it_devops

brazil interest rate — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog

brazil interest rate — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog

อัตราดอกเบี้ยบราซิล คืออะไร และทำไมเทรดเดอร์ไทยต้องสนใจ

อัตราดอกเบี้ยบราซิล คือ ดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางบราซิล หรือ Banco Central do Brasil กำหนดขึ้น ซึ่งเรียกกันในชื่อ

"อัตราเซลิก" หรือ Selic Rate เป็นดอกเบี้ยที่ใช้ควบคุมเงินฟรีในระบบเศรษฐกิจ และเป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อของประเทศ ในบรรดาดอกเบี้ยนโยบายของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดอกเบี้ยบราซิลถือว่ามีความโดดเด่นที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะบราซิลต้องรับมือกับเงินเฟ้อที่ผันผวนสูงมากว่าหลายทศวรรษ ทำให้ธนาคารกลางต้องใช้ดอกเบี้ยในระดับสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายเท่าตัว เช่น ในปี 2023 อัตราเซลิกพุ่งไปถึง 13.75 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่แค่ช่วง 5 เปอร์เซ็นต์เศษเท่านั้น

ในฐานะนักเทรดที่ผ่านมาสัญญาณตลาดมากว่าสิบสามปี เราถือว่าดอกเบี้ยบราซิลเป็นตัวชี้วัดที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมันมีผลกระทบโดยตรงต่อตลาดที่เราเทรดกันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นคู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ ก็ตาม เพราะเหตุว่าบราซิลเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลก ทั้งเหล็ก น้ำตาล กาแฟ ถั่วเหลือง และเนื้อสัตว์ เมื่อดอกเบี้ยบราซิลเปลี่ยนแปลง มันส่งผลต่อมูลค่าเงินเรียลบราซิล และเงินเรียลที่แข็งหรืออ่อนจะกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งไปผูกกับเงินสกุลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่เราเรียกกันว่าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แบบห่วงโซ่ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือช่วงต้นปี 2024 ที่ธนาคารกลางบราซิลเริ่มลดดอกเบี้ย เงินเรียลอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และแรงขายกระจายไปยังสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วทั้งตลาด ทำให้คู่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียเองก็ตอบสนองตามไปด้วย

นอกจากนี้ ดอกเบี้ยบราซิลยังเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนาทั้งหมด ถ้าดอกเบี้ยบราซิลสูงมาก นักลงทุนจะเทเงินเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงและหนีสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยน ส่งผลให้โมเดลของตลาดเปลี่ยนไปในระยะยาว ดังนั้นการเข้าใจดอกเบี้ยบราซิลจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับเทรดเดอร์ไทยเลย แต่เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่ช่วยให้เราอ่านตลาดได้รอบด้านขึ้น

ธนาคารกลางบราซิลกำหนดอัตราเซลิกผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ Copom ซึ่งประชุมกันทุก 45 วัน หรือประมาณ 8 ครั้งต่อปี ปกติการประชุมจะจัดขึ้นสองวัน

และประกาศผลในช่วงค่ำของวันที่สองตามเวลาท้องถิ่นบราซิล ซึ่งจะอยู่ประมาณห้าโมงเช้าถึงหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้นตามเวลาประเทศไทย นั่นแปลว่าถ้าเทรดเดอร์ไทยอยากเฝ้าดูผลประกาศจริง ๆ จะต้องตื่นเช้ามากหน่อย หรือเลือกเทรดผลตอบสนองช่วงเซสชันเอเชียที่ตลาดเริ่มตอบสนองหลังการประกาศผ่านไปแล้วหลายชั่วโมง

ธนาคารกลางบราซิลกำหนดอัตราเซลิกผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ Copom ซึ่งประชุมกันทุก 45 วัน หรือประมาณ 8 ครั้งต่อปี ปกติการประชุมจะจัดขึ้นสองวัน และประกาศผลในช่วงค่ำของวันที่สองตามเวลาท้องถิ่นบราซิล ซึ่งจะอยู่ประมาณห้าโมงเช้าถึงหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้นตามเวลาประเทศไทย นั่นแปลว่าถ้าเทรดเดอร์ไทยอยากเฝ้าดูผลประกาศจริง ๆ จะต้องตื่นเช้ามากหน่อย หรือเลือกเทรดผลตอบสนองช่วงเซสชันเอเชียที่ตลาดเริ่มตอบสนองหลังการประกาศผ่านไปแล้วหลายชั่วโมง

กลไกการตัดสินใจของ Copom ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ยึดหลักการคาดการณ์เงินเฟ้อล่วงหน้าเป็นหลัก ซึ่งบราซิลใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบมีช่วง tolerance กว้าง ตัวอย่างเช่น เป้าหมายเงินเฟ้อในปี 2026 ถูกกำหนดไว้ที่ 3 เปอร์เซ็นต์ โดยยอมให้แกว่งได้ระหว่าง 1.5 ถึง 4.5 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าทะลุกรอบเป้าหมาย ธนาคารกลางจะต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกอธิบายต่อสาธารณะว่าทำไมไม่ปรับนโยบายเพื่อดึงเงินเฟ้อกลับเข้ากรอบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่น่าสนใจและทำให้ธนาคารกลางบราซิลเป็นหนึ่งในสถาบันที่โปร่งใสมากที่สุดในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

ดอกเบี้ยบราซิลส่งผลต่อตลาดการเงินผ่านช่องทางหลักสามทาง ทางแรกคือช่องทางอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง เมื่อดอกเบี้ยเซลิกสูง

เงินเรียลจะมีแรงดึงดูดต่อเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนที่หวังผลตอบแทนสูง ทำให้เงินเรียลแข็งค่า และนักเทรดที่ลงทุนในคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับเรียลจะเห็นการเคลื่อนไหวชัดเจนทันที ทางที่สองคือช่องทางสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะเงินเรียลที่แข็งค่าจะทำให้สินค้าส่งออกของบราซิลแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ ส่งผลให้แรงซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง ซึ่งกระทบต่อราคาถั่วเหลือง กาแฟ น้ำตาล และแร่เหล็กในตลาดโลก และทางที่สามคือช่องทางความเชื่อมั่นของตลาดเกิดใหม่ เมื่อบราซิลปรับดอกเบี้ย มันมักถูกอ่านเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งกลุ่มเป็นอย่างไร ส่งผลให้เงินสกุลอื่น ๆ เช่น เปโซเม็กซิกัน รูเบิล หรือรูเปียห์อินโดนีเซีย ขยับตามในลักษณะที่เรียกว่าความสัมพันธ์แบบตลาดเกิดใหม่

ผลกระทบของดอกเบี้ยบราซิลต่อตลาดฟอร์เรกซ์และสินค้าโภคภัณฑ์

ดอกเบี้ยบราซิลส่งผลต่อตลาดการเงินผ่านช่องทางหลักสามทาง ทางแรกคือช่องทางอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง เมื่อดอกเบี้ยเซลิกสูง เงินเรียลจะมีแรงดึงดูดต่อเงินทุนไหลเข้าจากนักลงทุนที่หวังผลตอบแทนสูง ทำให้เงินเรียลแข็งค่า และนักเทรดที่ลงทุนในคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับเรียลจะเห็นการเคลื่อนไหวชัดเจนทันที ทางที่สองคือช่องทางสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะเงินเรียลที่แข็งค่าจะทำให้สินค้าส่งออกของบราซิลแพงขึ้นในสายตาผู้ซื้อต่างประเทศ ส่งผลให้แรงซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง ซึ่งกระทบต่อราคาถั่วเหลือง กาแฟ น้ำตาล และแร่เหล็กในตลาดโลก และทางที่สามคือช่องทางความเชื่อมั่นของตลาดเกิดใหม่ เมื่อบราซิลปรับดอกเบี้ย มันมักถูกอ่านเป็นสัญญาณว่าสถานการณ์เงินเฟ้อของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั้งกลุ่มเป็นอย่างไร ส่งผลให้เงินสกุลอื่น ๆ เช่น เปโซเม็กซิกัน รูเบิล หรือรูเปียห์อินโดนีเซีย ขยับตามในลักษณะที่เรียกว่าความสัมพันธ์แบบตลาดเกิดใหม่

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ให้เรายกตัวอย่างการเทรดคู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กับดอลลาร์ออสเตรเลีย แม้คู่นี้ไม่มีเงินเรียลเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ถ้าธนาคารกลางบราซิลขึ้นดอกเบี้ยอย่างก้าวร้าว นักลงทุนจะเห็นว่าประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่กำลังต่อสู้กับเงินเฟ้อรุนแรง ทำให้เกิดความกังวลว่าความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์จะลดลง และดอลลาร์ออสเตรเลียซึ่งเป็นเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เช่นกัน ก็จะอ่อนค่าลงตาม นี่คือลักษณะของการเทรดแบบเชื่อมโยงที่เราใช้บ่อยมากในการวางแผน

ตารางต่อไปนี้สรุปความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยบราซิลกับปฏิกิริยาของสินทรัพย์ต่าง ๆ

การเคลื่อนไหวดอกเบี้ยบราซิลเงินเรียลดอลลาร์ออสเตรเลียทองคำสินค้าโภคภัณฑ์รวม
ขึ้นดอกเบี้ยแบบก้าวร้าวแข็งค่าอ่อนค่าอ่อนค่าเล็กน้อยลดลง
ขึ้นดอกเบี้ยตามคาดแข็งค่าเล็กน้อยแทบไม่ขยับไม่ชัดเจนแทบไม่ขยับ
คงดอกเบี้ยผันผวนตามแถลงผันผวนตามแถลงตามปัจจัยอื่นตามปัจจัยอื่น
ลดดอกเบี้ยตามคาดอ่อนค่าเล็กน้อยขยับขึ้นเล็กน้อยขึ้นเล็กน้อยขึ้นเล็กน้อย

จากประสบการณ์เทรดของเราในรอบประกาศดอกเบี้ยนโยบายหลายสิบครั้ง เราขอสรุปกระบวนการที่ใช้จริงเป็นขั้นตอนชัด ๆ

เพื่อให้เทรดเดอร์ที่อ่านอยู่นำไปปรับใช้ได้ทันที ขั้นแรกคือการเตรียมข้อมูลล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนการประชุม เราจะเก็บข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของบราซิล ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อัตราการว่างงาน และแถลงการณ์ครั้งก่อนหน้ามาไว้ในไฟล์เดียว พร้อมทำความเข้าใจว่าครั้งนี้ตลาดคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยดูจากความเห็นของนักวิเคราะห์ในสำนักข่าวการเงินชั้นนำ

ข้อควรจำคือปฏิกิริยาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสูตรสำเร็จเสมอไป ตลาดจะตอบสนองตามระดับความคาดหวังที่ถูกตั้งไว้ก่อนหน้า ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือเช็กตำแหน่งความคาดหวังของตลาดก่อนการประกาศเสมอ ไม่ใช่แค่ดูว่าตัวเลขขึ้นหรือลด

การวางแผนเทรดรอบการประกาศดอกเบี้ยบราซิล แบบปฏิบัติได้จริง

จากประสบการณ์เทรดของเราในรอบประกาศดอกเบี้ยนโยบายหลายสิบครั้ง เราขอสรุปกระบวนการที่ใช้จริงเป็นขั้นตอนชัด ๆ เพื่อให้เทรดเดอร์ที่อ่านอยู่นำไปปรับใช้ได้ทันที ขั้นแรกคือการเตรียมข้อมูลล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ก่อนการประชุม เราจะเก็บข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของบราซิล ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ อัตราการว่างงาน และแถลงการณ์ครั้งก่อนหน้ามาไว้ในไฟล์เดียว พร้อมทำความเข้าใจว่าครั้งนี้ตลาดคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยดูจากความเห็นของนักวิเคราะห์ในสำนักข่าวการเงินชั้นนำ

การเทรดฟอร์เรกซ์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีเดียวที่ดอกเบี้ยบราซิลมีผลต่อนักลงทุนไทย ถ้าเรามองกว้างขึ้น

ดอกเบี้ยสูงของบราซิลทำให้ตราสารหนี้รัฐบาลบราซิลเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยเฉพาะกองทุนระหว่างประเทศที่แสวงหาผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราลงทุนในกองทุนรวมที่มีการกระจายลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่แล้ว อาจมีน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรบราซิลผสมอยู่ในพอร์ตโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อธนาคารกลางบราซิลขึ้นดอกเบี้ย ราคาพันธบัตรเดิมจะลดลง แต่ผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุนใหม่จะสูงขึ้น และมูลค่ากองทุนที่เราถืออยู่ก็จะขยับตามกลไกนี้

ขั้นที่สามคือการเลือกช่วงเวลาเข้าเทรดให้เหมาะสม เทรดเดอร์มือใหม่มักอยากเข้าทันทีในนาทีที่ประกาศออกมา แต่จากประสบการณ์ เราพบว่าการรอให้ความผันผวนเริ่มสงบลงแล้วเข้าตามทิศทางที่ชัดเจนกว่า มักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและความเสี่ยงต่ำกว่า โดยเฉพาะกับข่าวของประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างบราซิลที่สภาพคล่องในตลาดไม่หนาแน่นเท่าข่าวของสหรัฐฯ หรือยุโรป ราคามักกระโดดแบบมีช่องว่าง ทำให้การหยุดขาดทุนอาจถูกเลื่อนไปทำงานที่ราคาที่แย่กว่าที่คิดไว้ ซึ่งเราเรียกว่าความเสี่ยงจากการเลื่อนราคา เราจึงแนะนำให้ลดขนาดล็อตลงเมื่อเทรดช่วงข่าวแบบนี้ อาจลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่งหรือหนึ่งในสามของขนาดปกติที่ใช้ในช่วงตลาดปกติ

ขั้นสุดท้ายคือการทบทวนหลังจบการเทรด เราจะจดบันทึกว่าปฏิกิริยาของตลาดตรงกับที่คาดไว้หรือไม่ ถ้าไม่ตรงเพราะอะไร และควรปรับฉากทัศน์อย่างไรสำหรับครั้งหน้า กระบวนการนี้ทำให้เราพัฒนาต่อเนื่องแทนที่จะเทรดแบบมั่วเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา นี่คือวินัยที่แยกเทรดเดอร์ที่รอดออกจากคนที่หมดบัญชีไปในท้ายที่สุด

การเชื่อมโยงดอกเบี้ยบราซิลกับกลยุทธ์พอร์ตสินทรัพย์แบบแบ่งส่วน

การเทรดฟอร์เรกซ์เพียงอย่างเดียวไม่ใช่วิธีเดียวที่ดอกเบี้ยบราซิลมีผลต่อนักลงทุนไทย ถ้าเรามองกว้างขึ้น ดอกเบี้ยสูงของบราซิลทำให้ตราสารหนี้รัฐบาลบราซิลเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยเฉพาะกองทุนระหว่างประเทศที่แสวงหาผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราลงทุนในกองทุนรวมที่มีการกระจายลงทุนในประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่แล้ว อาจมีน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรบราซิลผสมอยู่ในพอร์ตโดยที่เราไม่รู้ตัว เมื่อธนาคารกลางบราซิลขึ้นดอกเบี้ย ราคาพันธบัตรเดิมจะลดลง แต่ผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุนใหม่จะสูงขึ้น และมูลค่ากองทุนที่เราถืออยู่ก็จะขยับตามกลไกนี้

ในระดับของนักเทรดรายย่อย เราขอเสนอแนวคิดการจัดสรรพอร์ตแบบแบ่งส่วนโดยมีดอกเบี้ยบราซิลเป็นหนึ่งในปัจจัยประเมิน ถ้าดอกเบี้ยเซลิกอยู่ในรอบขาขึ้น เราจะระมัดระวังตำแหน่งซื้อในคู่เงินที่อ่อนไหวต่อสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลียกับเงินเยน และเพิ่มน้ำหนักให้กับตำแหน่งที่ได้ประโยชน์จากเงินปลอดภัยเช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ กับเงินเยน ในทางกลับกัน ถ้าดอกเบี้ยบราซิลอยู่ในรอบขาลง ซึ่งมักสะท้อนว่าเงินเฟ้อกำลังถูกควบคุมได้ ความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงจะฟื้นตัว เราจึงปรับน้ำหนักให้กับคู่เงินแบบมีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลียกับเงินเยน หรือดอลลาร์นิวซีแลนด์กับเงินเยน

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์กับทองคำ ในฐานะที่เราเทรดทองคำเป็นประจำ เราพบว่าช่วงที่บราซิลและประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ ขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกัน มักสะท้อนว่าเงินเฟ้อโลกกำลังเป็นปัญหา ซึ่งในระยะยาวเป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำ เพราะทองคำถูกมองเป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้น การขึ้นดอกเบี้ยอาจทำให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันทองคำลง ทำให้ปฏิกิริยาของทองคำต่อดอกเบี้ยบราซิลไม่ได้เป็นแบบทางเดียว แต่ต้องดูบริบทของตลาดในแต่ละช่วงประกอบด้วย นี่คือเหตุผลที่เราย้ำเสมอว่าการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานต้องทำคู่กับการวิเคราะห์ทางเทคนิคเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

อัตราเซลิก (Selic Rate) ของบราซิลคืออะไร และแตกต่างจากดอกเบี้ยนโยบายของประเทศอื่นอย่างไร?

อัตราเซลิกคือดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางบราซิล หรือ Banco Central do Brasil กำหนดขึ้น เป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมเงินฟรีในระบบเศรษฐกิจและควบคุมอัตราเงินเฟ้อของประเทศ สิ่งที่ทำให้ดอกเบี้ยบราซิลโดดเด่นกว่าประเทศอื่นคือระดับดอกเบี้ยที่สูงมาก เนื่องจากบราซิลต้องรับมือกับเงินเฟ้อที่ผันผวนสูงมาหลายทศวรรษ ตัวอย่างเช่น ในปี 2023 อัตราเซลิกพุ่งไปถึง 13.75 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อยู่แค่ช่วง 5 เปอร์เซ็นต์เศษเท่านั้น ซึ่งสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายเท่าตัว ระดับดอกเบี้ยที่สูงเช่นนี้สะท้อนทั้งปัญหาเงินเฟ้อเรื้อรังและความเสี่ยงของประเทศตลาดเกิดใหม่ ทำให้อัตราเซลิกกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินความเชื่อมั่นต่อตลาดกำลังพัฒนาโดยรวม ไม่ใช่แค่บราซิลเพียงประเทศเดียว

เทรดเดอร์ไทยที่เทรดคู่เงิน AUD/USD หรือ NZD/USD ควรสนใจดอกเบี้ยบราซิลหรือไม่?

ควรสนใจมาก เพราะบราซิลเป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลก ทั้งเหล็ก น้ำตาล กาแฟ ถั่วเหลือง และเนื้อสัตว์ เมื่อดอกเบี้ยบราซิลเปลี่ยนแปลง จะส่งผลต่อมูลค่าเงินเรียลบราซิล และเงินเรียลที่แข็งหรืออ่อนจะกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ซึ่งไปผูกโยงกับเงินสกุลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ที่เป็นสกุลเงินกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์แบบห่วงโซ่ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือช่วงต้นปี 2024 ที่ธนาคารกลางบราซิลเริ่มลดดอกเบี้ย เงินเรียลอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว แรงขายกระจายไปยังสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วทั้งตลาด ทำให้คู่เงินดอลลาร์ออสเตรเลียตอบสนองตามไปด้วย นอกจากนี้เมื่อดอกเบี้ยบราซิลสูงมาก นักลงทุนจะเทเงินเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงและหนีสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินเยน ทำให้โมเดลตลาดเปลี่ยนไปในระยะยาว ดังนั้นการติดตามดอกเบี้ยบราซิลจึงช่วยให้เทรดเดอร์ไทยอ่านตลาดได้รอบด้านขึ้น

ธนาคารกลางบราซิลประชุมกำหนดอัตราเซลิกเมื่อไหร่ และเทรดเดอร์ไทยจะติดตามผลประกาศได้อย่างไร?

ธนาคารกลางบราซิลกำหนดอัตราเซลิกผ่านคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ Copom ซึ่งประชุมกันทุก 45 วัน หรือประมาณ 8 ครั้งต่อปี การประชุมแต่ละครั้งจะจัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน และประกาศผลในช่วงค่ำของวันที่สองตามเวลาท้องถิ่นบราซิล ซึ่งตรงกับช่วงประมาณห้าโมงเช้าถึงหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้นตามเวลาประเทศไทย ดังนั้นเทรดเดอร์ไทยที่ต้องการเฝ้าดูผลประกาศสด ๆ จะต้องตื่นเช้ามากหน่อย หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือเลือกเทรดผลตอบสนองในช่วงเซสชันเอเชีย ซึ่งตลาดจะเริ่มตอบสนองหลังการประกาศผ่า

แนะนำเพิ่มเติม

🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร

📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด

📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ

📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook

🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6

คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง

อ
XM Legend · เทรดเดอร์ & ผู้สอน Forex 13 ปี

ผู้ก่อตั้ง SiamCafe ตั้งแต่ปี 1997 · เทรดเดอร์สาย Forex มากกว่า 13 ปี ได้รับการยกย่องเป็น XM Legend · แบ่งปันความรู้ Forex, ไอที, AI และการเทรด จากประสบการณ์จริงในตลาดจริง

แหล่งอ้างอิง

  • SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
  • iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ