Burp Suite Pro Performance Tuning เพิ่มความเร็ว | SiamCafe Blog
Burp Suite Pro ช้าทำไง — ทำความเข้าใจจุดคอขวดก่อนปรับแต่ง
เนื่องจาก Burp Suite Pro เป็นเครื่องมือที่นักทดสอบความปลอดภัยต้องใช้ทุกวัน เวลาโปรแกรมเริ่มทำงานช้าหรือแฮงก์ระหว่างสแกน มันกินเวลางานไปเยอะมาก
จากประสบการณ์ที่ผมใช้งานมากว่าสิบปี ปัญหาความช้าของ Burp ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรม แต่เกิดจากการตั้งค่าเริ่มต้นที่มาจากโรงงาน ซึ่งออกแบบมาให้ปลอดภัยและรองรับเครื่องทุกสเปก ไม่ได้ออกแบบมาให้เร็วที่สุดสำหรับเครื่องที่มีทรัพยากรเหลือเฟือ
จุดคอขวดหลักของ Burp Suite Pro มีอยู่ไม่กี่จุด จุดแรกคือหน่วยความจำ ตัวโปรแกรมทำงานบน Java Virtual Machine ซึ่งค่าหน่วยความจำสูงสุดที่ตั้งมาให้เริ่มต้นมักจะน้อยเกินไปสำหรับงานสแกนขนาดใหญ่ เมื่อข้อมูลในหน่วยความจำเต็ม ระบบจะเริ่มย้ายข้อมูลไปเก็บในแผ่นดิสก์ ทำให้ทุกอย่างช้าลงทันที จุดที่สองคือประวัติการทำงานที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคำขอและการตอบกลับที่ผ่านพร็อกซีจะถูกบันทึกไว้ทั้งหมด ถ้าทดสอบเว็บใหญ่สักพัก ประวัติอาจมีหลักแสนรายการ แล้วหน้าจอที่ต้องแสดงผลข้อมูลจำนวนมากก็จะเริ่มกระตุก จุดที่สามคือส่วนขยายที่ติดตั้งไว้ บางตัวเขียนมาไม่ดี กินหน่วยความจำหรือดึงทรัพยากรอย่างต่อเนื่องแม้ไม่ได้ใช้งาน
ก่อนจะลงมือปรับแต่งอะไร ผมแนะนำให้เปิดหน้าติดตามทรัพยากรในเครื่องดูก่อนว่าตอน Burp ช้าจริง ๆ หน่วยความจำใช้เท่าไร ซีพียูทำงานหนักแค่ไหน และดิสก์มีการอ่านเขียนมากหรือเปล่า ถ้าหน่วยความจำใช้เกือบเต็มค่าที่ตั้งไว้ แปลว่าต้องเพิ่มหน่วยความจำให้ระบบเสมือน ถ้าซีพียูทำงานหนักตลอดเวลา อาจมาจากส่วนขยายหรือการสแกนที่เปิดเธรดมากเกินไป การหาสาเหตุให้เจอก่อนจะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการไล่ปรับทุกอย่างแบบมั่ว ๆ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับที่ผมใช้วิเคราะห์ปัญหาระบบเทรดอัตโนมัติมาตลอด วัดก่อน แก้ทีหลัง อย่าเดา
การปรับค่าหน่วยความจำของระบบเสมือน Java เป็นการปรับแต่งที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด และควรทำเป็นอย่างแรกเสมอ ค่าเริ่มต้นของ Burp Suite Pro
มักจะจำกัดหน่วยความจำไว้ที่ระดับที่ต่ำเกินความจำเป็นสำหรับงานจริง เมื่อโปรเจกต์ทดสอบมีขนาดใหญ่ ข้อมูลในหน่วยความจำจะเต็มเร็ว แล้วระบบจะเริ่มกระบวนการคืนหน่วยความจำบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทำให้โปรแกรมหยุดทำงานชั่วขณะ ผู้ใช้จะรู้สึกว่าโปรแกรมกระตุกหรือค้างเป็นระยะ
การปรับค่าหน่วยความจำของระบบเสมือน Java เป็นการปรับแต่งที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด และควรทำเป็นอย่างแรกเสมอ ค่าเริ่มต้นของ Burp Suite Pro มักจะจำกัดหน่วยความจำไว้ที่ระดับที่ต่ำเกินความจำเป็นสำหรับงานจริง เมื่อโปรเจกต์ทดสอบมีขนาดใหญ่ ข้อมูลในหน่วยความจำจะเต็มเร็ว แล้วระบบจะเริ่มกระบวนการคืนหน่วยความจำบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งทำให้โปรแกรมหยุดทำงานชั่วขณะ ผู้ใช้จะรู้สึกว่าโปรแกรมกระตุกหรือค้างเป็นระยะ
วิธีปรับคือไปที่เมนูการตั้งค่าของ Burp แล้วแก้ค่าหน่วยความจำสูงสุดให้เหมาะกับเครื่อง จากประสบการณ์ ถ้าเครื่องมีหน่วยความจำแปดกิกะไบต์ ควรให้ Burp ใช้ประมาณสี่กิกะไบต์ ถ้าเครื่องมีสิบหกกิกะไบต์ ให้ใช้แปดกิกะไบต์ หลักการคือเหลือหน่วยความจำไว้ให้ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอื่นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเครื่อง อย่าตั้งสูงเกินจนระบบปฏิบัติการไม่มีที่ว่าง เพราะจะกลายเป็นว่าเครื่องทั้งเครื่องช้าแทน
ข้อควรระวังคือการตั้งค่าหน่วยความจำสูงไม่ได้แปลว่าเร็วขึ้นเสมอไป ถ้าตั้งสูงเกินไป กระบวนการคืนหน่วยความจำแต่ละครั้งจะกินเวลานานขึ้น เพราะมีข้อมูลให้ตรวจสอบมากขึ้น บางเครื่องที่ตั้งค่าสูงเกินจริงกลับกระตุกหนักกว่าเดิมตอนระบบคืนหน่วยความจำ ดังนั้นให้ลองทีละระดับ ตั้งแล้วทดสอบทำงานจริงสักวัน ดูว่ามีอาการกระตุกช่วงไหน แล้วค่อยปรับ นอกจากนี้ควรเปิดการบันทึกข้อมูลของระบบเสมือนดูด้วย จะเห็นว่ามีการคืนหน่วยความจำกี่ครั้งต่อชั่วโมง แต่ละครั้งนานเท่าไร ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชี้ชัดว่าค่าที่ตั้งไว้เหมาะสมหรือยัง ถ้าเห็นการคืนหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบเกิดขึ้นบ่อยกว่าสองสามครั้งต่อชั่วโมง แปลว่ายังต้องเพิ่มอีก
หน้าประวัติการทำงานของพร็อกซีเป็นตัวการหลักที่ทำให้ Burp ช้าลงเมื่อใช้งานนาน ๆ ทุกคำขอที่ผ่านพร็อกซีจะถูกเก็บไว้ในโปรเจกต์
ทั้งส่วนหัวและเนื้อหาทั้งหมด ถ้าทดสอบเว็บที่มีไฟล์รูป สคริปต์ และข้อมูลปริมาณมาก ประวัติจะโตเร็วมาก แล้วทุกครั้งที่เปิดหน้าประวัติหรือค้นหาข้อมูล โปรแกรมต้องประมวลผลข้อมูลกองใหญ่นั้นทั้งหมด
จัดการประวัติการทำงานและข้อมูลสะสมให้เบาลง
หน้าประวัติการทำงานของพร็อกซีเป็นตัวการหลักที่ทำให้ Burp ช้าลงเมื่อใช้งานนาน ๆ ทุกคำขอที่ผ่านพร็อกซีจะถูกเก็บไว้ในโปรเจกต์ ทั้งส่วนหัวและเนื้อหาทั้งหมด ถ้าทดสอบเว็บที่มีไฟล์รูป สคริปต์ และข้อมูลปริมาณมาก ประวัติจะโตเร็วมาก แล้วทุกครั้งที่เปิดหน้าประวัติหรือค้นหาข้อมูล โปรแกรมต้องประมวลผลข้อมูลกองใหญ่นั้นทั้งหมด
ตัวสแกนของ Burp Suite Pro เป็นส่วนที่ใช้ทรัพยากรหนักที่สุด เมื่อเริ่มการสแกนแบบเต็มรูปแบบ โปรแกรมจะสร้างคำขอจำนวนมหาศาลไปยังเป้าหมาย
และประมวลผลการตอบกลับทั้งหมด ค่าเริ่มต้นของจำนวนเธรดมาจากการตั้งค่าแบบกลาง ๆ ที่ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์
อีกจุดที่หลายคนไม่รู้คือรูปแบบการเก็บโปรเจกต์ ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้โปรเจกต์แบบไฟล์บนดิสก์ที่เร็ว เช่น ไดรฟ์แบบโซลิดสเตต ถ้าเก็บโปรเจกต์ไว้บนดิสก์แบบกลไกเก่า การอ่านเขียนจะช้าและส่งผลกับทุกอย่างในโปรแกรม ตัวโปรแกรมบันทึกข้อมูลลงโปรเจกต์ตลอดเวลาที่ทำงาน ดังนั้นความเร็วดิสก์มีผลโดยตรง นอกจากนี้ควรหมั่นใช้เครื่องมือบันทึกรักษาสถานะเป็นระยะ และตรวจสอบขนาดไฟล์โปรเจกต์ ถ้าไฟล์โตเกินหลักกิกะไบต์ มักเป็นสัญญาณว่ามีข้อมูลขยะสะสมมากเกินไปแล้วควรทำความสะอาด
ปรับการสแกนและเธรดให้เหมาะกับงานจริง
ส่วนขยายเป็นดาบสองคม ช่วยให้ทำงานได้หลากหลายขึ้น แต่ก็เป็นสาเหตุการช้าที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่ง ส่วนขยายแต่ละตัวทำงานอยู่ในกระบวนการของ Burp
และใช้ทรัพยากรร่วมกับงานหลัก ส่วนขยายที่เขียนมาไม่ดีอาจกินหน่วยความจำเพิ่มทีละนิดโดยไม่คืน หรือสแกนทุกคำขอที่ผ่านด้วยตรรกะที่ช้า ทำให้ทุกอย่างหน่วงโดยที่เราไม่รู้ตัว
การปรับที่สำคัญมีดังนี้ ประการแรกคือจำนวนเธรดของการสแกน ถ้าเครื่องมีซีพียูหลายแกนและเป้าหมายรับคำขอได้สบาย เพิ่มจำนวนเธรดขึ้นได้เพื่อให้สแกนเสร็จเร็วขึ้น แต่ถ้าเป้าหมายเป็นระบบที่ล่อแหลมหรือมีระบบป้องกันการโจมตี การยิงคำขอพร้อมกันมากเกินไปจะทำให้เป้าหมายล้มหรือถูกบล็อก ดังนั้นต้องดุลย์ระหว่างความเร็วกับความปลอดภัยของเป้าหมาย จากประสบการณ์ผมมักเริ่มที่ค่าต่ำแล้วค่อยเพิ่มทีละนิด พร้อมดูการตอบกลับของเป้าหมายว่าเริ่มช้าลงหรือส่งคืนข้อผิดพลาดหรือเปล่า ประการที่สองคือขอบเขตการสแกน อย่าสแกนทั้งเว็บโดยไม่จำเป็น กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนเฉพาะส่วนที่ต้องการตรวจ การสแกนที่มีขอบเขตแคบลงเสร็จเร็วขึ้นหลายเท่าและลดผลลัพธ์หลอก ๆ ที่ต้องไล่ตรวจทีหลัง ประการที่สามคือการเลือกรูปแบบการสแกน การสแกนแบบตรวจจับช่องโหว่ทั่วไปเร็วกว่าการสแกนแบบลึกครบทุกอย่างมาก ในเฟสค้นหาเบื้องต้นให้ใช้แบบเร็ว เมื่อเจอจุดที่น่าสนใจแล้วค่อยสแกนลึกเฉพาะจุด
นอกจากนี้การสแกนของ Burp รุ่นใหม่รองรับการทำงานแบบแยกส่วน ซึ่งเครื่องหลักวางแผนงานแล้วส่งงานหนักไปให้เครื่องอื่นประมวลผล ถ้างานของคุณเป็นการสแกนขนาดใหญ่เป็นประจำ การตั้งเครื่องช่วยหนึ่งเครื่องช่วยลดภาระเครื่องหลักได้มาก ทำให้คุณยังใช้หน้าจอหลักวิเคราะห์ผลได้ลื่น ๆ ขณะสแกนกำลังทำงานอยู่ในเบื้องหลัง นี่คือแนวคิดเดียวกับการกระจายงานในระบบเทรดอัตโนมัติที่ผมใช้ แยกเครื่องที่ตัดสินใจออกจากเครื่องที่ทำงานหนัก
จัดการส่วนขยายและการตั้งค่าอื่น ๆ ที่กินทรัพยากร
ส่วนขยายเป็นดาบสองคม ช่วยให้ทำงานได้หลากหลายขึ้น แต่ก็เป็นสาเหตุการช้าที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่ง ส่วนขยายแต่ละตัวทำงานอยู่ในกระบวนการของ Burp และใช้ทรัพยากรร่วมกับงานหลัก ส่วนขยายที่เขียนมาไม่ดีอาจกินหน่วยความจำเพิ่มทีละนิดโดยไม่คืน หรือสแกนทุกคำขอที่ผ่านด้วยตรรกะที่ช้า ทำให้ทุกอย่างหน่วงโดยที่เราไม่รู้ตัว
วิธีวินิจฉัยคือปิดส่วนขยายทั้งหมดแล้วใช้งานปกติสักพัก ถ้าพบว่าเร็วขึ้นชัดเจน แปลว่ามีตัวการในกลุ่มส่วนขยาย จากนั้นค่อยเปิดกลับทีละตัว ตัวที่เปิดแล้วอาการกลับมาทันทีคือผู้ร้าย ให้หาตัวทดแทนหรืออัปเดตเป็นรุ่นใหม่ที่แก้ปัญหาแล้ว ในทางปฏิบัติ ผมจะติดตั้งเฉพาะส่วนขยายที่ใช้จริงในโปรเจกต์นั้น ๆ และปิดที่เหลือไว้ ไม่เก็บไว้ทั้งหมดแล้วเปิดใช้ตลอดเวลา นอกจากนี้รุ่นใหม่ของ Burp รองรับการรันส่วนขยายแบบแยกกระบวนการ ซึ่งส่วนขยายที่ล้มเหลวจะไม่ลากโปรแกรมหลักลงไปด้วย ควรเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ถ้ามีส่วนขยายที่ต้องใช้แต่เชื่อถือได้ไม่เต็มร้อย
ด้านการตั้งค่าอื่น ๆ มีจุดที่ควรทบทวนดังนี้ ปิดการจับการเชื่อมต่อแบบมองเห็นได้ในหน้าจอแบบเรียลไทม์เมื่อไม่ได้ใช้ เพราะหน้าจอแบบสดต้องวาดใหม่ตลอดเวลาและกินทรัพยากรเครื่อง ปรับค่าการเก็บรักษาการตอบกลับในหน้าจอต่าง ๆ ไม่ให้เก็บเนื้อหาเต็มถ้าไม่จำเป็น และปิดฟีเจอร์ตรวจจับข้อมูลที่ซ่อนอยู่อัตโนมัติถ้าไม่ได้ใช้ เพราะมันสแกนเพิ่มเติมทุกคำขอโดยอัตโนมัติ สุดท้ายคือเรื่องอินเทอร์เฟซ การปิดธีมที่มีเอฟเฟกต์และใช้โหมดเรียบง่ายช่วยได้บ้างบนเครื่องสเปกต่ำ รวมถึงการปรับฟอนต์และขนาดหน้าจอให้เหมาะจะช่วยเรื่องความสบายตาในระยะยาว ซึ่งไม่ใช่ความเร็วโดยตรงแต่ส่งผลกับประสิทธิภาพการทำงานของคนใช้เช่นกัน
ตัวอย่างการปรับแต่งจริงพร้อมตารางเทียบค่าที่แนะนำ
เพื่อให้เห็นภาพชัด ผมขอยกตัวอย่างเครื่องที่ผมใช้ทำงานจริง ซีพียูแปดแกน หน่วยความจำสามสิบสองกิกะไบต์ ไดรฟ์โซลิดสเตต เดิมใช้ค่าเริ่มต้นทั้งหมด ระหว่างสแกนเว็บขนาดกลางโปรแกรมกระตุกจนแทบแก้ไขคำขอไม่ได้เลย หลังปรับตามที่อธิบายมาทั้งหมด ผลลัพธ์ต่างกันราวฟ้ากับเหว ตารางด้านล่างสรุปค่าที่ผมใช้อยู่ในปี 2026 ซึ่งปรับจากค่าเริ่มต้นทั้งหมด
| รายการตั้งค่า | ค่าเริ่มต้น | ค่าที่แนะนำ | ผลที่ได้ |
|---|---|---|---|
| หน่วยความจำสูงสุดของระบบเสมือน | ประมาณ 2 กิกะไบต์ | 8 กิกะไบต์ (เครื่องหน่วยความจำ 16 กิกะขึ้นไป) | ลดอาการกระตุกจากการคืนหน่วยความจำ |
| เธรดการสแกน | ค่ากลาง | 10-20 ตามแกนซีพียูและความทนทานของเป้าหมาย | สแกนเสร็จเร็วขึ้นโดยไม่โจมตีเป้าหมายหนักเกิน |
| กรองประวัติพร็อกซี | เก็บทุกอย่าง | ตัดรูปภาพ ฟอนต์ สไตล์ชีต | ประวัติเบาลง ค้นหาไวขึ้น |
| ขอบเขตการสแกน | กว้าง | ระบุชัดเฉพาะโฮสต์และพาธที่ต้องการ | ลดเวลาสแกนและผลลัพธ์หลอก |
| ส่วนขยาย | เปิดทุกตัวที่ติดตั้ง | เปิดเฉพาะที่ใช้ในโปรเจกต์ | ลดหน่วยความจำรั่วและงานที่ไม่จำเป็น |
| ที่เก็บโปรเจกต์ | ตามค่าเริ่มต้น | ไดรฟ์โซลิดสเตตแยกจากระบบปฏิบัติการ | การอ่านเขียนเร็วขึ้นทั้งระบบ |
ลำดับการลงมือที่ผมแนะนำคือ เริ่มจากเพิ่มหน่วยความจำของระบบเสมือนเพราะได้ผลชัดสุดและเสี่ยงน้อยสุด จากนั้นตั้งกฎกรองประวัติ แล้วค่อยปรับเรื่องเธรดและขอบเขตการสแกน สุดท้ายคือไล่ตรวจส่วนขยาย ทุกครั้งที่เปลี่ยนค่าให้จดไว้ว่าเปลี่ยนอะไร แล้วทดสอบงานจริงชุดเดิมเปรียบเทียบ เวลาทำงานจริงผมจะวัดด้วยงานเดิมซ้ำ วิธีนี้บอกได้ชัดว่าการปรับแต่ละครั้งดีขึ้นจริงหรือเป็นแค่ความรู้สึก หากทำตามค
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Burp Suite Pro ถึงช้าหรือแฮงก์ระหว่างใช้งาน?
สาเหตุหลักมักไม่ได้เกิดจากตัวโปรแกรมโดยตรง แต่มาจากการตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงานที่ออกแบบมาให้รองรับเครื่องทุกสเปก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเร็วสูงสุด จุดคอขวดหลักมีสามจุดคือ หนึ่ง หน่วยความจำของระบบเสมือน Java ที่จำกัดไว้ต่ำเกินไปสำหรับงานสแกนขนาดใหญ่ เมื่อหน่วยความจำเต็ม ระบบจะย้ายข้อมูลไปเก็บในดิสก์ทำให้ทุกอย่างช้าลงทันที สอง ประวัติการทำงานของพร็อกซีที่สะสมหลักแสนรายการ ทำให้การแสดงผลและค้นหากระตุก และสาม ส่วนขยายที่เขียนมาไม่ดี กินทรัพยากรต่อเนื่องแม้ไม่ได้ใช้งาน ก่อนปรับแต่งควรเปิดหน้าติดตามทรัพยากรดูว่าหน่วยความจำ ซีพียู หรือดิสก์ตัวไหนเป็นปัญหา จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการไล่ปรับทุกอย่างแบบมั่ว ๆ หลักการคือวัดก่อน แก้ทีหลัง อย่าเดา
ควรตั้งค่าหน่วยความจำให้ Burp Suite Pro เท่าไรถึงจะเหมาะสม?
หลักการที่แนะนำคือเหลือหน่วยความจำไว้ให้ระบบปฏิบัติการและโปรแกรมอื่นอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเครื่อง ถ้าเครื่องมีหน่วยความจำแปดกิกะไบต์ ควรให้ Burp ใช้ประมาณสี่กิกะไบต์ ถ้าเครื่องมีสิบหกกิกะไบต์ ให้ใช้แปดกิกะไบต์ อย่าตั้งสูงเกินจนระบบปฏิบัติการไม่มีที่ว่าง เพราะจะทำให้เครื่องทั้งเครื่องช้าแทน ข้อควรระวังสำคัญคือการตั้งหน่วยความจำสูงไม่ได้แปลว่าเร็วขึ้นเสมอไป เพราะถ้าตั้งสูงเกินไป กระบวนการคืนหน่วยความจำแต่ละครั้งจะกินเวลานานขึ้น บางเครื่องกลับกระตุกหนักกว่าเดิม ดังนั้นให้ลองทีละระดับ ทดสอบทำงานจริงสักวันแล้วค่อยปรับ ควรเปิดการบันทึกข้อมูลของระบบเสมือนดูด้วย ถ้าเห็นการคืนหน่วยความจำแบบเต็มรูปแบบเกิดขึ้นบ่อยกว่าสองสามครั้งต่อชั่วโมง แปลว่ายังต้องเพิ่มอีก
จะจัดการประวัติการทำงานของพร็อกซีที่สะสมมากจนทำให้โปรแกรมกระตุกอย่างไร?
หน้าประวัติการทำงานของพร็อกซีเป็นตัวการหลักที่ทำให้ Burp ช้าลงเมื่อใช้งานนาน เพราะทุกคำขอที่ผ่านพร็อกซีจะถูกเก็บทั้งส่วนหัวและเนื้อหาทั้งหมด วิธีจัดการขั้นแรกคือตั้งกฎกรองคำขอที่ไม่ต้องการบันทึกตั้งแต่ต้นทาง เช่น ไฟล์รูปภาพ ไฟล์ฟอนต์ และไฟล์สไตล์ชีต ซึ่งโดยทั่วไปไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อการทดสอบความปลอดภัย แต่กินพื้นที่และทำให้ประวัติบวม การกรองออกเหล่านี้ทำให้ประวัติมีเฉพาะคำขอที่มีความหมาย ค้นหาเร็วขึ้น และหน้าจอแสดงผลลื่นขึ้น ขั้นที่สองคือใช้การกรองในหน้าประวัติแบบไม่แสดงผลรายการที่ไม่ต้องการ การจัดการประวัติให้เบาลงจะช่วยลดภาระการประมวลผลข้อมูลกองใหญ่ทุกครั้งที่เปิดหน้าประวัติหรือค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะเวลาทดสอบเว็บขนาดใหญ่ที่มีไฟล์จำนวนมาก
การอัปเดต Burp Suite Pro เป็นรุ่นล่าสุดช่วยเรื่องความเร็วได้จริงหรือไม่?
ช่วยได้จริง เพราะรุ่นใ
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ