unemployment rate แปลว่า — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog
unemployment rate แปลว่าอะไร — ความหมายที่นักเทรดทุกคนต้องเข้าใจให้แม่น
unemployment rate แปลว่า "อัตราการว่างงาน" เป็นตัวเลขทางเศรษฐกิจที่บอกสัดส่วนของแรงงานที่กำลังมองหางานแต่ยังหาไม่ได้
เมื่อเทียบกับกำลังแรงงานทั้งหมดของประเทศนั้น คำนวณง่าย ๆ คือ จำนวนคนว่างงาน หารด้วยกำลังแรงงานทั้งหมด แล้วคูณหนึ่งร้อย เช่น ถ้าประเทศไทยมีกำลังแรงงานสามสิบแปดล้านคน โดยมีคนว่างงานหนึ่งล้านคน อัตราการว่างงานก็จะอยู่ที่ประมาณ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ถูกเผยแพร่เป็นประจำโดยหน่วยงานสถิติของแต่ละประเทศ เช่น กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกาหรือสำนักงานสถิติแห่งชาติของไทย
สำหรับผมซึ่งเทรดฟอเร็กซ์กับ XM มาสิบสามปี อัตราการว่างงานคือข่าวเศรษฐกิจที่ผมต้องดูทุกเดือนรองจากดัชนีราคาผู้บริโภค เพราะมันสะท้อนสุขภาพของเศรษฐกิจได้เร็วกว่าตัวเลขอื่นหลายตัว เมื่อคนมีงานทำ เขาจะมีเงินจ่าย มีเงินซื้อของ มีเงินกู้บ้าน บริษัทก็ขยายธุรกิจ เศรษฐกิจก็เติบโต แต่พอคนตกงานกันเยอะ ระบบเศรษฐกิจทั้งใหญ่ก็ชะลอทันที
สิ่งที่มือใหม่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าคนที่ไม่ทำงานทุกคนถูกนับในตัวเลขนี้ ซึ่งไม่จริง เพราะคนที่ไม่ได้แสวงหางานอย่างจริงจัง เช่น ผู้เกษียณอายุ นักเรียน หรือคนที่เลิกส่งใบสมัครไปแล้วเพราะหมดหวัง จะไม่ถูกนับเป็นแรงงาน เรื่องนี้ทำให้ตัวเลขจริงมักต่ำกว่าความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ผมจะอธิบายประเด็นนี้ลึกขึ้นในหัวข้อถัดไป ทั้งการอ่านตัวเลข การตีความ และการใช้มันประกอบการตัดสินใจในตลาดการเงินจริง เพื่อให้คุณใช้ข้อมูลชิ้นนี้ได้แบบมืออาชีพ ไม่ใช่แค่แปลศัพท์ได้เฉย ๆ
ก่อนจะอ่านตัวเลขอัตราการว่างงานให้เป็น คุณต้องเข้าใจคำศัพท์ที่มาพร้อมกันก่อน เพราะในข่าวสหรัฐฯ หรือแถลงการณ์ธนาคารกลาง
ตัวเลขเหล่านี้จะถูกพูดถึงควบคู่กันเสมอ ถ้าไม่รู้ความหมายจะตีความผิดทั้งทาง ผมเขียนเป็นตารางให้ง่ายต่อการจดจำ
ก่อนจะอ่านตัวเลขอัตราการว่างงานให้เป็น คุณต้องเข้าใจคำศัพท์ที่มาพร้อมกันก่อน เพราะในข่าวสหรัฐฯ หรือแถลงการณ์ธนาคารกลาง ตัวเลขเหล่านี้จะถูกพูดถึงควบคู่กันเสมอ ถ้าไม่รู้ความหมายจะตีความผิดทั้งทาง ผมเขียนเป็นตารางให้ง่ายต่อการจดจำ
| คำภาษาอังกฤษ | แปลว่า | ความหมายในทางปฏิบัติ |
|---|---|---|
| Labour Force | กำลังแรงงาน | คนที่มีงานทำ บวกกับคนที่กำลังหางานอยู่ |
| Non-Farm Payrolls (NFP) | ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร | จำนวนงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ รายเดือน ข่าวเดือดที่สุดของตลาดฟอเร็กซ์ |
| Jobless Claims | คำขอรับสวัสดิการว่างงาน | จำนวนคนที่ยื่นขอสวัสดิการรายสัปดาห์ สะท้อนภาพระยะสั้น |
| Labour Force Participation Rate | อัตราการเข้าร่วมแรงงาน | สัดส่วนคนวัยทำงานที่ยังอยู่ในตลาดแรงงาน |
| Underemployment | การมีงานทำแต่ไม่เต็มที่ | คนทำงานพาร์ตไทม์ทั้งที่อยากทำเต็มเวลา ไม่ถูกนับในอัตราว่างงาน |
| Frictional Unemployment | การว่างงานชั่วคราว | คนที่ลาออกเพื่อเปลี่ยนงาน ถือว่าเป็นเรื่องปกติของเศรษฐกิจ |
| Structural Unemployment | การว่างงานเชิงโครงสร้าง | ทักษะของแรงงานไม่ตรงกับงานที่เปิดรับ เช่น แรงงานเดิมถูกเทคโนโลยีแทนที่ |
กลไกเบื้องหลังการตอบสนองของตลาดต่ออัตราการว่างงาน มาจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ธนาคารกลางทั่วโลกมีภารกิจหลักสองอย่างคือควบคุมเงินเฟ้อ
และรักษาการจ้างงานให้เกิดความมั่นคง เมื่อข่าวว่างงานออกมาเลวร้าย เช่น คนตกงานเพิ่มขึ้นกว่าที่ตลาดคาด ตลาดจะคาดว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าน้อยลง ค่าเงินของประเทศนั้นจึงมีแนวโน้มอ่อนลง ตรงกันข้าม ถ้าตัวเลขว่างงานต่ำกว่าคาด แสดงว่าตลาดแรงงานแข็งแรง ธนาคารกลางอาจถือดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อ เงินจะไหลเข้าหาสกุลนั้น ค่าเงินก็แข็ง
อัตราการว่างงานส่งผลกับค่าเงินและตลาดหุ้นอย่างไร — กลไกที่ต้องเข้าใจ
กลไกเบื้องหลังการตอบสนองของตลาดต่ออัตราการว่างงาน มาจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ธนาคารกลางทั่วโลกมีภารกิจหลักสองอย่างคือควบคุมเงินเฟ้อ และรักษาการจ้างงานให้เกิดความมั่นคง เมื่อข่าวว่างงานออกมาเลวร้าย เช่น คนตกงานเพิ่มขึ้นกว่าที่ตลาดคาด ตลาดจะคาดว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าน้อยลง ค่าเงินของประเทศนั้นจึงมีแนวโน้มอ่อนลง ตรงกันข้าม ถ้าตัวเลขว่างงานต่ำกว่าคาด แสดงว่าตลาดแรงงานแข็งแรง ธนาคารกลางอาจถือดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อ เงินจะไหลเข้าหาสกุลนั้น ค่าเงินก็แข็ง
ผมสอนนักเทรดมาหลายร้อยคน ปัญหาเรื่องการอ่านข่าวเศรษฐกิจมีอยู่ไม่กี่แบบที่เจอซ้ำกันตลอด ข้อแรกคือการกดเข้าไม้ทันทีในวินาทีที่ข่าวโผล่
ตัวเลขในข่าวเส้นแรกมักถูกแก้ไขในภายหลัง ข้อมูลชุดที่เผยแพร่ครั้งแรกเป็นเพียงค่าประมาณ และสองเดือนถัดมาหน่วยงานอาจปรับขึ้นหรือปรับลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ตลาดหลายครั้งเคลื่อนไหวแรงในช่วงแรกเพราะคำสั่งอัตโนมัติถูกเรียกใช้ แล้วกลับตัวเมื่อนักวิเคราะห์ที่อ่านรายงานฉบับเต็มเริ่มทยอยใส่ไม้จริง ที่ตั้งของผมคือรอให้เทียนห้านาทีปิดหลังข่าวออก ดูโครงสร้างราคาก่อนแล้วค่อยเลือกจุดขึ้นไม้ด้วยความเสี่ยงที่น้อยกว่าและมีเหตุผลที่ชัดเจนกว่า
สำหรับตลาดหุ้น ตัวเลขว่างงานที่ต่ำมักเป็นข่าวดีของหุ้นภาคอุปโภคบริโภคและธนาคาร เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อและคนทำงานผ่อนชำระได้ตามปกติ แต่ถ้าต่ำจนเกินไปจนทำให้เกิดแรงกดดันด้านค่าจ้าง ตลาดอาจตีความว่าดอกเบี้ยจะสูงนานกว่าคาด หุ้นจึงอ่อนแทน ประเด็นนี้ทำให้ตลาดบางครั้งตอบสนองสวนกับสัญชาตญาณ ตัวเลขดีแต่ราคาลง นี่คือเหตุผลที่ผมแนะนำให้นักเทรดทุกคนอ่านคาดการณ์ก่อนข่าว เทียบกับตัวเลขจริง แล้วดูคำตอบของตลาดในห้านาทีแรกก่อนตัดสินใจเข้าไม้ อย่าเดาฝั่งก่อนที่ราคาจะเผยมือ
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อยเมื่อตีความข่าวอัตราการว่างงาน
เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว ขั้นต่อไปคือสร้างกระบวนการทำงานที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน ผมใช้ลำดับต่อไปนี้ตอนรับข่าวว่างงานของสหรัฐฯ
ซึ่งมักประกาศวันศุกร์แรกของเดือน เวลาแปดโมงสามสิบหกนาทีตามเวลาไทย
ข้อผิดพลาดที่สองคือการเทียบตัวเลขเดือนเดียวกับกรอบความคิดผิดฤดู ข้อมูลแรงงานบางช่วงมีผลจากปัจจัยตามฤดูกาล เช่น การจ้างงานช่วงเทศกาล หน่วยงานจึงปรับตัวเลขให้เป็นค่ามาตรฐาน ถ้าเราไปเทียบค่าดิบกับค่าปรับแล้ว จะได้ภาพที่คลาดเคลื่อน อีกเรื่องคือการมองข้ามความต่างของนิยามระหว่างประเทศ ตัวเลขว่างงานของญี่ปุ่นเทียบกับสหรัฐฯ ไม่ได้เทียบกันตรง ๆ เพราะวิธีเก็บข้อมูลและนิยามคำว่าคนว่างงานต่างกัน บางประเทศนับเฉพาะคนที่ยื่นขอสวัสดิการ บางประเทศนับจากการสำรวจครัวเรือน ตัวเลขสามเปอร์เซ็นต์จากสองวิธีคนละความหมายกันเลย
อีกจุดที่เจ็บตัวบ่อยคือการลืมตั้งเป้ากำไรและหยุดขาดทุนก่อนออกข่าว ช่วงราวหนึ่งนาทีหลังตัวเลขออก ความหนาของราคาเสนอซื้อขายบางลงมาก เสลิปเปจจึงตกหนักกว่าปกติ คนที่ไม่ตั้งหยุดขาดทุนไว้ล่วงหน้าจะกดปิดไม้ด้วยราคาที่แย่กว่าที่วางไว้หลายพิป นอกจากนี้ระยะห่างเวลาระหว่างที่หน้าเว็บข่าวประกาศกับที่โบรกเกอร์อัปเดตราคาจริงอาจต่างกันเป็นวินาที ซึ่งพอในช่วงปกติ แต่ระเบิดเป็นร้อยพิปในช่วงข่าวใหญ่ ผมจึงห้ามเทรดเดอร์ที่ฝึกกับผมไว้เอาเงินที่ไม่ยอมเสียเข้าไม้รอข่าว ทุกไม้ต้องมีขนาดล็อตที่คำนวณจากระยะหยุดขาดทุนเสมอ กฎนี้บันทึกไว้ในบทความการบริหารความเสี่ยงของเว็บผมทุกปีและไม่เคยเปลี่ยน
วิธีอ่านข่าวอัตราการว่างงานแบบมืออาชีพ ทีละขั้นตอน
เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว ขั้นต่อไปคือสร้างกระบวนการทำงานที่ทำซ้ำได้ทุกเดือน ผมใช้ลำดับต่อไปนี้ตอนรับข่าวว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งมักประกาศวันศุกร์แรกของเดือน เวลาแปดโมงสามสิบหกนาทีตามเวลาไทย
ขั้นที่หนึ่ง เตรียมก่อนข่าว ตั้งแต่หัวค่ำ จดจำค่าคาดการณ์ของตลาด เช่น ถ้าตลาดคาดอัตราว่างงานที่สี่จุดสองเปอร์เซ็นต์และการจ้างงานใหม่หนึ่งแสนแปดหมื่นตำแหน่ง ให้วาดสองสามทางที่ราคาอาจเคลื่อนไป ทั้งกรณีตัวเลขแรงกว่าคาด อ่อนกว่าคาด และผสมกันคือว่างงานดีแต่การจ้างงานแย่ ปิดหรือลดขนาดไม้ที่ค้างอยู่ถ้าระยะหยุดขาดทุนแคบไป
ขั้นที่สอง อ่านตัวเลขหลักคู่กัน ไม่ดูแค่อัตราว่างงาน แต่ต้องดูการจ้างงานใหม่ ค่าเฉลี่ยรายได้รายชั่วโมงที่บอกแรงกดดันด้านค่าจ้าง อัตราการเข้าร่วมแรงงาน และการปรับตัวเลขเดือนก่อน ตัวเลขปรับย้อนหลังมีน้ำหนักเท่ากับตัวเลขใหม่ในหลายครั้ง
ขั้นที่สาม ดูการตอบสนองของราคา หลังข่าวออกสามถึงห้านาที ให้ดูว่าราคาเบรกโครงสร้างเดิมหรือไม่ ระดับไหนถูกยึดครอง ระดับไหนรับตัวได้ นี่คือช่วงที่ควรดูอย่างเดียว ไม่ใช่ช่วงเข้าไม้
ขั้นที่สี่ เข้าไม้เมื่อเงื่อนไขครบ เมื่อเทียนห้านาทีปิดแล้วยืนยันทิศทาง ให้เข้าไม้ตามกระแสพร้อมหยุดขาดทุนที่วางเกินระดับรบกวน และเป้ากำไรที่เทียบเคียงความเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งต่อหนึ่ง
ขั้นที่ห้า บันทึกผล เก็บภาพหน้าจอชาร์ตตอนก่อนข่าว หลังข่าว และปลายวัน พร้อมจดเหตุผลการตัดสินใจ จดบันทึกนี้ทำให้ผมมีข้อมูลย้อนหลังสิบสามปีที่ใช้ปรับกลยุทธ์ได้ตลอด ทุกครั้งที่ตลาดเปลี่ยนนิสัย เมื่อดูย้อนจะเห็นว่ารูปแบบเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่เดือนไหน ระบบการจดบันทึกที่ดีจึงมีมูลค่าสูงกว่าอินดิเคเตอร์ใดก็ตาม และมันฟรี ทำได้ทุกคน ขาดแค่วินัยเท่านั้น
ตัวอย่างจริงจากบัญชีของผม — การใช้ข่าวว่างงานเก็บกำไรและบทเรียนที่เจ็บ
ขอเล่าเคสจริงสองเคสเพื่อให้เห็นภาพ เคสแรกเป็นไม้ที่ดี ข่าวว่างงานของสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ตัวเลขการจ้างงานใหม่ต่ำกว่าที่ตลาดตั้งไว้ประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์ อัตราว่างงานขยับขึ้นหนึ่งตำแหน่งทศนิยม ผมเตรียมแผนไว้แล้วว่าถ้าดอลลาร์อ่อนและทองคำทะลุระดับที่รอไว้หลังเทียนห้านาทีปิด จะเข้าซื้อทองคำ ไม้ถูกกระตุ้น เป้ากำไรวางไว้สองเท่าของความเสี่ยง ราคาไปถึงเป้าภายในสองชั่วโมง กำไรที่ได้ไม่ใช่เพราะกันเหมาทิศทางเก่ง แต่เพราะแผนถูกเขียนไว้ก่อนข่าวและผมไม่เบี่ยงจากแผนนั้น
เคสที่สองเป็นบทเรียนที่เจ็บ เมื่อหลายปีก่อน ผมเข้าไม้ขายคู่เงินดอลลาร์ก่อนข่าวโดยที่ตัวเลขออกมากลับด้านทั้งหมด หยุดขาดทุนถูกไล่จนโดนตัดในระยะที่กว้างกว่าที่คาดไว้เพราะสภาพคล่องขาด ขาดทุนเกินแผนเดิมราวสามสิบเปอร์เซ็นต์ บทเรียนจากวันนั้นทำให้ผมกำหนดกฎสามข้อที่ใช้ถึงทุกวันนี้ หนึ่งห้ามเข้าไม้สามสิบนาทีก่อนและหลังข่าวระดับนี้ถ้าไม่มีแผนที่เขียนไว้ก่อน สองหยุดขาดทุนต้องกว้างกว่าช่วงแกว่งปกติหลายเท่าหรือไม่เข้าเลย สามขนาดล็อตต้องคำนวณจากระยะหยุดที่กว้างขึ้นนั้น ไม่ใช่ระยะปกติ
สำหรับผู้ที่อยากฝึกฝนแบบเดียวกับผม ให้เริ่มจากบัญชีทดลอง ทำตามลำดับห้าขั้นที่อธิบายไว้ในหัวข้อก่อนหน้าอย่างน้อยหกเดือน บันทึกผลทุกครั้งโดยไม่หลอกตัวเอง จากนั้นค่อยเริ่มใช้เงินจริงด้วยขนาดเล็กที่สุด สิบสามปีของผมสรุปได้ว่าการเทรดรอบข่าวใหญ่ไม่ใช่เกมเดาทิศทาง แต่เป็นเกมการเตรียมตัวและการทำตามแผน คนที่ชนะคือคนที่รู้ล่วงหน้าว่าจะทำอะไรในทุกฉากที่เป็นไปได้ และที่สำคัญคือทำแผนนั้นจริง ตรงนี้แหละที่แยกนักเทรดที่อยู่ได้ยาวกับคนที่มาแวะแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
unemployment rate แปลว่าอะไร และคำนวณอย่างไร?
unemployment rate แปลว่า "อัตราการว่างงาน" คือตัวเลขทางเศรษฐกิจที่บอกสัดส่วนของแรงงานที่กำลังมองหางานแต่ยังหาไม่ได้ เมื่อเทียบกับกำลังแรงงานทั้งหมดของประเทศ วิธีคำนวณคือ นำจำนวนคนว่างงานหารด้วยกำลังแรงงานทั้งหมด แล้วคูณด้วยหนึ่งร้อย เช่น ถ้าประเทศไทยมีกำลังแรงงานสามสิบแปดล้านคน โดยมีคนว่างงานหนึ่งล้านคน อัตราการว่างงานจะอยู่ที่ประมาณ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้ถูกเผยแพร่เป็นประจำโดยหน่วยงานสถิติของแต่ละประเทศ เช่น กระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา หรือสำนักงานสถิติแห่งชาติของไทย สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ ตัวเลขนี้ถือเป็นข่าวเศรษฐกิจที่ต้องติดตามทุกเดือน เพราะสะท้อนสุขภาพของเศรษฐกิจได้เร็วกว่าตัวเลขอื่นหลายตัว เมื่อคนมีงานทำก็มีเงินใช้จ่าย เศรษฐกิจก็เติบโต แต่เมื่อคนตกงานจำนวนมาก เศรษฐกิจทั้งระบบก็ชะลอตัวทันที
ทำไมคนที่ไม่ทำงานทุกคนถึงไม่ถูกนับในอัตราการว่างงาน?
นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของมือใหม่ เพราะอัตราการว่างงานไม่ได้นับคนที่ไม่ทำงานทุกคน คนที่ไม่ได้แสวงหางานอย่างจริงจัง เช่น ผู้เกษียณอายุ นักเรียน หรือคนที่เลิกส่งใบสมัครไปแล้วเพราะหมดหวัง จะไม่ถูกนับเป็นแรงงาน จึงไม่ถูกนับในตัวเลขว่างงานด้วย นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขจริงมักต่ำกว่าความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในสังคม นอกจากนี้ กลุ่ม Underemployment หรือคนที่มีงานทำแต่ไม่เต็มที่ เช่น คนทำงานพาร์ตไทม์ทั้งที่อยากทำเต็มเวลา ก็ไม่ถูกนับในอัตราว่างงานเช่นกัน ดังนั้นเวลาอ่านข่าว นักเทรดมืออาชีพจึงไม่ดูตัวเลขเดียวโดด ๆ แต่ต้องอ่านคู่กับอัตราการเข้าร่วมแรงงาน (Labour Force Participation Rate) เสมอ เพราะถ้าอัตราว่างงานลดลงพร้อมกับที่คนจำนวนมากเลิกหางานไปเลย นั่นไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจดีขึ้นจริง
อัตราการว่างงานส่งผลต่อค่าเงินและตลาดหุ้นอย่างไร?
กลไกหลักมาจากนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ซึ่งมีภารกิจสองอย่างคือควบคุมเงินเฟ้อและรักษาการจ้างงานให้มั่นคง เมื่อข่าวว่างงานออกมาเลวร้าย เช่น คนตกงานเพิ่มขึ้นกว่าที่ตลาดคาด ตลาดจะคาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าน้อยลง ค่าเงินของประเทศนั้นจึงมีแนวโน้มอ่อนลง ในทางกลับกัน ถ้าตัวเลขว่างงานต่ำกว่าคาด แสดงว่าตลาดแรงงานแข็งแรง ธนาคารกลางอาจถือดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยต่อ เงินทุนจะไหลเข้าหาสกุลเงินนั้น ค่าเงินก็แข็งค่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือปี 2020 เมื่อตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ พุ่งลงยับพร้อมอัตราว่างงานแตะระดับสิบสี่เปอร์เซ็นต์ ทองคำยิงขึ้นแรง ดอลลาร์แกว่งตัวรุนแรง และตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ช่วงแบบนี้จึงเป็นทั้งโอกาสและกับ
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ