it_devops

กองทุนรวมอสังหา | SiamCafe Blog

กองทุนรวมอสังหา | SiamCafe Blog

กองทุนรวมอสังหาคืออะไร ทำความเข้าใจจากมุมของนักลงทุน

กองทุนรวมอสังหาฯ คือกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ระดมเงินจากนักลงทุนหลายคนมาลงทุนในสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร โรงแรม คลังสินค้า หรือหอพัก แล้วนำรายได้จากค่าเช่าและกำไรจากการขายมาแบ่งกลับคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน

ง่าย ๆ ก็คือคุณไม่ต้องรวยระดับซื้อคอนโดทั้งห้องหรือที่ดินทั้งแปลง แต่ใช้เงินหลักร้อยหรือหลักพันก็มีสิทธิได้ผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์ได้เหมือนกัน แนวคิดเบื้องหลังคือการรวมเงินของคนจำนวนมากเข้าด้วยกันเพื่อให้มีอำนาจต่อรองและขนาดของเงินทุนมากพอที่จะถือสินทรัพย์คุณภาพ ซึ่งรายย่อยคนเดียวแทบไม่มีทางเข้าถึงได้ เช่น อาคารสำนักงานทั้งตึกที่ปล่อยเช่าให้บริษัทข้ามชาติ หรือคลังสินค้าขนาดใหญ่ใกล้ท่าเรือที่มีสัญญาเช่าระยะยาวกับบริษัทขนส่งรายใหญ่ บริษัทจัดการกองทุนเป็นผู้ดูแลและบริหารสินทรัพย์แทนคุณทั้งหมด ตั้งแต่หาผู้เช่า เก็บค่าเช่า ซ่อมบำรุง ไปจนถึงตัดสินใจขายสินทรัพย์เมื่อจังหวะเหมาะสม

ผมเป็นคนที่ทำเทรดหุ้นและฟอเร็กซ์มากว่า 13 ปี และมีเงินส่วนหนึ่งวางอยู่ในสินทรัพย์ประเภทนี้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือมันช่วยกระจายความเสี่ยง รายได้จากค่าเช่าเป็นกระแสเงินสดที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่แกว่งแรงเท่าหุ้นหรือคู่เงินในตลาดฟอเร็กซ์ ใครที่เทรดมานานพอจะรู้ดีว่ามีบางเดือนที่ตลาดทั้งเดือนไม่ให้โอกาส หรือช่วงที่ความผันผวนสูงจนต้องย่อขนาดโพซิชันลงเหลือน้อยมาก การมีรายได้ประจำจากสินทรัพย์อีกประเภทหนึ่งที่เคลื่อนที่ไม่ตรงกับตลาดที่เทรด ช่วยให้จิตใจนิ่งขึ้นและไม่ต้องเร่งรีบถอนเงินจากการลงทุนมาใช้จ่าย เวลาตลาดหุ้นปรับตัวแรง กองกลุ่มนี้มักมีความผันผวนต่ำกว่า ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันพอร์ตได้ดีพอสมควร

กองทุนรวมอสังหาฯ ในไทยมีให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ที่ลงทุนในโรงแรม โรงพยาบาล คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ศูนย์แสดงสินค้า ไปจนถึงที่ดินเพื่อการพัฒนาในทำเลศักยภาพ แต่ละแบบมีความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างกัน กองที่ลงทุนในอาคารพร้อมผู้เช่าอยู่แล้วจะให้รายได้ประจำค่อนข้างชัดเจน เพราะสัญญาเช่ามักระบุค่าเช่าขั้นต่ำและระยะเวลาไว้แน่นอน ส่วนกองที่ถือที่ดินเพื่อรอขายหรือพัฒนาต่อจะมีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะรายได้ขึ้นกับความสำเร็จของโครงการ การขออนุญาตก่อสร้าง และจังหวะของตลาดในวันที่ขายสินทรัพย์

ข้อควรเข้าใจก่อนเริ่มคือ กองทุนรวมอสังหาฯ หลายกองมีอายุจำกัด พอครบกำหนดอายุจะทำการเพิกถอนแล้วขายสินทรัพย์เพื่อจ่ายเงินคืน นักลงทุนจึงควรอ่านรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนให้ดี ดูว่าโครงการมีอายุเหลือเท่าไร สินทรัพย์ที่ถืออยู่คืออะไร ผู้เช่าหลักเป็นใคร และบริษัทจัดการมีประวัติการดูแลกองลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ เพราะคุณภาพของผู้จัดการกองส่งผลต่อผลตอบแทนในระยะยาวอย่างมาก ในปี 2026 ที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มปรับตัวลงจากจุดสูง กลุ่มอสังหาฯ ได้ประโยชน์จากต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกลง ซึ่งช่วยให้มูลค่าสินทรัพย์และความสามารถในการจ่ายปันผลดีขึ้น เป็นจังหวะที่น่าจับตามองสำหรับคนที่กำลังมองหาสินทรัพย์ทางเลือกนอกเหนือจากหุ้นและตราสารหนี้

อีกมุมหนึ่งที่อยากให้คิดกันคือบทบาทของกองทุนรวมอสังหาฯ ในพอร์ตโดยรวม ผมมักเทียบพอร์ตการลงทุนกับเมนูอาหาร หุ้นเติบโตคือเครื่องปรุงรสจัดจ้าน เงินฝากและตราสารหนี้คือข้าวสวยที่จำเป็นแต่จืดชืด กองทุนอสังหาฯ คือเครื่องเคียงที่ทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ มันไม่ได้ทำให้พอร์ตพุ่งกระฉับกระเฉง แต่มันทำให้พอร์ตอยู่รอดได้ในช่วงที่ตลาดหุ้นและตลาดเงินกำลังแกว่งหนัก นักลงทุนมือใหม่หลายคนพลาดตรงที่เอาทุกบาททุกสตางค์ไปลงในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเพราะเห็นตัวเลขผลตอบแทนย้อนหลังสวยงาม แล้วเมื่อตลาดปรับตัวก็ต้องขายขาดทุนเพราะไม่มีเงินสดรองรับชีวิตประจำวัน การมีสินทรัพย์ที่จ่ายเงินสดเข้ามาเป็นงวด ๆ จึงเป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางการเงินอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ประเภทของกองทุนรวมอสังหาฯ และความเสี่ยงที่ต่างกัน

กองทุนรวมอสังหาฯ ไม่ได้เหมือนกันหมด การจำแนกประเภทช่วยให้คุณเลือกกองที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ โดยแบ่งได้หลัก ๆ ตามลักษณะสินทรัพย์ที่ถือ

ดังตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้

ประเภทกองตัวอย่างสินทรัพย์รายได้หลักระดับความเสี่ยงเหมาะกับใคร
กองถืออสังหาฯ พร้อมสร้างคอนโด โรงแรม หอพัก อาคารสำนักงานที่มีผู้เช่าค่าเช่า รายได้ประจำต่ำถึงปานกลางนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
กองถือที่ดินเพื่อพัฒนาที่ดินเปล่าหรือที่รอพัฒนากำไรจากการขายหรือพัฒนาสูงผู้ยอมรับความผันผวนเพื่อผลตอบแทนสูง
กองผสมอาคารพร้อมเช่า บวกที่ดินรอพัฒนาผสมทั้งสองแบบปานกลางคนที่ต้องการสมดุลระหว่างรายได้และการเติบโต
กองลงทุนในหลักทรัพย์อสังหาฯหุ้นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ หรือหน่วยลงทุนโครงการพัฒนาที่ดินเงินปันผลและกำไรจากราคาหุ้นปานกลางถึงสูงผู้ที่ยอมรับความผันผวนแบบหุ้น

นอกจากการแบ่งตามสินทรัพย์แล้ว ยังควรแยกดูตามกลุ่มธุรกิจด้วย เพราะแต่ละกลุ่มมีวัฏจักรและปัจจัยกระทบต่างกัน กองที่ถือโรงแรมจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวและอัตราค่าห้องเฉลี่ย กองที่ถือคลังสินค้าจะขึ้นกับการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และโลจิสติกส์ ส่วนกองที่ถืออาคารสำนักงานจะขึ้นกับอัตราการเช่าเต็มในย่านธุรกิจและอาคารใหม่ที่เข้ามาแข่งขันในทำเลเดียวกัน ถ้าคุณถือกองอสังหาฯ หลายกองแต่ทุกกองเป็นโรงแรม แปลว่าคุณยังกระจุกความเสี่ยงอยู่ในอุตสาหกรรมเดียว ซึ่งไม่ต่างจากการถือหุ้นธนาคารหลายตัวแล้วเรียกว่ากระจายพอร์ต

จากประสบการณ์ของผม กองที่ถือสินทรัพย์พร้อมสร้างและมีสัญญาเช่าระยะยาวกับผู้เช่าคุณภาพ เช่น หน่วยงานราชการหรือบริษัทใหญ่ มีความน่าเชื่อถือด้านกระแสเงินสดมากที่สุด การปันผลมักสม่ำเสมอ ขณะที่กองถือที่ดินรอพัฒนาจะขึ้นกับจังหวะตลาดอสังหาฯ ในช่วงที่กองหมดอายุ ถ้าตลาดดีก็ได้ผลตอบแทนสวย แต่ถ้าตลาดทรุดก็อาจได้น้อยกว่าคาด อีกประเด็นที่คนมักมองข้ามคือโครงสร้างหนี้ของกอง กองที่ต้องกู้เงินมาลงทุนจะมีต้นทุนดอกเบี้ย ถ้าดอกเบี้ยขึ้นกำไรสุทธิจะลดทันที ควรอ่านในหนังสือชี้ชวนว่ากองมีอัตราส่วนเงินกู้เทียบมูลค่าสินทรัพย์เท่าไร ยิ่งต่ำยิ่งนิ่ง และดูว่าเงื่อนไขการจ่ายปันผลเป็นแบบรายไตรมาส รายครึ่งปี หรือจ่ายตามผลการดำเนินงานจริง เพราะมีผลต่อการวางแผนกระแสเงินสดของคุณเองด้วย

ขอยกตัวอย่างจริงจากสิ่งที่ผมเคยพบเห็นเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น กองแนวโรงแรมที่ประเทศไทยหลายกองเคยโดนกระแทกหนักช่วงที่การท่องเที่ยวหยุดชะงัก รายได้ต่อห้องหายไปเกือบทั้งหมดในชั่วข้ามคืน กองบางกองที่ไม่มีเงินสำรองก็ต้องหาทางระดมทุนเพิ่มหรือลดการจ่ายปันผลลงจนเกือบเป็นศูนย์ ในทางกลับกัน กองที่ถืออาคารสำนักงานปล่อยเช่าให้หน่วยงานภาครัฐสิบปีเต็ม กลับจ่ายปันผลต่อเนื่องแม้ตลาดหุ้นจะลงหนักในช่วงเดียวกัน สองกรณีนี้สอนบทเรียนสำคัญคือ ชนิดของผู้เช่าและระยะเวลาสัญญาเช่าคือดีเอ็นเอของความมั่นคงในรายได้ ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือขนาดของบริษัทจัดการอย่างเดียว คนที่อ่านหนังสือชี้ชวนจบทุกหน้าและลงไปดูสัญญาเช่าจริงจะรอดกว่าคนที่เลือกจากโฆษณาหน้าแรกเสมอ

เปรียบเทียบกองทุนรวมอสังหาฯ กับการลงทุนอสังหาฯ โดยตรง

หลายคนถามผมว่า ถ้าจะลงทุนอสังหาฯ ทำไมไม่ซื้อคอนโดหรือบ้านเองเลย ตอบง่าย ๆ คือทั้งสองทางมีต้นทุน ความยืดหยุ่น และความเสี่ยงต่างกันมาก การซื้ออสังหาฯ เองต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ติดภาระเรื่องภาษีโอน ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง ค่าปรับปรุงก่อนปล่อยเช่า และต้องหาผู้เช่าเอง ดูแลปัญหาห้องชำรุด ผู้เช่าผิดนัดชำระ หรือห้องว่างเป็นระยะ ถ้าห้องว่างก็ไม่มีรายได้แต่ยังต้องจ่ายงวดผ่อนเต็มจำนวน ขณะที่กองทุนรวมอสังหาฯ ใช้เงินหลักร้อยถึงหลักพันเริ่มได้ ไม่มีภาระดูแลสินทรัพย์เอง และกระจายความเสี่ยงไปหลายสินทรัพย์ในกองเดียว

ในแง่สภาพคล่อง การขายคอนโดหรือบ้านใช้เวลาเป็นเดือน บางทีเป็นปี และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโอน ค่ากลาง หรือลดราคาเพื่อให้ขายออกเร็ว ส่วนกองทุนสามารถขายคืนกับบริษัทจัดการได้ทุกวันทำการตามราคามูลค่าที่สุทธิ สภาพคล่องดีกว่ามาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าผลตอบแทนของการถืออสังหาฯ เองในบางช่วงอาจสูงกว่า ถ้าซื้อได้จังหวะราคาดี ซ่อมปรับปรุงถูก และปล่อยเช่าได้เต็มห้องตลอดปี โดยเฉพาะการใช้เครดิตธนาคารซื้อบ้านหลังแรกซึ่งใช้เงินลงทุนจริงเพียงส่วนหนึ่งของราคา ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนของตนเองอาจสูงกว่ากองทุนอย่างชัดเจน แต่ความเสี่ยงและความเหน็ดเหนื่อยก็แลกมาพร้อมกัน

ผมมองว่าทั้งสองทางไม่ได้แทนกัน แต่เสริมกัน คนที่มีเงินก้อนใหญ่และมีเวลาดูแล อาจเลือกถืออสังหาฯ เองบางส่วนและลงกองทุนอสังหาฯ อีกส่วน เพื่อกระจายทั้งประเภทสินทรัพย์และความยืดหยุ่น ส่วนคนที่มีเงินจำกัด ไม่มีเวลา หรือยังไม่มีประวัติเครดิตพอกู้เงินก้อนใหญ่ กองทุนรวมอสังหาฯ เป็นประตูทางเข้าที่เปิดกว้างกว่ามาก ผมรู้จักเทรดเดอร์หลายคนที่ซื้อคอนโดปล่อยเช่าแล้วต้องขายขาดทุนเพราะไม่มีเวลาดูแล เน้นเทรดเป็นอาชีพจนลืมว่าอสังหาฯ เป็นธุรกิจที่ต้องทำงานจริง ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ซื้อวางทิ้งไว้ได้ฟรี ๆ เหตุการณ์แบบนี้ย้ำว่าการเลือกเครื่องมือที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองสำคัญไม่แพ้การเลือกสินทรัพย์

ข้อพิจารณาอีกเรื่องคือภาษี รายได้จากการขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในไทยมีการยกเว้นภาษีเงินได้ในบางกรณีตามเงื่อนไข ขณะที่การขายอสังหาฯ เองมีภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีเงินได้ตามอัตราที่กำหนด ยิ่งถือสั้นภาระยิ่งหนัก นอกจากนี้รายได้ค่าเช่าของบุคคลธรรมดาก็เสียภาษีเงินได้ตามกฎหมาย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ เพราะภาระภาษีมีผลต่อผลตอบแทนสุทธิอย่างมาก บางครั้งกองทุนที่ผลตอบแทนดูต่ำกว่ากลับให้ผลสุทธิหลังภาษีสูงกว่าจริง

อีกมุมที่อยากให้ชั่งน้ำหนักคือความเครียดที่มองไม่เห็น การถืออสังหาฯ เองคือการทำธุรกิจขนาดย่อมที่มีลูกค้า มีช่างซ่อม มีเจ้าหนี้ และมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง คืนหนึ่งที่ผู้เช่าโทรมาบอกว่าท่อรั่ว หรือเดือนหนึ่งที่ผู้เช่าหายไปพร้อมค้างจ่ายสามเดือน คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับเจ้าของห้องทั่วไป ส่วนการถือกองทุน คุณแค่เปิดแอปพลิเคชันดูมูลค่าหน่วยลงทุนและรอเงินปันผลเข้าบัญชี ในมุมของคนที่ต้องใช้สมาธิกับการอ่านกราฟและข่าวเศรษฐกิจทุกวันแบบผม พลังงานและเวลาที่ประหยัดได้มีมูลค่าสูงกว่าค่าธรรมเนียมจัดการที่จ่ายไปหลายเท่าตัว นี่คือสิ่งที่ตารางเปรียบเทียบตัวเลขล้วน ๆ ไม่เคยแสดงให้เห็น

วิธีเลือกกองทุนรวมอสังหาฯ ให้เหมาะกับเป้าหมายของคุณ

การเลือกกองไม่ใช่แค่ดูว่าอัตราปันผลเท่าไร แต่ต้องดูหลายมิติร่วมกัน ผมใช้กรอบการพิจารณาง่าย ๆ ห้าข้อ ที่ใช้กับการวิเคราะห์สินทรัพย์อื่น ๆ ของผมด้วย เพราะหลักการเดียวกันกับการวิเคราะห์ธุรกิจในตลาดหุ้น คือดูคุณภาพพื้นฐานก่อนดูราคาเสมอ

ดูคุณภาพสินทรัพย์และผู้เช่า

สินทรัพย์หลักของกองตั้งอยู่ที่ไหน อาคารสภาพอย่างไร อัตราการเช่าเต็มเท่าไร และ

คำถามที่พบบ่อย

กองทุนรวมอสังหาฯ คืออะไร และต่างจากการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเองอย่างไร?

กองทุนรวมอสังหาฯ คือกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่ระดมเงินจากนักลงทุนหลายคนมาลงทุนร่วมกันในสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาคาร โรงแรม คลังสินค้า หรือหอพัก แล้วนำรายได้จากค่าเช่าและกำไรจากการขายมาแบ่งกลับคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน จุดเด่นคือคุณไม่ต้องมีเงินก้อนใหญ่ระดับซื้อคอนโดทั้งห้องหรือที่ดินทั้งแปลง เพียงใช้เงินหลักร้อยหรือหลักพันก็มีสิทธิได้รับผลตอบแทนจากอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกัน แนวคิดเบื้องหลังคือการรวมเงินของคนจำนวนมากเข้าด้วยกันเพื่อให้มีอำนาจต่อรองและขนาดเงินทุนมากพอที่จะถือสินทรัพย์คุณภาพที่รายย่อยแทบเข้าไม่ถึง เช่น อาคารสำนักงานทั้งตึกที่ปล่อยเช่าให้บริษัทข้ามชาติ หรือคลังสินค้าขนาดใหญ่ใกล้ท่าเรือที่มีสัญญาเช่าระยะยาว โดยบริษัทจัดการกองทุนจะเป็นผู้ดูแลทุกอย่างแทนคุณ ตั้งแต่หาผู้เช่า เก็บค่าเช่า ซ่อมบำรุง ไปจนถึงตัดสินใจขายสินทรัพย์เมื่อจังหวะเหมาะสม

กองทุนรวมอสังหาฯ มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?

โดยหลักแล้วแบ่งตามลักษณะสินทรัพย์ที่กองถือได้ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ กองถืออสังหาฯ พร้อมสร้าง เช่น คอนโด โรงแรม หอพัก อาคารสำนักงานที่มีผู้เช่าอยู่แล้ว ซึ่งมีรายได้หลักจากค่าเช่าเป็นรายได้ประจำ มีความเสี่ยงต่ำถึงปานกลาง เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ กองถือที่ดินเพื่อพัฒนา คือที่ดินเปล่าหรือที่รอพัฒนา รายได้หลักมาจากกำไรการขายหรือการพัฒนาต่อ มีความเสี่ยงสูง เหมาะกับผู้ยอมรับความผันผวนเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และกองผสมที่ถือทั้งอาคารพร้อมเช่าและที่ดินรอพัฒนา มีรายได้และความเสี่ยงปานกลาง เหมาะกับคนที่ต้องการสมดุลระหว่างรายได้ประจำและโอกาสเติบโต ทั้งนี้กองที่มีอาคารพร้อมผู้เช่าจะให้รายได้ชัดเจนกว่า เพราะสัญญาเช่ามักระบุค่าเช่าขั้นต่ำและระยะเวลาไว้แน่นอน ส่วนกองถือที่ดินรอขายรายได้ขึ้นกับความสำเร็จของโครงการและจังหวะตลาดในวันขาย

นักลงทุนควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนลงทุนในกองทุนรวมอสังหาฯ แต่ละกอง?

สิ่งสำคัญที่สุดคือการอ่านรายละเอียดในหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด เพราะกองทุนรวมอสังหาฯ หลายกองมีอายุจำกัด เมื่อครบกำหนดอายุจะทำการเพิกถอนแล้วขายสินทรัพย์เพื่อจ่ายเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วย นักลงทุนจึงควรดูว่าโครงการมีอายุเหลือเท่าไร สินทรัพย์ที่กองถืออยู่คืออะไร ผู้เช่าหลักเป็นใครและมีความมั่นคงเพียงใด รวมถึงตรวจสอบว่าบริษัทจัดการมีประวัติการดูแลกองลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่ เพราะคุณภาพของผู้จัดการกองส่งผลต่อผลตอบแทนระยะยาวอย่างมาก นอกจากนี้ควรพิจารณาด้วยว

แนะนำเพิ่มเติม

🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร

📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด

📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ

📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook

🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6

คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง

อ
XM Legend · เทรดเดอร์ & ผู้สอน Forex 13 ปี

ผู้ก่อตั้ง SiamCafe ตั้งแต่ปี 1997 · เทรดเดอร์สาย Forex มากกว่า 13 ปี ได้รับการยกย่องเป็น XM Legend · แบ่งปันความรู้ Forex, ไอที, AI และการเทรด จากประสบการณ์จริงในตลาดจริง

แหล่งอ้างอิง

  • SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
  • iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ