Vulnerability Scanning Tools 2026 IT General

Vulnerability Scanning Tools 2026

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Vulnerability Scanning Tools 2026 คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ เคยได้ยินคำว่า "ช่องโหว่" ในระบบคอมพิวเตอร์กันไหม? มันก็เหมือนประตูที่ไม่ได้ล็อคดีๆ ให้โจรเข้ามาขโมยของได้นั่นแหละ Vulnerability Scanning Tools ก็คือเครื่องมือที่เราใช้ "สแกน" หาประตูที่ไม่ได้ล็อคพวกนี้แหละครับ

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรื่องพวกนี้ยังไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ แฮกเกอร์เก่งขึ้นเยอะ ถ้าเราไม่ป้องกันไว้ก่อน โดนแฮกทีนี่เสียหายหนักกว่าที่คิดเยอะเลยนะ

ทำไมถึงสำคัญ? ลองคิดดูว่าถ้าข้อมูลลูกค้าของเราหลุดไปเพราะช่องโหว่ที่เราไม่ได้ปิดไว้ จะเกิดอะไรขึ้น? เสียชื่อเสียง เสียความน่าเชื่อถือ โดนฟ้องร้องอีกต่างหาก คุ้มไหมล่ะ?

พื้นฐานที่ต้องรู้: ช่องโหว่คืออะไร

ช่องโหว่ (Vulnerability) คือจุดอ่อนในระบบที่เราใช้ ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ หรือแม้แต่การตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย ช่องโหว่พวกนี้ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาควบคุมระบบ หรือขโมยข้อมูลของเราได้

ยกตัวอย่างง่ายๆ สมัยก่อนโปรแกรมแชท ICQ ดังมาก แต่ก็มีช่องโหว่เยอะมากเหมือนกัน ถ้าเราไม่ update patch ให้ทัน ก็เสี่ยงโดนแฮกได้ง่ายๆ

พื้นฐานที่ต้องรู้: ประเภทของการสแกน

การสแกนช่องโหว่มีหลายแบบ หลักๆ ก็จะมี:

แต่ละแบบก็มีเครื่องมือที่ใช้แตกต่างกันไป เลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรานะครับ

พื้นฐานที่ต้องรู้: ความถี่ในการสแกน

เราควรสแกนหาช่องโหว่บ่อยแค่ไหน? อันนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของระบบเรา ถ้าเป็นระบบที่สำคัญมากๆ ก็ควรสแกนเป็นประจำ อาจจะทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน แต่ถ้าระบบไม่สำคัญมาก ก็อาจจะสแกนแค่ปีละครั้งก็ได้

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้อง "อัพเดท" ระบบของเราอยู่เสมอ เพราะช่องโหว่ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ถ้าเราไม่อัพเดท patch ให้ทัน ก็เท่ากับว่าเราเปิดประตูให้แฮกเกอร์เข้ามาขโมยของเลยนะ

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

การใช้งาน Vulnerability Scanning Tools ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือที่ใช้งานง่ายๆ เยอะแยะไปหมด แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเราต้องการสแกนอะไร สแกนเครือข่าย สแกนเว็บไซต์ หรือสแกนเครื่องคอมพิวเตอร์?

พอเรารู้แล้วว่าจะสแกนอะไร เราก็เลือกเครื่องมือที่เหมาะสม แล้วก็ทำตามขั้นตอนที่เครื่องมือแนะนำได้เลยครับ

ขั้นตอนปฏิบัติจริง: เลือกเครื่องมือ

เครื่องมือสแกนช่องโหว่มีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบ Open Source และแบบ Commercial แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

ถ้าเป็นมือใหม่ ผมแนะนำให้ลองใช้เครื่องมือ Open Source ก่อน เช่น OpenVAS หรือ Nessus (Nessus มีรุ่นฟรีให้ใช้) เครื่องมือพวกนี้ใช้งานง่าย มีคู่มือให้ศึกษาเยอะแยะ

แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์ที่ Advanced กว่านั้น หรือต้องการ Support จากผู้พัฒนา ก็อาจจะต้องลองพิจารณาเครื่องมือ Commercial ดูครับ

ขั้นตอนปฏิบัติจริง: ตั้งค่าการสแกน

ก่อนที่เราจะเริ่มสแกน เราต้องตั้งค่าการสแกนก่อน เช่น เราต้องการสแกน port อะไรบ้าง เราต้องการสแกนหาช่องโหว่อะไรบ้าง

การตั้งค่าการสแกนที่ถูกต้อง จะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำมากขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิด False Positive (คือบอกว่ามีช่องโหว่ แต่จริงๆ แล้วไม่มี)

ตัวอย่างการตั้งค่าการสแกนด้วย Nessus:


# เลือก Template ที่ต้องการ
 เลือก "Basic Network Scan"

# ใส่ Target IP Address
 ระบุ IP Address ของเครื่องที่เราต้องการสแกน

# ตั้งค่า Credentials (ถ้าจำเป็น)
 ถ้าต้องการสแกนแบบละเอียด อาจจะต้องใส่ Username/Password ของเครื่องที่เราสแกน

ขั้นตอนปฏิบัติจริง: วิเคราะห์ผลลัพธ์

หลังจากที่เราสแกนเสร็จแล้ว เราจะได้ผลลัพธ์ออกมา ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะดูเยอะแยะไปหมด แต่เราต้องพยายามวิเคราะห์ว่าช่องโหว่ไหนที่สำคัญที่สุด และเราต้องแก้ไขช่องโหว่นั้นก่อน

เครื่องมือสแกนส่วนใหญ่จะมี Severity Rating ให้เราดู ว่าช่องโหว่นั้นมีความรุนแรงแค่ไหน ช่องโหว่ที่ Severity สูงๆ เราต้องรีบแก้ไขก่อนเลย

อย่าลืมเข้าไปอ่านรายละเอียดของช่องโหว่แต่ละช่องด้วยนะครับ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจว่าช่องโหว่นั้นคืออะไร และเราจะแก้ไขมันได้อย่างไร

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

นอกจาก Vulnerability Scanning Tools แล้ว ยังมีเครื่องมืออื่นๆ ที่ช่วยเราป้องกันระบบของเราได้อีก เช่น:

เครื่องมือแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เราควรเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับความต้องการของเรา

ตารางเปรียบเทียบเครื่องมือ:

เครื่องมือ ข้อดี ข้อเสีย
Vulnerability Scanning Tools ราคาถูก ใช้งานง่าย หาช่องโหว่ได้อัตโนมัติ อาจจะเจอ False Positive ไม่ละเอียดเท่า Penetration Testing
Penetration Testing ละเอียด แม่นยำ หาช่องโหว่ที่ซับซ้อนได้ ราคาสูง ใช้เวลานาน
Firewall ป้องกันการบุกรุกจากภายนอก ป้องกันได้เฉพาะการบุกรุกที่มาจากภายนอก
IDS ตรวจจับการบุกรุกได้แบบ Real-time ต้องมีการตั้งค่าที่ถูกต้อง

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าไม่มีเครื่องมือใดที่สามารถป้องกันระบบของเราได้ 100% สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัย และหมั่นตรวจสอบระบบของเราอยู่เสมอ

ถ้าสนใจเรื่อง IT Security ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ได้นะครับ มีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกเยอะแยะเลย

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไร ถามมาได้เลยครับ ยินดีตอบเสมอ

อย่าลืมแวะไปอ่านเรื่องราวอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีบทความดีๆ รออยู่เพียบ!

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

น้องๆ ครับ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เรื่อง Security นี่สำคัญสุดๆ เพราะร้านเราเป็นเหมือนประตูที่เปิดให้คนเข้าออกโลกอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ถ้าประตูไม่แข็งแรง ใครๆ ก็เข้ามาขโมยข้อมูลได้

Vulnerability scanning ก็เหมือนการที่เราเดินสำรวจรอบบ้านทุกวัน เพื่อหาจุดที่รั้วมันผุ ประตูมันหลวม ก่อนที่โจรจะมาเจอเอง แล้วงัดเข้ามา

สมัยก่อนเครื่องมือมันไม่ได้ดีเหมือนสมัยนี้หรอก ต้องลงมือทำเองเยอะ แต่หลักการมันก็เหมือนกัน คือต้อง "รู้จัก" บ้านตัวเองก่อน ถึงจะรู้ว่าตรงไหนมัน "ผิดปกติ"

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. Inventory is King

น้องๆ ต้องรู้ก่อนว่ามีอะไรอยู่ในบ้านบ้าง Server กี่เครื่อง, OS อะไร, Application อะไรบ้าง, Version อะไร ทุกอย่างต้องจดไว้เป็นระเบียบ ทำ Inventory ให้ละเอียดที่สุด เหมือนเราทำบัญชีทรัพย์สินในร้านเน็ตนั่นแหละ

สมัยก่อนผมใช้ Excel นี่แหละจดๆ เอา แต่สมัยนี้มี tools ดีๆ เยอะแยะให้เลือกใช้ ลอง Search หาคำว่า "Asset Inventory Management" ดู

2. Prioritize, Prioritize, Prioritize

พอรู้แล้วว่ามีอะไรบ้าง คราวนี้ก็ต้องมาจัดลำดับความสำคัญ ไม่ใช่ว่าทุกช่องโหว่จะอันตรายเท่ากัน บางช่องโหว่แทบไม่มีผลอะไรเลย บางช่องโหว่คือหายนะ

ให้ดูที่ Impact กับ Likelihood เป็นหลัก Impact คือถ้าโดนโจมตีแล้วจะเสียหายแค่ไหน Likelihood คือโอกาสที่จะโดนโจมตีมีมากน้อยแค่ไหน เอาสองอย่างนี้มาคูณกัน ก็จะได้คะแนนความเสี่ยง แล้วก็ไล่แก้จากความเสี่ยงสูงไปต่ำ

3. Automate Everything

อย่าทำมือ! อะไรที่ทำซ้ำๆ ได้ ให้ Automate ให้หมด ตั้ง schedule ให้ Scan เป็นประจำ อาจจะทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน แล้วแต่ความเสี่ยงของระบบ

สมัยก่อนไม่มี Cron Job แบบทุกวันนี้ ผมต้องเขียน Batch File แล้วตั้ง Task Scheduler เอาเอง วุ่นวายมาก แต่ก็คุ้มค่า เพราะมันช่วยลดภาระเราไปได้เยอะ

4. Stay Updated

โลก IT มันเปลี่ยนเร็วมาก ช่องโหว่ใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ต้องตามข่าวสาร Security ให้ทัน อย่าอยู่แต่ในกะลา อ่าน Blog, Follow Twitter, เข้าร่วม Community อะไรก็ได้ที่ช่วยให้เรา Update ข้อมูลอยู่เสมอ

ผมแนะนำให้ Subscribe Newsletter ของ Security Vendors ต่างๆ พวกเขาจะส่งข่าวสารช่องโหว่ใหม่ๆ มาให้เราตลอด หรือเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ก็ได้ ผมพยายาม Update ข้อมูล Security อยู่เรื่อยๆ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้อง Scan บ่อยขนาดนั้น? เสียเวลา

น้องๆ ลองคิดดูว่าถ้าเราไม่เคยตรวจสุขภาพเลย แล้ววันดีคืนดีเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จะเสียใจแค่ไหน การ Scan บ่อยๆ ก็เหมือนการตรวจสุขภาพประจำปี มันช่วยให้เราเจอโรคตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วรักษาได้ทัน

ถ้าเจอช่องโหว่แล้วต้องทำยังไง?

อันดับแรกคือต้อง Verify ก่อนว่ามันเป็นช่องโหว่จริงๆ ไม่ใช่ False Positive จากนั้นก็หา Patch หรือ Workaround มาปิดช่องโหว่นั้น ถ้าไม่มี Patch ก็ต้องหาทางลดความเสี่ยง เช่น ปิด Service นั้นไปเลย หรือจำกัดการเข้าถึง

ใช้ Free Tools ดีไหม?

Free Tools ก็ใช้ได้ แต่ต้องดูดีๆ ว่ามัน Update แค่ไหน และมี Feature ที่เราต้องการครบไหม ถ้า Free Tools มันตอบโจทย์ไม่ได้ ก็ต้องยอมลงทุนกับ Paid Tools บ้าง

Scanner ตัวไหนดีที่สุด?

ไม่มี Scanner ตัวไหนดีที่สุดสำหรับทุกสถานการณ์ ต้องลองใช้หลายๆ ตัว แล้วเลือกตัวที่เหมาะกับ Environment ของเรามากที่สุด แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน

สรุป

Vulnerability Scanning เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับทุกองค์กร ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ อย่ามองข้ามเรื่องนี้เด็ดขาด ลงทุนกับ Security ไปเถอะ คุ้มค่ากว่าเยอะ iCafeForex ก็เน้นเรื่องนี้มากๆ

จำไว้ว่า Security ไม่ใช่แค่เรื่องของ IT แต่เป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร ต้องสร้าง Culture ที่ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของ Security แล้วเราจะปลอดภัยไปด้วยกัน