Network
สวัสดีน้องๆ วันนี้พี่บอม SiamCafe.net จะมาเล่าเรื่อง WiFi 6E กับ WiFi 7 ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ สมัยพี่ทำร้านเน็ตนี่ WiFi ยังเป็นเรื่องใหม่ๆ อยู่เลย เดี๋ยวนี้ไปไกลถึง 7 แล้ว! มาดูกันว่ามันต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกใช้อะไรถึงจะคุ้มค่าที่สุด
WiFi ก็คือเทคโนโลยีที่ทำให้เราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบไร้สายได้นั่นเอง สมัยก่อนต้องลากสาย LAN กันให้วุ่นวาย แต่พอมี WiFi ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ ทีนี้ทำไมต้องมีหลายเวอร์ชัน? ก็เพราะเทคโนโลยีมันพัฒนาไปเรื่อยๆ ไงล่ะ เวอร์ชั่นใหม่ๆ ก็จะเร็วกว่า เสถียรกว่า รองรับอุปกรณ์ได้เยอะกว่า
เหมือนตอนเราเล่นเกมออนไลน์ สมัยก่อนเน็ต 56k ยังเล่นได้ แต่เดี๋ยวนี้ต้องไฟเบอร์ออปติกถึงจะลื่นหัวแตก WiFi ก็เหมือนกัน ยิ่งอุปกรณ์เราเยอะ ยิ่งต้องการ WiFi ที่แรงๆ
WiFi 6E เปิดตัวมาพร้อมกับความหวังว่าจะแก้ปัญหาช่องสัญญาณ WiFi ที่แออัด เพราะมันเพิ่มคลื่นความถี่ 6 GHz เข้ามา แต่เอาจริงๆ แล้วมันก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
คลื่น 6 GHz คือจุดเด่นของ WiFi 6E มันเหมือนถนนเลนใหม่ที่รถยังวิ่งไม่เยอะ ทำให้การรับส่งข้อมูลเร็วขึ้น ลดการรบกวนจากอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้คลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz แต่ปัญหาคืออุปกรณ์ที่รองรับ 6 GHz ยังมีไม่เยอะเท่าไหร่ และระยะทำการของคลื่น 6 GHz ก็สั้นกว่าด้วย
สมัยพี่ทำร้านเน็ต เคยเจอปัญหาลูกค้าหลายคนแย่งกันใช้ WiFi ทำให้เน็ตช้า พี่เลยต้องหา Router ที่รองรับ WiFi 6E มาใช้ ซึ่งก็ช่วยแก้ปัญหาไปได้เยอะเลย
ข้อดีหลักๆ ของ WiFi 6E คือความเร็วที่เพิ่มขึ้น และการลดการรบกวน แต่ก็มีข้อเสียตรงที่อุปกรณ์ที่รองรับยังมีไม่เยอะ และระยะทำการของคลื่น 6 GHz สั้นกว่า
ถ้าบ้านใครมีอุปกรณ์ WiFi 6E อยู่แล้ว และต้องการความเร็วที่มากขึ้น WiFi 6E ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้ายังไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับ อาจจะยังไม่คุ้มค่าเท่าไหร่
WiFi 7 คือมาตรฐาน WiFi รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน มันมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูล
MLO คือเทคโนโลยีที่ทำให้ WiFi 7 สามารถใช้คลื่นความถี่หลายคลื่นพร้อมกันได้ เช่น 2.4 GHz, 5 GHz และ 6 GHz ทำให้ความเร็วในการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยังช่วยลด Latency หรือความหน่วงได้อีกด้วย
ลองนึกภาพว่าเรามีท่อส่งน้ำหลายท่อ แทนที่จะส่งน้ำทีละท่อ MLO จะช่วยให้เราส่งน้ำพร้อมกันหลายท่อ ทำให้ส่งน้ำได้เร็วขึ้นเยอะเลย
4K-QAM คือเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบีบอัดข้อมูล ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้มากขึ้นในเวลาที่เท่ากัน
เหมือนเราแพ็คของใส่กล่อง ถ้าเราแพ็คของให้แน่นขึ้น เราก็จะสามารถใส่ของได้มากขึ้นในกล่องขนาดเท่าเดิม
Preamble Puncturing คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ WiFi 7 สามารถหลีกเลี่ยงช่องสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวนได้ ทำให้การรับส่งข้อมูลเสถียรขึ้น
เหมือนเวลาเราขับรถ ถ้ามีหลุมบนถนน เราก็จะหลีกเลี่ยงหลุมนั้น เพื่อให้การเดินทางราบรื่นขึ้น
นี่คือตัวอย่าง code snippet ที่แสดงให้เห็นถึง concept ของ preamble puncturing (สมมติ):
function avoidInterference(channel) {
if (isChannelClear(channel)) {
useChannel(channel);
} else {
findAlternativeChannel();
}
}
| คุณสมบัติ | WiFi 6E | WiFi 7 |
|---|---|---|
| มาตรฐาน IEEE | 802.11ax | 802.11be |
| คลื่นความถี่ | 2.4 GHz, 5 GHz, 6 GHz | 2.4 GHz, 5 GHz, 6 GHz |
| ความเร็วสูงสุด (ทางทฤษฎี) | 9.6 Gbps | 46 Gbps |
| MLO (Multi-Link Operation) | ไม่รองรับ | รองรับ |
| 4K-QAM | รองรับ | รองรับ |
| Preamble Puncturing | ไม่รองรับ | รองรับ |
จากตารางจะเห็นว่า WiFi 7 มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลมากกว่า WiFi 6E อย่างเห็นได้ชัด
ถ้าอยากอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ Network ลองแวะไปดูที่ SiamCafe Blog นะ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับWiFi 6E vs WiFi 7 ต่างกันยังไง:
A: ในทางทฤษฎี WiFi 7 เร็วกว่า WiFi 6E ประมาณ 4.8 เท่า แต่ในความเป็นจริง ความเร็วจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อุปกรณ์ที่ใช้ จำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และสภาพแวดล้อม
A: ถ้าคุณมีอุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 7 อยู่แล้ว และต้องการความเร็วที่มากขึ้น การอัปเกรดเป็น WiFi 7 ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้ายังไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับ อาจจะยังไม่คุ้มค่าเท่าไหร่ ควรรอให้อุปกรณ์ที่รองรับ WiFi 7 มีราคาถูกลงก่อน
A: Router WiFi 7 ยังมีราคาสูงอยู่ เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ แต่คาดว่าราคาจะค่อยๆ ลดลงเมื่อมี Router รุ่นใหม่ๆ ออกมามากขึ้น
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจความแตกต่างระหว่าง WiFi 6E กับ WiFi 7 ได้มากขึ้นนะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย พี่บอม SiamCafe.net ยินดีตอบเสมอ SiamCafe Blog ยังมีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย ไปอ่านกันได้นะ!
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่เรื่อง Router สำคัญสุดๆ เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน! WiFi 6E กับ WiFi 7 ก็เหมือนกัน ต้องดูว่าอุปกรณ์ลูกข่ายเรา Support มาตรฐานไหน ถ้ามือถือยัง WiFi 5 ซื้อ Router WiFi 7 มาก็เท่านั้น เสียเงินเปล่าๆ เช็คสเปคอุปกรณ์ให้ดีก่อนนะน้อง
Router ไม่ใช่พระเครื่อง ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดตั้งตรงไหนก็ได้สัญญาณดีหมด (ฮา) พยายามวาง Router ในที่โล่งๆ ไม่มีอะไรบัง กึ่งกลางบ้านยิ่งดี เลี่ยงพวกกำแพงหนาๆ หรือมุมอับสัญญาณ พวกนี้ตัวขัดขวางสัญญาณ WiFi ชั้นดีเลยล่ะ
เหมือนเราอัพเดท Windows นั่นแหละ Firmware Router ก็ต้องอัพเดทเหมือนกัน พวกบริษัทเค้าออกอัพเดทมาแก้ Bug หรือปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เรื่อยๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ อัพเดทซะหน่อยชีวิตดีขึ้นเยอะ
// ตัวอย่างการเช็ค Firmware Router (แล้วแต่ยี่ห้อ)
Router Admin Panel -> System -> Firmware Upgrade
เคยไหม WiFi ช้าๆ ทั้งๆ ที่ Router ก็แรง? อาจจะเป็นเพราะ Channel WiFi มันชนกับเพื่อนบ้าน! Router ส่วนใหญ่มันจะเลือก Channel ให้อัตโนมัติ แต่บางทีก็ไม่ฉลาดพอ ลองเข้าไปตั้งค่า Channel เอง เลือก Channel ที่คนใช้น้อยๆ สัญญาณจะดีขึ้นเยอะ SiamCafe Blog เคยเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดเลย ลองไปอ่านดู
ได้ แต่ประสิทธิภาพจะไม่เต็มที่ เพราะอุปกรณ์เก่ามันไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เหมือนเราเอาเครื่องยนต์ V8 ไปใส่ในรถอีโคคาร์ ยังไงมันก็วิ่งได้ไม่เต็มสปีด
แพง! (ฮา) เทคโนโลยีใหม่ๆ มันก็แบบนี้แหละ แต่ถ้าไม่ได้ต้องการความเร็วขนาดนั้น WiFi 6E ก็ยังคุ้มค่าอยู่ หรือจะรอให้ราคา WiFi 7 ลงมาก่อนก็ได้
ไม่นะ นอกจากความเร็วแล้ว ยังมีเรื่องของ Latency ที่ต่ำลง, การจัดการอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อพร้อมกันได้ดีขึ้น, และเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกเพียบ แต่เอาจริงๆ ถ้าใช้งานทั่วไปอาจจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างมากนัก
อันนี้แล้วแต่เลย ถ้า Router เก่าใช้งานได้ดีอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ถ้า Router เก่าเริ่มงอแง สัญญาณไม่ดี หรืออยากลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ค่อยเปลี่ยนก็ได้
ไม่เชิง WiFi 6E ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการอัพเกรดจาก WiFi 5 เพราะราคาถูกกว่า WiFi 7 เยอะ ส่วน WiFi 7 ก็เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด และมีงบประมาณเหลือเฟือ iCafeForex ก็มีบทวิเคราะห์เรื่องนี้ ลองไปอ่านดู
WiFi 6E กับ WiFi 7 เป็นเทคโนโลยี WiFi ที่น่าสนใจ แต่ก่อนจะตัดสินใจซื้อ ก็ต้องดูความต้องการและงบประมาณของเราให้ดีๆ เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน จะได้ไม่เสียเงินเปล่า