pattern in technical analysis — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog
แพตเทิร์นในการวิเคราะห์กราฟคืออะไร — เข้าใจพื้นฐานให้ถูกก่อนลงมือเทรด
แพตเทิร์นในการวิเคราะห์กราฟ หรือที่นักเทรดเรียกกันสั้น ๆ ว่า "แพตเทิร์นราคา" คือรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บนกราฟ
ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมจิตวิทยาของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเราเรียนรู้ที่จะอ่านแพตเทิร์นเหล่านี้ได้ เราจะสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้อย่างมีหลักการ มากกว่าการเดาสุ่มสี่สุ่มห้า
ผมเป็นนักเทรดมากว่า 13 ปีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ และสิ่งแรกที่ผมจะบอกน้อง ๆ นักเทรดมือใหม่ทุกคนเสมอคือ — ก่อนจะไปวุ่นวายกับอินดิเคเตอร์ร้อยตัวพันตัว ให้กลับมาดูกราฟเปล่า ๆ (หรือที่เรียกว่า Price Action ล้วน) และเรียนรู้แพตเทิร์นให้แม่นก่อน เพราะแพตเทิร์นคือภาษาของตลาดที่เขียนด้วยพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเทรดคู่เงิน ทองคำ น้ำมัน หรือแม้แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในปี 2026
หัวใจของแพตเทิร์นมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มแพตเทิร์นกลับทิศ (Reversal Pattern) ซึ่งบอกว่าเทรนด์ปัจจุบันกำลังจะอ่อนแรงและมีแนวโน้มกลับตัว เช่น หัวกับไหล่ โคมูขาวคู่ สามเหลี่ยมที่แตกทางลง และกลุ่มแพตเทิร์นไปต่อ (Continuation Pattern) ซึ่งบอกว่าเทรนด์เดิมกำลังพักตัวและมีโอกาสวิ่งต่อ เช่น ธง ธงปัก สามเหลี่ยมขึ้น และลิ่มขาลง เป็นต้น
สิ่งสำคัญที่มือใหม่มักพลาดคือ "บริบท" ของแพตเทิร์น ผมเห็นมาหลายครั้งที่น้อง ๆ เห็นกราฟมีลักษณะคล้ายแพตเทิร์นหัวกับไหล่ก็รีบเปิดสถานะขายทันที โดยไม่ดูว่าแพตเทิร์นนั้นเกิดอยู่บนกรอบเวลาไหน อยู่ใกล้แนวรับหรือแนวต้านสำคัญหรือเปล่า และปริมาณการซื้อขายหนุนหรือไม่ แพตเทิร์นที่เกิดบนกรอบเวลาใหญ่ เช่น รายวันหรือรายสัปดาห์ จะมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือสูงกว่าบนกรอบเวลาเล็กอย่าง 1 หรือ 5 นาทีอย่างชัดเจน
ในบทความนี้ ผมจะพาทุกคนไปทำความเข้าใจแพตเทิร์นหลัก ๆ ที่ใช้งานได้จริง พร้อมตัวอย่างการอ่านกราฟ วิธีคำนวณเป้าหมายราคา และข้อผิดพลาดที่ผมเห็นนักเทรดพลาดกันมากว่าทศวรรษ เพื่อให้คุณนำไปใช้ได้ทันทีในปี 2026 ไม่ว่าจะเทรดสไตล์ไหนก็ตาม
แพตเทิร์นกลับทิศ คือ รูปแบบราคาที่เกิดขึ้นเมื่อเทรนด์เดิมเริ่มอ่อนกำลังลง และฝั่งตรงข้ามกำลังจะเข้าควบคุมตลาด
การจับจุดกลับตัวให้ถูกคือศิลปะที่ทำเงินได้มหาศาล แต่ก็เป็นดาบสองคม เพราะถ้าอ่านผิด คุณจะต่อสู้กับเทรนด์โดยไม่รู้ตัว
แพตเทิร์นกลับทิศ คือ รูปแบบราคาที่เกิดขึ้นเมื่อเทรนด์เดิมเริ่มอ่อนกำลังลง และฝั่งตรงข้ามกำลังจะเข้าควบคุมตลาด การจับจุดกลับตัวให้ถูกคือศิลปะที่ทำเงินได้มหาศาล แต่ก็เป็นดาบสองคม เพราะถ้าอ่านผิด คุณจะต่อสู้กับเทรนด์โดยไม่รู้ตัว
แพตเทิร์นที่ทรงพลังที่สุดในกลุ่มนี้คือ "หัวกับไหล่" (Head and Shoulders) ซึ่งประกอบด้วยยอดขึ้นสามยอด โดยยอดตรงกลางสูงที่สุด (หัว) และมีข้างละหนึ่งยอดที่ต่ำกว่า (ไหล่ซ้ายและไหล่ขวา) บริเวณที่เชื่อมร่องระหว่างยอดเราเรียกว่า "เส้นคอ" (Neckline) เมื่อราคาทะลุเส้นคอลงมาแบบปิดแท่งยืนยัน แพตเทิร์นจะถือว่าสมบูรณ์ และเป้าหมายราคาคำนวณได้จากความสูงตั้งแต่ยอดหัวถึงเส้นคอ แล้วลากลงจากจุดทะลุเส้นคอ ส่วนแบบกลับหัว (Inverse Head and Shoulders) ใช้หลักการเดียวกันแต่กลับด้าน ใช้หาจุดกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น
ต่อมาคือ "ยอดคู่และก้นคู่" (Double Top / Double Bottom) ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดบนกราฟจริง ยอดคู่เกิดเมื่อราคาวิ่งขึ้นไปแตะระดับเดิมสองครั้งแต่ทะลุไม่ผ่าน สะท้อนว่าแรงซื้อหมดแรงแล้ว สัญญาณยืนยันคือการที่ราคาหลุดระดับต่ำสุดระหว่างยอดทั้งสอง (เส้นคอ) ส่วนก้นคู่ใช้หลักกลับกัน เป็นสัญญาณกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น ที่ระดับแนวรับแข็งแรง
อีกแพตเทิร์นที่ผมชอบใช้คือ "สามเหลี่ยมขาลง" (Descending Triangle) และ "ลิ่มขาขึ้น" (Rising Wedge) ซึ่งทั้งคู่มักจบลงด้วยการแตกกราฟลง สังเกตได้บ่อยในตลาดทองคำและดัชนีต่าง ๆ ช่วงตลาดอ่อนแรง ส่วนแพตเทิร์น "แก้วรูปชาม" (Cup and Handle) เป็นสัญญาณกลับตัวขึ้นที่ค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับการเทรดสวิง
ตารางนี้สรุปแพตเทิร์นกลับทิศที่ควรจำ:
| ชื่อแพตเทิร์น | สัญญาณ | เกิดบนเทรนด์ | จุดยืนยัน | เป้าหมายราคา |
|---|---|---|---|---|
| หัวกับไหล่ | ขาลง | ขาขึ้น | หลุดเส้นคอ | ความสูงหัวถึงคอ |
| หัวกับไหล่กลับหัว | ขาขึ้น | ขาลง | ทะลุเส้นคอ | ความสูงหัวถึงคอ |
| ยอดคู่ | ขาลง | ขาขึ้น | หลุดเส้นคอ | ความสูงยอดถึงคอ |
| ก้นคู่ | ขาขึ้น | ขาลง | ทะลุเส้นคอ | ความสูงก้นถึงคอ |
| ลิ่มขาขึ้น | ขาลง | ขาขึ้น | แตกลิ่มลง | จุดเริ่มลิ่ม |
แพตเทิร์นไปต่อ คือ รูปแบบราคาที่บอกว่าเทรนด์เดิมกำลังหยุดพักเพื่อสะสมแรง ก่อนจะวิ่งต่อไปในทิศทางเดิม
นักเทรดสายเทรนด์โฟลลิ่งต้องเชี่ยวชาญกลุ่มนี้เป็นอย่างดี เพราะมันคือโอกาสเข้าสถานะตามเทรนด์ในราคาที่ดีกว่าการไล่ซื้อที่ยอด
แพตเทิร์นไปต่อ (Continuation Patterns) — จับโอกาสเทรดตามเทรนด์
แพตเทิร์นไปต่อ คือ รูปแบบราคาที่บอกว่าเทรนด์เดิมกำลังหยุดพักเพื่อสะสมแรง ก่อนจะวิ่งต่อไปในทิศทางเดิม นักเทรดสายเทรนด์โฟลลิ่งต้องเชี่ยวชาญกลุ่มนี้เป็นอย่างดี เพราะมันคือโอกาสเข้าสถานะตามเทรนด์ในราคาที่ดีกว่าการไล่ซื้อที่ยอด
"ธง" (Flag) เป็นแพตเทิร์นที่ผมใช้บ่อยที่สุดในสายเทรดสวิง ลักษณะคือราคาวิ่งแรงขึ้นเป็นแท่งเรียงตัวเต็มไป (เสาธง) แล้วพักตัวลงมาอย่างช้า ๆ ในช่องแคบ ๆ เอียงลงเล็กน้อย (ผืนธง) เมื่อราคาทะลุขอบบนของผืนธงออกมา โอกาสวิ่งต่อขึ้นสูงมาก เป้าหมายคือความยาวเสาธงลากต่อจากจุดทะลุ ในตลาดทองคำปี 2026 ที่ผ่านมา ผมจับแพตเทิร์นธงบนกราฟ 4 ชั่วโมงได้หลายรอบและได้ผลดีอย่างต่อเนื่อง
"ธงปัก" (Pennant) มีหน้าตาคล้ายธงแต่ช่วงพักตัวจะเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็ก ๆ แทนที่จะเป็นช่องขนาน หลักการและเป้าหมายเหมือนกันทุกประการ ความแตกต่างอยู่ที่รูปทรงของช่วงพักราคาเท่านั้น
"สามเหลี่ยม" (Triangle) มีสามแบบ ได้แก่ สามเหลี่ยมขึ้น (แนวต้านแบนราบ แนวรับเอียงขึ้น) มักแตกขึ้น สามเหลี่ยมลง (แนวรับแบนราบ แนวต้านเอียงลง) มักแตกลง และสามเหลี่ยมสมมาตร (ขอบทั้งสองบีบเข้าหากัน) ซึ่งแตกได้ทั้งสองทาง ต้องรอให้ราคาเลือกทางก่อนจึงจะเข้าสถานะได้อย่างปลอดภัย ผมแนะนำให้มือใหม่รอเทียนปิดทะลุขอบสามเหลี่ยมอย่างชัดเจนพร้อมปริมาณซื้อขายหนุน อย่าเดาทิศทางล่วงหน้าเด็ดขาด
"ลิ่มขาลง" (Falling Wedge) เป็นแพตเทิร์นไปต่อขาขึ้นที่น่าสนใจ ราคาพักตัวลงในกรอบลิ่มที่บีบแคบลงเรื่อย ๆ แรงขายค่อย ๆ หมดลง แล้วระเบิดขึ้นต่อเทรนด์เดิม ลิ่มขาขึ้นใช้หลักตรงกันข้ามในตลาดขาลง
ตารางเปรียบเทียบแพตเทิร์นไปต่อ:
| แพตเทิร์น | ทิศทางเทรนด์ | ลักษณะช่วงพัก | จุดเข้า | เป้าหมาย |
|---|---|---|---|---|
| ธง | ตามเทรนด์ | ช่องขนานเอียงสวน | ทะลุผืนธง | ความยาวเสาธง |
| ธงปัก | ตามเทรนด์ | สามเหลี่ยมเล็ก | ทะลุธงปัก | ความยาวเสาธง |
| สามเหลี่ยมขึ้น | ขาขึ้น | ต้านแบน รับยกขึ้น | ทะลุแนวต้าน | ความสูงสามเหลี่ยม |
| สามเหลี่ยมลง | ขาลง | รับแบน ต้านกดลง | หลุดแนวรับ | ความสูงสามเหลี่ยม |
นอกจากแพตเทิร์นขนาดใหญ่ที่ก่อตัวเป็นสัปดาห์หรือเดือนแล้ว การอ่านแพตเทิร์นแท่งเทียนระดับแท่งเดียวหรือสองสามแท่งก็เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการใช้หาจุดเข้าที่แม่นยำหลังจากแพตเทิร์นใหญ่ยืนยันแล้ว ผมเรียกมันว่า "สัญญาณทริกเกอร์" ที่บอกให้เราลงมือได้พอดีจุด
สิ่งที่ต้องระวังคือ บางครั้งแพตเทิร์นที่ดูเหมือนพักตัวกลายเป็นจุดกลับตัวจริง ๆ วิธีกรองคือดูปริมาณการซื้อขาย ช่วงพักตัวของแพตเทิร์นไปต่อที่ดีมักมีปริมาณซื้อขายลดลงเรื่อย ๆ แล้วระเบิดเพิ่มขึ้นชัดเจนในแท่งที่แตกกรอบ ถ้าปริมาณซื้อขายหนาแน่นตั้งแต่ช่วงพัก ให้ระวังว่าอาจเป็นการแปรสภาพเป็นแพตเทิร์นกลับทิศ
แท่งเทียนและแพตเทิร์นราคาสั้น — สัญญาณเข้าจุดที่แม่นยำ
นอกจากแพตเทิร์นขนาดใหญ่ที่ก่อตัวเป็นสัปดาห์หรือเดือนแล้ว การอ่านแพตเทิร์นแท่งเทียนระดับแท่งเดียวหรือสองสามแท่งก็เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการใช้หาจุดเข้าที่แม่นยำหลังจากแพตเทิร์นใหญ่ยืนยันแล้ว ผมเรียกมันว่า "สัญญาณทริกเกอร์" ที่บอกให้เราลงมือได้พอดีจุด
แพตเทิร์นแท่งเทียนเดี่ยวที่ต้องรู้จัก ได้แก่ ลูกศรลง (Shooting Star) ซึ่งเป็นแท่งเทียนที่มีไส้ยาวเชิดขึ้นด้านบน เนื้อแท่งเล็กอยู่ด้านล่าง เกิดหลังการขึ้นราคา บอกว่าแรงขายเข้ามากดราคากลับอย่างหนักปลายแท่ง ส่วนค้อน (Hammer) เป็นภาพสะท้อนกลับด้าน มีไส้ยาวต่ำลงด้านล่าง เกิดหลังการลงราคา บอกว่าแรงซื้อกดราคากลับขึ้นได้สำเร็จ ทั้งสองแพตเทิร์นนี้ทรงพลังที่สุดเมื่อเกิดบนแนวรับหรือแนวต้านสำคัญและบนกรอบเวลาใหญ่
ดอกจันทร์ (Doji) เป็นแท่งที่ราคาเปิดและปิดใกล้เคียงกันจนเนื้อแท่งแทบไม่มี สะท้อนความลังเลใจของตลาด ตัวเองไม่ได้บอกทิศทาง แต่เมื่อเกิดต่อจากเทรนด์แรง ๆ บนจุดสำคัญ มันคือสัญญาณเตือนว่าเทรนด์กำลังหมดแรง
รู้จักแพตเทิร์นแต่วางแผนไม่เป็น ก็เหมือนรู้จักถนนทุกสายแต่ไม่มีแผนเดินทาง
ในส่วนนี้ผมจะพูดถึงวิธีแปลงแพตเทิร์นที่มองเห็นให้กลายเป็นแผนเทรดที่มีระเบียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกนักเทรดที่อยู่รอดออกจากคนที่เลิกเทรดไปภายในหกเดือน
สิ่งที่ผมย้ำกับลูกศิษย์ทุกคนคือ — แพตเทิร์นแท่งเทียนต้องอ่านคู่กับตำแหน่งที่ตั้งเสมอ ค้อนที่เกิดกลางอากาศกลางเทรนด์ขาลงแรง ๆ ไม่มีความหมายอะไรเลย แต่ค้อนที่เกิดแตะแนวรับรายสัปดาห์พอดี พร้อมปริมาณซื้อขายสูง คือสัญญาณเข้าที่คุณรอมาทั้งสัปดาห์
อีกประเด็นสำคัญในปี 2026 คือตลาดปัจจุบันมีบอทและระบบอัตโนมัติเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ทำให้แพตเทิร์นแท่งเทียนบนกรอบเวลาเล็กมาก ๆ อย่าง 1 นาที ถูกบิดเบือนได้ง่าย ผมจึงแนะนำให้ใช้กรอบเวลา 1 ชั่วโมงขึ้นไปสำหรับการอ่านแพตเทิร์นแท่งเทียน จะได้สัญญาณที่สะอาดและเชื่อถือได้กว่ามาก
การวางแผนเทรดด้วยแพตเทิร์น — จุดเข้า จุดตัดขาดทุน และเป้าหมาย
รู้จักแพตเทิร์นแต่วางแผนไม่เป็น ก็เหมือนรู้จักถนนทุกสายแต่ไม่มีแผนเดินทาง ในส่วนนี้ผมจะพูดถึงวิธีแปลงแพตเทิร์นที่มองเห็นให้กลายเป็นแผนเทรดที่มีระเบียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกนักเทรดที่อยู่รอดออกจากคนที่เลิกเทรดไปภายในหกเดือน
องค์ประกอบของแผนเทรดด้วยแพตเทิร์นมีสามส่วน ได้แก่ จุดเข้าสถานะ จุดตัดขาดทุน และเป้าหมายกำไร จุดเข้าที่ผมแนะนำคือ "รอการยืนยัน" เสมอ สำหรับแพตเทิร์นกลับทิศหรือไปต่อ ให้รอราคาทะลุเส้นคอหรือขอบกรอบแพตเทิร์นด้วยการปิดแท่งที่ชัดเจน อย่าเข้าแบบเก็งว่าราคาจะทะลุ เพราะความเสี่ยงแพตเทิร์นล้มเหลวสูงเกินไป บางคนชอบรอราคาดีดกลับมาทดสอบเส้นคออีกครั้งหลังทะลุแล้วจึงเข้า ซึ่งได้ราคาดีกว่าและความเสี่ยงต่ำกว่า แต่โอกาสที่ราคาจะไม่ย้อนมาให้จับก็มี ขึ้นอยู่กับสไตล์และความอดทนของแต่ละคน
จุดตัดขาดทุนคือส่วนที่สำคัญที่สุด กฎง่าย ๆ คือวางไว้ในตำแหน่งที่ถ้าราคาไปถึงจุดนั้น แพตเทิร์นจะถือว่าล้มเหลวทันที เช่น สำหรับแพตเทิร์นหัวกับไหล่ที่เข้าหลังหลุดเส้นคอ ให้วางตัดขาดทุนเหนือไหล่ขวา ถ้าราคาวิ่งกลับขึ้นไปสูงกว่านั้น แปลว่าแพตเทิร์นไม่ทำงานแล้ว ไม่ต้องเถียงกับตลาด
ส่วนเป้าหมายกำไร ใช้วิธีคำนวณจากความสูงของแพตเทิร์นตามที่อธิบายไป แต่ผมแนะนำให้ประกอบกับแนวรับแนวต้านสำคัญบนกรอบเวลาใหญ่ด้วย เช่น ถ้าเป้าหมายทางทฤษฎีอยู่ใกล้แนวต้านรายสัปดาห์ ควรเล็งเป้าก่อนถึงแนวนั้นเล็กน้อย เพราะโอกาสที่ราคาจะดีดกลับที่แนวต้านสูงมาก
สัดส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน (Risk to Reward) ที่ผมยอมรับอย่างต่ำคือ 1 ต่อ 2 หมายความว่าถ้าตัดขาดทุนห่าง
คำถามที่พบบ่อย
แพตเทิร์นในการวิเคราะห์กราฟคืออะไร และทำถึงสำคัญกับนักเทรด?
แพตเทิร์นในการวิเคราะห์กราฟ หรือ "แพตเทิร์นราคา" คือรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ บนกราฟ ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมจิตวิทยาของผู้ซื้อและผู้ขายในตลาด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเราเรียนรู้ที่จะอ่านแพตเทิร์นเหล่านี้ได้ เราจะสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคตได้อย่างมีหลักการ มากกว่าการเดาสุ่มสี่สุ่มห้า ความสำคัญของแพตเทิร์นอยู่ที่ว่ามันคือ "ภาษาของตลาด" ที่เขียนด้วยพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ว่าจะเทรดคู่เงิน ทองคำ น้ำมัน หรือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในปี 2026 นักเทรดที่มีประสบการณ์มากว่า 13 ปีแนะนำว่า ก่อนจะไปวุ่นวายกับอินดิเคเตอร์ร้อยตัวพันตัว ควรกลับมาดูกราฟเปล่า ๆ (Price Action ล้วน) และเรียนรู้แพตเทิร์นให้แม่นก่อน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญที่สุดของการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั้งหมด
แพตเทิร์นกลับทิศ (Reversal Pattern) กับแพตเทิร์นไปต่อ (Continuation Pattern) ต่างกันอย่างไร?
แพตเทิร์นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ที่มีหน้าที่แตกต่างกันชัดเจน กลุ่มแรกคือ แพตเทิร์นกลับทิศ (Reversal Pattern) ซึ่งบอกสัญญาณว่าเทรนด์ปัจจุบันกำลังจะอ่อนแรงและมีแนวโน้มกลับตัว เช่น หัวกับไหล่ หัวกับไหล่กลับหัว ยอดคู่ ก้นคู่ ลิ่มขาขึ้น และสามเหลี่ยมขาลง แพตเทิร์นกลุ่มนี้ช่วยให้เราจับจุดเปลี่ยนเทรนด์ได้ ซึ่งทำเงินได้มหาศาลแต่ก็เป็นดาบสองคมถ้าอ่านผิด ส่วนกลุ่มที่สองคือ แพตเทิร์นไปต่อ (Continuation Pattern) ซึ่งบอกว่าเทรนด์เดิมกำลังหยุดพักตัวเพื่อสะสมแรง ก่อนจะวิ่งต่อไปในทิศทางเดิม เช่น ธง ธงปัก สามเหลี่ยมขึ้น และลิ่มขาลง การแยกแยะสองกลุ่มนี้ให้ถูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเข้าใจผิดว่าแพตเทิร์นพักตัวคือการกลับตัว หรือกลับกัน คุณอาจเปิดสถานะในทิศทางที่ผิดพลาดและขาดทุนหนักได้
ควรคำนวณเป้าหมายราคาจากแพตเทิร์นหัวกับไหล่อย่างไร?
การคำนวณเป้าหมายราคาของแพตเทิร์นหัวกับไหล่ (Head and Shoulders) ทำได้โดยดูจากความสูงของแพตเทิร์นก่อน คือระยะห่างตั้งแต่ยอดหัว (ยอดกลางที่สูงที่สุด) ถึงเส้นคอ (Neckline) ซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมร่องระหว่างยอดทั้งสาม เมื่อราคาทะลุเส้นคอลงมาแบบปิดแท่งยืนยัน แพตเทิร์นจะถือว่าสมบูรณ์ จากนั้นให้นำความสูงจากหัวถึงคอไปลากลงจากจุดที่ราคาทะลุเส้นคอ นั่นคือเป้าหมายราคาฝั่งลง สำหรับแบบกลับหัว (Inverse Head and Shoulders) ใช้หลักการเดียวกันแต่กลับด้าน คือใช้หาจุดกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น โดยเป้าหมายราคาจะอยู่ฝั่งขึ้น หลักการเดียวกันนี้ยังใช้กับยอดคู่และก้นคู่ด้วย คือวัดความสูงจากยอดหรือก้นถึงเส้นคอ แล้วลากต่อจากจุดทะลุเส้นคอ วิธีนี้ช่วยให้เราตั้งจุด Take Profit ได้อย่างมีระบบ ไม่ใช่การเดา
ทำไมแพตเทิร์นบนกร
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ