Network
VPN หรือ Virtual Private Network เนี่ย สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe แรกๆ ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักหรอก แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นของจำเป็นไปแล้ว มันก็คือการสร้างอุโมงค์ลับๆ ให้ข้อมูลของเราวิ่งผ่านอินเทอร์เน็ตแบบปลอดภัย ไม่ให้ใครมาแอบดูได้
ทำไมต้องใช้? ง่ายๆ เลยคือเรื่องความเป็นส่วนตัว เวลาเราเข้าเว็บ เข้าแอปต่างๆ ข้อมูลเราจะถูกส่งไปส่งมา ถ้าไม่มีอะไรป้องกัน คนที่อยู่ระหว่างทางก็อาจจะดักจับข้อมูลไปได้ VPN เลยเข้ามาช่วยตรงนี้แหละ ช่วยเข้ารหัสข้อมูล ทำให้คนอื่นอ่านไม่ออก
สมัยก่อนตอนทำร้านเน็ต ผมเจอปัญหาลูกค้าบ่นเรื่องเข้าเว็บต่างประเทศไม่ได้บ่อยมาก บางเว็บโดนบล็อก บางเว็บโหลดช้า VPN ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันเปลี่ยน IP address ของเราให้เป็นของประเทศอื่น ทำให้เราเข้าเว็บที่โดนบล็อกได้ หรือเข้าเว็บต่างประเทศได้เร็วขึ้น
เรื่อง VPN กับกฎหมายไทยนี่เป็นอะไรที่ซับซ้อนมาก สมัยก่อนไม่มีใครพูดถึงเลย แต่พอมีข่าวเรื่องการบล็อกเว็บมากขึ้น คนก็เริ่มสนใจ VPN กันเยอะขึ้น
ปัจจุบัน กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามการใช้ VPN โดยตรง แต่การใช้ VPN เพื่อทำสิ่งผิดกฎหมาย เช่น เข้าเว็บพนัน หรือเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย
ถ้าใช้ VPN เพื่อดูหนัง ฟังเพลง หรือเข้าเว็บต่างประเทศทั่วไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าใช้ VPN เพื่อทำสิ่งเหล่านี้ อาจจะเสี่ยง:
พรบ.คอมพิวเตอร์นี่แหละตัวดีเลย หลายคนเข้าใจผิดว่าใช้ VPN แล้วจะรอดพ้นจาก พรบ.คอมพิวเตอร์ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะ ถ้าทำผิดกฎหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะใช้ VPN หรือไม่ ก็โดนจับได้เหมือนกัน
จำไว้เสมอว่า VPN เป็นแค่เครื่องมือป้องกันความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องมือที่เอาไว้ทำผิดกฎหมาย
การตั้งค่า VPN เดี๋ยวนี้ง่ายกว่าสมัยก่อนเยอะ สมัยผมทำร้านเน็ต ต้องลงโปรแกรมอะไรเยอะแยะ เดี๋ยวนี้แค่โหลดแอปก็ใช้ได้แล้ว
ตัวอย่าง Code (OpenVPN Configuration):
client
dev tun
proto udp
remote us-east-1.vpnprovider.com 1194
resolv-retry infinite
nobind
persist-key
persist-tun
remote-cert-tls server
cipher AES-256-CBC
auth SHA256
verb 3
<ca>
-----BEGIN CERTIFICATE-----
... (Your CA Certificate) ...
-----END CERTIFICATE-----
</ca>
อันนี้เป็นตัวอย่างไฟล์ config สำหรับ OpenVPN ใครที่ advanced หน่อยก็ลองเอาไปปรับใช้ดูได้ แต่สำหรับคนทั่วไป ใช้แอปง่ายกว่าเยอะ
| คุณสมบัติ | VPN ฟรี | VPN เสียเงิน |
|---|---|---|
| ความเร็ว | ช้า | เร็วกว่า |
| ปริมาณข้อมูล | จำกัด | ไม่จำกัด |
| ความปลอดภัย | ต่ำ | สูง |
| จำนวน Server | น้อย | เยอะ |
| โฆษณา | มี | ไม่มี |
| การสนับสนุน | ไม่มี | มี |
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าอยากได้ VPN ดีๆ ก็ต้องจ่ายเงินหน่อย แต่ถ้าแค่ลองใช้ดูก่อน VPN ฟรีก็พอใช้ได้ แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยด้วย
สำหรับใครที่สนใจเรื่อง IT และ Network ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!
และอย่าลืมแวะไปอ่านบทความดีๆ อีกมากมายที่ SiamCafe Blog นะครับ!
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ สิ่งแรกที่สอนเด็กๆ เลยคือ "คิดก่อนคลิก" เรื่อง VPN ก็เหมือนกัน อย่าเพิ่งรีบร้อนโหลด VPN ฟรีที่โฆษณาเกินจริง บางทีของฟรีก็มาพร้อมของแถมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น malware หรือการเก็บข้อมูลส่วนตัวไปขาย
เคยเจอเคสเด็กในร้านโหลด VPN แปลกๆ มาแล้วโดนฝัง keylogger ข้อมูลเกมหายหมด ต้องมานั่งแก้กันวุ่นวาย
ดูรีวิว อ่าน comment เยอะๆ อย่าเชื่อแค่คำโฆษณา เลือก VPN ที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวชัดเจน (no-log policy) และมีชื่อเสียงมานานหน่อย พวก VPN ฟรีที่เพิ่งเปิดใหม่ๆ นี่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ลองดูพวก VPN ที่มีคนแนะนำเยอะๆ หรือพวกที่ iLaw หรือ DSI เคยออกมาเตือนก็ควรหลีกเลี่ยง
อ่านข้อตกลงการใช้งาน (Terms of Service) ให้ละเอียดก่อนใช้ VPN ทุกครั้ง ดูว่าเขามีสิทธิ์ทำอะไรกับข้อมูลของเราบ้าง มีการบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอะไรที่เราต้องรับผิดชอบ
เคยเจอ VPN บางเจ้าเขียนไว้เลยว่าสามารถส่งข้อมูลให้หน่วยงานรัฐได้ถ้ามีหมายศาล แบบนี้ก็ต้องคิดหนักหน่อย
ใช้ VPN เฉพาะตอนที่จำเป็นจริงๆ เช่น ตอนเข้าเว็บที่ถูกบล็อก หรือตอนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ ไม่จำเป็นต้องเปิด VPN ตลอดเวลา เพราะอาจทำให้เน็ตช้าลง หรือทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ได้
พวกเว็บธนาคาร หรือเว็บที่ต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวมากๆ เลี่ยงการใช้ VPN ไปเลยดีกว่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ถ้าใช้ VPN เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่ถูกบล็อก หรือเพื่อความเป็นส่วนตัว ยังไม่ผิดกฎหมาย แต่ถ้าใช้ VPN เพื่อกระทำความผิด เช่น hack ข้อมูล หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จ อันนี้ผิดกฎหมายแน่นอน
กฎหมายไทยไม่ได้ห้ามการใช้ VPN โดยตรง แต่การกระทำผิดกฎหมายโดยใช้ VPN จะมีโทษหนักกว่าเดิม
VPN ฟรีส่วนใหญ่มักจะมีข้อจำกัด เช่น ความเร็วต่ำ มีโฆษณาเยอะ หรืออาจมีการเก็บข้อมูลส่วนตัวไปขาย ถ้าต้องการ VPN ที่ปลอดภัยจริงๆ แนะนำให้ใช้ VPN แบบเสียเงินดีกว่า
เหมือนสุภาษิตที่ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" นั่นแหละครับ
ถ้าใช้ VPN ที่น่าเชื่อถือ และไม่ได้กระทำความผิดอะไร ตำรวจตามเจอได้ยาก แต่ถ้ากระทำความผิดร้ายแรง ตำรวจอาจใช้เทคนิคต่างๆ ในการติดตามตัวได้ แม้จะใช้ VPN ก็ตาม
อย่าคิดว่า VPN จะทำให้เราเป็นอมตะ ไม่มีใครตามเจอได้นะครับ
VPN ช่วยป้องกันการแฮ็กได้ในระดับหนึ่ง โดยการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้แฮ็กเกอร์ดักจับข้อมูลได้ยากขึ้น แต่ VPN ไม่สามารถป้องกันการแฮ็กได้ 100% ถ้าเราเผลอคลิกลิงก์อันตราย หรือดาวน์โหลดไฟล์ที่มีไวรัส
VPN เปรียบเสมือนเกราะป้องกัน แต่ไม่ใช่เกราะที่กันกระสุนได้ทุกชนิด
VPN เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง และต้องเลือก VPN ที่น่าเชื่อถือ ที่สำคัญคือ อย่าใช้ VPN เพื่อกระทำความผิดกฎหมาย เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจทำให้ตัวเองเดือดร้อนได้
ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนใช้ iCafeForex มีบทความดีๆ เกี่ยวกับ IT เยอะแยะเลย ลองเข้าไปอ่านดูนะครับ และอย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog ด้วย มีเรื่องราวในวงการ IT ที่น่าสนใจอีกเพียบ
| VPN Provider | ราคา (ต่อเดือน) | No-Log Policy | จำนวน Server | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|---|
| NordVPN | $3.99 | Yes | 5500+ | ความเร็วสูง, Security ดี | ราคาอาจสูงสำหรับบางคน |
| ExpressVPN | $8.32 | Yes | 3000+ | ใช้งานง่าย, รองรับหลาย Platform | ราคาแพง |
| Surfshark | $2.49 | Yes | 3200+ | ราคาถูก, ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์ | ความเร็วอาจไม่สูงเท่าเจ้าอื่น |