Web Accessibility Wcag 2026 Web

Web Accessibility Wcag 2026

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Web Accessibility WCAG 2026 คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ เคยเจอปัญหาไหม เวลาเข้าเว็บแล้วมันอ่านยาก ตัวเล็กไป สีไม่ตัดกัน หรือบางทีก็ใช้เมาส์คลิกไม่ได้ ต้องใช้คีย์บอร์ดอย่างเดียว ปัญหาพวกนี้แหละคือสิ่งที่ Web Accessibility พยายามจะแก้

Web Accessibility ก็คือการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย (พิการ) หรือคนทั่วไปที่อาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น คนแก่สายตาไม่ดี หรือคนที่อยู่ในที่แสงจ้า

WCAG (Web Content Accessibility Guidelines) คือมาตรฐานสากลที่ใช้วัดระดับ Accessibility ของเว็บไซต์ ซึ่ง WCAG 2026 ก็คือเวอร์ชันล่าสุดที่กำลังจะมาถึง มันสำคัญมากๆ เพราะถ้าเว็บเราทำตามมาตรฐานนี้ได้ ก็จะทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงข้อมูลและบริการของเราได้ง่ายขึ้น แถมยังส่งผลดีต่อ SEO ด้วยนะ

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นะ (ตั้งแต่ปี 1997 อ่ะ คิดดู) ตอนนั้นเว็บยังไม่ซับซ้อนเท่าสมัยนี้ แต่ผมก็พยายามทำให้เว็บร้านมันใช้งานง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้ว่าลูกค้าแต่ละคนก็มีทักษะการใช้คอมฯ ไม่เหมือนกัน บางคนแทบไม่เคยจับเมาส์เลยก็มี

พื้นฐานที่ต้องรู้

WCAG คืออะไร

WCAG (Web Content Accessibility Guidelines) คือชุดของแนวทางที่พัฒนาโดย World Wide Web Consortium (W3C) เพื่อให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์สามารถสร้างเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ WCAG ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และหลายประเทศก็อ้างอิง WCAG ในกฎหมายของตัวเอง

หลักการสำคัญของ WCAG (POUR)

WCAG มีหลักการสำคัญ 4 ข้อ ที่เรียกว่า POUR:

Accessibility Roles, States, and Properties (ARIA)

ARIA (Accessible Rich Internet Applications) คือชุดคุณลักษณะที่เราสามารถเพิ่มลงใน HTML เพื่อให้โปรแกรมอ่านหน้าจอ (screen reader) เข้าใจองค์ประกอบต่างๆ บนหน้าเว็บได้ดียิ่งขึ้น

เช่น ถ้าเราสร้างปุ่ม custom ขึ้นมา เราอาจจะต้องใช้ ARIA เพื่อบอกว่า element นั้นคือปุ่ม และมีสถานะอะไรบ้าง (เช่น กดได้ หรือ กดไม่ได้)


<button role="button" aria-pressed="false">My Custom Button</button>

สมัยก่อน ARIA ยังไม่แพร่หลายเท่านี้ เวลาทำเว็บที่ต้องเน้น Accessibility นี่เหนื่อยเลย ต้อง hack เยอะมาก แต่สมัยนี้สบายขึ้นเยอะ

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

การเริ่มต้นทำเว็บให้ Accessibility ดีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มคิดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบเลย

ลองนึกภาพว่าเรากำลังออกแบบร้าน SiamCafe ใหม่ เราก็ต้องคิดถึงเรื่องทางลาดสำหรับคนนั่งรถเข็น คิดถึงป้ายบอกทางที่ตัวใหญ่ๆ ชัดเจน การทำเว็บก็เหมือนกัน ต้องคิดถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

1. เริ่มจาก HTML ที่ถูกต้องตามหลัก Semantic

การใช้ HTML ที่ถูกต้องตามหลัก Semantic คือการใช้ tag HTML ให้ตรงกับความหมายของเนื้อหา เช่น ใช้ <h1> สำหรับหัวข้อหลัก ใช้ <p> สำหรับย่อหน้า ใช้ <nav> สำหรับเมนู

การทำแบบนี้จะช่วยให้ screen reader เข้าใจโครงสร้างของเว็บได้ง่ายขึ้น และยังส่งผลดีต่อ SEO ด้วย


<header>
  <h1>SiamCafe.net</h1>
  <nav>
    <ul>
      <li><a href="#">Home</a></li>
      <li><a href="#">About</a></li>
      <li><a href="#">Contact</a></li>
    </ul>
  </nav>
</header>

2. ใส่ Alternative Text (alt text) ให้กับรูปภาพ

alt text คือคำอธิบายสั้นๆ ที่เราใส่ให้กับรูปภาพ เพื่อบอกว่ารูปภาพนั้นคืออะไร ในกรณีที่รูปภาพไม่สามารถแสดงผลได้ หรือผู้ใช้ใช้ screen reader อ่านหน้าเว็บ

alt text ที่ดีควรจะกระชับ เข้าใจง่าย และสื่อถึงเนื้อหาของรูปภาพ


<img src="siamcafe-logo.png" alt="โลโก้ SiamCafe.net">

3. ตรวจสอบ Contrast Ratio ของสี

Contrast Ratio คืออัตราส่วนความแตกต่างของสีระหว่างตัวอักษรและพื้นหลัง ถ้า Contrast Ratio ต่ำเกินไป คนที่มีปัญหาด้านสายตาจะอ่านตัวอักษรได้ยาก

WCAG กำหนดว่า Contrast Ratio ควรจะอยู่ที่ 4.5:1 สำหรับตัวอักษรขนาดปกติ และ 3:1 สำหรับตัวอักษรขนาดใหญ่

มีเครื่องมือออนไลน์มากมายที่เราสามารถใช้ตรวจสอบ Contrast Ratio ได้ เช่น WebAIM Contrast Checker

4. ทดสอบด้วย Screen Reader

Screen reader คือโปรแกรมที่อ่านเนื้อหาบนหน้าจอออกมาเป็นเสียง เพื่อให้คนตาบอดสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ การทดสอบเว็บไซต์ด้วย screen reader จะช่วยให้เราเห็นปัญหา Accessibility ที่เราอาจจะมองข้ามไป

มี screen reader หลายตัวให้เลือกใช้ เช่น NVDA (ฟรี) และ JAWS (เสียเงิน)

5. ใช้ ARIA Attributes อย่างระมัดระวัง

ARIA attributes มีประโยชน์มากในการปรับปรุง Accessibility ของเว็บ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้

กฎเหล็กคือ: อย่าใช้ ARIA attributes แก้ปัญหาที่ HTML แก้ได้อยู่แล้ว เช่น ถ้าจะสร้างปุ่ม ก็ให้ใช้ <button> แทนที่จะใช้ <div> แล้วใส่ role="button"

แล้วถ้าอยากรู้เรื่อง Accessibility เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog นะ มีบทความดีๆ เพียบเลย

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น + ตาราง

จริงๆ แล้ว Web Accessibility ไม่ได้มีแค่ WCAG อย่างเดียวนะ ยังมีมาตรฐานอื่นๆ อีก เช่น Section 508 ของสหรัฐอเมริกา แต่ WCAG ถือว่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในระดับสากล

แต่ก็มีบางคนบอกว่า WCAG มันยากเกินไป ต้องใช้เวลานานในการทำตาม แต่ผมว่ามันคุ้มค่า เพราะมันทำให้เว็บของเราเข้าถึงได้สำหรับทุกคนจริงๆ

Feature WCAG Section 508 ข้อดี ข้อเสีย
ขอบเขต Web Content IT and Electronic and Information Resources WCAG ครอบคลุมเนื้อหาเว็บโดยเฉพาะ Section 508 ครอบคลุมกว้างกว่า (ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์)
การยอมรับ มาตรฐานสากล กฎหมายสหรัฐฯ WCAG เป็นที่รู้จักและใช้กันทั่วโลก Section 508 จำกัดเฉพาะในสหรัฐฯ
ความซับซ้อน ค่อนข้างซับซ้อน ซับซ้อน WCAG มีเอกสารและเครื่องมือช่วยเหลือเยอะ ทั้งสองมาตรฐานต้องใช้ความรู้และความเข้าใจ
การบังคับใช้ ไม่ได้บังคับใช้โดยตรง (ยกเว้นบางประเทศ) บังคับใช้กับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ WCAG ช่วยให้เว็บเป็นมิตรกับทุกคน Section 508 ช่วยให้คนพิการเข้าถึงบริการของรัฐ

จำได้เลย สมัยทำ SiamCafe ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าตาบอดมาใช้บริการที่ร้าน ผมก็พยายามช่วยเหลือเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่นั้นมาผมก็เลยให้ความสำคัญกับ Accessibility มากเป็นพิเศษ

ลองไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ดูนะ มีเรื่องราวและเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับเว็บอีกเยอะเลย

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เรื่อง Web Accessibility นี่แทบไม่ได้แตะเลย ยุคนั้นใครทำเว็บได้ก็เก่งแล้ว แต่พอมาถึงยุคนี้ มันสำคัญมากๆ เพราะเราต้องทำให้เว็บเราเข้าถึงได้ทุกคนจริงๆ ไม่ใช่แค่คนที่สายตาดี หรือใช้เมาส์คล่องๆ

คิดง่ายๆ สมัยก่อนเราเน้นทำเว็บให้สวย ให้ทันสมัย แต่ลืมไปว่ามีคนอีกกลุ่มนึงที่เค้าอาจจะมองไม่เห็นสี หรือใช้เมาส์ไม่ได้ เค้าก็จะเข้าถึงข้อมูลบนเว็บเราไม่ได้เลย ซึ่งมันไม่แฟร์

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. Alt Text is Your Friend

รูปภาพทุกรูปต้องมี alt attribute อธิบายว่ารูปนั้นคืออะไร ไม่ใช่แค่ใส่คำว่า "รูปภาพ" หรือ "logo" นะ ต้องอธิบายให้ละเอียด เช่น alt="โลโก้ SiamCafe รูปถ้วยกาแฟสีน้ำตาล"


<img src="logo.jpg" alt="โลโก้ SiamCafe รูปถ้วยกาแฟสีน้ำตาล">

2. Contrast is King

สีตัวอักษรกับสีพื้นหลังต้องตัดกันชัดเจน อย่าใช้สีอ่อนบนสีอ่อน หรือสีเข้มบนสีเข้ม คนสายตาไม่ดีจะอ่านยากมาก ลองใช้ tools อย่าง WebAIM Contrast Checker ช่วยเช็คได้

3. Keyboard Navigation is a Must

เว็บต้องใช้งานได้ด้วยคีย์บอร์ดเท่านั้น ไม่ใช่แค่เมาส์ ลองกด Tab เพื่อเลื่อนไปตาม link และ form ต่างๆ ดูว่ามัน logical ไหม ถ้าไม่ได้ ต้องปรับปรุง

4. Semantic HTML is the Foundation

ใช้ tag HTML ให้ถูกต้องตามความหมาย เช่น <article> สำหรับบทความ, <nav> สำหรับเมนู, <aside> สำหรับ sidebar, <footer> สำหรับ footer แทนที่จะใช้ <div> อย่างเดียว

สมัยผมเขียนเว็บแรกๆ นี่ <table> นี่แทบจะใช้ layout ทั้งหน้าเลย (หัวเราะ) แต่เดี๋ยวนี้เค้าใช้ CSS Grid กับ Flexbox กันหมดแล้ว

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องทำ Web Accessibility?

นอกจากจะเป็นเรื่องของจริยธรรมแล้ว ยังเป็นเรื่องของกฎหมายด้วย ในหลายประเทศมีกฎหมายบังคับให้เว็บไซต์ต้อง Accessible เพื่อให้คนพิการเข้าถึงข้อมูลได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เว็บเรา SEO ดีขึ้นด้วย เพราะ Google bot ก็ชอบเว็บที่โครงสร้างดี เข้าใจง่าย

Web Accessibility ยากไหม?

ถ้าเริ่มจากศูนย์อาจจะดูยาก แต่ถ้าค่อยๆ เรียนรู้ทีละนิด ปรับปรุงทีละหน่อย มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด สำคัญคือต้องเข้าใจหลักการ และมีใจที่จะทำให้เว็บเราดีขึ้นจริงๆ

มีเครื่องมืออะไรช่วยบ้าง?

มีเยอะแยะเลย! WebAIM Wave, Google Lighthouse, axe DevTools พวกนี้ช่วย scan หาปัญหา Accessibility ในเว็บเราได้ หรือจะใช้ browser extension ต่างๆ ก็ได้

ต้องทำ Accessibility ทุกหน้าเลยไหม?

ใช่ครับ! ทุกหน้าบนเว็บไซต์ควร Accessible หมด ไม่ใช่แค่หน้าแรก หรือหน้าที่สำคัญๆ เท่านั้น

สรุป

Web Accessibility ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว หรือเป็นภาระ แต่เป็นโอกาสที่เราจะทำให้เว็บเราดีขึ้น เข้าถึงคนได้มากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น iCafeForex ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้นะ

ลองเริ่มจากจุดเล็กๆ ปรับปรุงทีละนิด แล้วคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ครับ อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะ มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย!