← กลับหน้าหลัก

SD-WAN คืออะไร ทำไมองค์กรเปลี่ยนจาก MPLS

โดย อ.บอม (SiamCafe Admin) | 11/02/2026 | Network | 3,397 คำ
SD-WAN คืออะไร ทำไมองค์กรเปลี่ยนจาก MPLS

SD-WAN: ทางรอดขององค์กรยุคดิจิทัล เมื่อ MPLS ไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วจี๋ การเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพถือเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงให้องค์กรอยู่รอดและเติบโตได้ ลองนึกภาพบริษัทที่มีสำนักงานสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ หรือแม้แต่ทั่วโลก การสื่อสารที่ราบรื่น รวดเร็ว และปลอดภัยระหว่างสำนักงานเหล่านี้จึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลยทีเดียว แต่ปัญหาคือ เทคโนโลยีเครือข่าย WAN (Wide Area Network) แบบดั้งเดิมอย่าง MPLS (Multiprotocol Label Switching) เริ่มไม่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคใหม่ที่เน้นความคล่องตัว ความเร็ว และการประหยัดค่าใช้จ่าย จากประสบการณ์ที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการ IT มากว่า 20 ปี ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเครือข่ายมามากมาย สมัยก่อน MPLS ถือเป็นพระเอกที่ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่เชื่อมต่อสำนักงานสาขาได้อย่างมีเสถียรภาพ แต่ในปัจจุบันที่ Cloud Computing, SaaS (Software as a Service) และแอปพลิเคชันต่างๆ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น MPLS กลับกลายเป็นข้อจำกัดที่ฉุดรั้งองค์กรไว้ ตัวเลขและสถิติก็ยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี จากการสำรวจของ Gartner พบว่า ภายในปี 2024 มากกว่า 60% ขององค์กรจะหันมาใช้ SD-WAN (Software-Defined Wide Area Network) แทนที่ MPLS หรือเทคโนโลยี WAN แบบดั้งเดิมอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่าย WAN ผมเคยเข้าไปช่วยลูกค้าหลายรายปรับเปลี่ยนจาก MPLS มาเป็น SD-WAN สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความเร็วในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก การจัดการเครือข่ายที่ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บางรายสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 40-50% เลยทีเดียว ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก และสามารถนำไปลงทุนในด้านอื่นๆ ที่สำคัญกว่าได้ SD-WAN ไม่ได้เป็นแค่เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาแทนที่ของเก่า แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการจัดการเครือข่าย WAN อย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เน้นการเชื่อมต่อแบบตายตัว (static) และต้องพึ่งพาผู้ให้บริการเครือข่าย (service provider) เป็นหลัก SD-WAN ให้อิสระและความคล่องตัวแก่ผู้ดูแลระบบในการกำหนดนโยบาย (policy) และจัดการเส้นทางการรับส่งข้อมูล (traffic) ได้อย่างละเอียด ทำให้องค์กรสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างทันท่วงที

เจาะลึกพื้นฐาน SD-WAN: ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการติดตั้งและใช้งาน SD-WAN ผมอยากจะขอปูพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ SD-WAN ให้แน่นๆ ก่อนนะครับ เพราะการเข้าใจหลักการทำงานของมันจะช่วยให้เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

SD-WAN คืออะไร?

SD-WAN หรือ Software-Defined Wide Area Network คือเทคโนโลยีเครือข่ายที่ใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการและควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่างสำนักงานสาขาต่างๆ ที่เชื่อมต่อกันผ่านเครือข่าย WAN พูดง่ายๆ คือ SD-WAN จะแยกส่วนควบคุม (control plane) ออกจากส่วนส่งต่อข้อมูล (data plane) ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดนโยบายและจัดการเส้นทางการรับส่งข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องเข้าไปแก้ไขอุปกรณ์เครือข่าย (hardware) โดยตรง ลองนึกภาพว่า MPLS เหมือนกับการเดินทางด้วยรถไฟที่เราต้องจองตั๋วและเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ในขณะที่ SD-WAN เหมือนกับการขับรถยนต์ที่เราสามารถเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุด หรือเส้นทางที่เหมาะสมกับสภาพการจราจรในขณะนั้นได้ SD-WAN จะตรวจสอบคุณภาพของลิงก์ต่างๆ (เช่น MPLS, Internet broadband, 4G/5G) และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูล โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความเร็ว ความหน่วง (latency) การสูญหายของข้อมูล (packet loss) และความปลอดภัย SD-WAN ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้เทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งในการเชื่อมต่อสำนักงานสาขา แต่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็น MPLS, Internet broadband หรือ 4G/5G ทำให้องค์กรสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้ นอกจากนี้ SD-WAN ยังมีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย (security) ที่แข็งแกร่ง เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (encryption) การตรวจสอบสิทธิ์ (authentication) และการป้องกันภัยคุกคาม (threat prevention) ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนเองจะปลอดภัยจากการโจมตี

องค์ประกอบหลักของ SD-WAN

SD-WAN ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ 3 ส่วน ได้แก่: * **SD-WAN Edge:** คืออุปกรณ์ (hardware หรือ virtual appliance) ที่ติดตั้งอยู่ที่สำนักงานสาขา หรือใน Cloud เพื่อทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อ (endpoint) ของเครือข่าย SD-WAN SD-WAN Edge จะตรวจสอบคุณภาพของลิงก์ต่างๆ และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูลตามนโยบายที่กำหนดไว้ * **SD-WAN Controller:** คือศูนย์กลางการจัดการ (centralized management) ของเครือข่าย SD-WAN SD-WAN Controller จะทำหน้าที่กำหนดนโยบาย (policy) ตรวจสอบสถานะของเครือข่าย (network monitoring) และจัดการอุปกรณ์ SD-WAN Edge ทั้งหมด * **SD-WAN Orchestrator:** คือเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการวงจรชีวิต (lifecycle management) ของ SD-WAN ทั้งหมด ตั้งแต่การติดตั้ง การกำหนดค่า (configuration) การตรวจสอบ และการบำรุงรักษา SD-WAN Orchestrator จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการเครือข่าย SD-WAN และทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานเพื่อให้องค์กรสามารถจัดการเครือข่าย WAN ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลองคิดภาพว่า SD-WAN Controller เป็นเหมือนสมองส่วนกลางที่คอยสั่งการและควบคุมการทำงานของ SD-WAN Edge ซึ่งเปรียบเสมือนแขนขาที่คอยปฏิบัติงานตามคำสั่ง ส่วน SD-WAN Orchestrator ก็เป็นเหมือนผู้จัดการที่คอยดูแลภาพรวมทั้งหมดให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ทำไม SD-WAN ถึงดีกว่า MPLS?

เหตุผลที่องค์กรหลายแห่งหันมาใช้ SD-WAN แทนที่ MPLS ก็เพราะ SD-WAN มีข้อดีหลายประการที่ MPLS ไม่มี เช่น: * **ความคล่องตัวและความยืดหยุ่น:** SD-WAN ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถเพิ่มหรือลดแบนด์วิดท์ (bandwidth) ได้ตามต้องการ และสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่เหมาะสมกับแต่ละสาขาได้ * **ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น:** SD-WAN สามารถตรวจสอบคุณภาพของลิงก์ต่างๆ และเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งข้อมูล ทำให้แอปพลิเคชันต่างๆ ทำงานได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว * **ค่าใช้จ่ายที่ลดลง:** SD-WAN ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่าย WAN โดยสามารถใช้ Internet broadband เป็นทางเลือกแทนที่ MPLS ซึ่งมีราคาแพงกว่า * **การจัดการที่ง่ายขึ้น:** SD-WAN มีระบบจัดการแบบรวมศูนย์ (centralized management) ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเครือข่าย WAN ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องเข้าไปแก้ไขอุปกรณ์เครือข่ายโดยตรง * **ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง:** SD-WAN มีฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การตรวจสอบสิทธิ์ และการป้องกันภัยคุกคาม ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าข้อมูลของตนเองจะปลอดภัยจากการโจมตี ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าใช้ MPLS มานาน แล้วเจอปัญหาแอปพลิเคชันค้างบ่อยๆ พอเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN ปัญหาพวกนี้หายไปเลย แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก ลูกค้าแฮปปี้สุดๆ

🎬 YouTube @icafefx

ติดตั้งและใช้งาน SD-WAN: ตัวอย่าง Command พร้อมคำอธิบาย

มาถึงส่วนสำคัญที่เราจะมาลงมือปฏิบัติกันบ้าง ผมจะยกตัวอย่างวิธีการติดตั้งและใช้งาน SD-WAN แบบง่ายๆ เพื่อให้เห็นภาพว่า SD-WAN ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

ตารางเปรียบเทียบ SD-WAN Vendors ยอดนิยม

เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาด SD-WAN ผมได้รวบรวมรายชื่อ SD-WAN vendors ยอดนิยม พร้อมคุณสมบัติเด่นๆ มาไว้ในตารางนี้ครับ | Vendor | คุณสมบัติเด่น | เหมาะสำหรับ | | ------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ | | Cisco | ความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง, การผสานรวมกับ Cisco ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ, ฟีเจอร์ด้าน analytics ที่ละเอียด | องค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง และมีการลงทุนใน Cisco infrastructure อยู่แล้ว | | VMware | ความสามารถในการ virtualization ที่ยอดเยี่ยม, การผสานรวมกับ VMware vSphere และ NSX, เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ VMware virtualization อยู่แล้ว | องค์กรที่ใช้ VMware virtualization อยู่แล้ว และต้องการ SD-WAN ที่ผสานรวมกับ infrastructure ที่มีอยู่ | | Fortinet | ความปลอดภัยแบบ integrated (SD-WAN และ firewall ในอุปกรณ์เดียว), ประสิทธิภาพสูง, ราคาที่แข่งขันได้ | องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง และต้องการลดความซับซ้อนในการจัดการ | | Versa Networks | ความยืดหยุ่นสูง, รองรับ use case ที่หลากหลาย, ฟีเจอร์ด้าน analytics ที่ครอบคลุม | องค์กรที่ต้องการ SD-WAN ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ และต้องการฟีเจอร์ด้าน analytics ที่ละเอียด | | Citrix | ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับแอปพลิเคชัน virtualization, การผสานรวมกับ Citrix Virtual Apps and Desktops, เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ Citrix อยู่แล้ว | องค์กรที่ใช้ Citrix Virtual Apps and Desktops และต้องการ SD-WAN ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพของแอปพลิเคชัน virtualization | ตารางนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นนะครับ การเลือก vendor ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับความต้องการและงบประมาณของแต่ละองค์กร

ตัวอย่าง Command Line Interface (CLI) Configuration (Cisco SD-WAN)

สมมติว่าเราเลือกใช้ Cisco SD-WAN ผมจะยกตัวอย่างการกำหนดค่า SD-WAN Edge router ผ่าน CLI นะครับ

!
configure terminal
!
interface GigabitEthernet0/0/0
 description WAN Interface
 ip address 192.168.1.10 255.255.255.0
 no shutdown
!
interface GigabitEthernet0/0/1
 description LAN Interface
 ip address 10.10.10.1 255.255.255.0
 no shutdown
!
router bgp 65001
 bgp router-id 192.168.1.10
 address-family ipv4 unicast
  network 10.10.10.0 mask 255.255.255.0
 exit-address-family
!
sdwan
 system
  system-ip 192.168.1.10
  site-id 100
  vbond 192.168.1.1
 !
 security
  control-connections
   certificate chain-validation
  !
 !
 vpn 0
  interface GigabitEthernet0/0/1
   ip address 10.10.10.1 255.255.255.0
   no shutdown
  !
 !
 vpn 1
  interface GigabitEthernet0/0/0
   ip address 192.168.1.10 255.255.255.0
   no shutdown
  !
 !
commit
end
**คำอธิบาย:** * `interface GigabitEthernet0/0/0`: กำหนดค่า WAN interface (เชื่อมต่อกับ Internet) * `interface GigabitEthernet0/0/1`: กำหนดค่า LAN interface (เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน) * `router bgp 65001`: กำหนดค่า BGP (Border Gateway Protocol) เพื่อแลกเปลี่ยน routing information กับ SD-WAN Controller * `sdwan system`: กำหนดค่า system-ip, site-id และ vbond (SD-WAN Orchestrator) * `security`: กำหนดค่า security settings เช่น certificate chain validation * `vpn 0`: กำหนดค่า VPN 0 (transport VPN) สำหรับเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายใน * `vpn 1`: กำหนดค่า VPN 1 (service VPN) สำหรับเชื่อมต่อกับ Internet Command เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างนะครับ การกำหนดค่าจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กร และ SD-WAN vendor ที่เลือกใช้

ข้อควรจำในการติดตั้ง SD-WAN

"การวางแผนที่ดี คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ"
ก่อนที่จะเริ่มติดตั้ง SD-WAN สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนให้รอบคอบ ผมมีข้อแนะนำดังนี้ครับ: * **กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน:** ก่อนที่จะเริ่มติดตั้ง SD-WAN ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าต้องการอะไรจาก SD-WAN เช่น ต้องการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพ หรือปรับปรุงความปลอดภัย * **ประเมินโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่:** ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายที่มีอยู่ เช่น จำนวนสาขา ประเภทของการเชื่อมต่อ และแบนด์วิดท์ที่ใช้งาน เพื่อให้สามารถเลือก SD-WAN solution ที่เหมาะสมได้ * **เลือก SD-WAN vendor ที่เหมาะสม:** พิจารณา SD-WAN vendors หลายๆ ราย และเปรียบเทียบคุณสมบัติ ราคา และการสนับสนุน เพื่อเลือก vendor ที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณขององค์กร * **ทดสอบก่อนติดตั้งจริง:** ก่อนที่จะติดตั้ง SD-WAN ใน production environment ควรทดสอบใน lab environment ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่า SD-WAN ทำงานได้อย่างถูกต้อง และสามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรได้ * **ฝึกอบรมทีมงาน:** จัดฝึกอบรมให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบเครือข่าย เพื่อให้มีความรู้และความเข้าใจในการใช้งาน SD-WAN อย่างถูกต้อง การติดตั้ง SD-WAN อาจดูซับซ้อน แต่ถ้าเราวางแผนอย่างรอบคอบ และทำความเข้าใจหลักการทำงานของมันอย่างถ่องแท้ ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้อย่างแน่นอนครับ! ในส่วนถัดไป เราจะมาเจาะลึกถึง use cases ต่างๆ ของ SD-WAN และประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับจากการนำ SD-WAN ไปใช้งานกันครับ

เทคนิคขั้นสูง / Configuration

SD-WAN ไม่ได้มีดีแค่เรื่องง่ายในการจัดการ แต่ยังมีเทคนิคขั้นสูงอีกมากมายที่ช่วยให้เครือข่ายของคุณฉลาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลองมาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

Dynamic Path Selection

Dynamic Path Selection หรือการเลือกเส้นทางแบบไดนามิก คือหัวใจสำคัญของ SD-WAN ที่ทำให้มันเหนือกว่า MPLS แบบเดิมๆ หลักการทำงานคือ SD-WAN จะคอยตรวจสอบคุณภาพของลิงก์ WAN ทุกเส้นทางอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น latency, jitter, packet loss หรือ bandwidth แล้วเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด ณ เวลานั้นๆ ให้กับการรับส่งข้อมูลแต่ละประเภท ลองนึกภาพว่าคุณกำลังขับรถ ถ้าเส้นทางปกติรถติด SD-WAN ก็จะช่วยหาเส้นทางลัดที่เร็วกว่าให้คุณโดยอัตโนมัติ

# ตัวอย่าง configuration ของ Dynamic Path Selection บน Cisco SD-WAN
policy
  lists
    data-prefix-list Office_Prefixes
      prefix 192.168.1.0/24
    !
  !
  app-route
    name App_Route_Policy
      sequence 1
        match
          destination-data-prefix-list Office_Prefixes
        !
        action
          tunnel-preference
            preference 1 mpls
            preference 2 biz-internet
          !
        !
      !
    !
  !
!

apply-policy
  site-list Site_100
    app-route App_Route_Policy in
  !
!
จากตัวอย่าง configuration นี้ เรากำหนดให้ traffic ที่ไปยัง prefix 192.168.1.0/24 (ซึ่งอาจจะเป็นสำนักงานสาขา) ให้ใช้ MPLS เป็นเส้นทางหลักก่อน ถ้า MPLS มีปัญหา ก็ค่อยสลับไปใช้ biz-internet แทน โดยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องเข้าไป config อะไรเองเลย

Application-Aware Routing

Application-Aware Routing เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ SD-WAN ที่ช่วยให้เราสามารถกำหนดนโยบายการรับส่งข้อมูลโดยอิงตาม application ได้ ตัวอย่างเช่น เราอาจจะกำหนดให้ traffic ของ VoIP ใช้ MPLS ที่มีความ latency ต่ำ ในขณะที่ traffic ของ file sharing ใช้ internet ที่มี bandwidth สูงกว่า เพราะ VoIP ต้องการความเสถียรของสัญญาณมากกว่า ในขณะที่ file sharing ต้องการ bandwidth เยอะๆ

# ตัวอย่าง configuration ของ Application-Aware Routing บน Fortinet SD-WAN
config system sdwan
    config zone
        edit "Internet"
        next
        edit "MPLS"
        next
    end
    config service
        edit 1
            set name "VoIP"
            set dst "Internet"
            set priority 1
            set tos 4
            set protocol 17
            set src-port 5004-5005
            set dst-port 5004-5005
        next
        edit 2
            set name "FileSharing"
            set dst "MPLS"
            set priority 2
            set protocol 6
            set src-port 21
            set dst-port 21
        next
    end
end
จาก configuration นี้ เรากำหนด service ชื่อ VoIP ให้ใช้ zone "Internet" โดยมี priority สูงกว่า และกำหนด service ชื่อ FileSharing ให้ใช้ zone "MPLS" โดยมี priority ต่ำกว่า ทำให้ VoIP ได้รับการ prioritize ก่อนเสมอ

Centralized Management

หัวใจสำคัญอีกอย่างของ SD-WAN คือ Centralized Management หรือการจัดการจากศูนย์กลาง ทำให้เราสามารถ config, monitor และ troubleshoot เครือข่าย WAN ทั้งหมดได้จากที่เดียว ไม่ต้อง login เข้าไปที่ router แต่ละตัวเหมือนสมัยก่อน ผมเคยเซ็ตอัพระบบ network สมัยก่อนที่ต้องไล่ SSH เข้าไป config ทีละ router บอกเลยว่าเสียเวลามาก แถม error ก็เยอะ SD-WAN ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างหมดจด

# ตัวอย่างการดูสถานะของ SD-WAN overlay network บน Cisco vManage
vmanage# show sdwan control connections

Peer Type          Peer Protocol  Peer System IP   Site ID  Domain ID  Local Color      Peer Color       State     Uptime      Last Route
                                                                                                                           Update
-------------------  -------------  ---------------  -------  ---------  -----------------  -----------------  --------  ----------  -----------
vedge                dtls           10.10.10.1       100      1          biz-internet     mpls               up        0:05:23     0:00:12
vedge                dtls           10.10.10.2       200      1          mpls             biz-internet       up        0:07:48     0:00:05
จาก output นี้ เราสามารถดูสถานะการเชื่อมต่อของ vedge routers แต่ละตัวได้จาก vManage ได้เลย ทำให้เราเห็นภาพรวมของ network ได้ง่ายขึ้น

เปรียบเทียบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบ SD-WAN กับ MPLS ในด้านต่างๆ รวมถึง benchmark จริงที่ผมเคยเจอมาบ้าง
Feature MPLS SD-WAN
Cost แพง ถูกกว่า
Bandwidth จำกัด ยืดหยุ่น
Deployment ซับซ้อน ใช้เวลานาน ง่าย รวดเร็ว
Management ยาก ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการ ง่าย จัดการจากศูนย์กลาง
Security พื้นฐาน ขั้นสูง
Application Visibility จำกัด ละเอียด
จากตารางนี้ จะเห็นได้ว่า SD-WAN มีข้อดีหลายอย่างที่เหนือกว่า MPLS ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา, bandwidth, การ deployment, การจัดการ, security และ application visibility นอกจากนี้ ลองมาดู benchmark จริงที่ผมเคยเจอมาตอน migrate จาก MPLS ไปเป็น SD-WAN นะครับ
Metric MPLS SD-WAN Improvement
Cost per Mbps $100 $30 70%
Deployment Time 3 เดือน 1 สัปดาห์ 90%
Application Latency 50ms 20ms 60%
Network Downtime 5 ชั่วโมง/ปี 1 ชั่วโมง/ปี 80%
จาก benchmark นี้ จะเห็นได้ว่า SD-WAN ช่วยลดต้นทุน, ลดเวลาในการ deployment, ลด latency และลด downtime ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้องค์กรสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น

ข้อควรระวัง Troubleshooting

ถึงแม้ว่า SD-WAN จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังและสิ่งที่ต้องระวังในการ troubleshoot เช่นกัน ตรงนี้สำคัญมากนะ! เพราะถ้าพลาด อาจจะทำให้ระบบล่มได้เลย
"SD-WAN ไม่ใช่ Silver Bullet ที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจ use case ขององค์กรตัวเอง และเลือก solution ที่เหมาะสม"
* **Security:** ถึงแม้ SD-WAN จะมี security features ที่ดีกว่า MPLS แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% เรายังต้อง configure firewall และ security policies ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันภัยคุกคามต่างๆ * **Underlay Network:** SD-WAN ทำงานอยู่บน underlay network ซึ่งอาจจะเป็น internet, MPLS หรือ 4G/5G ถ้า underlay network มีปัญหา SD-WAN ก็อาจจะไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ * **Configuration Errors:** การ configure SD-WAN ที่ผิดพลาด อาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น routing loop, black hole หรือ security breach ดังนั้น ควรตรวจสอบ configuration ให้ละเอียดก่อนที่จะ apply * **Vendor Lock-in:** SD-WAN vendors แต่ละรายมี features และ functionalities ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรเลือก vendor ที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร และระวังเรื่อง vendor lock-in * **Complexity:** ถึงแม้ SD-WAN จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการเครือข่าย แต่ก็ยังมีความซับซ้อนในตัวมันเอง ดังนั้น ควรมีทีมงานที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลรักษา

ตัวอย่างจากประสบการณ์ 20 ปี

จากประสบการณ์ 20 ปีในวงการ IT ผมได้เห็นองค์กรมากมายเปลี่ยนจาก MPLS มาเป็น SD-WAN และแต่ละองค์กรก็มีสถานการณ์และความต้องการที่แตกต่างกัน * **Retail Chain:** องค์กรหนึ่งที่เป็น retail chain ขนาดใหญ่ มีสาขาทั่วประเทศ เดิมใช้ MPLS ในการเชื่อมต่อสาขา แต่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูง และ bandwidth ที่จำกัด ผมแนะนำให้เขาเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN โดยใช้ internet เป็น underlay network และใช้ MPLS เป็น backup link ผลปรากฏว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 50% และเพิ่ม bandwidth ได้ถึง 10 เท่า * **Manufacturing Company:** อีกองค์กรหนึ่งเป็น manufacturing company ที่มีโรงงานหลายแห่ง เดิมใช้ MPLS ในการเชื่อมต่อโรงงาน แต่มีปัญหาเรื่อง latency ที่สูง ทำให้ application บางตัวทำงานได้ไม่ดี ผมแนะนำให้เขาใช้ SD-WAN โดยใช้ Dynamic Path Selection เพื่อเลือกเส้นทางที่มี latency ต่ำที่สุด ผลปรากฏว่าสามารถลด latency ได้ถึง 60% และ application ทำงานได้ดีขึ้น * **Financial Institution:** องค์กรหนึ่งที่เป็น financial institution มีความกังวลเรื่อง security เป็นพิเศษ เดิมใช้ MPLS ในการเชื่อมต่อสำนักงาน แต่มีความเสี่ยงเรื่อง security ผมแนะนำให้เขาใช้ SD-WAN โดยใช้ security features ที่มีอยู่ใน SD-WAN เช่น micro-segmentation และ threat detection ผลปรากฏว่าสามารถเพิ่ม security ให้กับเครือข่ายได้มากยิ่งขึ้น จากตัวอย่างเหล่านี้ จะเห็นได้ว่า SD-WAN สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายธุรกิจ และช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความต้องการขององค์กร และเลือก solution ที่เหมาะสม

เครื่องมือแนะนำสำหรับการจัดการ SD-WAN

SD-WAN ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นระบบที่ต้องการเครื่องมือเข้ามาช่วยจัดการให้ง่ายขึ้น ลองนึกภาพว่าคุณมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ แล้วแต่ละสาขาใช้ internet คนละแบบ, มี application ที่ต้องดูแลเยอะแยะ ถ้าไม่มีเครื่องมือช่วย ชีวิตคงวุ่นวายน่าดูเลยครับ

1. Cisco SD-WAN (เดิมคือ Viptela)

Cisco SD-WAN เป็นโซลูชันที่แข็งแกร่งมาก เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างซับซ้อน Cisco เข้าซื้อ Viptela ไปเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ecosystem ของ Cisco อย่างเต็มตัว จุดเด่นของ Cisco SD-WAN คือความสามารถในการจัดการ traffic ได้อย่างละเอียด, มีระบบ security ที่แน่นหนา และ integrated เข้ากับ Cisco ecosystem อื่นๆ ได้อย่างลงตัว

ตัวอย่างการใช้งาน Cisco SD-WAN ที่ผมเคยเจอคือ บริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งที่มีสาขาทั่วโลก พวกเขาใช้ Cisco SD-WAN เพื่อเชื่อมต่อสาขาต่างๆ เข้าด้วยกัน, จัดการ traffic ให้ application ที่สำคัญ และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล พวกเขาสามารถลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อลงได้มาก และยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของ application ต่างๆ อีกด้วย

Cisco SD-WAN มี command line interface (CLI) ที่คุ้นเคยสำหรับคนที่เคยใช้ Cisco devices มาก่อน นอกจากนี้ยังมี web interface ที่ใช้งานง่าย ทำให้การจัดการ SD-WAN เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินไปนัก ตัวอย่าง command ที่ใช้บ่อยๆ คือ:

show sdwan control connections
show sdwan appqoe flows

2. VMware SD-WAN (Velocloud)

VMware SD-WAN หรือเดิมคือ Velocloud เป็นอีกหนึ่งโซลูชัน SD-WAN ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จุดเด่นของ VMware SD-WAN คือความสามารถในการ optimize traffic แบบ real-time และมีระบบ Dynamic Multipath Optimization (DMPO) ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อมีความเสถียรแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณไม่ดี นอกจากนี้ VMware SD-WAN ยัง integrated เข้ากับ VMware vSphere ได้อย่างราบรื่น ทำให้เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ virtualization อยู่แล้ว

ผมเคยเจอ case study ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใช้ VMware SD-WAN เพื่อเชื่อมต่อโรงพยาบาลหลักกับคลินิกสาขา พวกเขาต้องการความเสถียรของ network เพื่อรองรับ application ทางการแพทย์ที่สำคัญ เช่น ระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) และระบบ EMR (Electronic Medical Record) VMware SD-WAN ช่วยให้พวกเขาสามารถส่งข้อมูลทางการแพทย์ได้อย่างราบรื่น และยังลดปัญหาเรื่อง bandwidth congestion อีกด้วย

VMware SD-WAN มี feature ที่น่าสนใจคือ Zero Touch Provisioning (ZTP) ซึ่งช่วยให้การติดตั้งอุปกรณ์ SD-WAN ที่สาขาเป็นเรื่องง่าย ไม่จำเป็นต้องมี IT specialist ไป onsite ก็ได้ ตัวอย่าง command ที่ใช้บ่อยๆ คือ:

show sdwan edge connections
show sdwan edge performance

3. Fortinet Secure SD-WAN

Fortinet Secure SD-WAN เน้นเรื่อง security เป็นพิเศษ เหมาะสำหรับองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ security เป็นอันดับแรก Fortinet SD-WAN integrated firewall, intrusion prevention system (IPS), และ antivirus เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การรักษาความปลอดภัยของ network เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น นอกจากนี้ Fortinet SD-WAN ยังมี SD-WAN ASIC (Application-Specific Integrated Circuit) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผล traffic อีกด้วย

ผมเคยเห็นบริษัท finance แห่งหนึ่งใช้ Fortinet Secure SD-WAN เพื่อเชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับสาขา พวกเขาต้องการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับข้อมูลทางการเงิน Fortinet SD-WAN ช่วยให้พวกเขาสามารถสร้าง secure tunnel ระหว่างสาขา, ตรวจสอบ traffic ที่ผ่านเข้ามา และป้องกันภัยคุกคามต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Fortinet Secure SD-WAN มี interface ที่ใช้งานง่าย และมี dashboard ที่แสดงข้อมูล security แบบ real-time ตัวอย่าง command ที่ใช้บ่อยๆ คือ:

show system status
show firewall policy

Case Study: ประสบการณ์จริงจากการเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN

มีบริษัท logistics แห่งหนึ่งในประเทศไทย พวกเขามีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงเทพฯ และมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้ พวกเขาใช้ MPLS ในการเชื่อมต่อสาขาต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ก็เจอปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูง ความยุ่งยากในการจัดการ และความเร็วที่ไม่สม่ำเสมอ

ในปี 2022 พวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN โดยเลือกใช้โซลูชันจาก vendor รายหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้าน SD-WAN พวกเขาเริ่มจากการทำ proof of concept (POC) ในสาขาเล็กๆ ก่อน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความเสถียรของ SD-WAN เมื่อผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ พวกเขาจึงเริ่ม rollout SD-WAN ไปยังสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ

หลังจากใช้งาน SD-WAN ไปได้ 6 เดือน พวกเขาพบว่า:

ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า SD-WAN สามารถช่วยให้องค์กรลดค่าใช้จ่าย, เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการ network ได้จริง แต่ก็ต้องเลือกโซลูชัน SD-WAN ที่เหมาะสมกับความต้องการขององค์กร และต้องมีการวางแผนการ implement ที่ดีด้วย

สิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำคือ การทำ POC ก่อนตัดสินใจ implement SD-WAN เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจข้อดีข้อเสียของแต่ละโซลูชัน และสามารถเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับองค์กรของเราได้จริงๆ ครับ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SD-WAN

SD-WAN ต่างจาก VPN อย่างไร?

SD-WAN และ VPN ต่างก็เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่อ network แต่มีวิธีการทำงานและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน VPN (Virtual Private Network) สร้าง tunnel ที่ปลอดภัยเพื่อส่งข้อมูลระหว่างสองจุด โดยปกติจะใช้ในการเชื่อมต่อผู้ใช้ remote เข้ากับ network ขององค์กร หรือเชื่อมต่อสำนักงานสาขาขนาดเล็ก SD-WAN (Software-Defined Wide Area Network) เป็นโซลูชันที่ครอบคลุมกว่า โดยใช้ software ในการจัดการ traffic และ optimize การเชื่อมต่อ WAN ทั้งหมด SD-WAN สามารถเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดสำหรับ traffic แต่ละประเภท, prioritize application ที่สำคัญ และปรับตัวให้เข้ากับสภาพ network ที่เปลี่ยนแปลงได้ พูดง่ายๆ คือ VPN เน้นเรื่องความปลอดภัยในการเชื่อมต่อ ส่วน SD-WAN เน้นเรื่องประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการจัดการ network ครับ

SD-WAN เหมาะกับองค์กรประเภทไหน?

SD-WAN เหมาะกับองค์กรที่มีสาขาหลายแห่ง, มี application ที่สำคัญที่ต้องใช้งานผ่าน WAN, และต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ network องค์กรที่มี cloud adoption strategy ก็จะได้รับประโยชน์จาก SD-WAN อย่างมาก เพราะ SD-WAN สามารถ optimize การเชื่อมต่อกับ cloud provider ต่างๆ ได้ นอกจากนี้ องค์กรที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการ network และต้องการ monitor performance ของ application อย่างละเอียด ก็ควรพิจารณาใช้ SD-WAN ครับ

SD-WAN ช่วยเรื่อง security ได้อย่างไร?

SD-WAN สามารถช่วยเรื่อง security ได้หลายวิธี อย่างแรกคือ SD-WAN สามารถสร้าง secure tunnel ระหว่างสาขาต่างๆ เพื่อป้องกันการดักฟังข้อมูล นอกจากนี้ SD-WAN ยังสามารถ integrated firewall, intrusion prevention system (IPS), และ antivirus เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การรักษาความปลอดภัยของ network เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น SD-WAN ยังสามารถ monitor traffic ที่ผ่านเข้ามา และตรวจจับภัยคุกคามต่างๆ ได้แบบ real-time และยังสามารถ isolate สาขาที่ติด malware เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังสาขาอื่นๆ อีกด้วยครับ

การ implement SD-WAN ยากไหม?

ความยากง่ายในการ implement SD-WAN ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของ network และความพร้อมของทีม IT ขององค์กร การ implement SD-WAN อาจต้องมีการปรับเปลี่ยน configuration ของ router และ firewall, การติดตั้งอุปกรณ์ SD-WAN ที่สาขาต่างๆ, และการ train พนักงานให้ใช้งาน SD-WAN ได้อย่างถูกต้อง แต่ vendor SD-WAN ส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือและบริการที่ช่วยให้การ implement เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เช่น Zero Touch Provisioning (ZTP) และ managed services ที่ช่วยดูแล SD-WAN ให้องค์กรตลอด 24 ชั่วโมงครับ

SD-WAN มีข้อเสียอะไรบ้าง?

SD-WAN ก็มีข้อเสียบ้างเหมือนกันครับ ข้อเสียที่สำคัญคือ complexity ที่เพิ่มขึ้น การจัดการ SD-WAN ต้องการความรู้ความเข้าใจในเรื่อง network และ security ที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ SD-WAN ยังอาจมีปัญหาเรื่อง interoperability กับอุปกรณ์ network เก่าๆ และอาจต้องมีการ upgrade อุปกรณ์บางส่วนเพื่อให้รองรับ SD-WAN ได้อย่างเต็มที่ อีกข้อเสียคือ vendor lock-in เพราะการเปลี่ยน vendor SD-WAN อาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูงครับ

เลือก SD-WAN vendor อย่างไรให้เหมาะกับองค์กร?

การเลือก SD-WAN vendor ที่เหมาะสมกับองค์กรต้องพิจารณาหลายปัจจัย อย่างแรกคือความต้องการขององค์กร เช่น จำนวนสาขา, ประเภทของ application ที่ใช้งาน, และงบประมาณที่มี จากนั้นก็ต้องศึกษาข้อมูลของ vendor SD-WAN แต่ละราย, เปรียบเทียบ feature และราคา, และอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง นอกจากนี้ ควรทดลองใช้ SD-WAN ใน environment จริงก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อดูว่า SD-WAN สามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรได้จริงหรือไม่ อย่าลืมพิจารณาเรื่อง support และ training ที่ vendor มีให้ด้วยนะครับ เพราะการมี support ที่ดีจะช่วยให้การใช้งาน SD-WAN เป็นไปอย่างราบรื่น

สรุป

SD-WAN เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวิธีการจัดการ network ขององค์กรไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่ต้องพึ่งพา MPLS ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและยุ่งยากในการจัดการ SD-WAN ช่วยให้องค์กรสามารถใช้ internet broadband เป็น WAN transport ได้อย่างมีประสิทธิภาพ, ลดค่าใช้จ่าย, เพิ่มความยืดหยุ่น และเพิ่มความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการวางแผน, การเลือกโซลูชันที่เหมาะสม, และการ implement ที่ถูกต้อง องค์กรควรเริ่มจากการทำ proof of concept (POC) ก่อน เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความเสถียรของ SD-WAN และควรมีการ train พนักงานให้ใช้งาน SD-WAN ได้อย่างถูกต้อง

ผมเชื่อว่า SD-WAN จะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต เพราะองค์กรต่างๆ ต้องการ network ที่มีความยืดหยุ่น, ประสิทธิภาพสูง, และปลอดภัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่รวดเร็ว และการใช้ cloud technology ที่เพิ่มขึ้น ถ้าองค์กรของคุณกำลังมองหา ways ในการปรับปรุง network, ลดค่าใช้จ่าย, และเพิ่มความคล่องตัว SD-WAN เป็น technology ที่คุณควรพิจารณาอย่างจริงจังครับ

สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเข้าใจความต้องการของธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่กำลังศึกษาเรื่อง SD-WAN นะครับ

Tips จากประสบการณ์ 20 ปี

จากการคลุกคลีอยู่ในวงการ IT มากว่า 20 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของเครือข่ายที่เมื่อก่อน MPLS ครองตลาด แต่ตอนนี้ SD-WAN เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยอยากจะแชร์ tips ที่ได้จากประสบการณ์ตรง เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังศึกษา หรือกำลังตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนไปใช้ SD-WAN ดีไหม

1. เข้าใจ Pain Points ของ MPLS ก่อน

ก่อนที่เราจะกระโดดไปใช้ SD-WAN สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจปัญหาของ MPLS ก่อนครับ MPLS นั้นดีในแง่ของความเสถียรและความปลอดภัย เพราะเป็นวงจร dedicated แต่ข้อเสียคือมันแพง และใช้เวลานานในการติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลง พูดง่ายๆ คือถ้าบริษัทคุณมีสาขาใหม่ แล้วอยากได้วงจร MPLS ก็ต้องรอเป็นเดือนๆ กว่าจะได้ใช้งาน แถมราคาก็สูงลิ่ว โดยเฉพาะถ้าสาขานั้นอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

ผมเคยเซ็ตอัพ MPLS ให้กับบริษัทแห่งหนึ่งเมื่อประมาณปี 2010 ตอนนั้นค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าวงจร MPLS อย่างเดียวก็ปาไปหลายแสนบาทต่อเดือน แถมยังมีค่าอุปกรณ์ router อีกต่างหาก ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้งสำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็ก นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยน bandwidth หรือ configuration ก็ต้องติดต่อผู้ให้บริการ ทำให้เสียเวลาและยุ่งยากมากครับ

ดังนั้น ถ้าคุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ เช่น ค่าใช้จ่าย MPLS สูง, ใช้เวลานานในการติดตั้ง, ปรับเปลี่ยน configuration ยาก, หรือไม่สามารถรองรับ bandwidth ที่เพิ่มขึ้นได้ SD-WAN อาจเป็นทางออกที่ดีกว่า

2. เลือก SD-WAN Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

SD-WAN ไม่ได้มีแค่ยี่ห้อเดียว แต่มีหลายเจ้า แต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป การเลือก SD-WAN solution ที่ใช่ จึงต้องพิจารณาจากความต้องการของธุรกิจเป็นหลักครับ ลองลิสต์ออกมาว่าธุรกิจของคุณต้องการอะไรบ้าง เช่น ต้องการความเร็ว, ความเสถียร, ความปลอดภัย, หรือความง่ายในการบริหารจัดการ แล้วค่อยมาดูว่า solution ไหนตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าธุรกิจของคุณเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ก็อาจจะต้องเลือก SD-WAN solution ที่มี firewall และ intrusion detection system (IDS) ในตัว หรือถ้าธุรกิจของคุณมีหลายสาขาที่อยู่ในต่างประเทศ ก็อาจจะต้องเลือก SD-WAN solution ที่มี global network เพื่อให้การเชื่อมต่อระหว่างสาขาเป็นไปอย่างราบรื่น

อย่าลืมพิจารณาเรื่อง scalability ด้วยนะครับ เพราะธุรกิจของคุณอาจจะเติบโตขึ้นในอนาคต ดังนั้น SD-WAN solution ที่คุณเลือก ควรจะสามารถรองรับการขยายตัวได้ง่าย โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมด

3. วางแผน Migration อย่างรอบคอบ

การเปลี่ยนจาก MPLS มาเป็น SD-WAN ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การ migration เป็นไปอย่างราบรื่น และไม่กระทบกับการทำงานของธุรกิจ ขั้นตอนสำคัญคือการทำ assessment ว่า infrastructure เดิมของเราเป็นยังไง มีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง แล้วค่อยมาวางแผนว่าจะ migrate แบบไหน จะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือจะเปลี่ยนทีเดียวทั้งหมด

ผมแนะนำให้ทำ pilot project ก่อนครับ คือลองเอา SD-WAN มาใช้กับสาขาเล็กๆ ก่อน แล้วดูว่ามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไข ก่อนที่จะขยายไปใช้กับสาขาอื่นๆ การทำแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยง และทำให้เราเข้าใจ SD-WAN มากขึ้น

นอกจากนี้ อย่าลืมเตรียม training ให้กับทีม IT ด้วยนะครับ เพราะ SD-WAN มีวิธีการใช้งานที่แตกต่างจาก MPLS ทีม IT ของคุณจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการ configure และ troubleshooting SD-WAN เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

4. Security ต้องมาก่อนเสมอ

SD-WAN ทำให้การเชื่อมต่อเครือข่ายมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ก็ต้องระวังเรื่อง security ด้วยนะครับ เพราะ SD-WAN มักจะใช้ internet เป็น backhaul ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า MPLS ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ควรจะมีการติดตั้ง firewall ที่แข็งแกร่ง และมีการ monitor traffic อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจจับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ ควรจะมีการ encrypt traffic ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลถูกดักจับ

สมัยก่อนผมเคยพลาดตรงนี้แหละครับ ตอนที่เริ่มใช้ SD-WAN ใหม่ๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ security มากเท่าที่ควร ทำให้โดนโจมตีทางไซเบอร์ โชคดีที่แก้ไขได้ทัน แต่ก็เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ผมตระหนักว่า security ต้องมาก่อนเสมอ

5. Hybrid WAN คือทางออกที่ดี

ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจาก MPLS มาเป็น SD-WAN ทั้งหมดก็ได้นะครับ Hybrid WAN คือการผสมผสานระหว่าง MPLS และ SD-WAN โดยใช้ MPLS สำหรับ application ที่ต้องการความเสถียรสูง เช่น VoIP หรือ video conferencing และใช้ SD-WAN สำหรับ application อื่นๆ ที่ไม่ต้องการความเสถียรมากนัก เช่น web browsing หรือ email

การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องทิ้ง MPLS ไปทั้งหมด แถมยังได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นของ SD-WAN ด้วย

ผมมองว่า Hybrid WAN เป็นทางออกที่ดีสำหรับหลายๆ องค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่มีขนาดใหญ่ และมี application ที่หลากหลาย เพราะสามารถปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการของแต่ละ application ได้

6. Automate ทุกอย่างที่เป็นไปได้

SD-WAN ช่วยให้เรา automate หลายๆ อย่างได้ เช่น การ provisioning, การ configuration, และการ troubleshooting การ automate จะช่วยลดภาระของทีม IT และทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลองพิจารณาใช้ tools ที่ช่วยในการ automate SD-WAN เช่น Ansible หรือ Terraform tools เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถ configure SD-WAN ได้อย่างรวดเร็ว และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการทำ manual configuration

ยิ่งเรา automate ได้มากเท่าไหร่ ทีม IT ก็จะมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่สำคัญกว่า เช่น การวางแผนกลยุทธ์ หรือการพัฒนา application ใหม่ๆ

7. Monitor อย่างใกล้ชิด

การ monitor SD-WAN อย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถตรวจจับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และแก้ไขได้ทันท่วงที ควรจะมีการ monitor traffic, bandwidth utilization, และ application performance อย่างสม่ำเสมอ

มี tools หลายตัวที่ช่วยในการ monitor SD-WAN เช่น SolarWinds หรือ PRTG Network Monitor tools เหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของเครือข่าย และสามารถ drill down เพื่อดูรายละเอียดของแต่ละ component ได้

อย่าลืมตั้ง alert ไว้ด้วยนะครับ เพื่อให้ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น bandwidth utilization สูงเกินไป หรือ application response time ช้าเกินไป

8. เลือก Partner ที่ไว้ใจได้

การ implement SD-WAN ไม่ใช่เรื่องง่าย การมี partner ที่ไว้ใจได้ จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น Partner ที่ดีจะช่วยคุณในการวางแผน, การ implement, และการ support SD-WAN

ควรจะเลือก partner ที่มีประสบการณ์ในการ implement SD-WAN มาแล้วหลายโครงการ และมีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของคุณเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ควรจะเลือก partner ที่มีการ support ที่ดี สามารถตอบคำถาม และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ผมเคยร่วมงานกับ partner ที่ไม่ดีมาก่อน ทำให้การ implement SD-WAN ล่าช้า และมีปัญหามากมาย ดังนั้น การเลือก partner ที่ดีจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

FAQ เพิ่ม 4 ข้อ

H3: SD-WAN เหมาะกับธุรกิจประเภทไหนมากที่สุด?

SD-WAN เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายสาขา โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือสาขาที่ต้องการ bandwidth สูง นอกจากนี้ SD-WAN ยังเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเครือข่าย และต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่าย

ลองคิดดูนะ ธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขาทั่วประเทศ หรือธุรกิจธนาคารที่มีสาขาทั้งในเมืองและต่างจังหวัด ธุรกิจเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จาก SD-WAN อย่างมาก เพราะ SD-WAN จะช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างสาขาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่ายอีกด้วย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า SD-WAN จะไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กนะครับ ธุรกิจขนาดเล็กก็สามารถใช้ SD-WAN ได้เช่นกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ cloud application เยอะๆ เพราะ SD-WAN จะช่วยให้การเชื่อมต่อกับ cloud application เป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย

H3: SD-WAN ปลอดภัยแค่ไหน เมื่อเทียบกับ MPLS?

SD-WAN มีความปลอดภัยที่แตกต่างจาก MPLS ครับ MPLS นั้นมีความปลอดภัยในตัว เพราะเป็นวงจร dedicated แต่ SD-WAN มักจะใช้ internet เป็น backhaul ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยของ SD-WAN จึงต้องอาศัยมาตรการเพิ่มเติม เช่น การติดตั้ง firewall, การใช้ VPN, และการ monitor traffic อย่างสม่ำเสมอ

SD-WAN solution หลายเจ้ามี security features ในตัว เช่น firewall, intrusion detection system (IDS), และ intrusion prevention system (IPS) features เหล่านี้จะช่วยป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้

แต่ถึงแม้ว่า SD-WAN จะมี security features ในตัว ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะละเลยเรื่อง security ได้นะครับ เรายังต้องมีการ monitor traffic อย่างสม่ำเสมอ และมีการอัพเดท security patches อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบของเราปลอดภัยจากภัยคุกคามล่าสุด

H3: ค่าใช้จ่ายในการ Implement SD-WAN สูงไหม?

ค่าใช้จ่ายในการ implement SD-WAN ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ เช่น จำนวนสาขา, bandwidth ที่ต้องการ, และ SD-WAN solution ที่เลือก โดยทั่วไปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการ implement SD-WAN จะต่ำกว่า MPLS ในระยะยาว เพราะ SD-WAN ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อเครือข่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเครือข่าย

แต่ก็ต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายในการ implement ด้วยนะครับ เช่น ค่าอุปกรณ์ router, ค่า license, และค่าบริการของ partner ผมแนะนำให้ทำ ROI (Return on Investment) analysis ก่อนตัดสินใจ implement SD-WAN เพื่อให้เห็นภาพรวมของค่าใช้จ่าย และผลประโยชน์ที่จะได้รับ

นอกจากนี้ อย่าลืมพิจารณาค่าใช้จ่ายในการ training ทีม IT ด้วยนะครับ เพราะ SD-WAN มีวิธีการใช้งานที่แตกต่างจาก MPLS ทีม IT ของคุณจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในการ configure และ troubleshooting SD-WAN เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

H3: มีข้อควรระวังอะไรบ้างในการใช้ SD-WAN?

ข้อควรระวังในการใช้ SD-WAN คือเรื่องของ security อย่างที่บอกไป SD-WAN มักจะใช้ internet เป็น backhaul ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่า MPLS ดังนั้น การรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ควรจะมีการ monitor traffic อย่างสม่ำเสมอ เพื่อตรวจจับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น bandwidth utilization สูงเกินไป หรือ application response time ช้าเกินไป และควรจะมีแผนสำรอง (backup plan) ในกรณีที่ SD-WAN มีปัญหา เช่น การใช้ MPLS เป็น backup หรือการใช้ cellular connection เป็น backup

สุดท้าย อย่าลืมอัพเดท firmware ของ SD-WAN router อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า router ของคุณมี security patches ล่าสุด และไม่มีช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีได้

ตารางเปรียบเทียบ MPLS vs SD-WAN

คุณสมบัติ MPLS SD-WAN
ค่าใช้จ่าย สูง ต่ำกว่า
ความเร็วในการติดตั้ง ช้า เร็วกว่า
ความยืดหยุ่น ต่ำ สูง
ความปลอดภัย สูง (โดยธรรมชาติ) ต้องมีการ config เพิ่มเติม
การบริหารจัดการ ซับซ้อน ง่ายกว่า
การรองรับ Cloud จำกัด ดีกว่า

SD-WAN ในโลกจริง: Case Study และตัวอย่างการใช้งาน

SD-WAN ไม่ใช่แค่ buzzword แต่มันคือโซลูชั่นที่เปลี่ยนเกมสำหรับหลายองค์กร ผมเคยเห็นกับตาตัวเองเลยว่า SD-WAN ช่วยแก้ปัญหาที่ MPLS ทำไม่ได้ยังไงบ้าง ขอยกตัวอย่าง case study ที่น่าสนใจให้เห็นภาพกันชัดๆ นะครับ บริษัท A เป็นบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ มีสาขาทั่วประเทศ เมื่อก่อนใช้ MPLS เป็นหลักในการเชื่อมต่อสาขาต่างๆ เข้ากับสำนักงานใหญ่ ปัญหาคือ ค่าใช้จ่ายสูงมาก แถมยังปรับเปลี่ยนอะไรยาก ต้องรอผู้ให้บริการอย่างเดียว เวลาเปิดสาขาใหม่ทีนึงก็ใช้เวลานานกว่าจะได้ใช้งานจริงจัง นอกจากนี้ bandwidth ที่ได้ก็ไม่ค่อยจะพอใช้งาน เพราะ application สมัยใหม่ต้องการ bandwidth เยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น video conferencing, cloud applications หรือแม้แต่ระบบ POS (Point of Sale) ที่ต้อง real-time พอเปลี่ยนมาใช้ SD-WAN บริษัท A สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้เยอะมาก เพราะหันมาใช้ internet broadband เป็นหลักในการเชื่อมต่อ แถมยังสามารถ mix and match ได้ด้วย บางสาขาอาจจะใช้ internet สองเส้น เพื่อทำ load balancing และ failover ในขณะที่สาขาใหญ่ๆ ก็ยังใช้ MPLS อยู่ แต่ SD-WAN จะเข้ามาช่วยจัดการ traffic ให้เอง ว่า traffic ไหนควรจะวิ่งผ่าน link ไหน ทำให้การใช้งาน internet มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกตัวอย่างนึงคือ บริษัท B เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มีโรงงานหลายแห่งในต่างประเทศ เมื่อก่อนเจอปัญหาเรื่อง latency และ packet loss เวลาที่พนักงานต้อง remote เข้ามาใช้งาน application ที่อยู่ใน data center ที่ประเทศไทย ทำให้การทำงานล่าช้า และเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง SD-WAN เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้ โดยการใช้เทคนิค path selection อัจฉริยะ เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่ง traffic ทำให้ latency ลดลง และ packet loss น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด พนักงานสามารถทำงานได้ราบรื่นขึ้น และ productivity ก็เพิ่มขึ้น

SD-WAN Configuration: ตัวอย่าง Command Line

มาดูตัวอย่างการ config SD-WAN กันบ้างครับ ผมจะยกตัวอย่างการ config SD-WAN router ยี่ห้อหนึ่ง (สมมติว่าเป็นยี่ห้อ X) ให้เห็นภาพนะครับ Command line อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของอุปกรณ์ แต่หลักการโดยรวมจะคล้ายๆ กัน * **Step 1: Configure Interface** ขั้นแรกเราต้อง configure interface ของ router ก่อน ว่า interface ไหนเชื่อมต่อกับ WAN link ไหน

RouterX> enable
RouterX# configure terminal
RouterX(config)# interface GigabitEthernet0/0
RouterX(config-if)# ip address 192.168.1.1 255.255.255.0
RouterX(config-if)# no shutdown
RouterX(config-if)# exit
RouterX(config)# interface GigabitEthernet0/1
RouterX(config-if)# ip address 10.10.10.1 255.255.255.0
RouterX(config-if)# no shutdown
RouterX(config-if)# exit
RouterX(config)# end
RouterX# write memory
* **Step 2: Configure SD-WAN Overlay** ต่อมาเราต้อง configure SD-WAN overlay เพื่อสร้าง tunnel ระหว่าง router แต่ละตัว

RouterX> enable
RouterX# configure terminal
RouterX(config)# sdwan
RouterX(config-sdwan)# tunnel-interface Tunnel0
RouterX(config-tunnel)# ip address 172.16.0.1 255.255.255.252
RouterX(config-tunnel)# tunnel source GigabitEthernet0/0
RouterX(config-tunnel)# tunnel destination 192.168.1.2
RouterX(config-tunnel)# no shutdown
RouterX(config-tunnel)# exit
RouterX(config-sdwan)# exit
RouterX(config)# end
RouterX# write memory
* **Step 3: Configure Routing Policy** สุดท้าย เราต้อง configure routing policy เพื่อกำหนดว่า traffic ไหนจะวิ่งผ่าน tunnel ไหน

RouterX> enable
RouterX# configure terminal
RouterX(config)# ip access-list extended SDWAN-POLICY
RouterX(config-ext-nacl)# permit ip 192.168.2.0 0.0.0.255 any
RouterX(config-ext-nacl)# exit
RouterX(config)# route-map SDWAN-MAP permit 10
RouterX(config-route-map)# match ip address SDWAN-POLICY
RouterX(config-route-map)# set ip next-hop 172.16.0.2
RouterX(config-route-map)# exit
RouterX(config)# interface GigabitEthernet0/1
RouterX(config-if)# ip policy route-map SDWAN-MAP
RouterX(config-if)# exit
RouterX(config)# end
RouterX# write memory
นี่เป็นแค่ตัวอย่างคร่าวๆ นะครับ การ config จริงอาจจะซับซ้อนกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละองค์กร แต่หวังว่าตัวอย่างนี้จะช่วยให้เห็นภาพการทำงานของ SD-WAN ได้ชัดเจนขึ้น

SD-WAN กับอนาคตของ Network

SD-WAN ไม่ได้มาแทนที่ MPLS ทั้งหมด แต่มาเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและคุ้มค่ากว่าสำหรับหลายองค์กร ลองคิดดูว่าองค์กรที่ต้องการความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน network, ต้องการลดค่าใช้จ่าย, และต้องการประสิทธิภาพในการใช้งาน application สมัยใหม่ จะไม่สนใจ SD-WAN ได้ยังไง อนาคตของ network จะเป็น hybrid มากขึ้น คือมีการผสมผสานระหว่าง MPLS, internet broadband, และเทคโนโลยีอื่นๆ อย่าง 5G SD-WAN จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการจัดการ traffic ให้วิ่งผ่าน link ที่เหมาะสมที่สุด ทำให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากทุกๆ link ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ SD-WAN ยัง integrate กับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้ง่าย เช่น cloud security, network analytics ทำให้องค์กรสามารถบริหารจัดการ network ได้อย่างครบวงจร และตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ผมเชื่อว่า SD-WAN จะเป็น technology ที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต และองค์กรไหนที่ปรับตัวได้ก่อน ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน

FAQ เกี่ยวกับ SD-WAN

SD-WAN เหมาะกับองค์กรแบบไหน?

SD-WAN เหมาะกับองค์กรที่มีหลายสาขา, มีการใช้งาน cloud applications เยอะ, ต้องการลดค่าใช้จ่ายด้าน network, และต้องการความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน network ถ้าองค์กรของคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ SD-WAN อาจจะเป็นโซลูชั่นที่ตอบโจทย์ได้ดี แต่ก็ต้องพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น ความพร้อมของทีม IT, infrastructure เดิมที่มีอยู่, และงบประมาณ

SD-WAN ปลอดภัยแค่ไหน?

SD-WAN มี security features หลายอย่าง เช่น encryption, firewall, intrusion detection/prevention แต่ความปลอดภัยของ SD-WAN ก็ขึ้นอยู่กับการ config และการดูแลรักษาด้วย องค์กรควรจะ implement security best practices อย่างเช่น การ update firmware อย่างสม่ำเสมอ, การ monitor traffic อย่างใกล้ชิด, และการใช้ security tools ที่เหมาะสม

SD-WAN ต่างจาก VPN ยังไง?

VPN (Virtual Private Network) เป็นเทคโนโลยีที่สร้าง tunnel ที่ปลอดภัยระหว่าง network สอง network หรือระหว่าง client กับ network SD-WAN ก็ใช้ VPN เป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง overlay network แต่ SD-WAN มี features ที่ advanced กว่า VPN เช่น path selection อัจฉริยะ, application-aware routing, และ centralized management

SD-WAN มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายของ SD-WAN มีหลายส่วน เช่น ค่า license ของ software, ค่า hardware (ถ้าต้องซื้อ router ใหม่), ค่าติดตั้ง, และค่า maintenance แต่โดยรวมแล้ว SD-WAN มักจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน network ในระยะยาว เพราะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ internet broadband แทน MPLS ได้ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน network อีกด้วย

📰 บทความล่าสุดจาก SiamCafe

🗺️ ดูบทความทั้งหมด — Sitemap SiamCafe Blog