AWS EventBridge Multi-cloud Strategy — คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026 | SiamCafe Blog
AWS EventBridge Multi-cloud Strategy — คืออะไร
ในยุคที่องค์กรต่างพัฒนาเทคโนโลยีข้ามคลาวด์เพื่อลดความเสี่ยงจากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง AWS EventBridge จึงไม่ใช่แค่เครื่องมือจัดการเหตุการณ์ธรรมดา
แต่คือ “ระบบประสาทกลาง” ที่ทำให้ทุกระบบในสถาปัตยกรรมกระจาย (distributed architecture) สามารถสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันที สำหรับผม อ.บอม ที่เคยผ่านประสบการณ์การเทรดในตลาด Forex มาอย่างยาวนานกว่า 13 ปี การทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ผมเข้าใจดีว่า “ความเร็ว” และ “ความแม่นยำ” คือปัจจัยหลักที่ตัดสินผลลัพธ์ได้โดยตรง — และนั่นคือสิ่งที่ EventBridge มอบให้กับระบบที่ทำงานข้ามหลายคลาวด์ได้อย่างแท้จริง
ในปี 2026 การดำเนินงานด้านเทคโนโลยีไม่อาจยึดติดกับคลาวด์เดียวได้อีกต่อไป องค์กรต่าง ๆ ต่างมีกลยุทธ์ Multi-cloud เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงจากผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง และปรับขนาดระบบได้ตามความต้องการจริง แต่ปัญหาที่ตามมาคือการจัดการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายสภาพแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบเหตุการณ์เองทุกครั้ง หรือติดตั้ง gateway หลายตัวเพื่อเชื่อมต่อ ระบบจะซับซ้อนและเสี่ยงต่อความผิดพลาดสูง
EventBridge แก้ปัญหานี้ได้อย่างชาญฉลาด เพราะมันไม่ใช่แค่ “ตัวส่งสัญญาณ” แต่คือ “ศูนย์กลางการจัดการเหตุการณ์” ที่สามารถรับเหตุการณ์จากหลายแหล่ง เช่น AWS CloudWatch Events, S3, Lambda, และแม้แต่ Google Cloud Pub/Sub หรือ on-premises system ผ่าน Custom Event Source ได้ทันที โดยแปลงรูปแบบเหตุการณ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (เช่น CloudEvents) ก่อนส่งต่อไปยังปลายทางที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Lambda, SQS, SNS, Step Functions หรือแม้แต่ระบบของบุคคลที่สามที่ติดตั้งผ่าน API Gateway
ตัวอย่างที่ผมใช้จริงในระบบเทรดคือ การตั้งค่าให้เหตุการณ์จากโบรกเกอร์ Forex ที่ส่งมาผ่าน WebSocket ถูกจับโดย Lambda แล้วส่งผ่าน EventBridge ไปยังระบบตรวจสอบความผิดปกติบน AWS และระบบแจ้งเตือนบน Google Cloud พร้อมกันทันทีที่ราคาผิดปกติเกินเกณฑ์ที่กำหนด ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที ไม่มีช่วงเวลาหยุดทำงาน (downtime) แม้แต่นาทีเดียว และไม่ต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบเหตุการณ์เอง
สิ่งที่ทำให้ EventBridge โดดเด่นเหนือเครื่องมืออื่น ๆ คือความสามารถในการทำงานร่วมกับบริการอื่น ๆ ได้อย่างลื่นไหล และรองรับการตั้งเงื่อนไข (event pattern) ที่ละเอียดมาก เช่น ตั้งให้ส่งเฉพาะเหตุการณ์ที่มี payload ที่มีค่า “risk_level” เท่ากับ “high” หรือเฉพาะไฟล์ที่มีนามสกุล .xlsx ที่ถูกอัปโหลดไปยัง S3 ซึ่งช่วยลดภาระการประมวลผลในระบบปลายทางได้อย่างมาก ทำให้ระบบไม่เหน็ดเหนื่อย (exhausted) จากข้อมูลที่ไม่จำเป็น และสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์สำคัญได้อย่างทันท่วงที
การตั้งค่า EventBridge เพื่อรองรับการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเริ่มจากการกำหนดว่าเหตุการณ์ใดจะถูกส่งไปยังคลาวด์ใด
และปลายทางจะรับเหตุการณ์อย่างไร ขั้นตอนแรกคือการสร้าง Event Bus แยกสำหรับแต่ละคลาวด์ เช่น `aws-event-bus` สำหรับ AWS และ `gcp-event-bus` สำหรับ Google Cloud ซึ่งช่วยให้สามารถแยกการจัดการเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน และลดความซับซ้อนของระบบในระยะยาว
การตั้งค่า EventBridge เพื่อรองรับการเชื่อมต่อข้ามคลาวด์ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเริ่มจากการกำหนดว่าเหตุการณ์ใดจะถูกส่งไปยังคลาวด์ใด และปลายทางจะรับเหตุการณ์อย่างไร ขั้นตอนแรกคือการสร้าง Event Bus แยกสำหรับแต่ละคลาวด์ เช่น `aws-event-bus` สำหรับ AWS และ `gcp-event-bus` สำหรับ Google Cloud ซึ่งช่วยให้สามารถแยกการจัดการเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน และลดความซับซ้อนของระบบในระยะยาว
ต่อมาคือการตั้งค่า Event Source Mapping หรือ Event Partner ที่เชื่อมต่อกับบริการภายนอก เช่น CloudWatch Events จาก AWS หรือ Pub/Sub จาก GCP ซึ่งต้องตั้งค่า IAM Role หรือ Service Account ให้ถูกต้อง เพื่อให้ EventBridge สามารถเข้าถึงเหตุการณ์ได้ โดยในกรณีของ GCP ต้องใช้ Google Cloud IAM เพื่อให้ EventBridge มีสิทธิ์อ่านจาก Pub/Sub topic ได้ และต้องตั้งค่า Cloud Run หรือ Cloud Function เป็น endpoint รับเหตุการณ์จาก EventBridge
ตัวอย่างการตั้งค่าจริงในระบบของผม คือการตั้งค่าให้เหตุการณ์จาก AWS S3 (เมื่อมีไฟล์ถูกอัปโหลด) ถูกส่งไปยัง EventBridge บน AWS ก่อน จากนั้นผ่าน EventBridge Rule ที่กรองเฉพาะไฟล์ .csv และส่งต่อไปยัง Cloud Run บน GCP ผ่าน API Gateway ซึ่งจะประมวลผลข้อมูลและบันทึกลงในฐานข้อมูลบน BigQuery ทุกขั้นตอนนี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบ ทำให้ระบบทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูง
นอกจากนี้ ยังต้องตั้งค่า Dead Letter Queue (DLQ) เพื่อรับเหตุการณ์ที่ไม่สามารถส่งต่อได้ ซึ่งช่วยให้สามารถนำเหตุการณ์ไปวิเคราะห์ในภายหลังได้ และตั้งค่า Retry Policy ให้เหมาะสม เช่น ลองส่ง 3 ครั้ง ก่อนส่งไปยัง DLQ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมใช้ในระบบเทรดเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลการเติมเงินหรือการปิดออร์เดอร์สูญหาย
| องค์ประกอบ | ค่าตั้งค่าแนะนำ | วัตถุประสงค์ |
|---|---|---|
| Event Bus Type | Standard | รองรับเหตุการณ์ทั่วไป |
| Event Pattern | JSON Path Matching | กรองเหตุการณ์ตามเงื่อนไข |
| Dead Letter Queue | SQS (DLQ) | จัดการเหตุการณ์ที่ส่งไม่สำเร็จ |
ในระบบที่กระจายข้ามหลายคลาวด์ การจัดการเหตุการณ์ (event management) ไม่ใช่แค่เรื่องของ “การส่ง” แต่คือเรื่องของ “การควบคุม ตรวจสอบ และฟื้นฟู”
อย่างมีประสิทธิภาพ โดย EventBridge ช่วยให้สามารถสร้างกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกมิติได้ ตั้งแต่การกรองเหตุการณ์ การส่งต่ออย่างมีเงื่อนไข การบันทึก และการกู้คืน (recovery) เมื่อเกิดข้อผิดพลาด
กลยุทธ์การจัดการเหตุการณ์ข้ามคลาวด์ด้วย EventBridge
ในระบบที่กระจายข้ามหลายคลาวด์ การจัดการเหตุการณ์ (event management) ไม่ใช่แค่เรื่องของ “การส่ง” แต่คือเรื่องของ “การควบคุม ตรวจสอบ และฟื้นฟู” อย่างมีประสิทธิภาพ โดย EventBridge ช่วยให้สามารถสร้างกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทุกมิติได้ ตั้งแต่การกรองเหตุการณ์ การส่งต่ออย่างมีเงื่อนไข การบันทึก และการกู้คืน (recovery) เมื่อเกิดข้อผิดพลาด
ความทนทาน (resilience) และความปลอดภัย (security) คือหัวใจสำคัญของระบบ Multi-cloud และ EventBridge ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งสองด้านอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน กลยุทธ์ความทนทานที่ผมใช้คือการตั้งค่าระบบในรูปแบบ High Availability โดยใช้ EventBridge ร่วมกับหลาย instance ของ Lambda หรือ Cloud Run เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้แม้บางส่วนล้มเหลว
ความทนทาน (resilience) และความปลอดภัย (security) คือหัวใจสำคัญของระบบ Multi-cloud และ EventBridge ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งสองด้านอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน กลยุทธ์ความทนทานที่ผมใช้คือการตั้งค่าระบบในรูปแบบ High Availability โดยใช้ EventBridge ร่วมกับหลาย instance ของ Lambda หรือ Cloud Run เพื่อให้ระบบยังคงทำงานได้แม้บางส่วนล้มเหลว
นอกจากนี้ การตั้งค่า EventBridge ยังช่วยให้สามารถสร้างระบบ monitoring ที่ชาญฉลาดได้ เช่น ตั้งค่า rule ที่ตรวจจับเหตุการณ์ที่มีความถี่สูงเกินไปในช่วงเวลาสั้น ๆ (เช่น 100 เหตุการณ์ต่อนาที) ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการโจมตีหรือความผิดปกติของระบบ และส่ง alert ทันที ทำให้สามารถป้องกันปัญหาได้ก่อนที่จะลุกลาม
ความทนทานและความปลอดภัยในระบบ EventBridge Multi-cloud
ในงานจริงของผม อ.บอม ผมใช้ EventBridge สร้างระบบที่เชื่อมโยงระหว่างโบรกเกอร์ Forex, ระบบตรวจสอบความผิดปกติ, และระบบแจ้งเตือนในเวลาจริง
โดยเหตุการณ์หลักมาจากระบบ API ของโบรกเกอร์ที่ส่งข้อมูลราคาและคำสั่งซื้อขายทุก 5 วินาที
นอกจากนี้ EventBridge ยังรองรับการเก็บรักษาเหตุการณ์ (event retention) ไว้ได้นานถึง 7 วัน ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถกู้คืนข้อมูลได้หากปลายทางมีปัญหาชั่วคราว เช่น ระบบบน Google Cloud ล่มชั่วคราว EventBridge จะเก็บเหตุการณ์ไว้และส่งต่อทีหลังได้โดยอัตโนมัติ รวมถึงมีกลไก retry logic ที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อปลายทางไม่สามารถรับข้อมูลได้ ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญหายของเหตุการณ์
ด้านความปลอดภัย EventBridge รองรับการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการส่ง (in-transit) และขณะจัดเก็บ (at-rest) ผ่าน AWS KMS ซึ่งช่วยให้เหตุการณ์ที่ส่งไปยัง Google Cloud หรือ on-premises ไม่สามารถถูกดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ นอกจากนี้ยังรองรับการควบคุมการเข้าถึงอย่างละเอียดผ่าน IAM Policies ที่สามารถกำหนดสิทธิ์ได้ตามผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้ หรือ IAM Role เช่น ระบบใน AWS สามารถส่งเหตุการณ์ไปยังระบบบน GCP ได้ แต่ไม่สามารถอ่านเหตุการณ์กลับมาได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด เช่น ระบบเทรดที่ต้องป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลการซื้อขาย
ตัวอย่าง/ปฏิบัติ — กรณีศึกษาจริงในระบบเทรด Forex
ในงานจริงของผม อ.บอม ผมใช้ EventBridge สร้างระบบที่เชื่อมโยงระหว่างโบรกเกอร์ Forex, ระบบตรวจสอบความผิดปกติ, และระบบแจ้งเตือนในเวลาจริง โดยเหตุการณ์หลักมาจากระบบ API ของโบรกเกอร์ที่ส่งข้อมูลราคาและคำสั่งซื้อขายทุก 5 วินาที
ขั้นตอนแรกคือตั้งค่า AWS EventBridge รับเหตุการณ์จาก Lambda ที่ดึงข้อมูลจากโบรกเกอร์ผ่าน WebSocket เมื่อเหตุการณ์ถูกส่งมา จะถูกกรองโดย Event Pattern ที่กำหนดเงื่อนไข เช่น ต้องมีค่า “order_type” เท่ากับ “market” และ “price” ต่างจากค่าเฉลี่ย 2 เท่าขึ้นไป ซึ่งบ่งชี้ถึงความผิดปกติ
เหตุการณ์ที่ผ่านการกรองจะถูกส่งต่อไปยัง Cloud Run บน Google Cloud ผ่าน API Gateway ซึ่งจะประมวลผลเพิ่มเติม เช่น ตรวจสอบว่าคำสั่งนั้นสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ แล้วส่งผลลัพธ์กลับไปยัง EventBridge ที่ส่งต่อไปยังระบบแจ้งเตือนผ่าน SNS และอีเมล
ในกรณีที่ระบบ Cloud Run ล่มชั่วคราว EventBridge จะเก็บเหตุการณ์ไว้ 7 วัน และส่งต่อทีหลังโดยอัตโนมัติ พร้อมตั้งค่า Dead Letter Queue เพื่อรับเหตุการณ์ที่ล้มเหลวซ้ำ ๆ ซึ่งผมสามารถนำกลับมาวิเคราะห์ได้ภายหลัง
ทุกขั้นตอนนี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบเหตุการณ์เอง และไม่ต้องติดตั้ง gateway เพิ่มเติม ทำให้ระบบมีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อความล้มเหลว และสามารถขยายได้ในอนาคตข้างหน้า
คำถามที่พบบ่อย
AWS EventBridge ทำหน้าที่อะไรในสถาปัตยกรรม Multi-cloud ที่มีทั้ง AWS, Google Cloud และ on-premises?
AWS EventBridge ทำหน้าที่เป็น “ระบบประสาทกลาง” หรือศูนย์กลางการสื่อสารระหว่างระบบต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ในหลายคลาวด์และสภาพแวดล้อมต่างกัน โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบเหตุการณ์เอง ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน AWS เช่น การอัปโหลดไฟล์ไปยัง S3 หรือเหตุการณ์ความปลอดภัยจาก CloudTrail สามารถถูกจับและกรองโดย EventBridge Rules ตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ประเภทไฟล์ หรือข้อมูลใน payload จากนั้น EventBridge จะแปลงรูปแบบเหตุการณ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (เช่น CloudEvents) ก่อนส่งต่อไปยังปลายทาง เช่น ระบบ SIEM บน Google Cloud ผ่าน Pub/Sub หรือ workflow บน on-premises server ผ่าน Amazon SQS หรือ Lambda ทำให้การเชื่อมต่อข้ามคลาวด์เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพา gateway หรือบริการแปลงรูปแบบเพิ่มเติม ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนของระบบได้อย่างมาก ตัวอย่างในงานจริงของผม อ.บอม ผมใช้ EventBridge รับเหตุการณ์จากโบรกเกอร์ Forex แล้วส่งต่อไปยังระบบตรวจสอบความผิดปกติบน GCP และระบบแจ้งเตือนบน on-premises พร้อมกันทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแปลงรูปแบบเอง
EventBridge จัดการเหตุการณ์ข้ามคลาวด์อย่างชาญฉลาดได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องกรองเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญ?
EventBridge จัดการเหตุการณ์ข้ามคลาวด์ได้อย่างชาญฉลาดผ่านกลไก Event Pattern ที่สามารถตั้งเงื่อนไขการกรองได้อย่างละเอียด ไม่เพียงแต่กรองตามแหล่งที่มา (source) หรือประเภทเหตุการณ์ (event type) เท่านั้น แต่ยังสามารถกรองตามข้อมูลใน payload เช่น นามสกุลไฟล์ สถานะการเข้าถึง หรือค่าที่ระบุใน detail ได้ เช่น ตั้งเงื่อนไขให้ส่งเหตุการณ์เฉพาะเมื่อเกิดการอัปโหลดไฟล์ .pdf หรือเมื่อพบการเข้าถึงที่ผิดปกติจาก IP ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ทำให้ระบบปลายทาง เช่น ระบบ SIEM หรือ Lambda ไม่ต้องประมวลผลข้อมูลที่ไม่จำเป็น ลดภาระและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ตัวอย่างในงานเทรด Forex ผมเคยใช้ EventBridge ตั้งเงื่อนไขให้แจ้งเตือนเฉพาะเมื่อราคาผิดปกติเกินค่าเฉลี่ย 2 เท่า หรือเมื่อระบบตรวจพบคำสั่งซื้อขายที่ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที ช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการตรวจสอบด้วยมือ ทำให้ระบบตอบสนองต่อเหตุการณ์สำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ
ความปลอดภัยของเหตุการณ์ที่ส่งข้ามคลาวด์ผ่าน EventBridge ได้รับการรับประกันอย่างไร?
ความปลอดภัยของเหตุการณ์ที่ส่งข้ามคลาวด์ผ่าน EventBridge ได้รับการรับประกันอย่างเข้มงวดผ่านหลายชั้น โดยเริ่มจากการเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระหว่างการส่ง (in-transit) และขณะจัดเก็บ (at-rest) ด้วย AWS Key Management Service (KMS) ซึ่งช่วยให้เหตุการณ์ที่ส่งไปยัง Google Cloud หรือ on-premises ไม่สามารถถูกดูดข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ นอกจากนี้ EventBridge รองรับการควบคุมการเข้าถึงอย่างละเอียดผ่าน IAM Policies ที่สามารถกำหนดสิทธิ์ได้ตามผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้ หรือ IAM Role เช่น ระบบใน AWS สามารถส่งเหตุการณ์ไปยังระบบบน GCP ได้ แต่ไม่สามารถอ่านเหตุการณ์กลับมาได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ในระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด เช่น ระบบเทรดที่ต้องป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลการซื้อขาย รวมถึงยังรองรับการตรวจสอบการใช้งานผ่าน AWS CloudTrail เพื่อติดตามว่าเหตุการณ์ใดถูกส่งไปยังที่ใด และเมื่อใด ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบมีความโปร่งใสและปลอดภัยต่อการโจมตีหรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การตั้งค่า EventBridge สำหรับ Multi-cloud ต้องพิจารณาเรื่องใดบ้างเพื่อให้ระบบมีความทนทานต่อความล้มเหลว?
การตั้งค่า EventBridge สำหรับ Multi-cloud ต้องพิจารณาหลายปัจจัยเพื่อให้ระบบมีความทนทานต่อความล้มเหลว เช่น การตั้งค่า event retention ที่สามารถเก็บเหตุการณ์ไว้ได้นานถึง 7 วัน ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถกู้คืนข้อมูลได้หากปลายทางมีปัญหาชั่วคราว เช่น ระบบบน Google Cloud ล่มชั่วคราว EventBridge จะเก็บเหตุการณ์ไว้และส่งต่อทีหลังได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีกลไก retry logic ที่ทำงานอัตโนมัติเมื่อปลายทางไม่สามารถรับข้อมูลได้ ช่วยลดความเสี่ยงในการสูญหายของเหตุการณ์ ทั้งนี้ ควรตั้งค่าการตรวจสอบสถานะ (dead-letter queue) เพื่อจัดการเหตุการณ์ที่ล้มเหลวซ้ำ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องวางแผนการจัดการความปลอดภัย การควบคุม IAM และการทดสอบการเชื่อมต่ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดความผิดพลาดในบางส่วน
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ