Zero Day Exploit คืออะไร Security

Zero Day Exploit คืออะไร

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Zero-Day Exploit: ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องรู้

น้องๆ เคยได้ยินคำว่า "Zero-Day Exploit" กันมั้ย? มันคือช่องโหว่ในซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่เรายังไม่รู้ตัวเลยว่ามีอยู่! คิดภาพตามนะ เหมือนบ้านเรามีประตูหลังที่ไม่ได้ล็อค แล้วโจรก็เข้ามาขโมยของโดยที่เราไม่รู้เรื่องเลยนั่นแหละ

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เจอบ่อยมาก พวกโปรแกรมเถื่อน เกม crack ทั้งหลายแหล่ มันชอบมีช่องโหว่พวกนี้แฝงมาด้วยทั้งนั้นแหละ ต้องคอยระวังอัพเดทแพทช์อยู่ตลอดเวลา

Zero-Day Exploit คืออะไรกันแน่?

Zero-Day หมายถึง "วันที่ศูนย์" คือวันที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่งจะรู้ถึงช่องโหว่นั้นเป็นวันแรก ยังไม่มีแพทช์ออกมาแก้ไข ช่องโหว่นี้จึงเป็นเหมือน "ของใหม่" ที่แฮกเกอร์สามารถใช้โจมตีระบบของเราได้ทันที

Exploit ก็คือวิธีการหรือโค้ดที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อเจาะเข้าไปในระบบผ่านช่องโหว่นั่นแหละ คิดง่ายๆ มันคือ "กุญแจผี" ที่ใช้ไขเข้าไปในบ้านที่เราไม่ได้ล็อคประตูหลังไว้

ดังนั้น Zero-Day Exploit ก็คือการที่แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ที่ยังไม่มีใครรู้ (หรือเพิ่งรู้) ในการโจมตีระบบของเราก่อนที่เราจะมีโอกาสป้องกันตัวเองนั่นเอง น่ากลัวใช่มั้ยล่ะ?

ทำไม Zero-Day Exploit ถึงสำคัญ?

เพราะมันอันตรายมากๆ ไงล่ะ! ลองคิดดูนะ ถ้าแฮกเกอร์รู้ช่องโหว่ในโปรแกรมที่เราใช้ทำงานทุกวัน เช่น โปรแกรมบัญชี หรือโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลลูกค้า เขาก็สามารถเข้ามาขโมยข้อมูลสำคัญของเราไปได้หมดเลย หรืออาจจะร้ายแรงกว่านั้น เช่น เข้ามาควบคุมระบบทั้งหมดของเราก็ได้

สมัยก่อนตอนทำร้านเกม ผมเคยเจอเคสลูกค้าคนนึงโดน Zero-Day Exploit เล่นงาน เครื่องคอมพิวเตอร์กลายเป็น zombie ส่ง spam mail ไปทั่วเลย เดือดร้อนกันไปหมด

ที่สำคัญคือ Zero-Day Exploit นั้นตรวจจับได้ยากมาก เพราะมันเป็นช่องโหว่ใหม่ที่ระบบป้องกันของเรายังไม่รู้จัก ทำให้เราต้องพึ่งพาการป้องกันแบบเชิงรุก (proactive defense) มากกว่าการป้องกันแบบตั้งรับ (reactive defense)

Zero-Day Exploit เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ช่องโหว่ Zero-Day เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุครับพี่น้อง อาจจะมาจากการเขียนโค้ดที่ผิดพลาด (bug) หรือมาจากการออกแบบระบบที่ไม่รัดกุม (design flaw) หรือแม้แต่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ (human error) เองก็ได้

ตัวอย่างเช่น:

Code snippet ตัวอย่าง SQL Injection (อย่าเอาไปใช้ในทางที่ผิดนะ!):


-- สมมติว่าเรามีช่องกรอก username ในเว็บไซต์
-- แฮกเกอร์อาจจะกรอกแบบนี้:
' OR '1'='1
-- ซึ่งจะทำให้เงื่อนไขใน SQL กลายเป็นจริงเสมอ
-- และทำให้แฮกเกอร์สามารถ login เข้าสู่ระบบได้โดยไม่ต้องรู้ username และ password ที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการโจมตีด้วย Zero-Day Exploit

การโจมตีด้วย Zero-Day Exploit มักจะมีขั้นตอนดังนี้:

  1. ค้นหาช่องโหว่: แฮกเกอร์จะพยายามค้นหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ โดยอาจจะใช้เครื่องมืออัตโนมัติ หรือใช้วิธีการวิเคราะห์โค้ดด้วยตนเอง
  2. พัฒนา Exploit: เมื่อเจอช่องโหว่แล้ว แฮกเกอร์จะพัฒนาโค้ดที่สามารถใช้เจาะเข้าไปในระบบผ่านช่องโหว่นั้นได้
  3. แพร่กระจาย Exploit: แฮกเกอร์จะแพร่กระจาย Exploit ไปยังเป้าหมาย โดยอาจจะใช้วิธีการส่งอีเมลหลอกลวง หรือฝัง Exploit ไว้ในเว็บไซต์
  4. โจมตี: เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์ที่ติด Exploit หรือเข้าเว็บไซต์ที่ติด Exploit โค้ด Exploit จะทำงาน และเจาะเข้าไปในระบบของเหยื่อ
  5. ควบคุมระบบ: เมื่อเจาะเข้าไปในระบบได้แล้ว แฮกเกอร์จะพยายามควบคุมระบบของเหยื่อ โดยอาจจะขโมยข้อมูล ติดตั้งมัลแวร์ หรือทำลายระบบ

ตารางเปรียบเทียบ Zero-Day Exploit กับช่องโหว่ทั่วไป

คุณสมบัติ Zero-Day Exploit ช่องโหว่ทั่วไป
การเปิดเผย ยังไม่เป็นที่รู้จัก (หรือเพิ่งเป็นที่รู้จัก) เป็นที่รู้จัก และมีแพทช์แก้ไขแล้ว
ความเสี่ยง สูงมาก เพราะยังไม่มีแพทช์ป้องกัน ปานกลางถึงต่ำ หากมีการติดตั้งแพทช์
การตรวจจับ ยากมาก เพราะระบบป้องกันยังไม่รู้จัก ง่าย เพราะระบบป้องกันรู้จักแล้ว
การป้องกัน ต้องพึ่งพาการป้องกันเชิงรุก (proactive defense) สามารถใช้แพทช์และการป้องกันแบบตั้งรับ (reactive defense) ได้

วิธีป้องกัน Zero-Day Exploit (แบบที่ผมใช้ตอนทำร้านเน็ต)

ถึงแม้ว่า Zero-Day Exploit จะอันตรายและตรวจจับได้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะป้องกันไม่ได้เลยนะ สมัยผมทำร้านเน็ตเนี่ย ผมใช้วิธีเหล่านี้:

1. อัพเดทซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการอยู่เสมอ

ข้อนี้สำคัญมากๆ เพราะผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มักจะออกแพทช์เพื่อแก้ไขช่องโหว่อยู่เสมอ การอัพเดทซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีด้วย Zero-Day Exploit ได้

ผมจะตั้ง auto-update ไว้เลย พวก Windows Update อะไรพวกนี้ ปล่อยให้มันจัดการตัวเองไป

2. ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์

ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและมัลแวร์สามารถช่วยตรวจจับและป้องกัน Exploit ได้ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถป้องกัน Zero-Day Exploit ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

สมัยก่อนผมใช้ Norton AntiVirus บ้าง McAfee บ้าง สลับๆ กันไป แต่ที่สำคัญคือต้องอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสให้เป็นปัจจุบันเสมอ

3. ระมัดระวังในการเปิดไฟล์และเข้าเว็บไซต์

อย่าเปิดไฟล์หรือเข้าเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะอาจจะมี Exploit แฝงอยู่ก็ได้ หากไม่แน่ใจ อย่าเสี่ยง!

ผมจะสอนลูกค้าในร้านเสมอว่า อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ ในอีเมล หรือใน Facebook ถ้าไม่รู้จักคนส่ง อย่าโหลดโปรแกรมจากเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ

4. ใช้ระบบป้องกันแบบเชิงรุก (Proactive Defense)

ระบบป้องกันแบบเชิงรุกจะพยายามตรวจจับพฤติกรรมที่น่าสงสัยในระบบของเรา เช่น การเข้าถึงไฟล์ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการทำงานของโปรแกรมที่ผิดปกติ หากพบพฤติกรรมที่น่าสงสัย ระบบจะทำการบล็อกหรือแจ้งเตือนทันที

สมัยนี้มีพวก Endpoint Detection and Response (EDR) ที่ช่วยได้เยอะ แต่สมัยผมยังไม่มี ต้องใช้พวก Intrusion Detection System (IDS) แทน

อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Security ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ!

🎬 วิดีโอแนะนำ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับZero Day Exploit คืออะไร:

FAQ เกี่ยวกับ Zero-Day Exploit

1. Zero-Day Exploit ต่างจากไวรัสคอมพิวเตอร์ยังไง?

Zero-Day Exploit เป็นช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้ในการโจมตี ส่วนไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแพร่กระจายและทำลายระบบ ดังนั้น Zero-Day Exploit เป็นเหมือน "เครื่องมือ" ที่แฮกเกอร์ใช้ ส่วนไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นเหมือน "อาวุธ" ที่แฮกเกอร์ใช้

2. มีวิธีรู้ได้ยังไงว่าเราโดน Zero-Day Exploit โจมตีแล้ว?

การตรวจจับ Zero-Day Exploit นั้นยากมาก แต่สัญญาณที่อาจจะบ่งบอกว่าเราโดนโจมตีแล้ว ได้แก่:

ถ้าเจออาการเหล่านี้ ควรรีบตรวจสอบระบบทันที!

3. ทำไมถึงเรียกว่า "Zero-Day"?

เพราะว่าผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพิ่งจะรู้ถึงช่องโหว่นั้นเป็นวันแรก (Day Zero) ยังไม่มีเวลาที่จะออกแพทช์แก้ไข ดังนั้นแฮกเกอร์จึงมี "โอกาส" ในการโจมตีระบบของเราโดยที่เราไม่มีทางป้องกันได้

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ อย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog เพื่ออ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับ IT และ Security กันต่อไป!

Best Practices ป้องกัน Zero-Day Exploit

สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่เรื่องความปลอดภัยสำคัญสุดๆ ลูกค้ามาใช้เยอะ แฮกเกอร์ก็จ้องจะเข้ามาขโมยข้อมูลเหมือนกัน พวก Zero-Day นี่ตัวดีเลย ป้องกันยาก แต่ก็มีวิธีที่เราทำได้นะ

อัพเดทซอฟต์แวร์ให้เป็นปัจจุบันเสมอ

อันนี้เบสิคเลย แต่สำคัญมากๆ อย่าขี้เกียจอัพเดท OS, Browser, Plugin อะไรต่างๆ คืออัพเดทให้หมด Patch ที่ออกมามันแก้ช่องโหว่ที่เรายังไม่รู้นี่แหละ

ใช้ Firewall และ Intrusion Detection System (IDS)

Firewall ช่วยบล็อค traffic ที่น่าสงสัย ส่วน IDS ช่วยตรวจจับการบุกรุก ถ้าเจออะไรแปลกๆ จะได้รู้ตัวทัน

จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง (Least Privilege Principle)

อย่าให้ user ทุกคนมีสิทธิ์ admin หมด ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นเท่านั้น สมัยก่อนผมเคยเจอเด็กในร้านลงโปรแกรมเถื่อนมา แล้วโดนฝัง keylogger ซวยเลย

Monitor Logs อย่างสม่ำเสมอ

คอยดู Log File ของ Server, Firewall, IDS ว่ามีอะไรผิดปกติไหม พวก Log นี่แหละคือเบาะแสสำคัญ

# ตัวอย่าง command ดู log ใน Linux
tail -f /var/log/auth.log

มีการ Backup ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

ถ้าโดน Zero-Day เล่นงานจริงๆ อย่างน้อยเราก็ยังมี Backup ข้อมูลอยู่ กู้คืนระบบได้เร็วขึ้น

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Zero-Day Exploit

Zero-Day Exploit อันตรายแค่ไหน?

อันตรายมากครับ เพราะมันเป็นช่องโหว่ที่เรายังไม่รู้ตัว และไม่มี Patch แก้ไข ณ ตอนนั้น แฮกเกอร์เลยใช้ช่องโหว่นี้เจาะระบบได้ง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าโดน Zero-Day Exploit?

บอกยากครับ ส่วนใหญ่ต้องสังเกตอาการผิดปกติของระบบ เช่น เครื่องทำงานช้าลง, มีไฟล์แปลกๆ เกิดขึ้น, หรือโปรแกรมทำงานผิดปกติ ถ้าสงสัยต้องรีบตรวจสอบ

มีโปรแกรม Anti-Virus ตัวไหนที่ป้องกัน Zero-Day ได้ไหม?

Anti-Virus ทั่วไปอาจจะป้องกันได้ไม่ 100% เพราะมันต้องมี Signature ของ Virus ก่อน แต่ Anti-Virus สมัยใหม่จะมีพวก Heuristic Analysis หรือ Behavior Analysis ที่ช่วยตรวจจับพฤติกรรมแปลกๆ ของโปรแกรมได้บ้าง

Zero-Day Exploit เกี่ยวข้องกับ iCafeForex อย่างไร?

iCafeForex ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ทุกธุรกิจที่ใช้ IT มีความเสี่ยงหมด Zero-Day เป็นภัยคุกคามที่ต้องระวัง

สรุป

Zero-Day Exploit เป็นภัยร้ายแรงที่ต้องระวัง แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการอัพเดทซอฟต์แวร์, ใช้ Firewall, จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง, Monitor Logs, และ Backup ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมติดตามข่าวสารด้านความปลอดภัยอยู่เสมอ SiamCafe Blog ก็มีบทความดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะ