Google AI Studio คือ — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026
โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ | อัปเดต 24 ก.พ. 2026 | อ่าน 15 นาที
- Google AI Studio คืออะไร — ภาพรวมและจุดเด่น
- ความแตกต่างระหว่าง Google AI Studio, Vertex AI และ OpenAI Playground
- วิธีสมัครและเริ่มต้นใช้งาน Google AI Studio แบบ Step-by-Step
- ทำความรู้จักโมเดล Gemini ทุกรุ่นที่รองรับ
- Prompt Engineering — เทคนิคเขียน Prompt ให้ได้ผลลัพธ์ตรงจุด
- Structured Prompt และ Chat Prompt — เลือกใช้อย่างไร
- Multimodal Input — ส่งรูปภาพ วิดีโอ เสียง เข้า Gemini
- การขอ Gemini API Key และเชื่อมต่อกับโปรเจกต์จริง
- ตัวอย่างโค้ด Python เรียก Gemini API
- Fine-tuning โมเดล Gemini บน AI Studio
- Safety Settings และ Content Filtering
- ค่าใช้จ่ายและ Free Tier Limits ปี 2026
- Use Case จริงในองค์กรไทย
- เปรียบเทียบ Gemini กับ GPT-4o และ Claude 3.5
- Best Practices และข้อควรระวัง
- สรุปและแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
Google AI Studio คืออะไร — ภาพรวมและจุดเด่น
Google AI Studio เป็นเว็บแอปพลิเคชันฟรีจาก Google DeepMind ที่เปิดให้นักพัฒนาและผู้ที่สนใจ AI สามารถทดลองใช้งานโมเดล Generative AI ตระกูล Gemini ได้โดยตรงผ่านเบราว์เซอร์ โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใดๆ เพิ่มเติม แพลตฟอร์มนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นเหมือน Playground สำหรับการทดลอง Prompt, สร้างต้นแบบแอปพลิเคชัน AI และขอ API Key เพื่อนำไปใช้ในโปรเจกต์จริง
จุดเด่นสำคัญของ Google AI Studio คือความเรียบง่ายในการเริ่มต้น คุณสามารถเข้าใช้งานได้ทันทีด้วย Google Account ปกติ ไม่ต้องสมัคร Google Cloud Platform แยกต่างหาก ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และไม่มีค่าใช้จ่ายภายใต้โควตา Free Tier ซึ่งเพียงพอสำหรับการทดลองและพัฒนาต้นแบบ
ในปี 2026 Google AI Studio ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่หลายรอบ รองรับโมเดล Gemini 2.0 ที่มีความสามารถ Multimodal ขั้นสูง สามารถประมวลผลข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และโค้ดโปรแกรมได้พร้อมกันใน Context Window ที่กว้างถึง 2 ล้านโทเค็น ทำให้สามารถวิเคราะห์เอกสารขนาดใหญ่ วิดีโอยาวหลายชั่วโมง หรือ Codebase ทั้งโปรเจกต์ได้ในครั้งเดียว
ความแตกต่างระหว่าง Google AI Studio, Vertex AI และ OpenAI Playground
หลายคนสับสนระหว่าง Google AI Studio กับ Vertex AI ของ Google Cloud ความแตกต่างหลักอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายและระดับความซับซ้อน Google AI Studio มุ่งเน้นที่การ Prototyping อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับนักพัฒนาอิสระ สตาร์ทอัป นักเรียนนักศึกษา หรือทีมขนาดเล็กที่ต้องการทดลองไอเดียก่อนนำไปพัฒนาต่อ ส่วน Vertex AI เป็น Platform ระดับ Enterprise บน Google Cloud ที่รองรับการ Deploy โมเดลขนาดใหญ่ มี MLOps Pipeline เต็มรูปแบบ มีระบบ Monitoring และ Governance ครบถ้วน
| คุณสมบัติ | Google AI Studio | Vertex AI | OpenAI Playground |
|---|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี (Free Tier) | Pay-as-you-go | Pay-as-you-go |
| โมเดลหลัก | Gemini 2.0 / 1.5 | Gemini + โมเดลอื่น | GPT-4o / o1 |
| Context Window | สูงสุด 2M tokens | สูงสุด 2M tokens | 128K tokens |
| Fine-tuning | รองรับ (จำกัด) | รองรับเต็มรูปแบบ | รองรับ |
| Multimodal | ข้อความ+ภาพ+วิดีโอ+เสียง | เหมือนกัน | ข้อความ+ภาพ+เสียง |
| เหมาะกับ | Prototyping | Production | Prototyping/Production |
วิธีสมัครและเริ่มต้นใช้งาน Google AI Studio แบบ Step-by-Step
การเริ่มต้นใช้งาน Google AI Studio ทำได้ง่ายมากเพียงไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้
- เปิดเว็บไซต์ — ไปที่
aistudio.google.comผ่านเบราว์เซอร์ Chrome, Firefox หรือ Edge เวอร์ชันล่าสุด - ลงชื่อเข้าใช้ — คลิก Sign in ด้วย Google Account ของคุณ ไม่ต้องสมัครใหม่ ใช้ Gmail ปกติได้เลย
- ยอมรับเงื่อนไข — อ่านและยอมรับ Terms of Service ของ Google AI ซึ่งระบุว่าข้อมูลที่ส่งผ่าน Free Tier อาจถูกใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล
- เลือกประเภท Prompt — เลือกจาก Freeform (พิมพ์อิสระ), Structured (มีตัวอย่าง Input/Output) หรือ Chat (สนทนาโต้ตอบ)
- เลือกโมเดล — เลือก Gemini 2.0 Flash สำหรับความเร็ว หรือ Gemini 2.0 Pro สำหรับคุณภาพสูงสุด
- เริ่มทดลอง — พิมพ์ Prompt ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษแล้วกด Run
ทำความรู้จักโมเดล Gemini ทุกรุ่นที่รองรับ
ในปี 2026 Google AI Studio รองรับโมเดล Gemini หลายรุ่น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกโมเดลที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดในแต่ละงาน
Gemini 2.0 Flash เป็นโมเดลที่เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ ตอบสนองรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที เหมาะสำหรับงานที่ต้องการ Real-time Response เช่น Chatbot, การแปลภาษาแบบทันที หรือการสรุปเนื้อหาสั้นๆ โมเดลนี้ยังมีต้นทุนต่ำที่สุดในตระกูล Gemini 2.0 จึงเหมาะกับแอปพลิเคชันที่มีปริมาณ Request สูง
Gemini 2.0 Pro เป็นโมเดลเรือธงที่มีความสามารถสูงสุด ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและซับซ้อนกว่า เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์เชิงลึก การเขียนโค้ดที่ซับซ้อน การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ หรือการสร้างเนื้อหายาวที่ต้องการความถูกต้องสูง Context Window กว้าง 2 ล้านโทเค็น ทำให้สามารถป้อนข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไปในครั้งเดียว
Gemini 1.5 Flash ยังคงให้บริการอยู่สำหรับโปรเจกต์เดิมที่ยังไม่ได้ย้ายมาใช้รุ่น 2.0 โมเดลนี้มีความเสถียรสูง เป็นตัวเลือกที่ดีหากต้องการความเข้ากันได้กับ Codebase เก่า
Prompt Engineering — เทคนิคเขียน Prompt ให้ได้ผลลัพธ์ตรงจุด
Prompt Engineering เป็นทักษะสำคัญที่สุดในการใช้งาน Google AI Studio อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าโมเดลจะฉลาดแค่ไหน ถ้า Prompt ไม่ดีผลลัพธ์ก็จะไม่ตรงตามที่ต้องการ ต่อไปนี้เป็นเทคนิคที่ได้ผลจริงจากประสบการณ์ตรง
กำหนดบทบาท (Role) — เริ่มต้น Prompt ด้วยการบอกว่าให้ AI ทำตัวเป็นใคร เช่น "คุณเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสที่เชี่ยวชาญ Python" การกำหนดบทบาทจะช่วยให้โมเดลเข้าใจบริบทและให้คำตอบที่เจาะลึกมากขึ้น
ระบุรูปแบบผลลัพธ์ (Output Format) — บอกให้ชัดเจนว่าต้องการผลลัพธ์ในรูปแบบใด เช่น JSON, Markdown Table, Bullet Points หรือโค้ดพร้อม Comment การระบุรูปแบบจะลดการตีความผิดพลาดลงอย่างมาก
ให้ตัวอย่าง (Few-shot) — การให้ตัวอย่าง Input/Output สัก 2-3 ชุดจะช่วยให้โมเดลเข้าใจรูปแบบที่ต้องการอย่างชัดเจน เทคนิคนี้ได้ผลดีมากโดยเฉพาะกับงานที่มีรูปแบบเฉพาะ เช่น การแปลงข้อมูลจากรูปแบบหนึ่งไปอีกรูปแบบหนึ่ง
Chain of Thought — สำหรับปัญหาที่ซับซ้อน ให้เพิ่มคำสั่ง "คิดทีละขั้นตอน" หรือ "อธิบายกระบวนการคิดก่อนให้คำตอบ" จะช่วยให้โมเดลให้คำตอบที่ถูกต้องมากขึ้น
Structured Prompt และ Chat Prompt — เลือกใช้อย่างไร
Google AI Studio มี Prompt Mode หลัก 2 แบบที่เหมาะกับงานต่างประเภท Structured Prompt เป็นโหมดที่ให้คุณกำหนด System Instruction พร้อมตัวอย่าง Input/Output เป็นตาราง เหมาะกับงานที่มี Pattern ชัดเจน เช่น การจัดหมวดหมู่ข้อความ การแปลงรูปแบบข้อมูล หรือการดึงข้อมูลจากเอกสาร
Chat Prompt เป็นโหมดสนทนาที่จำลองการพูดคุยไปมา เหมาะกับการสร้าง Chatbot, ระบบตอบคำถาม หรืองานที่ต้องมีการสนทนาต่อเนื่อง คุณสามารถกำหนด System Instruction ให้ AI มีบุคลิกและข้อจำกัดตามที่ต้องการ เช่น "ตอบเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ห้ามตอบเรื่องการเมือง"
Multimodal Input — ส่งรูปภาพ วิดีโอ เสียง เข้า Gemini
ความสามารถ Multimodal เป็นจุดแข็งที่ทำให้ Gemini โดดเด่นกว่าคู่แข่งหลายราย คุณสามารถอัปโหลดรูปภาพเข้าไปใน Prompt แล้วถามคำถามเกี่ยวกับรูปได้ เช่น อัปโหลดภาพหน้าจอ Error แล้วถามว่า "Error นี้เกิดจากอะไรและแก้ไขยังไง" หรืออัปโหลดแผนผัง Network แล้วให้ AI วิเคราะห์จุดอ่อนด้านความปลอดภัย
สำหรับวิดีโอ Gemini 2.0 Pro สามารถรับวิดีโอยาวได้ถึง 2 ชั่วโมง แล้ววิเคราะห์เนื้อหาทั้งภาพและเสียงพร้อมกัน ทำให้สามารถใช้ในงาน เช่น สรุปเนื้อหาการประชุม วิเคราะห์วิดีโอสอน หรือดึงข้อมูลสำคัญจากการบันทึกหน้าจอ
การป้อนเสียง (Audio) ก็ทำได้เช่นกัน อัปโหลดไฟล์เสียง MP3 หรือ WAV แล้วให้ Gemini ถอดเสียงเป็นข้อความ แปลภาษา หรือวิเคราะห์อารมณ์ของผู้พูดได้
การขอ Gemini API Key และเชื่อมต่อกับโปรเจกต์จริง
เมื่อทดลอง Prompt จนพอใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำไปใช้ในโปรเจกต์จริงผ่าน API กดปุ่ม Get API Key ที่มุมซ้ายบนของ Google AI Studio แล้วเลือก Create API Key in New Project หรือเลือก Project เดิมที่มีอยู่แล้ว ระบบจะสร้าง API Key ให้ทันที
คำเตือนด้านความปลอดภัย: อย่า commit API Key ลงใน Git repository เด็ดขาด ให้เก็บไว้ใน Environment Variable หรือ Secret Manager เสมอ
API Key ที่ได้สามารถใช้กับ Google AI Client Library ที่รองรับหลายภาษา ได้แก่ Python, JavaScript/TypeScript, Go, Dart/Flutter, Swift และ Android (Kotlin/Java) โดย Library ที่ใช้แพร่หลายที่สุดคือ google-generativeai สำหรับ Python
ตัวอย่างโค้ด Python เรียก Gemini API
ตัวอย่างด้านล่างแสดงวิธีเรียกใช้ Gemini API จาก Python อย่างง่าย สามารถนำไปปรับใช้ในโปรเจกต์จริงได้ทันที
import google.generativeai as genai
import os
# ตั้งค่า API Key จาก Environment Variable
genai.configure(api_key=os.environ["GEMINI_API_KEY"])
# เลือกโมเดล
model = genai.GenerativeModel("gemini-2.0-flash")
# ส่ง Prompt ข้อความธรรมดา
response = model.generate_content("อธิบาย Docker Container เป็นภาษาไทยแบบเข้าใจง่าย")
print(response.text)
# ส่ง Prompt พร้อมรูปภาพ (Multimodal)
import PIL.Image
img = PIL.Image.open("network-diagram.png")
response = model.generate_content(["วิเคราะห์แผนผังเครือข่ายนี้", img])
print(response.text)
# Streaming Response สำหรับข้อความยาว
response = model.generate_content("เขียนบทความ 1000 คำเรื่อง Kubernetes", stream=True)
for chunk in response:
print(chunk.text, end="", flush=True)
Fine-tuning โมเดล Gemini บน AI Studio
Google AI Studio รองรับ Supervised Fine-tuning สำหรับ Gemini 1.5 Flash ซึ่งเหมาะกับงานที่ต้องการให้โมเดลเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น ตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของบริษัท แปลศัพท์เฉพาะทาง หรือจัดหมวดหมู่ข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนด
ขั้นตอนการ Fine-tune มีดังนี้
- เตรียมข้อมูล — สร้างไฟล์ JSONL ที่แต่ละบรรทัดมี
text_inputและoutputควรมีอย่างน้อย 100 ตัวอย่าง แต่แนะนำ 500+ ตัวอย่างเพื่อผลลัพธ์ที่ดี - อัปโหลดข้อมูล — ไปที่แท็บ Tuning ใน AI Studio แล้วอัปโหลดไฟล์ JSONL
- ตั้งค่า Hyperparameters — กำหนด Epoch (แนะนำ 3-5), Learning Rate Multiplier และ Batch Size ระบบจะแนะนำค่าเริ่มต้นที่เหมาะสม
- เริ่ม Training — คลิก Start Tuning แล้วรอประมาณ 20-60 นาที ระบบจะแจ้งทางอีเมลเมื่อเสร็จ
- ทดสอบ — โมเดลที่ Fine-tune แล้วจะปรากฏในรายการโมเดลให้เลือกใช้ได้ทันที
Safety Settings และ Content Filtering
Google AI Studio มีระบบ Safety Settings ที่ปรับแต่งได้ 4 หมวดหมู่ ได้แก่ Harassment, Hate Speech, Sexually Explicit และ Dangerous Content แต่ละหมวดมี 4 ระดับ คือ Block None, Block Few, Block Some และ Block Most ค่าเริ่มต้นอยู่ที่ Block Some ซึ่งเหมาะกับการใช้งานทั่วไป
สำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องจัดการกับเนื้อหาละเอียดอ่อน เช่น แพลตฟอร์มการศึกษาที่สอนเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ อาจต้องปรับ Safety Settings ให้ผ่อนปรนมากขึ้น แต่ต้องระวังว่าเมื่อ Deploy จริงต้องมีระบบกรองเนื้อหาเพิ่มเติมอีกชั้น
ค่าใช้จ่ายและ Free Tier Limits ปี 2026
Google AI Studio ให้ใช้งานฟรีภายใต้โควตาที่ค่อนข้างใจกว้าง ข้อมูลล่าสุดปี 2026 มีดังนี้
| โมเดล | Free Tier (RPM) | Free Tier (TPM) | ราคา Paid (Input) | ราคา Paid (Output) |
|---|---|---|---|---|
| Gemini 2.0 Flash | 60 req/min | 1M tokens/min | $0.10/1M tokens | $0.40/1M tokens |
| Gemini 2.0 Pro | 2 req/min | 100K tokens/min | $1.25/1M tokens | $5.00/1M tokens |
| Gemini 1.5 Flash | 30 req/min | 500K tokens/min | $0.075/1M tokens | $0.30/1M tokens |
สำหรับ Free Tier มีข้อจำกัดที่ควรทราบ คือ ข้อมูลที่ส่งผ่าน API อาจถูกใช้เพื่อปรับปรุงโมเดล ดังนั้นไม่ควรส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับทางธุรกิจผ่าน Free Tier หากต้องการความเป็นส่วนตัว ให้อัปเกรดเป็น Paid Tier หรือใช้ Vertex AI แทน
Use Case จริงในองค์กรไทย
จากประสบการณ์ให้คำปรึกษาองค์กรไทยหลายแห่ง Google AI Studio ถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบ ดังนี้
- Chatbot บริการลูกค้า — ธนาคารและบริษัทประกันใช้ Gemini API สร้าง Chatbot ที่เข้าใจภาษาไทยธรรมชาติ ตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการได้อย่างแม่นยำ ลดภาระ Call Center ได้กว่า 40%
- วิเคราะห์เอกสาร — สำนักงานกฎหมายใช้ Gemini Pro วิเคราะห์สัญญาและเอกสารทางกฎหมายภาษาไทย สรุปประเด็นสำคัญ และเปรียบเทียบเงื่อนไขระหว่างสัญญาหลายฉบับ
- สรุปการประชุม — บริษัท IT อัปโหลดวิดีโอบันทึกการประชุมเข้า Gemini แล้วให้สรุปเป็น Meeting Minutes พร้อม Action Items อัตโนมัติ
- ช่วยเขียนโค้ด — ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้ Gemini API ในเครื่องมือ Internal เพื่อช่วย Review โค้ด แนะนำการแก้ Bug และสร้าง Unit Test อัตโนมัติ
- สร้างเนื้อหาการตลาด — ทีม Marketing ใช้สร้างคอนเทนต์ภาษาไทย ปรับ Tone of Voice ตามแพลตฟอร์ม และแปลเนื้อหาจากภาษาอังกฤษเป็นไทยที่อ่านเป็นธรรมชาติ
เปรียบเทียบ Gemini กับ GPT-4o และ Claude 3.5
ในปี 2026 การแข่งขันระหว่าง AI รุ่นใหญ่ 3 ค่ายดุเดือดมาก แต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน Gemini 2.0 Pro โดดเด่นด้าน Context Window ที่กว้างที่สุด (2M tokens) และความสามารถ Multimodal ที่ครอบคลุมที่สุด GPT-4o ของ OpenAI เก่งด้านการสร้างเนื้อหาสร้างสรรค์และมี Ecosystem ของ Plugin ที่กว้างขวาง ส่วน Claude 3.5 Sonnet ของ Anthropic โดดเด่นด้านความแม่นยำในการวิเคราะห์และการปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อน
สำหรับการใช้งานภาษาไทย Gemini มีข้อได้เปรียบเรื่องการรองรับภาษาไทยที่ดีเยี่ยม ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ สะกดถูกต้อง และเข้าใจบริบทวัฒนธรรมไทยได้ดี ซึ่งเป็นผลจากข้อมูลการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและการปรับแต่งเฉพาะภูมิภาค
Best Practices และข้อควรระวัง
จากการใช้งาน Google AI Studio มาอย่างต่อเนื่อง สรุป Best Practices ที่ควรปฏิบัติตาม ดังนี้
- เริ่มจาก Flash แล้วค่อยอัปเป็น Pro — ใช้ Gemini Flash ก่อนเพื่อประหยัดโควตาและเวลา ถ้าผลลัพธ์ไม่ดีค่อยเปลี่ยนเป็น Pro
- ปรับ Temperature ตามงาน — ใช้ Temperature ต่ำ (0-0.3) สำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำ เช่น การแปลงข้อมูล ใช้ Temperature สูง (0.7-1.0) สำหรับงานสร้างสรรค์
- ใช้ System Instruction — กำหนดบทบาทและกฎเกณฑ์ให้ชัดเจน จะช่วยให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอมากขึ้น
- เก็บ Prompt ที่ดีไว้ — ใช้ฟีเจอร์ Save Prompt ใน AI Studio เพื่อเก็บ Prompt ที่ทดสอบแล้วว่าได้ผลดี
- ระวังข้อมูลส่วนตัว — Free Tier ไม่มีการรับประกันความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อย่าส่งข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลภายในบริษัทผ่าน Free API
- ตรวจสอบ Output เสมอ — AI อาจสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง (Hallucination) ต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
- ใช้ Grounding กับ Google Search — เปิดฟีเจอร์ Grounding with Google Search เพื่อให้โมเดลอ้างอิงข้อมูลจริงจากอินเทอร์เน็ต ลด Hallucination ได้มาก
สรุปและแหล่งเรียนรู้เพิ่มเติม
Google AI Studio เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้และทดลองใช้ Generative AI จาก Google ด้วยความง่ายในการเริ่มต้น ไม่มีค่าใช้จ่าย และรองรับความสามารถ Multimodal ที่ครอบคลุม ทำให้เป็นเครื่องมือที่เหมาะทั้งสำหรับการเรียนรู้ การทำ Prototype และการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI ขนาดเล็กถึงกลาง
สำหรับผู้ที่ต้องการต่อยอด แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมที่ Google AI for Developers documentation, หลักสูตร Generative AI Learning Path บน Google Cloud Skills Boost และติดตามการอัปเดตจาก Google DeepMind Blog เพื่อไม่พลาดฟีเจอร์ใหม่ๆ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: Google AI Studio คืออะไร ต่างจาก Vertex AI อย่างไร
Google AI Studio เป็นเว็บแอปฟรีสำหรับทดลอง Prompt และเรียก Gemini API โดยตรง เหมาะสำหรับ Prototyping ในขณะที่ Vertex AI เป็น Platform ระดับ Enterprise สำหรับ Deploy โมเดลขนาดใหญ่ในโปรดักชัน
Q: Google AI Studio ใช้ฟรีหรือไม่
ใช้ฟรีได้ภายใต้โควตา Free Tier ที่ให้ 60 Request/นาทีสำหรับ Gemini 2.0 Flash และ 2 Request/นาทีสำหรับ Gemini 2.0 Pro โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต
Q: Gemini API Key ขอได้จากไหน
สามารถขอ API Key ได้ฟรีจากหน้า Google AI Studio โดยคลิก Get API Key แล้วเลือก Create API Key in New Project ระบบจะสร้าง Key ให้ทันที
Q: Fine-tuning บน Google AI Studio ทำได้หรือไม่
ได้ รองรับ Supervised Fine-tuning สำหรับ Gemini 1.5 Flash โดยอัปโหลดชุดข้อมูล JSONL แล้วระบบจะ Fine-tune ให้อัตโนมัติ ใช้เวลาประมาณ 20-60 นาที
Q: Google AI Studio รองรับภาษาไทยหรือไม่
รองรับ Gemini เป็นโมเดล Multimodal ที่รองรับกว่า 100 ภาษา รวมถึงภาษาไทย สามารถสร้าง Prompt ภาษาไทย วิเคราะห์ข้อมูลไทย และสร้างเนื้อหาภาษาไทยได้อย่างแม่นยำ
บทความแนะนำ:
อ่านเพิ่มเติม: บทความทั้งหมด | หน้าแรก Blog
เจาะ ลึก Google AI Studio คือ
การ ทำ ความ เข้าใจ Google AI Studio คือ อย่าง ลึก ซึ้ง นั้น มี ความ สำคัญ อย่าง มาก ใน ยุค ปัจจุบัน เทคโนโลยี นี้ ได้ รับ ความ นิยม เพิ่ม ขึ้น อย่าง ต่อ เนื่อง ทั้ง ใน ระดับ องค์กร และ ระดับ บุคคล การ เรียน รู้ และ ทำ ความ เข้าใจ หลัก การ ทำ งาน พื้น ฐาน จะ ช่วย ให้ คุณ สามารถ นำ ไป ประยุกต์ ใช้ งาน ได้ อย่าง มี ประสิทธิภาพ มาก ยิ่ง ขึ้น
ใน บริบท ของ ประเทศ ไทย Google AI Studio คือ มี บทบาท สำคัญ ใน การ พัฒนา โครง สร้าง พื้น ฐาน ด้าน เทคโนโลยี สารสนเทศ องค์กร ต่าง ๆ ทั้ง ภาค รัฐ และ เอกชน ต่าง ให้ ความ สนใจ ใน การ นำ เทคโนโลยี นี้ มา ใช้ เพื่อ เพิ่ม ประสิทธิภาพ การ ทำ งาน และ ลด ต้นทุน ใน ระยะ ยาว ความ เข้าใจ ที่ ถูก ต้อง จะ ช่วย ให้ การ ตัดสิน ใจ เลือก ใช้ เครื่อง มือ และ แนว ทาง ปฏิบัติ เป็น ไป อย่าง เหมาะ สม