Hardware
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่ ปัญหาจุกจิกเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือลูกค้าลงโปรแกรมแปลกๆ แล้วเครื่องรวน ต้องมานั่งแก้กันหัวหมุน Windows Sandbox เนี่ย ตอบโจทย์มากๆ มันคือสภาพแวดล้อมจำลอง (Virtualization) ที่ Windows สร้างขึ้นมาให้เราทดสอบโปรแกรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะไปกระทบกับระบบปฏิบัติการหลักของเรา
คิดง่ายๆ เหมือนมีคอมพิวเตอร์อีกเครื่องอยู่ในเครื่องเรา แต่เครื่องนี้เป็นแบบ "ใช้แล้วทิ้ง" พอปิด Sandbox ทุกอย่างก็หายวับไปเลย สะอาดเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
สำคัญมาก! โดยเฉพาะถ้าคุณ:
สมัยก่อนต้องลง Virtual Machine (VM) พวก VirtualBox หรือ VMware ซึ่งยุ่งยากกว่าเยอะ Sandbox นี่มาแบบเบาๆ กินทรัพยากรน้อยกว่า แถมเร็วกว่าด้วย
ก่อนอื่นต้องเช็คก่อนว่า Windows 10 หรือ 11 ของคุณเป็นรุ่น Pro, Enterprise หรือ Education นะครับ ถ้าเป็น Home Edition จะไม่มี Sandbox ให้ใช้
แค่นี้เอง! พอรีสตาร์ทเสร็จ ก็จะเจอ Windows Sandbox ใน Start Menu แล้วครับ
ง่ายมากๆ เหมือนใช้ Windows อีกเครื่องเลย:
จำไว้ว่าทุกอย่างที่อยู่ใน Sandbox จะหายไปเมื่อปิด Sandbox นะครับ ถ้าอยากเก็บอะไรไว้ ต้องก็อปปี้ออกมาข้างนอกก่อน
หลายคนอาจจะสงสัยว่า Sandbox กับ VM ต่างกันยังไง สรุปง่ายๆ คือ:
| คุณสมบัติ | Windows Sandbox | Virtual Machine (VM) |
|---|---|---|
| ความซับซ้อนในการติดตั้ง | ง่ายมาก (แค่ติ๊กถูก) | ซับซ้อนกว่า (ต้องดาวน์โหลด ติดตั้ง และตั้งค่า) |
| ทรัพยากรที่ใช้ | น้อยกว่า (ใช้ทรัพยากรของ Windows หลัก) | มากกว่า (ต้องจัดสรรทรัพยากรให้ VM โดยเฉพาะ) |
| ความยืดหยุ่น | น้อยกว่า (ใช้งานได้จำกัด) | มากกว่า (ติดตั้ง OS อื่นได้, ปรับแต่งได้เยอะ) |
| เหมาะสำหรับ | ทดสอบโปรแกรมสั้นๆ, รันไฟล์น่าสงสัย | รัน OS อื่น, จำลองสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน |
ถ้าต้องการอะไรที่ง่ายและรวดเร็ว Sandbox คือคำตอบ แต่ถ้าต้องการความยืดหยุ่นและฟีเจอร์ที่มากกว่า VM จะตอบโจทย์กว่า
ลองเข้าไปดูบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Hardware ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
นอกจากใช้ทดสอบโปรแกรมทั่วไปแล้ว เรายังสามารถใช้ Sandbox ทำอะไรที่ Advance กว่านั้นได้อีก เช่น:
ไฟล์ .wsb คือไฟล์ Configuration สำหรับ Windows Sandbox เราสามารถใช้ไฟล์นี้เพื่อปรับแต่ง Sandbox ให้ตรงกับความต้องการของเราได้
ตัวอย่างเช่น เราสามารถระบุได้ว่า Sandbox จะใช้ Network หรือไม่, จะแชร์โฟลเดอร์จากเครื่องหลักหรือไม่, หรือจะรัน Script ตอนที่ Sandbox เริ่มทำงาน
ตัวอย่างไฟล์ .wsb:
<Configuration>
<VGpu>Default</VGpu>
<Networking>Disable</Networking>
<MappedFolders>
<MappedFolder>
<HostFolder>C:\Users\YourUsername\Downloads</HostFolder>
<SandboxFolder>C:\Users\WDAGUtilityAccount\Downloads</SandboxFolder>
<ReadOnly>true</ReadOnly>
</MappedFolder>
</MappedFolders>
<LogonCommand>
<Command>notepad.exe C:\Users\WDAGUtilityAccount\Downloads\readme.txt</Command>
</LogonCommand>
</Configuration>
ในตัวอย่างนี้:
<Networking>Disable</Networking>: ปิด Network ใน Sandbox<MappedFolders>: แชร์โฟลเดอร์ Downloads จากเครื่องหลัก ไปยัง Sandbox (ReadOnly = true หมายถึง Sandbox อ่านได้อย่างเดียว แก้ไขไม่ได้)<LogonCommand>: สั่งให้เปิด Notepad แล้วเปิดไฟล์ readme.txt เมื่อ Sandbox เริ่มทำงานวิธีสร้างไฟล์ .wsb: เปิด Notepad แล้วก็อปปี้ Code ด้านบนไปวาง แก้ไขตามต้องการ แล้ว Save เป็นไฟล์นามสกุล .wsb (เช่น sandbox.wsb) เวลาจะรัน Sandbox ก็แค่ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ .wsb
Sandbox เหมาะมากสำหรับการทดสอบ Script โดยเฉพาะ PowerShell Script เพราะเราสามารถรัน Script ที่อาจจะอันตรายได้ โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะไปกระทบกับระบบหลัก
ตัวอย่างการรัน PowerShell Script ใน Sandbox:
<Configuration>
<LogonCommand>
<Command>powershell.exe -ExecutionPolicy Bypass -File C:\Users\WDAGUtilityAccount\Downloads\myscript.ps1</Command>
</LogonCommand>
</Configuration>
ในตัวอย่างนี้: เราสั่งให้ Sandbox รัน PowerShell Script ชื่อ myscript.ps1 ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Downloads
ลองเอาไปประยุกต์ใช้กันดูนะครับ Sandbox นี่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนทำงาน IT และโปรแกรมเมอร์
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับWindows Sandbox คืออะไร ใช้ทดส:
สมัยผมทำร้านเน็ตเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เรื่องความปลอดภัยนี่สำคัญสุดๆ เพราะลูกค้าแต่ละคนก็ใช้เครื่องเราทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ กว่าจะมานั่งไล่ลบไฟล์ ติดตั้งโปรแกรมใหม่ทุกวันก็คงไม่ไหว Windows Sandbox นี่แหละคือตัวช่วยที่เราน่าจะมีตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว มาดูกันว่ามีอะไรที่เราควรทำเพื่อใช้งาน Sandbox ให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุดครับ
Windows Sandbox มันอิงกับ Kernel ของ Windows หลักของเรา ถ้า Windows หลักเราไม่อัพเดท มีช่องโหว่ Sandbox ที่สร้างขึ้นมาก็อาจจะไม่ปลอดภัยเต็มที่ ดังนั้น ก่อนใช้ Sandbox ทุกครั้ง เช็คก่อนเลยว่า Windows เราเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดหรือยัง
วิธีเช็คก็ง่ายๆ ไปที่ Settings > Update & Security > Windows Update แล้วกด Check for updates ถ้ามีให้อัพเดทก็จัดการให้เรียบร้อย
Sandbox มันดีตรงที่ทิ้งแล้วก็จบกัน แต่ถ้าคุณเอา Sandbox ไปทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใส่ข้อมูลสำคัญมากๆ ที่ถ้าหลุดไปแล้วจะเดือดร้อน ผมว่าอย่าเสี่ยงเลย ถึง Sandbox จะปลอดภัยระดับนึง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีช่องโหว่เลยซักนิดเดียว
ถ้าจะทำธุรกรรมสำคัญจริงๆ ใช้เครื่องส่วนตัวที่มั่นใจว่าสะอาด และมีระบบป้องกันที่ดีกว่าดีกว่า
Windows Sandbox มันกิน Resource เครื่องพอสมควร CPU RAM ถ้าเครื่องคุณสเปคไม่แรง แล้วเปิด Sandbox หลายๆ ตัวพร้อมกัน อาจจะหน่วงจนทำงานไม่ได้เลย ลองสังเกต Task Manager ดูว่า Sandbox กิน Resource ไปเท่าไหร่ ถ้าเยอะเกินไปก็ปิด Sandbox ที่ไม่ได้ใช้ไปบ้าง
Sandbox โดย Default จะ Share Network กับ Host Machine (เครื่องเรา) นั่นหมายความว่า ถ้า Sandbox ติดไวรัส ไวรัสนั้นก็อาจจะเล็ดลอดออกมาสู่เครื่องเราได้ ถึงโอกาสจะน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่าโหลดไฟล์แปลกๆ หรือเข้าเว็บที่ไม่น่าไว้ใจใน Sandbox เด็ดขาด
ฟรีครับ! ถ้าคุณใช้ Windows 10 Pro, Enterprise หรือ Education คุณก็สามารถใช้ Windows Sandbox ได้เลย ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
Sandbox มันใช้ Virtual Hard Disk (VHD) ที่มีขนาด Dynamic คือมันจะขยายขนาดตามการใช้งานจริง ดังนั้น ตอนแรกๆ มันอาจจะกินพื้นที่น้อยมาก แต่พอคุณเริ่มติดตั้งโปรแกรม หรือโหลดไฟล์เข้าไป มันก็จะขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ
Sandbox มันง่ายกว่า VM เยอะครับ VM ต้องสร้าง Image ต้องตั้งค่าต่างๆ นานา แต่ Sandbox แค่เปิดก็ใช้ได้เลย อีกอย่างคือ Sandbox มัน Lightweight กว่า VM มาก เพราะมัน Share Kernel กับ Host Machine ไม่ต้อง Boot ระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด
ลองเช็คดูก่อนว่า Virtualization Enabled ใน BIOS หรือยัง ถ้ายังไม่ได้เปิด ก็ต้องเข้าไปเปิดใน BIOS ก่อน (วิธีการเข้าไปเปิดใน BIOS จะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นของ Mainboard)
# ตัวอย่าง code snippet (สมมติว่าเกี่ยวกับการเช็ค Virtualization)
import os
def check_virtualization():
if os.system("systeminfo | findstr Virtualization") == 0:
print("Virtualization is enabled")
else:
print("Virtualization is disabled")
check_virtualization()
Sandbox ปลอดภัยในระดับนึงครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย 100% อย่าประมาท ควรระมัดระวังในการใช้งานเสมอ iCafeForex แนะนำว่าอย่าใช้ทำธุรกรรมสำคัญ หรือใส่ข้อมูลส่วนตัวที่ Sensitive มากๆ
Windows Sandbox เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่ต้องการทดสอบโปรแกรมที่ไม่แน่ใจ หรืออยากจะลองเข้าเว็บแปลกๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าเครื่องหลักจะติดไวรัส SiamCafe Blog แนะนำให้ลองเอาไปใช้กันดูครับ รับรองว่าจะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะเลย
แต่ก็อย่าลืมว่า Sandbox ก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่ป้องกันได้ทุกอย่าง ควรใช้งานอย่างระมัดระวัง และอัพเดท Windows ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด