it_devops

công ty cổ phần đầu tư sao vàng | SiamCafe Blog

công ty cổ phần đầu tư sao vàng | SiamCafe Blog

บริษัท จำกัด จดทะเบียนทุน "ดาวทอง" คืออะไร ทำไมนักลงทุนไทยถึงต้องรู้จัก

หลายคนที่ตามหาข้อมูลการลงทุนในเวียดนาม มักเจอชื่อบริษัทที่เขียนเป็นภาษาเวียดนามว่า "công ty cổ phần đầu tư sao vàng" ซึ่งแปลตรงตัวเป็น

"บริษัทมหาชนจำกัด (บริษัทมหาชน) ที่ประกอบธุรกิจการลงทุน ดาวทอง" ผม อ.บอม อยู่ในวงการเทรดและการลงทุนมากว่า 13 ปี ตอนเป็นเทรดเดอร์ที่ผ่านสถานะตำนานของ XM มาแล้ว ต้องบอกตรง ๆ ว่าชื่อบริษัทลักษณะนี้เจอบ่อยมากในกลุ่มนักลงทุนไทยที่สนใจหุ้นเวียดนาม ทองคำ หรือธุรกิจแฟรนไชส์ข้ามพรมแดน คำว่า "cổ phần" หมายถึงบริษัทจดทะเบียนเป็นหุ้น ที่ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ส่วนคำว่า "đầu tư" คือการลงทุน และ "sao vàng" คือดาวทองหรือทองดาว ซึ่งเป็นชื่อที่นิยมใช้กันมากในเวียดนาม เพราะดาวในธงชาติเวียดนามเป็นสีเหลืองทอง ธุรกิจที่ใช้ชื่อลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำแท่ง ทองคำรูปสำเร็จ อัญมณี การลงทุนในกิจการอสังหาริมทรัพย์ หรือการรับจัดการเงินลงทุนให้ลูกค้ารายย่อย ประเด็นที่นักลงทุนไทยต้องระวังคือ มีบริษัทหลายแห่งในเวียดนามที่ใช้ชื่อคล้ายกันมาก และยังมีกลุ่มที่มาโฆษณาในไทยผ่านช่องทางออนไลน์ อ้างว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเวียดนาม แล้วเชิญชวนให้ฝากเงินซื้อหุ้นหรือซื้อสัญญาทองคำที่อ้างว่ามีผลตอบแทนประจำเดือน ประสบการณ์ของผมในวงการนี้บอกว่า ก่อนจะโอนเงินให้บริษัทใดในต่างประเทศ ต้องตรวจสอบสามอย่างเป็นอย่างแรก ได้แก่ หมายเลขทะเบียนนิติบุคคลกับกระทรวงแผนการและการลงทุนของเวียดนาม ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจทองคำที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลของเวียดนาม และช่องทางการรับเงินที่ต้องเป็นบัญชีนิติบุคคลเท่านั้น ไม่ใช่บัญชีบุคคลธรรมดา ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่ง ผมแนะนำให้เดินออกจากการเจรจาทันที เพราะความเสี่ยงสูงกว่าผลตอบแทนที่เขาเสนอหลายเท่า

ก่อนจะไปวิเคราะห์บริษัทแบบ "công ty cổ phần" ต้องเข้าใจก่อนว่าโครงสร้างของบริษัทประเภทนี้ในเวียดนามทำงานอย่างไร

เพราะเป็นพื้นฐานที่ใช้ตัดสินใจว่าบริษัทนั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน บริษัทจดทะเบียนเป็นหุ้น (công ty cổ phần) ในเวียดนามมีกฎหมายกำกับตามประมวลกฎหมายกิจการพาณิชย์ฉบับปี 2020 ลักษณะคล้ายบริษัทมหาชนจำกัดในไทย คือต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสามคน ขึ้นสูงสุดไม่จำกัดจำนวน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเท่ากับมูลค่าหุ้นที่ถือ สามารถออกหุ้นเพื่อระดมทุนได้ และถ้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์หรือฮานอยก็จะกลายเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ต้องเปิดเผยงบการเงินเป็นรายไตรมาส โครงสร้างการบริหารประกอบด้วยที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นองค์กรสูงสุด คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งต้องแยกเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารตามกฎหมาย สิ่งที่นักลงทุนไทยมักสับสนคือ ชื่อบริษัทที่มีคำว่า "công ty cổ phần" ไม่ได้แปลว่าบริษัทนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว เพราะบริษัทเอกชนระดับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีผู้ถือหุ้นสามคนก็ใช้คำนี้ได้เหมือนกัน ผมเคยเห็นโบรชัวร์ของกลุ่มเชิญชวนลงทุนที่ใช้เล่นคำตรงจุดนี้ พิมพ์คำว่า "บริษัทมหาชน" ใหญ่ ๆ ให้คนไทยเข้าใจว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และถูกกำกับอย่างเข้มงวด ทั้งที่จริงอาจเป็นแค่บริษัทจดทะเบียนเป็นหุ้นธรรมดาที่ไม่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในตลาดเลย วิธีตรวจสอบที่ใช้ได้จริงคือ ขอเลขทะเบียนนิติบุคคลแล้วค้นในเว็บไซต์ข้อมูลธุรกิจของเวียดนามซึ่งเปิดให้ค้นฟรี จะเห็นวันที่จดทะเบียน ทุนจดทะเบียน วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ และรายชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ถ้าบริษัทอ้างว่าซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ให้ขอรหัสหุ้นแล้วค้นในเว็บของตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์โดยตรง ถ้าหารหัสหุ้นไม่เจอ แปลว่าการอ้างอิงนั้นเป็นเท็จทั้งหมด อีกจุดที่ต้องดูคือสัดส่วนการถือหุ้น ถ้าบริษัทการลงทุนที่อ้างว่ามีกองทุนสถาบันร่วมลงทุน แต่หลังตรวจแล้วผู้ถือหุ้นเป็นครอบครัวเดียวทั้งหมด ก็ต้องตั้งข้อสงสัยว่าข้อมูลการตลาดที่เขานำเสนอเชื่อถือได้แค่ไหน นี่คือความรู้พื้นฐานที่ผมมองว่าทุกคนที่จะลงทุนข้ามประเทศต้องมีก่อน ก่อนจะพูดถึงเรื่องการลงทุนทองคำและผลตอบแทนที่มักมาพร้อมกับชื่อบริษัทกลุ่มนี้

ธุรกิจของบริษัทกลุ่มชื่อ "ดาวทอง" ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยชื่นชอบ แต่ก็เป็นสินทรัพย์ที่มีผู้ใช้ชื่อสวย ๆ

สร้างโครงการหลอกลวงมากที่สุดประเภทหนึ่งในภูมิภาคนี้ รูปแบบการลงทุนที่มักถูกนำเสนอมีสี่แบบหลัก แบบแรกคือซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ที่บริษัทแล้วรับผลตอบแทนรายเดือน โดยอ้างว่าบริษัทนำทองไปให้เช่าซื้อกับร้านทองหรือโรงงานเครื่องประดับ แบบที่สองคือซื้อหุ้นของบริษัทโดยตรงในราคาที่บริษัทกำหนดเอง ไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ แล้วสัญญาว่าจะซื้อคืนในราคาสูงขึ้นตามกำหนดเวลา แบบที่สามคือการร่วมลงทุนในเหมืองทองหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามด้วยขั้นต่ำหลักหมื่นบาท พร้อมสัญญาผลตอบแทนร้อยละสองถึงห้าต่อเดือน และแบบที่สี่คือการเทรดทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจไม่มีการซื้อขายทองจริงเกิดขึ้นเลย เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอ ประสบการณ์ตรงของผมในวงการเทรด 13 ปี บอกได้ว่าทุกแบบที่กล่าวมามีจุดร่วมกันคือ ผลตอบแทนที่รับประกันคงที่รายเดือนในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนตามตลาดโลก ทองคำราคาขึ้นลงทุกวันตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยพันธบัตร และอารมณ์ตลาด บริษัทที่มีธุรกิจจริงไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนคงที่ได้ เพราะความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเป็นของผู้ลงทุนตามหลักการตลาดทุกแห่ง ถ้าใครรับประกันได้ แปลว่าเงินที่จ่ายให้เราอาจมาจากเงินของนักลงทุนรายใหม่ที่เข้ามาทีหลัง ซึ่งเป็นโครงสร้างของแผนพีระมิดที่พังทลายแน่นอนในวันหนึ่ง อีกสัญญาณเตือนที่ผมใช้เสมอคือช่องทางการรับเงิน ถ้าเงินต้องโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา บัญชีมัลลอมเวอร์ หรือบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับบริษัท นั่นคือธงแดงชัดเจน บริษัทจดทะเบียนจริงต้องมีบัญชีนิติบุคคลเปิดในธนาคารที่ชื่อบัญชีตรงกับชื่อบริษัทในใบทะเบียน และอีกข้อคือเอกสารสัญญาที่เป็นภาษาเวียดนามโดยไม่มีฉบับแปลที่รับรอง ถ้าไม่เข้าใจว่าลงนามอะไร อย่าลงนาม นี่ไม่ใช่การมองลบว่าบริษัทชื่อดาวทองทุกแห่งเป็นกลุ่มหลอกลวง เพราะในเวียดนามมีบริษัททองคำที่จดทะเบียนถูกกฎหมายและดำเนินธุรกิจจริงมากมาย แต่การที่ชื่อถูกใช้ซ้ำกันมาก ทำให้นักลงทุนต้องตรวจสอบเจาะจงถึงบริษัทที่ตนจะลงทุนด้วยเป็นรายบริษัท ห้ามใช้ความเชื่อว่า "ชื่อเดียวกันคือกลุ่มเดียวกัน" เด็ดขาด

หัวใจของการลงทุนต่างประเทศไม่ใช่การหาผลตอบแทนสูงสุด แต่คือการไม่เสียเงินให้กับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง

ผมสรุปเช็กลิสต์ที่ผมใช้กับทุกโอกาสการลงทุนข้ามประเทศมาเป็นตารางให้เพื่อน ๆ นักลงทุนใช้เปรียบเทียบระหว่างสัญญาณปกติกับสัญญาณเตือนภัย โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ที่เห็นเคสนักลงทุนไทยสูญเงินกับธุรกิจการลงทุนต่างประเทศมาหลายสิบกรณี

ธุรกิจของบริษัทกลุ่มชื่อ "ดาวทอง" ส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยชื่นชอบ แต่ก็เป็นสินทรัพย์ที่มีผู้ใช้ชื่อสวย ๆ สร้างโครงการหลอกลวงมากที่สุดประเภทหนึ่งในภูมิภาคนี้ รูปแบบการลงทุนที่มักถูกนำเสนอมีสี่แบบหลัก แบบแรกคือซื้อทองคำแท่งเก็บไว้ที่บริษัทแล้วรับผลตอบแทนรายเดือน โดยอ้างว่าบริษัทนำทองไปให้เช่าซื้อกับร้านทองหรือโรงงานเครื่องประดับ แบบที่สองคือซื้อหุ้นของบริษัทโดยตรงในราคาที่บริษัทกำหนดเอง ไม่ผ่านตลาดหลักทรัพย์ แล้วสัญญาว่าจะซื้อคืนในราคาสูงขึ้นตามกำหนดเวลา แบบที่สามคือการร่วมลงทุนในเหมืองทองหรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามด้วยขั้นต่ำหลักหมื่นบาท พร้อมสัญญาผลตอบแทนร้อยละสองถึงห้าต่อเดือน และแบบที่สี่คือการเทรดทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจไม่มีการซื้อขายทองจริงเกิดขึ้นเลย เป็นแค่ตัวเลขบนหน้าจอ ประสบการณ์ตรงของผมในวงการเทรด 13 ปี บอกได้ว่าทุกแบบที่กล่าวมามีจุดร่วมกันคือ ผลตอบแทนที่รับประกันคงที่รายเดือนในสินทรัพย์ที่ราคาผันผวนตามตลาดโลก ทองคำราคาขึ้นลงทุกวันตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ดอกเบี้ยพันธบัตร และอารมณ์ตลาด บริษัทที่มีธุรกิจจริงไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนคงที่ได้ เพราะความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเป็นของผู้ลงทุนตามหลักการตลาดทุกแห่ง ถ้าใครรับประกันได้ แปลว่าเงินที่จ่ายให้เราอาจมาจากเงินของนักลงทุนรายใหม่ที่เข้ามาทีหลัง ซึ่งเป็นโครงสร้างของแผนพีระมิดที่พังทลายแน่นอนในวันหนึ่ง อีกสัญญาณเตือนที่ผมใช้เสมอคือช่องทางการรับเงิน ถ้าเงินต้องโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา บัญชีมัลลอมเวอร์ หรือบัญชีที่ชื่อไม่ตรงกับบริษัท นั่นคือธงแดงชัดเจน บริษัทจดทะเบียนจริงต้องมีบัญชีนิติบุคคลเปิดในธนาคารที่ชื่อบัญชีตรงกับชื่อบริษัทในใบทะเบียน และอีกข้อคือเอกสารสัญญาที่เป็นภาษาเวียดนามโดยไม่มีฉบับแปลที่รับรอง ถ้าไม่เข้าใจว่าลงนามอะไร อย่าลงนาม นี่ไม่ใช่การมองลบว่าบริษัทชื่อดาวทองทุกแห่งเป็นกลุ่มหลอกลวง เพราะในเวียดนามมีบริษัททองคำที่จดทะเบียนถูกกฎหมายและดำเนินธุรกิจจริงมากมาย แต่การที่ชื่อถูกใช้ซ้ำกันมาก ทำให้นักลงทุนต้องตรวจสอบเจาะจงถึงบริษัทที่ตนจะลงทุนด้วยเป็นรายบริษัท ห้ามใช้ความเชื่อว่า "ชื่อเดียวกันคือกลุ่มเดียวกัน" เด็ดขาด

ตารางตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนวางเงินจริง

หัวใจของการลงทุนต่างประเทศไม่ใช่การหาผลตอบแทนสูงสุด แต่คือการไม่เสียเงินให้กับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ผมสรุปเช็กลิสต์ที่ผมใช้กับทุกโอกาสการลงทุนข้ามประเทศมาเป็นตารางให้เพื่อน ๆ นักลงทุนใช้เปรียบเทียบระหว่างสัญญาณปกติกับสัญญาณเตือนภัย โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ที่เห็นเคสนักลงทุนไทยสูญเงินกับธุรกิจการลงทุนต่างประเทศมาหลายสิบกรณี

ประเด็นตรวจสอบสัญญาณปกติสัญญาณเตือนภัย
ทะเบียนนิติบุคคลมีเลขทะเบียน ตรวจได้ในฐานข้อมูลเวียดนาม ชื่อตรงกับที่โฆษณาไม่ยอมให้เลขทะเบียน หรือเลขที่ให้ค้นไม่เจอ
ใบอนุญาตธุรกิจทอง/หลักทรัพย์มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับเวียดนาม ระบุขอบเขตธุรกิจชัดอ้างว่า "จดทะเบียนถูกกฎหมายแล้ว" แต่ไม่มีใบอนุญาตธุรกิจการลงทุนเฉพาะ
ช่องทางรับเงินบัญชีนิติบุคคล ชื่อบัญชีตรงบริษัท มีใบเสร็จรับเงินบัญชีบุคคลธรรมดา บัญชีมัลลอมเวอร์ สมุดเงินสด หรือรับเงินเป็นเหรียญดิจิทัล
ผลตอบแทนอธิบายเงื่อนไขตามผลประกอบการจริง มีความเสี่ยงแจ้งชัดรับประกันร้อยละคงที่ทุกเดือน ไม่มีเอกสารแจ้งความเสี่ยง

คำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุดจากเพื่อน ๆ ที่เคยโดนชวนลงทุนกับบริษัทต่างประเทศคือ เงินที่โอนไปแล้วเอาคืนได้ไหม คำตอบตรง ๆ

คือโอกาสกู้คืนเงินจากธุรกิจหลอกลวงข้ามประเทศต่ำมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์ และความเร็วในการลงมือคือปัจจัยสำคัญที่สุด ขั้นแรกที่ต้องทำทันทีที่สงสัยว่าโดนหลอกคือ เก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งภาพหน้าจอการสนทนา สลิปโอนเงิน สัญญาที่ลงนาม เอกสารโบรชัวร์ และข้อมูลผู้ติดต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขั้นที่สองคือแจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่ท่านอยู่ พร้อมแจ้งเรื่องกับศูนย์ข้อมูลทางการเงินและธนาคารที่ใช้โอนเงิน เพื่อขอความร่วมมือระงับบัญชีปลายทาง ถ้าโอนผ่านมัลลอมเวอร์ให้รีบแจ้งผู้ให้บริการภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังโอน เพราะยอดที่ยังอยู่ในบัญชีมีโอกาสคืนได้ ขั้นที่สามคือแจ้งเรื่องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลการระดมทุนประชาชน เพื่อให้มีการออกประกาศเตือนภายหลังและเป็นหลักฐานเสริมในคดี ขั้นที่สี่ถ้าบริษัทอยู่ในเวียดนามจริง ทนายความในเวียดนามสามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้ แต่ค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน เหมาะเฉพาะกรณียอดเสียหายมากพอคุ้มค่าใช้จ่าย หรือกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนรวมกลุ่มฟ้องร่วมกัน สิ่งที่ผมอยากย้ำกับทุกคนคือ ห้ามโอนเงินเพิ่มเพื่อ "ค่าธรรมเนียมปลดล็อกเงินคืน" หรือ "ภาษีถอนเงิน" ที่บุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทเรียกเก็บในภายหลัง เพราะนี่คือขั้นตอนที่สองของการหลอกที่มักเรียกเก็บเพิ่มอีกหลายรอบ กลุ่มคนหลอกจะไม่มีวันคืนเงินจริง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลังเหตุการณ์คือวิธีขุดหลุมให้ลึกขึ้นเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดยังคงเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้น คือใช้เช็กลิสต์ในหัวข้อก่อนหน้าอย่างเคร่งครัด และจำกัดวงเงินที่ยอมเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้ลงทุนในประเทศไทย หากท่านอยากได้ความเสี่ยงด้านทองคำหรือหุ้นเวียดนาม ทางเลือกที่มีระบบคุ้มครองชัดเจนกว่าคือกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำซึ่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาต หรือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเวียดนามผ่านกองทุนรวมที่ขายในไทยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแม้ผลตอบแทนจะไม่การันตี แต่อย

สถานที่ประกอบการมีสำนักงานจริง ให้เยี่ยมชมได้ พบผู้บริหารได้สื่อสารออนไลน์อย่างเดียว เปลี่ยนเบอร์ติดต่อบ่อย
กลไกถอนเงินมีขั้นตอนถอนชัดเจนในสัญญา มีตัวอย่างกรณีจริงถอนได้เมื่อ "ทำภารกิจครบ" หรือต้องชวนคนใหม่ก่อนถึงจะถอนได้

เมื่อไรที่คะแนนฝั่งเตือนภัยมีมากกว่าหนึ่งข้อ ผมแนะนำให้หยุดทุกอย่างแล้วปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สำหรับการระดมทุนที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือตำรวจไซเบอร์ถ้าสงสัยว่าเป็นแผนชวนชวนลงทุนแบบพีระมิด เพราะถ้าใช้เวลาตรวจสอบเพียงหนึ่งถึงสองสัปดาห์แล้วรอดจากการสูญเงินหลักแสนหลักล้าน มันคุ้มค่ากว่าการเสียใจภายหลังหลายสิบเท่า

ถ้าลงทุนแล้วเสียเงิน มีทางกู้คืนหรือไม่

คำถามที่ผมได้รับบ่อยที่สุดจากเพื่อน ๆ ที่เคยโดนชวนลงทุนกับบริษัทต่างประเทศคือ เงินที่โอนไปแล้วเอาคืนได้ไหม คำตอบตรง ๆ คือโอกาสกู้คืนเงินจากธุรกิจหลอกลวงข้ามประเทศต่ำมาก แต่ไม่ใช่ศูนย์ และความเร็วในการลงมือคือปัจจัยสำคัญที่สุด ขั้นแรกที่ต้องทำทันทีที่สงสัยว่าโดนหลอกคือ เก็บหลักฐานให้ครบ ทั้งภาพหน้าจอการสนทนา สลิปโอนเงิน สัญญาที่ลงนาม เอกสารโบรชัวร์ และข้อมูลผู้ติดต่อทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขั้นที่สองคือแจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่ท่านอยู่ พร้อมแจ้งเรื่องกับศูนย์ข้อมูลทางการเงินและธนาคารที่ใช้โอนเงิน เพื่อขอความร่วมมือระงับบัญชีปลายทาง ถ้าโอนผ่านมัลลอมเวอร์ให้รีบแจ้งผู้ให้บริการภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังโอน เพราะยอดที่ยังอยู่ในบัญชีมีโอกาสคืนได้ ขั้นที่สามคือแจ้งเรื่องกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลการระดมทุนประชาชน เพื่อให้มีการออกประกาศเตือนภายหลังและเป็นหลักฐานเสริมในคดี ขั้นที่สี่ถ้าบริษัทอยู่ในเวียดนามจริง ทนายความในเวียดนามสามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้ แต่ค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน เหมาะเฉพาะกรณียอดเสียหายมากพอคุ้มค่าใช้จ่าย หรือกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนรวมกลุ่มฟ้องร่วมกัน สิ่งที่ผมอยากย้ำกับทุกคนคือ ห้ามโอนเงินเพิ่มเพื่อ "ค่าธรรมเนียมปลดล็อกเงินคืน" หรือ "ภาษีถอนเงิน" ที่บุคคลที่อ้างว่าเป็นพนักงานบริษัทเรียกเก็บในภายหลัง เพราะนี่คือขั้นตอนที่สองของการหลอกที่มักเรียกเก็บเพิ่มอีกหลายรอบ กลุ่มคนหลอกจะไม่มีวันคืนเงินจริง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหลังเหตุการณ์คือวิธีขุดหลุมให้ลึกขึ้นเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดยังคงเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้น คือใช้เช็กลิสต์ในหัวข้อก่อนหน้าอย่างเคร่งครัด และจำกัดวงเงินที่ยอมเสี่ยงกับสินทรัพย์ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองผู้ลงทุนในประเทศไทย หากท่านอยากได้ความเสี่ยงด้านทองคำหรือหุ้นเวียดนาม ทางเลือกที่มีระบบคุ้มครองชัดเจนกว่าคือกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำซึ่งซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาต หรือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเวียดนามผ่านกองทุนรวมที่ขายในไทยอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งแม้ผลตอบแทนจะไม่การันตี แต่อย

คำถามที่พบบ่อย

"công ty cổ phần đầu tư sao vàng" แปลว่าอะไร และเป็นธุรกิจประเภทไหน?

คำว่า "công ty cổ phần" หมายถึงบริษัทจดทะเบียนเป็นหุ้น ที่ผู้ถือหุ้นมีความรับผิดจำกัดตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ ส่วน "đầu tư" คือการลงทุน และ "sao vàng" คือดาวทองหรือทองดาว ซึ่งเป็นชื่อที่นิยมใช้กันมากในเวียดนาม เพราะดาวในธงชาติเวียดนามเป็นสีเหลืองทอง ธุรกิจที่ใช้ชื่อลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะประกอบกิจการเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำแท่ง ทองคำรูปสำเร็จ อัญมณี การลงทุนในกิจการอสังหาริมทรัพย์ หรือการรับจัดการเงินลงทุนให้ลูกค้ารายย่อย จุดที่นักลงทุนไทยต้องระวังเป็นพิเศษคือ มีบริษัทหลายแห่งในเวียดนามที่ใช้ชื่อคล้ายกันมาก และยังมีบางกลุ่มที่เข้ามาโฆษณาในไทยผ่านช่องทางออนไลน์ อ้างว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเวียดนาม แล้วเชิญชวนให้ฝากเงินซื้อหุ้นหรือซื้อสัญญาทองคำที่อ้างว่ามีผลตอบแทนประจำเดือน ดังนั้นการรู้ความหมายของชื่อบริษัทจึงเป็นเพียงก้าวแรก ยังต้องตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบริษัทอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจโอนเงินทุกครั้ง

ก่อนโอนเงินลงทุนกับบริษัทในเวียดนาม ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

จากประสบการณ์ในวงการเทรดและการลงทุนกว่า 13 ปี ก่อนจะโอนเงินให้บริษัทใดในต่างประเทศ ต้องตรวจสอบสามอย่างเป็นอย่างแรก ได้แก่ หนึ่ง หมายเลขทะเบียนนิติบุคคลที่จดกับกระทรวงแผนการและการลงทุนของเวียดนาม สอง ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือธุรกิจทองคำที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลของเวียดนาม และสาม ช่องทางการรับเงินที่ต้องเป็นบัญชีนิติบุคคลเท่านั้น ไม่ใช่บัญชีบุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนมากถ้าบริษัทขอให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของพนักงานหรือผู้บริหาร ถ้าบริษัทที่คุณกำลังเจรจาขาดข้อใดข้อหนึ่งในสามข้อนี้ แนะนำให้เดินออกจากการเจรจาทันที เพราะความเสี่ยงที่จะสูญเงินมีสูงกว่าผลตอบแทนที่เขาเสนอหลายเท่า นอกจากนี้ยังควรเก็บหลักฐานการสื่อสารและเอกสารทั้งหมดไว้ เผื่อกรณีต้องใช้ในการร้องเรียนหรือดำเนินคดีในภายหลัง อย่าตัดสินใจจากโบรชัวร์สวย ๆ หรือคำรับรองผลตอบแทนประจำเดือนเพียงอย่างเดียว

บริษัทที่ชื่อมีคำว่า "công ty cổ phần" คือบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้วใช่หรือไม่?

ไม่ใช่เสมอไป นี่คือจุดที่นักลงทุนไทยมักสับสนและถูกเอาเปรียบบ่อยที่สุด บริษัทจดทะเบียนเป็นหุ้น (công ty cổ phần) ในเวียดนามอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายกิจการพาณิชย์ฉบับปี 2020 มีลักษณะคล้ายบริษัทมหาชนจำกัดในไทย คือต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสามคน ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเท่ากับมูลค่าหุ้นที่ถือ และสามารถออกหุ้นเพื่อระดมทุนได้ แต่บริษัทเอกชนระดับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีผู้ถือหุ้นเพียงสามคนก็ใช้คำนี้ได้เหมือนกัน โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนใ

แนะนำเพิ่มเติม

🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร

📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด

📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ

📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook

🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6

คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง

อ
XM Legend · เทรดเดอร์ & ผู้สอน Forex 13 ปี

ผู้ก่อตั้ง SiamCafe ตั้งแต่ปี 1997 · เทรดเดอร์สาย Forex มากกว่า 13 ปี ได้รับการยกย่องเป็น XM Legend · แบ่งปันความรู้ Forex, ไอที, AI และการเทรด จากประสบการณ์จริงในตลาดจริง

แหล่งอ้างอิง

  • SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
  • iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ