ำปำหห | SiamCafe Blog
ำปำหห คืออะไร — ทำความเข้าใจจากประสบการณ์จริง
หลายคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้อาจสงสัยว่าคำว่า ำปำหห หมายถึงอะไรกันแน่ เพราะเป็นคำที่ดูไม่คุ้นหูสักเท่าไร
ผมขอเรียกมันว่าแนวทางหนึ่งในการออกแบบและดูแลระบบให้มีเสถียรภาพ ซึ่งผมใช้ชื่อนี้เรียกแนวคิดที่ผมสะสมมาจากการทำงานกับระบบจริงมากว่าสิบปี ทั้งในแวดวงไอทีและการเทรดฟอเร็กซ์ หัวใจของมันคือการนำเครื่องมือที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร โดยเน้นการทำงานอัตโนมัติ การเฝ้าระวัง และการกู้คืนเป็นแกนหลักสามอย่างเสมอ
เหตุผลที่ผมตั้งชื่อแนวคิดนี้ขึ้นมาเพราะในโลกจริง ทีมไอทีหลายทีมมักแก้ปัญหาแบบตามตื้อ ระบบพังเมื่อไรก็เข้าไปแก้ทีละจุด ทำงานซ้ำซากจนเหน็ดเหนื่อยโดยไม่จำเป็น แนวทาง ำปำหห เสนอทางออกตรงกันข้าม นั่นคือการลงทุนเวลาตั้งแต่ต้นกับระบบที่ดูแลตัวเองได้ กำหนดนโยบายจากศูนย์กลางเพียงที่เดียว แล้วปล่อยให้ระบบทำงานตามที่กำหนด ประหยัดเวลาในระยะยาวมหาศาล
ในสภาพแวดล้อมจริง การนำ ำปำหห ไปใช้ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย ทั้งขนาดของระบบ จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน ปริมาณข้อมูล และข้อจำกัดด้านทรัพยากร แต่ละองค์กรมีความต้องการต่างกัน บริษัทเล็กอาจมีทีมสามคนดูแลเซิร์ฟเวอร์ห้าตัว ขณะที่องค์กรใหญ่มีทีมแยกแยะหลายส่วนดูแลระบบนับร้อย แนวคิดนี้ถูกออกแบบให้ยืดหยุ่น ใช้ได้ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องทุบโครงสร้างหลักทิ้งแล้วเริ่มใหม่ จุดนี้สำคัญมากสำหรับทีมที่งบจำกัด เพราะการเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายนั้น เป็นหนทางที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุดเสมอ
ประสบการณ์จากวงการเทรดของผมก็สอนให้เห็นแบบเดียวกัน ระบบที่เทรดเงินจริงต้องพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ อินเทอร์เน็ตหลุด เซิร์ฟเวอร์ล่าช้า หรือข้อมูลส่งไม่ถึง ถ้าเราวางระบบด้วยความประมาท ความเสียหายมาในเสี้ยววินาที หลักการเดียวกันนี้ใช้กับระบบไอทีทุกประเภท ความเสถียรไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการออกแบบที่ตั้งใจ
ความสำคัญของ ำปำหห อยู่ที่การแก้ปัญหาที่องค์กรเผชิญทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาหยุดทำงานของระบบ การขยายความจุเมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยของข้อมูล
หรือการจัดการค่าตั้งที่ซับซ้อนจนทีมตามไม่ทัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่หลายทีมยังแก้ด้วยวิธีที่เก่าเกินไป คือการเข้าไปแก้ทีละเครื่อง ทีละไฟล์ ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดจากมนุษย์อย่างมาก ผมเคยเห็นทีมหนึ่งพลาดแก้ค่าตั้งผิดเครื่อง ทำให้ระบบลูกค้าหยุดทำงานทั้งคืน ความเสียหายต่อชื่อเสียงยากจะเรียกคืน
ความสำคัญของ ำปำหห อยู่ที่การแก้ปัญหาที่องค์กรเผชิญทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาหยุดทำงานของระบบ การขยายความจุเมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น ความปลอดภัยของข้อมูล หรือการจัดการค่าตั้งที่ซับซ้อนจนทีมตามไม่ทัน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ แต่หลายทีมยังแก้ด้วยวิธีที่เก่าเกินไป คือการเข้าไปแก้ทีละเครื่อง ทีละไฟล์ ซึ่งเสี่ยงต่อความผิดพลาดจากมนุษย์อย่างมาก ผมเคยเห็นทีมหนึ่งพลาดแก้ค่าตั้งผิดเครื่อง ทำให้ระบบลูกค้าหยุดทำงานทั้งคืน ความเสียหายต่อชื่อเสียงยากจะเรียกคืน
สถาปัตยกรรมของ ำปำหห ประกอบด้วยส่วนหลักสี่ส่วนที่ทำงานประสานกัน ดังตารางนี้
| องค์ประกอบ | หน้าที่หลัก | ตัวอย่างงานที่รับผิดชอบ |
|---|---|---|
| ชั้นควบคุมกลาง | จัดการค่าตั้งทั้งหมดและตัดสินใจว่าคำขอแต่ละรายการไปที่ใด | กระจายงาน กำหนดนโยบายจากศูนย์กลาง |
| ชั้นขนส่งข้อมูล | ประมวลผลและส่งต่อข้อมูลจริงระหว่างบริการต่าง ๆ | รับส่งข้อมูล ควบคุมปริมาณการจราจร |
| ชั้นเฝ้าระวัง | เก็บตัวชี้วัด บันทึกเหตุการณ์ และเส้นทางการทำงาน | ตรวจจับความผิดปกติ วิเคราะห์สมรรถนะ |
| ชั้นความปลอดภัย | ยืนยันตัวตน ตรวจสิทธิ์ และเข้ารหัสข้อมูล | ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต |
จุดเด่นของการจัดวางแบบนี้คือการแยกความรับผิดชอบออกจากกันอย่างชัดเจน ทีมดูแลระบบไม่ต้องเข้าไปแก้ทีละจุด แต่กำหนดนโยบายจากส่วนกลางครั้งเดียว แล้วระบบทำงานตามอัตโนมัติทุกจุด ตัวอย่างที่จับต้องได้คือเมื่อเซิร์ฟเวอร์หนึ่งล้มเหลว ชั้นควบคุมกลางจะตรวจพบภายในไม่กี่วินาที แล้วเปลี่ยนเส้นทางงานไปยังเครื่องสำรองโดยผู้ใช้ไม่รู้สึกเลย นี่คือความแตกต่างระหว่างระบบที่วางแบบไว้ล่วงหน้ากับระบบที่ซ่อมกันวันต่อวัน
การเริ่มต้นใช้งาน ำปำหห ต้องเตรียมสภาพแวดล้อมให้พร้อมก่อนเสมอ ประสบการณ์สอนผมว่าคนส่วนใหญ่พลาดที่ขั้นตอนเตรียมงาน
รีบลงมือติดตั้งทันทีแล้วเจอปัญหาทีหลัง ทั้งที่ถ้าตรวจสอบความพร้อมให้ดีก่อน จะประหยัดเวลาหลายชั่วโมง ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้
การเริ่มต้นใช้งาน ำปำหห — ขั้นตอนจริงที่ทำได้ทันที
การเริ่มต้นใช้งาน ำปำหห ต้องเตรียมสภาพแวดล้อมให้พร้อมก่อนเสมอ ประสบการณ์สอนผมว่าคนส่วนใหญ่พลาดที่ขั้นตอนเตรียมงาน รีบลงมือติดตั้งทันทีแล้วเจอปัญหาทีหลัง ทั้งที่ถ้าตรวจสอบความพร้อมให้ดีก่อน จะประหยัดเวลาหลายชั่วโมง ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้
ขั้นที่หนึ่ง ตรวจสอบความต้องการของระบบ เครื่องทดลองควรมีหน่วยประมวลผลอย่างน้อยสองแกน หน่วยความจำสี่กิกะไบต์ขึ้นไป และพื้นที่จัดเก็บว่างยี่สิบกิกะไบต์ ถ้าจะใช้งานจริงกับข้อมูลจำนวนมาก ควรมากกว่านี้อย่างน้อยสามเท่า อย่าประหยัดตรงนี้ เพราะเครื่องแคบคือสาเหตุอันดับหนึ่งของปัญหาความช้าในภายหลัง
ขั้นที่สอง ติดตั้งเครื่องมือที่จำเป็น ได้แก่ โปรแกรมจัดการคอนเทนเนอร์ และภาษาไพธอนเวอร์ชันสามจุดแปดขึ้นไป การใช้คอนเทนเนอร์ช่วยให้ย้ายระบบไปเครื่องอื่นได้ง่าย ไม่ต้องกังวลว่าค่าตั้งจะต่างกันจนพัง ผมใช้วิธีนี้มาตลอดสิบกว่าปี และมันช่วยชีวิตผมหลายครั้งในค่ำคืนที่ต้องย้ายระบบด่วน
ขั้นที่สาม สร้างไฟล์ค่าตั้ง เริ่มจากค่าตั้งพื้นฐานที่เรียบง่ายที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มความซับซ้อนทีละขั้น อย่าลอกค่าตั้งจากตัวอย่างบนอินเทอร์เน็ตทั้งก้อนแล้วใช้เลย เพราะบางค่าอาจไม่เหมาะกับระบบของคุณ สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมคือ รหัสผ่านและข้อมูลลับทั้งหมดต้องเก็บในตัวแปรสภาพแวดล้อมหรือเครื่องมือจัดการความลับ ห้ามเขียนลงไฟล์ค่าตั้งตรง ๆ เด็ดขาด เพราะไฟล์เหล่านี้มักถูกแชร์หรือผลักขึ้นระบบควบคุมเวอร์ชันโดยไม่รู้ตัว
เมื่อตั้งค่าพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว ขั้นถัดไปคือการนำ ำปำหห ไปใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเชิงลึกและวินัยของทีม
ผมขอแบ่งเป็นแนวปฏิบัติห้าข้อที่ใช้ได้จริงจากประสบการณ์ตรง
ท้ายที่สุด ให้จดทุกขั้นตอนที่ทำลงในเอกสารของทีม วันข้างหน้าเมื่อต้องติดตั้งซ้ำหรือย้ายเครื่อง เอกสารนี้จะเป็นสมบัติล้ำค่า ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่จำได้ทุกอย่าง แต่คือทีมที่เขียนทุกอย่างไว้ให้คนต่อไปตามได้
เทคนิคขั้นสูงและแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด
เมื่อตั้งค่าพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว ขั้นถัดไปคือการนำ ำปำหห ไปใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยทั้งความเข้าใจเชิงลึกและวินัยของทีม ผมขอแบ่งเป็นแนวปฏิบัติห้าข้อที่ใช้ได้จริงจากประสบการณ์ตรง
หนึ่ง ทำโครงสร้างพื้นฐานเป็นรหัส กำหนดค่าตั้งทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องอ่านและรันได้ เก็บในระบบควบคุมเวอร์ชัน เมื่อเกิดปัญหาเราย้อนกลับไปดูว่าเปลี่ยนอะไรเมื่อไร ใครเปลี่ยน และย้อนคืนได้ภายในไม่กี่นาที นี่คือความต่างระหว่างทีมที่แก้ปัญหาได้ในห้านาทีกับทีมที่ไล่หาสาเหตุกันทั้งคืน
สอง ตั้งการเฝ้าระวังตั้งแต่วันแรก อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตั้ง เพราะตอนนั้นเราจะไม่มีข้อมูลย้อนหลังเทียบเลย เก็บตัวชี้วัด บันทึกเหตุการณ์ และเส้นทางการทำงานไว้ตั้งแต่เริ่ม ต้นทุนการตั้งต่ำมากเมื่อเทียบกับมูลค่าของข้อมูลที่ได้
สาม ทำการทดสอบอัตโนมัติ ทั้งการทดสอบหน่วยย่อย การทดสอบการเชื่อมต่อระหว่างส่วน และการทดสอบตั้งแต่ต้นจนจบ ทุกครั้งที่แก้ค่าตั้งใหม่ ต้องรันการทดสอบก่อนนำขึ้นระบบจริง วินัยข้อนี้ดูน่าเบื่อ แต่มันป้องกันภัยพิบัติได้มหาศาล ผมเคยเห็นการแก้ค่าเดียวพังระบบทั้งองค์กร เพราะไม่มีใครทดสอบก่อน
การเฝ้าระวังเป็นหัวใจของการดูแลระบบให้ทำงานราบรื่นระยะยาว ถ้าเรามองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบ เราจะตรวจจับปัญหาได้เมื่อผู้ใช้โทรมาบอกเท่านั้น
ซึ่งถือว่าช้าเกินไปอย่างมาก ตัวชี้วัดที่ต้องเฝ้าดูสำหรับระบบตามแนวทาง ำปำหห มีห้าตัวหลัก
ห้า ให้ที่เก็บรหัสเป็นแหล่งความจริงเดียว การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต้องผ่านการบันทึกในระบบเดียวกัน ไม่มีการแก้ข้าม ไม่มีข้อยกเว้นแม้เร่งด่วนแค่ไหน ครั้งเดียวที่ยอมแก้ข้าม ระบบจะเริ่มไม่ตรงกัน และความไม่ตรงกันจะสะสมจนกลายเป็นหายนะ
เทคนิคเหล่านี้ไม่ต้องทำพร้อมกันทั้งหมดในวันเดียว เลือกเริ่มจากข้อที่ทีมทำได้ง่ายที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มทีละอย่าง ความก้าวหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไปที่ทำได้จริง ดีกว่าแผนยิ่งใหญ่ที่ทำไม่เสร็จ ผมเองก็ใช้หลักความคืบหน้าเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอ ทั้งในงานไอทีและการเทรดมาโดยตลอด
การเฝ้าระวังและแก้ปัญหา ำปำหห เมื่อระบบผิดปกติ
การเฝ้าระวังเป็นหัวใจของการดูแลระบบให้ทำงานราบรื่นระยะยาว ถ้าเรามองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบ เราจะตรวจจับปัญหาได้เมื่อผู้ใช้โทรมาบอกเท่านั้น ซึ่งถือว่าช้าเกินไปอย่างมาก ตัวชี้วัดที่ต้องเฝ้าดูสำหรับระบบตามแนวทาง ำปำหห มีห้าตัวหลัก
เวลาตอบสนอง วัดที่ร้อยละห้าสิบ เก้าสิบห้า และเก้าสิบเก้า ค่าที่ยอมรับได้สำหรับบริการทั่วไปคือเก้าสิบเก้าไม่เกินสองร้อยมิลลิวินาที การดูเฉพาะค่าเฉลี่ยไม่พอ เพราะค่าเฉลี่ยซ่อนปัญหาของผู้ใช้กลุ่มที่โชคร้าย ซึ่งมักเป็นลูกค้าสำคัญเสมอ
อัตราความล้มเหลว สัดส่วนคำขอที่ไม่สำเร็จ ควรต่ำกว่าหนึ่งต่อพันในระบบที่ใช้งานจริง ถ้าตัวเลขนี้พุ่งขึ้นแม้ชั่วขณะ ต้องหาสาเหตุทันทีไม่ใช่รอดูว่าจะกลับลงเองหรือไม่
ปริมาณงานต่อวินาที จำนวนคำขอที่ระบบรองรับได้ เทียบกับความจุที่วางแผนไว้ เมื่อใช้แล้วเกินร้อยละเจ็ดสิบของความจุ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าต้องวางแผนขยายแล้ว
การใช้ทรัพยากร หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ และการอ่านเขียนดิสก์ของแต่ละบริการ รูปแบบการใช้ที่ผิดปกติมักบอกปัญหาก่อนระบบจะล้ม
ความยาวคิวงาน งานที่รอประมวลผล ถ้ายาวขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่าผู้ประมวลผลตามไม่ทัน ต้องเพิ่มผู้ประมวลผลหรือปรับลำดับความสำคัญของงาน
เมื่อเกิดปัญหาจริง ให้ทำตามลำดับที่ผมใช้ประจำ ขั้นแรก ดูบันทึกเหตุการณ์ล่าสุดสองสามร้อยบรรทัด เพื่อหาข้อผิดพลาดที่ชัดเจน ขั้นที่สอง ตรวจการใช้ทรัพยากรว่าหน่วยความจำหรือพื้นที่จัดเก็บเต็มหรือไม่ ปัญหาง่าย ๆ นี้พบบ่อยกว่าที่คิด ขั้นที่สาม ทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างบริการ เพราะบางครั้งไฟร์วอลล์หรือการตั้งค่าเครือข่ายเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครรู้ ขั้นที่สี่ เทียบค่าตั้งล่าสุดกับเวอร์ชันก่อนหน้า เพราะการเปลี่ยนแปลงล่าสุดคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งเสมอ
สุดท้ายและสำคัญที่สุด ถ้าหาสาเหตุไม่เจอภายในสิบห้านาที ให้ย้อนคืนไปใช้เวอร์ชันก่อนหน้าทันที แล้วค่อยวิเคราะห์อย่างใจเย็นในภายหลัง หลายทีมประหยัดคำว่าย้อนคืน เพราะรู้สึกเหมือนยอมแพ้ แต่จริง ๆ แล้วมันคือการตัดสินใจที่เป็นมืออาชีพที่สุด ผู้ใช้ไม่สนใจว่าสาเหตุคืออะไร เขาสนใจแค่ว่าระบบกลับมาเมื่อไร และทุกนาทีที่ระบบหยุดคือความเชื่อมั่นที่หายไป
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ำปำหห ในงานจริง
เพื่อให้เห็นภาพช
คำถามที่พบบ่อย
ำปำหห คืออะไร และแนวคิดนี้มีที่มาจากอะไร?
ำปำหห เป็นชื่อที่ผู้เขียนตั้งขึ้นเรียกแนวทางหนึ่งในการออกแบบและดูแลระบบให้มีเสถียรภาพ ซึ่งสะสมมาจากประสบการณ์การทำงานจริงกว่าสิบปีทั้งในแวดวงไอทีและการเทรดฟอเร็กซ์ หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้คือการนำเครื่องมือที่ผ่านการพิสูจน์แล้วมาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร โดยเน้นสามแกนหลักเสมอ ได้แก่ การทำงานอัตโนมัติ การเฝ้าระวัง และการกู้คืน แนวคิดนี้เกิดขึ้นเพราะทีมไอทีหลายทีมมักแก้ปัญหาแบบตามตื้อ คือระบบพังเมื่อไรก็เข้าไปแก้ทีละจุด ทำงานซ้ำซากจนเหน็ดเหนื่อยโดยไม่จำเป็น ำปำหห เสนอทางตรงข้าม นั่นคือลงทุนเวลาตั้งแต่ต้นกับระบบที่ดูแลตัวเองได้ กำหนดนโยบายจากศูนย์กลางเพียงที่เดียว แล้วปล่อยให้ระบบทำงานตามที่กำหนด ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในระยะยาวได้มหาศาล
สถาปัตยกรรมของ ำปำหห ประกอบด้วยส่วนใดบ้าง และแต่ละส่วนทำหน้าที่อะไร?
สถาปัตยกรรมของ ำปำหห ประกอบด้วยส่วนหลักสี่ส่วนที่ทำงานประสานกัน ได้แก่ หนึ่ง ชั้นควบคุมกลาง ทำหน้าที่จัดการค่าตั้งทั้งหมดและตัดสินใจว่าคำขอแต่ละรายการไปที่ใด เช่น การกระจายงานและกำหนดนโยบายจากศูนย์กลาง สอง ชั้นขนส่งข้อมูล ทำหน้าที่ประมวลผลและส่งต่อข้อมูลจริงระหว่างบริการต่าง ๆ รวมถึงควบคุมปริมาณการจราจร สาม ชั้นเฝ้าระวัง ทำหน้าที่เก็บตัวชี้วัด บันทึกเหตุการณ์ และเส้นทางการทำงาน เพื่อตรวจจับความผิดปกติและวิเคราะห์สมรรถนะ และสี่ ชั้นความปลอดภัย ทำหน้าที่ยืนยันตัวตน ตรวจสิทธิ์ และเข้ารหัสข้อมูล เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต จุดเด่นของการจัดวางแบบนี้คือการแยกความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ทีมดูแลระบบกำหนดนโยบายจากส่วนกลางเพียงครั้งเดียว แล้วระบบทำงานอัตโนมัติทุกจุด เช่น เมื่อเซิร์ฟเวอร์ล้มเหลว ชั้นควบคุมกลางจะตรวจพบภายในไม่กี่วินาทีแล้วเปลี่ยนเส้นทางงานไปยังเครื่องสำรองโดยผู้ใช้ไม่รู้สึกเลย
องค์กรขนาดเล็กที่มีทีมงานจำกัดควรเริ่มต้นใช้ ำปำหห อย่างไร?
ำปำหห ถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นและใช้ได้ทั้งองค์กรขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเล็กที่มีทีมสามคนดูแลเซิร์ฟเวอร์ห้าตัว หรือองค์กรใหญ่ที่มีทีมแยกหลายส่วนดูแลระบบนับร้อย สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องทุบโครงสร้างหลักทิ้งแล้วเริ่มใหม่ทั้งหมด สำหรับทีมที่งบจำกัด หนทางที่ประหยัดและปลอดภัยที่สุดคือการเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ขยาย โดยขั้นตอนแรกควรตรวจสอบความพร้อมของระบบก่อน เช่น เครื่องทดลองควรมีหน่วยประมวลผลอย่างน้อยสองแกน หน่วยความจำสี่กิกะไบต์ขึ้นไป และพื้นที่จัดเก็บว่างยี่สิบกิกะไบต์ ถ้าจะใช้งานจริงกับข้อมูลจำนวนมากควรมีท
แนะนำเพิ่มเติม
🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร
📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด
📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ
📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook
🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6
แนะนำจากเครือข่าย SiamCafe
คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิง
- SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
- iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ