค้ดข้อตกลงอัจฉริยะลงไปได้โดยตรง นี่คือตัวอย่างชัดเจนของการคิดแบบแก้ปัญหา เขาไม่ได้ถามว่า "ระบบที่มีอยู่เก่งแค่ไหน" แต่ถามว่า "ระบบที่มีอยู่ทำอะไรไม่ได้ แล้วจะทำให้มันทำได้ได้อย่างไร" บทเรียนที่ผมอยากให้ทุกคนจดไว้คือ ความฉลาดที่แท้จริงแสดงออกมาผ่านการสังเกตปัญหาที่คนอื่นมองข้าม แล้วอาศัยความขยันศึกษาอย่างเป็นระบบเพื่อหาทางแก้ ใครก็ทำแบบนี้ได้ แค่ต้องตั้งใจจริงและให้เวลากับมันพอ
ตัวเลขสติปัญญาวัดอะไรได้จริง — ข้อจำกัดที่คุณควรรู้
หัวข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันเยอะที่สุด การทดสอบสติปัญญาเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาวัดความสามารถด้านตรรกะ การให้เหตุผล และการแก้ปัญหาเชิงนามธรรมในสถานการณ์ที่มีเงื่อนไขตายตัว มันไม่ได้วัดความคิดสร้างสรรค์ ไม่ได้วัดความอดทน ไม่ได้วัดทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น และไม่ได้วัดความสามารถในการนำความรู้ไปแปลงเป็นผลงานจริง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราเห็นชัดเจนจากผลงานของเขา ซึ่งสร้างได้ด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่รวมกัน ไม่ใช่ตัวเลขเดียว
อีกเรื่องที่ควรรู้คือระดับ 250 นั้นหากเป็นจริงจะจัดอยู่ในกลุ่มที่หาได้ยากมากในโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการทดสอบสติปัญญาหลายท่านเคยออกมาชี้ว่าตัวเลขระดับนี้เกินขอบเขตที่การทดสอบมาตรฐานสามารถวัดได้อย่างแม่นยำ เพราะเครื่องมือส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อจำแนกช่วง 60 ถึง 160 เป็นหลัก ตัวเลขที่สูงกว่านั้นมักมาจากการประมาณหรือการทดสอบแบบพิเศษที่ความน่าเชื่อถือต่างกันไปในแต่ละแบบ ผมจึงแนะนำให้ผู้อ่านมองตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางวิชาการ
ในทางกลับกัน สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ ผลงานของเขาพิสูจน์ว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการทดสอบใด ๆ เลย ให้ผมจัดข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น
| ปัจจัย | วัดด้วยการทดสอบได้หรือไม่ | มีบทบาทต่อความสำเร็จมากแค่ไหน |
|---|---|---|
| ความสามารถเชิงตรรกะ | ได้ (ช่วง 60-160) | ปานกลาง |
| ความเร็วในการเรียนรู้ | บางส่วน | สูง |
เมื่อพูดถึงการนำไปใช้จริง ผมขอเสนอ 4 แนวคิดหลักที่สังเกตได้จากการทำงานของเขา แนวคิดแรกคือการเรียนรู้แบบเปิดกว้าง
เขาไม่ได้จำกัดตัวเองว่าอยู่ในสายคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่ศึกษาเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปรัชญา และการเมืองไปด้วยกัน ทำให้เขามองปัญหาได้หลายมุม เราสามารถเลียนแบบวิธีนี้ได้ เช่น ถ้าคุณเทรดสกุลเงิน อย่าศึกษาแค่กราฟราคา แต่ศึกษาเศรษฐกิจโลก จิตวิทยามนุษย์ และการบริหารความเสี่ยงด้วย ความรู้ที่เชื่อมโยงกันหลายศาสตร์คือข้อได้เปรียบที่แท้จริง
| การสื่อสารและทำงานเป็นทีม | ไม่ได้ | สูงมาก |
|---|---|---|
| วิสัยทัศน์และความคิดสร้างสรรค์ | ไม่ได้ | สูงมาก |
จากตารางจะเห็นว่าสิ่งที่มีน้ำหนักต่อความสำเร็จที่สุดคือสิ่งที่วัดด้วยการทดสอบไม่ได้เลย เหมือนกับในวงการเทรดที่ผมทำมา 13 ปี คนที่กำไรได้ต่อเนื่องไม่ใช่คนที่คิดเลขเร็วที่สุด แต่คือคนที่มีแผน มีวินัยตามแผน และยอมรับผิดเมื่อผิด นี่คือคำตอบที่มีค่ากว่าตัวเลขระดับสติปัญญาเป็นร้อยเท่า
สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากแนวคิดและการทำงานของเขา
เมื่อพูดถึงการนำไปใช้จริง ผมขอเสนอ 4 แนวคิดหลักที่สังเกตได้จากการทำงานของเขา แนวคิดแรกคือการเรียนรู้แบบเปิดกว้าง เขาไม่ได้จำกัดตัวเองว่าอยู่ในสายคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่ศึกษาเศรษฐศาสตร์ คณิตศาสตร์ ปรัชญา และการเมืองไปด้วยกัน ทำให้เขามองปัญหาได้หลายมุม เราสามารถเลียนแบบวิธีนี้ได้ เช่น ถ้าคุณเทรดสกุลเงิน อย่าศึกษาแค่กราฟราคา แต่ศึกษาเศรษฐกิจโลก จิตวิทยามนุษย์ และการบริหารความเสี่ยงด้วย ความรู้ที่เชื่อมโยงกันหลายศาสตร์คือข้อได้เปรียบที่แท้จริง
แนวคิดที่สองคือการเขียนเพื่อคิด เขาเขียนบล็อกเกี่ยวกับเทคโนโลยีและความคิดของเขาอย่างสม่ำเสมอมาตลอดหลายปี การเขียนบังคับให้เราจัดระเบียบความคิดที่ฟุ้งซ่านให้เป็นระบบ ผมเองก็พบว่าตอนผมเขียนบทความอย่างนี้ ความเข้าใจของผมในเรื่องนั้น ๆ ก็ลึกขึ้นด้วย ผมแนะนำให้ผู้อ่านลองเขียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้ทุกสัปดาห์ ไม่ต้องลงเว็บไซต์ก็ได้ แค่เขียนลงสมุดก็พอ แต่ต้องเขียนเป็นประโยคเต็ม ไม่ใช่แค่ขีด ๆ ไ่ว ๆ
แนวคิดที่สามคือการโปร่งใสต่อชุมชน เขาเผยแพร่แนวคิดของเขาให้คนทั้งโลกอ่านฟรี รับฟังคำวิจารณ์ และพัฒนาต่อจากนั้น การเปิดรับคำวิจารณ์เป็นวิธีเรียนรู้ที่เร็วที่สุดเท่าที่มีอยู่ เหมือนเวลาเราส่งผลงานให้เพื่อนร่วมงานตรวจ คำติที่เจ็บปวดที่สุดมักเป็นคำติที่มีค่าที่สุด แนวคิดที่สี่คือการคิดระยะยาว เขามักพูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นวันนี้ ในวงการเทรดผมก็เจอปรากฏการณ์เดียวกัน คนที่โฟกัสแต่กำไรรายวันมักหมดทุนในไม่ช้า ส่วนคนที่คิดถึงการเติบโตของทุนในระยะยาวมักอยู่รอดและรวยขึ้นจริง ทั้งสี่แนวคิดนี้ไม่ต้องใช้สมองระดับไหนเลย เริ่มทำได้ตั้งแต่พรุ่งนี้เลยครับ
ตัวอย่างการนำบทเรียนไปใช้ — แผน 30 วันสำหรับผู้เริ่มต้น
มาถึงส่วนที่ใช้งานได้จริงที่สุดครับ ผมขอแนะนำแผนการฝึกฝน 30 วันที่ถอดรหัสจากวิธีเรียนรู้ของเขามาปรับให้เหมาะกับคนไทยทั่วไป ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคือการเรียนเขียนโปรแกรม เรียนรู้เทคโนโลยีบล็อกเชน หรือพัฒนาทักษะการลงทุนก็ใช้ได้ทั้งนั้น
สัปดาห์ที่ 1 ให้ศึกษาพื้นฐานให้แน่น เลือกหนึ่งหัวข้อที่คุณสนใจจริง ๆ แล้วหาเอกสารอย่างเป็นทางการมาอ่านอย่างเป็นระบบทุกวัน วันละ 1 ถึง 2 ชั่วโมง อย่ากระโดดไปเรื่องยาก ๆ ก่อนพื้นฐานจะมั่นคง จดคำถามที่ยังไม่เข้าใจไว้ทุกครั้ง อย่างที่เขาทำตอนเริ่มต้น คืออ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะเข้าใจ สัปดาห์ที่ 2 ให้ลงมือทำจริง เริ่มโครงการเล็ก ๆ ด้วยตัวเอง เช่น ถ้าเรียนเขียนโปรแกรมก็เขียนโปรแกรมคำนวณอะไรง่าย ๆ ถ้าเรียนเรื่องการลงทุนก็ลองจัดทำบันทึกการเทรดจำลองโดยไม่ใช้เงินจริง การทำจริงจะเผยให้เห็นช่องโหว่ใน
คำถามที่พบบ่อย
ตัวเลขระดับสติปัญญาของ Vitalik Buterin เป็นที่ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง?
คำตอบตรง ๆ คือ ยังไม่เคยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากตัวเขาเองเลยสักครั้ง ตัวเลขที่คุณเห็นตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่มักอ้างกันว่าอยู่ราว 257 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายในสื่อเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล แต่เจ้าตัวเคยออกมาแนะนำให้คนอื่นอย่าตัดสินความสามารถของใครด้วยตัวเลขประเภทนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่เคยยืนยันหรือปฏิเสธตัวเลขนั้นอย่างชัดเจนเช่นกัน สิ่งที่เราพูดได้อย่างมั่นใจจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้จริง ๆ ก็คือเส้นทางชีวิตของเขา เช่น การเรียนโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ การได้รับรางวัลจากการแข่งขันวิชาการต่าง ๆ ตอนมัธยมปลาย และผลงานระดับเปลี่ยนโลกอย่างอีเธอเรียม ซึ่งเป็นหลักฐานที่จับต้องได้มากกว่าตัวเลขบนกระดาษที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน
ทำไมคนในวงการสกุลเงินดิจิทัลถึงสนใจตัวเลขสติปัญญาของผู้ก่อตั้งอีเธอเรียมกันมากขนาดนั้น?
จากการสังเกตของผม มีอยู่ 4 เหตุผลหลัก เหตุผลแรกคือความอยากรู้ของมนุษย์โดยธรรมชาติ เราชอบจัดอันดับและเปรียบเทียบ พอมีคนสร้างผลงานระดับเปลี่ยนโลกได้ตอนอายุยี่สิบต้น ๆ เราก็อยากรู้ว่าเขา "พิเศษ" ขนาดไหน เหตุผลที่สองคือการตลาดของตัวโครงการเอง ยิ่งผู้ก่อตั้งดูฉลาดและน่าเชื่อถือ นักลงทุนก็ยิ่งไว้ใจโครงการ เหมือนเวลาเราเลือกโบรกเกอร์เทรดที่ต้องมองความน่าเชื่อถือของบริษัทแม่ก่อน เหตุผลที่สามคือเนื้อหาแบบไวรัลบนโซเชียล เพราะตัวเลขสูง ๆ อย่างระดับ 250 ขึ้นไปขายได้และทำให้คลิกได้มาก พอถูกพูดถึงซ้ำ ๆ หลายสิบเว็บไซต์ มันกลายเป็น "ข้อเท็จจริง" ไปโดยปริยาย ทั้งที่ตามหาแหล่งต้นทางจริง ๆ กลับไม่มีใครระบุได้ว่าเขาสอบเมื่อไร ที่ไหน และเหตุผลที่สี่คือความกังวลของคนทั่วไปที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ฉลาดพอ จนใช้ตัวเลขสูง ๆ ของเขาเป็นข้ออ้างว่าไม่มีทางเอาถึง ซึ่งเป็นความคิดที่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
Vitalik Buterin เรียนอะไรมาบ้าง และทำไมถึงทิ้งการเรียนมหาวิทยาลัย?
ตามประวัติที่ตรวจสอบได้ เขาเกิดในปี 1994 ที่ประเทศรัสเซีย แล้วย้ายมาอยู่แคนาดาตอนอายุ 6 ขวบ เรียนโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษชื่อดัง และตอนมัธยมปลายได้คะแนนสอบแข่งขันระดับสูงจนได้รับรางวัลจากการแข่งขันวิชาการต่าง ๆ จากนั้นเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่แคนาดา แต่ตัดสินใจทิ้งการเรียนตอนอายุ 19 ปี เพราะได้รับเงินทุนสนับสนุนหลักแสนดอลลาร์จากรางวัลสิทธิบัตรของธีเอล เพื่อไปสร้างเครือข่ายบล็อกเชนของตัวเอง หลังจากนั้นเขาเขียนเอกสารแนวคิดของอีเธอเรียมออกมาเผยแพร่ในปี 2013 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2015 ตอนอายุเพียง 21 ปีเท่านั้น นอกจา
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ