Vpn Protocols Compared Network

Vpn Protocols Compared

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

VPN Protocols Compared: ทำไมต้องรู้ เลือกอะไรดี?

น้องๆ เคยสงสัยมั้ยว่า VPN มันมีหลายแบบ แล้วแต่ละแบบมันต่างกันยังไง? ทำไมบางทีต่อแล้วอืด บางทีต่อแล้วหลุด? นั่นแหละครับ เรื่องของ VPN Protocols นี่แหละตัวแปรสำคัญเลย

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว VPN ยังไม่บูมขนาดนี้หรอก ส่วนใหญ่ใช้แค่เชื่อมต่อสำนักงานใหญ่กับสาขา แต่เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้ VPN กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะดู Netflix ข้ามโซน หรือเล่นเกมที่โดนบล็อก

การเลือก VPN Protocol ให้เหมาะกับการใช้งาน จะช่วยให้เราได้ความเร็ว ความปลอดภัย และความเสถียรที่ต้องการครับ เหมือนเลือกเครื่องยนต์ให้รถนั่นแหละ จะเอาแรง จะเอาประหยัด หรือจะเอาลุย ก็ต้องเลือกให้ถูก

พื้นฐานที่ต้องรู้ ก่อนเลือก VPN Protocol

VPN คืออะไร ทำไมต้องใช้?

VPN ย่อมาจาก Virtual Private Network มันคือการสร้างอุโมงค์ส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ไกลๆ ได้อย่างปลอดภัย และปกปิด IP address ที่แท้จริงของเรา

สมัยก่อนผมเคยเจอเคสลูกค้าโดนแฮกข้อมูลบัตรเครดิตตอนใช้ Wi-Fi ฟรีในสนามบิน พอแนะนำให้ใช้ VPN ชีวิตก็ดีขึ้นเยอะเลยครับ

Protocol คืออะไร เกี่ยวอะไรกับ VPN?

Protocol ก็เหมือนภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้คุยกันครับ VPN Protocol คือชุดของกฎเกณฑ์ที่กำหนดวิธีการเข้ารหัสข้อมูล วิธีการตรวจสอบสิทธิ์ และวิธีการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของเรากับเซิร์ฟเวอร์ VPN

Protocol แต่ละแบบก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน บางแบบเน้นความเร็ว บางแบบเน้นความปลอดภัย บางแบบเน้นความเสถียร

Encryption คืออะไร ทำไมสำคัญ?

Encryption คือการเข้ารหัสข้อมูลให้กลายเป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออก ถ้าไม่มีกุญแจที่ถูกต้อง ก็ไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลได้

การเข้ารหัสข้อมูลสำคัญมาก เพราะช่วยป้องกันไม่ให้แฮกเกอร์ดักจับข้อมูลของเราได้ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อความส่วนตัว

วิธีใช้งาน VPN / เริ่มต้นยังไง?

การใช้งาน VPN สมัยนี้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะครับ เดี๋ยวนี้มีแอป VPN ให้เลือกใช้มากมาย แค่โหลดแอป ติดตั้ง แล้วก็กดเชื่อมต่อได้เลย

แต่ก่อนจะใช้ VPN เราต้องเลือกผู้ให้บริการ VPN ก่อน ซึ่งมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน แต่ผมแนะนำให้เลือกแบบเสียเงินดีกว่า เพราะส่วนใหญ่จะมีความปลอดภัยและความเร็วที่ดีกว่า

ขั้นตอนปฏิบัติจริง: ต่อ VPN ยังไงให้ปลอดภัย

1. เลือกผู้ให้บริการ VPN ที่น่าเชื่อถือ

ก่อนอื่นต้องศึกษาข้อมูลของผู้ให้บริการ VPN ให้ดีก่อน เลือกเจ้าที่มีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจน และมีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกเยอะๆ

สมัยก่อนผมเคยลองใช้ VPN ฟรี แล้วโดนขโมยข้อมูลไปขาย สุดท้ายต้องมานั่งแก้ปัญหาให้ลูกค้าวุ่นวายไปหมด

2. ติดตั้งแอป VPN และตั้งค่า

หลังจากเลือกผู้ให้บริการ VPN ได้แล้ว ก็ให้ดาวน์โหลดแอป VPN มาติดตั้งบนอุปกรณ์ของเรา จากนั้นก็เปิดแอป แล้วทำตามขั้นตอนการตั้งค่า

ส่วนใหญ่แอป VPN จะมีให้เลือกว่าจะใช้ Protocol อะไร ถ้าไม่แน่ใจก็ให้เลือก Automatic ไปก่อน แล้วค่อยมาลองเปลี่ยนทีหลัง

3. เลือก Server Location ที่เหมาะสม

การเลือก Server Location ก็สำคัญครับ ถ้าเราต้องการดู Netflix US ก็ต้องเลือก Server ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา หรือถ้าเราต้องการเล่นเกมที่โดนบล็อกในประเทศไทย ก็ต้องเลือก Server ที่อยู่ในประเทศอื่น

แต่ต้องระวังเรื่องความเร็วด้วยนะครับ ถ้าเลือก Server ที่อยู่ไกลเกินไป ความเร็วอาจจะลดลง

เปรียบเทียบ VPN Protocols ยอดนิยม

มาถึงส่วนสำคัญที่สุดแล้วครับ นั่นคือการเปรียบเทียบ VPN Protocols แต่ละแบบ เพื่อให้เราสามารถเลือก Protocol ที่เหมาะกับการใช้งานของเราได้

ผมจะยกตัวอย่าง Protocol ที่นิยมใช้กัน 4 แบบ ได้แก่ OpenVPN, WireGuard, IKEv2/IPsec และ L2TP/IPsec

แต่ละ Protocol มีข้อดีข้อเสียต่างกัน เดี๋ยวเรามาดูกันครับ

ตารางเปรียบเทียบ VPN Protocols

Protocol ความเร็ว ความปลอดภัย ความเสถียร การรองรับ เหมาะกับ
OpenVPN ปานกลาง สูง สูง กว้างขวาง เน้นความปลอดภัย, ใช้งานทั่วไป
WireGuard สูง สูง ปานกลาง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เน้นความเร็ว, เล่นเกม, สตรีมมิ่ง
IKEv2/IPsec เร็ว สูง สูง ดี มือถือ, ใช้งานทั่วไป
L2TP/IPsec ช้า ปานกลาง ปานกลาง กว้างขวาง ไม่แนะนำ (เก่า)

OpenVPN

OpenVPN เป็น Protocol ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีความปลอดภัยสูง และรองรับการใช้งานบนหลายแพลตฟอร์ม

แต่ข้อเสียคือ OpenVPN อาจจะไม่ได้เร็วที่สุด เพราะมีการเข้ารหัสที่ซับซ้อน


# ตัวอย่างการตั้งค่า OpenVPN (Config file)
client
dev tun
proto udp
remote your-vpn-server.com 1194
resolv-retry infinite
nobind
persist-key
persist-tun
remote-cert-tls server
verb 3

WireGuard

WireGuard เป็น Protocol ใหม่ที่กำลังมาแรง เพราะมีความเร็วสูง และมีความปลอดภัยที่ดี

WireGuard ใช้เทคนิคการเข้ารหัสที่ทันสมัย ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่า OpenVPN

แต่ข้อเสียคือ WireGuard ยังไม่รองรับการใช้งานบนทุกแพลตฟอร์ม

IKEv2/IPsec

IKEv2/IPsec เป็น Protocol ที่นิยมใช้บนอุปกรณ์มือถือ เพราะมีความเร็ว และความเสถียรที่ดี

IKEv2/IPsec สามารถเชื่อมต่อใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะขาดหายไปชั่วขณะ

แต่ข้อเสียคือ IKEv2/IPsec อาจจะมีความปลอดภัยน้อยกว่า OpenVPN และ WireGuard

L2TP/IPsec

L2TP/IPsec เป็น Protocol ที่เก่าแก่ และมีความปลอดภัยน้อย

ผมไม่แนะนำให้ใช้ L2TP/IPsec นะครับ เพราะมี Protocol อื่นที่ดีกว่าให้เลือกใช้

ทางเลือกอื่น นอกจาก VPN Protocols

นอกจาก VPN Protocols แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นอีก เช่น:

สุดท้ายนี้ อยากให้น้องๆ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วเลือก VPN Protocol ที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยที่ SiamCafe Blog

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า ที่ SiamCafe Blog

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

เอาล่ะ มาถึงช่วงที่สำคัญที่สุดแล้ว นั่นก็คือ Best Practices หรือเคล็ดลับที่ผมสั่งสมมาตลอด 28+ ปีในวงการไอทีเนี่ยแหละ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe ก็เจอปัญหามาหมดแล้ว VPN ล่ม, เน็ตหลุด, คนแฮ็ก… สารพัด

สิ่งที่ผมจะแชร์ต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่ผมใช้จริง ได้ผลจริง และปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยมาตลอด หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

  1. เลือก Protocol ให้เหมาะกับงาน: PPTP น่ะ เร็ว แต่โคตรจะไม่ปลอดภัย OpenVPN ปลอดภัย แต่กิน CPU เยอะ WireGuard เร็วและปลอดภัย แต่ต้อง Config ยากนิดนึง ลองดู Use Case ของตัวเองก่อน
    
    # ตัวอย่างการ Config OpenVPN (แบบง่ายๆ)
    port 1194
    proto udp
    dev tun
    ca ca.crt
    cert server.crt
    key server.key  # This file should be kept secret
    dh dh2048.pem
    server 10.8.0.0 255.255.255.0
    ifconfig-pool-persist ipp.txt
    push "redirect-gateway def1 bypass-dhcp"
    push "dhcp-option DNS 8.8.8.8"
    push "dhcp-option DNS 8.8.4.4"
    keepalive 10 120
    cipher AES-256-CBC
    user nobody
    group nogroup
    persist-key
    persist-tun
    status openvpn-status.log
    verb 3
            
  2. Security First: ไม่ว่า Protocol ไหน ก็ต้องใส่ใจเรื่อง Security เสมอ เปลี่ยน Default Password, Update Firmware Router สม่ำเสมอ, เปิด Firewall, และที่สำคัญ อย่าไว้ใจ User!
  3. Monitor & Logging: ติดตั้งระบบ Monitor เพื่อดู Traffic, CPU Load, Memory Usage ของ VPN Server จะได้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า และเปิด Logging เพื่อเก็บ Log File เผื่อมีปัญหาจะได้ตามสืบได้
    
    # ตัวอย่างการดู Log File ใน Linux
    tail -f /var/log/syslog
            
  4. Redundancy: ถ้า VPN สำคัญมากๆ ควรมี VPN Server สำรอง (Backup) เผื่อ Server หลักล่ม จะได้สลับไปใช้ Server สำรองได้ทันที

FAQ คำถามที่พบบ่อย

VPN Protocol ไหนดีที่สุด?

ไม่มี Protocol ไหนที่ดีที่สุดครับ มันขึ้นอยู่กับ Use Case ของคุณ ถ้าเน้นความเร็ว WireGuard น่าจะตอบโจทย์ แต่ถ้าเน้นความปลอดภัยและความเข้ากันได้ OpenVPN ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

VPN ทำให้เน็ตช้าลงจริงไหม?

จริงครับ การ Encrypt และ Decrypt ข้อมูล ทำให้เกิด Overhead ซึ่งจะส่งผลให้ความเร็วลดลง แต่ถ้าเลือก Protocol ที่ดี และ Server มี Performance เพียงพอ ความเร็วที่ลดลงก็อาจจะไม่มากนัก

ใช้ VPN ฟรี ปลอดภัยไหม?

VPN ฟรี ส่วนใหญ่มักจะมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น เก็บ Log ข้อมูลการใช้งาน, แสดงโฆษณา, หรือจำกัดความเร็ว ถ้าเป็นไปได้ ควรเลือกใช้ VPN ที่เสียเงิน เพราะมักจะมีความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวมากกว่า

VPN ช่วยให้เล่นเกมลื่นขึ้นได้จริงไหม?

ในบางกรณี VPN อาจจะช่วยลด Ping และทำให้เล่นเกมลื่นขึ้นได้ แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป ขึ้นอยู่กับ Routing ของ Network และระยะทางระหว่างคุณกับ Server เกม

สรุป

VPN Protocol มีให้เลือกใช้มากมาย แต่ละ Protocol ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือต้องเลือก Protocol ที่เหมาะสมกับ Use Case ของคุณ และใส่ใจเรื่อง Security เสมอ iCafeForex ก็มีบทความดีๆ เกี่ยวกับ Network และ IT อีกเยอะ ลองเข้าไปอ่านดูได้นะครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย ผมยินดีตอบเสมอ และอย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog กันด้วยนะ มีบทความ IT ดีๆ อีกเพียบ!