it_devops

Unemployment Rate in China วิเคราะห์อตราวางงานจนและผลกระทบเศรษฐกจโลก | SiamCafe Blog

Unemployment Rate in China  วิเคราะห์อตราวางงานจนและผลกระทบเศรษฐกจโลก | SiamCafe Blog

อัตราการว่างงานจีนคืออะไร และทำไมนักเทรดไทยต้องสนใจ

อัตราการว่างงานของจีน (Unemployment Rate in China) คือตัวเลขที่วัดสัดส่วนของกำลังแรงงานที่ไม่มีงานทำแต่พร้อมทำงานและกำลังค้นหางาน

เมื่อเทียบกับกำลังแรงงานทั้งหมด ตัวเลขนี้รายงานโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics) ทุกเดือน โดยตัวชี้วัดหลักที่ตลาดใช้อ้างอิงคืออัตราการว่างงานในเมืองของแรงงานอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งในช่วงปี 2025 ถึง 2026 ตัวเลขนี้เคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขหลักคือประเด็นร้อนของการว่างงานในกลุ่มเยาวชนอายุ 16 ถึง 24 ปี ที่เคยแตะระดับสูงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ก่อนที่ทางการจีนจะปรับวิธีการคำนวณใหม่โดยตัดนักศึกษาที่กำลังหางานออกไป ทำให้ตัวเลขที่รายงานกับความจริงบนท้องถนนอาจต่างกันพอสมควร

ในฐานะนักเทรดที่ผ่านมาตลาดมากว่า 13 ปี ผมถือว่าตัวเลขนี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเศรษฐกิจมหภาคที่ต้องเฝ้าดูเป็นประจำ เพราะจีนคือครั้งที่สองของโลกเรื่องขนาดเศรษฐกิจ เป็นคู่ค้าอันดับต้น ๆ ของไทย และเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ค่าเงินหยวน และความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นเอเชีย ผมจำได้ว่าตอนที่จีนเปิดประกาศตัวเลขการว่างงานเยาวชนที่ตกใจกลางปี 2023 ตลาดหุ้นทั่วเอเชียแกว่งตัวแรงทันที และราคาทองคำก็ได้ประโยชน์จากการหนีความเสี่ยง สำหรับนักเทรดฟอเร็กซ์ ความเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้รอบตัว แต่คือเครื่องมือช่วยอ่านสถานการณ์ก่อนราคาจะเคลื่อนจริง บทความนี้ผมจะพาไปดูว่าตัวเลขว่างงานจีนสะท้อนอะไร มีข้อจำกัดอย่างไร และเราจะนำไปใช้ประกอบการเทรดและการวางแผนการเงินส่วนตัวได้อย่างไรในปี 2026

ก่อนจะนำตัวเลขไปใช้ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขที่เราเห็นมาจากไหนและมีข้อจำกัดตรงไหน แรงงานจีนมีขนาดใหญ่มาก กำลังแรงงานทั้งประเทศอยู่ราว 740 ล้านคน

ซึ่งใหญ่กว่าประชากรทั้งประเทศไทยหลายเท่า การเก็บสถิติจึงซับซ้อนและมีข้อถกเถียงเรื่องความครอบคลุมเสมอ ตัวชี้วัดหลักคืออัตราการว่างงานในเขตเมือง ซึ่งวัดเฉพาะแรงงานในเมือง ไม่รวมแรงงานภาคเกษตรในชนบทที่มีจำนวนมหาศาล และไม่รวมคนที่หมดหวังจนเลิกหางานไปแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซามักเพิ่มขึ้นเร็ว

ก่อนจะนำตัวเลขไปใช้ต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเลขที่เราเห็นมาจากไหนและมีข้อจำกัดตรงไหน แรงงานจีนมีขนาดใหญ่มาก กำลังแรงงานทั้งประเทศอยู่ราว 740 ล้านคน ซึ่งใหญ่กว่าประชากรทั้งประเทศไทยหลายเท่า การเก็บสถิติจึงซับซ้อนและมีข้อถกเถียงเรื่องความครอบคลุมเสมอ ตัวชี้วัดหลักคืออัตราการว่างงานในเขตเมือง ซึ่งวัดเฉพาะแรงงานในเมือง ไม่รวมแรงงานภาคเกษตรในชนบทที่มีจำนวนมหาศาล และไม่รวมคนที่หมดหวังจนเลิกหางานไปแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่ในภาวะเศรษฐกิจซบเซามักเพิ่มขึ้นเร็ว

อีกประเด็นสำคัญคือการแยกกลุ่มอายุ จีนรายงานตัวเลขว่างงานแยกเป็นกลุ่มเยาวชน 16 ถึง 24 ปี กลุ่มวัยแรงงานหลัก 25 ถึง 29 ปี และกลุ่ม 30 ถึง 59 ปี กลุ่มเยาวชนคือกลุ่มที่มีปัญหาหนักที่สุด เพราะจำนวนบัณฑิตจบใหม่ที่ออกสู่ตลาดงานแต่ละปีมีมากกว่า 11 ล้านคน ในขณะที่ภาคเอกชนซึ่งเคยเป็นแหล่งดูดซับแรงงานหลัก เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสอนกวดวิชา กลับถูกกำกับดูแลเข้มงวดหรือเติบโตช้าลงจนจ้างงานน้อยลง ผลคือเกิดปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่าการเลื่อนระดับงานลง เช่น คนจบปริญญาโทไปสมัครงานจักรยานส่งอาหาร ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลขว่างงานอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องดูคุณภาพของงานควบคู่กัน

ตารางเปรียบเทียบตัวชี้วัดแรงงานจีนที่ควรติดตาม

ตัวชี้วัดความหมายสิ่งที่ต้องระวัง
อัตราว่างงานเขตเมืองแรงงานเมืองที่ไม่มีงานทำไม่รวมชนบทและคนเลิกหางาน
อัตราว่างงานเยาวชน 16-24 ปีสะท้อนตลาดงานบัณฑิตใหม่วิธีคำนวณเปลี่ยนเมื่อปลายปี 2023
จำนวนบัณฑิตจบใหม่ต่อปีแรงดันเข้าสู่ตลาดงานเกิน 11 ล้านคนต่อปีต่อเนื่อง
ดัชนี PMI ภาคบริการการจ้างงานภาคเอกชนต่ำกว่า 50 หมายถึงหดตัว
อัตราการเข้าร่วมแรงงานจำนวนคนที่ยังอยู่ในระบบตัวเลขลดอาจแปลว่าคนเลิกหางาน

เมื่อแรงงานจีนมีปัญหา ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในจีน แต่กระเพื่อมออกมาถึงทั่วโลกรวมถึงไทยอย่างชัดเจน กลไกสำคัญอันดับแรกคือกำลังซื้อภายในประเทศ

คนตกงานหรือกลัวตกงานย่อมลดการใช้จ่าย จีนเป็นตลาดผู้บริโภคใหญ่อันดับต้นของโลก เมื่อกำลังซื้ออ่อนแอ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือยต่างรายงานยอดขายในจีนหดตัว ส่งผลให้เกิดการปรับลดประมาณการกำไรและมีการปลดพนักงานต่อเนื่องในประเทศอื่นตามไปด้วย กลายเป็นวงจรซ้ำเติมกันทั้งระบบ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและห่วงโซ่อุปทาน

เมื่อแรงงานจีนมีปัญหา ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในจีน แต่กระเพื่อมออกมาถึงทั่วโลกรวมถึงไทยอย่างชัดเจน กลไกสำคัญอันดับแรกคือกำลังซื้อภายในประเทศ คนตกงานหรือกลัวตกงานย่อมลดการใช้จ่าย จีนเป็นตลาดผู้บริโภคใหญ่อันดับต้นของโลก เมื่อกำลังซื้ออ่อนแอ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือยต่างรายงานยอดขายในจีนหดตัว ส่งผลให้เกิดการปรับลดประมาณการกำไรและมีการปลดพนักงานต่อเนื่องในประเทศอื่นตามไปด้วย กลายเป็นวงจรซ้ำเติมกันทั้งระบบ

สำหรับนักเทรดอย่างเรา คำถามจริง ๆ คือตัวเลขว่างงานจีนเคลื่อนไหวแล้วตลาดไหนตอบสนองอย่างไร ประสบการณ์ 13 ปีในตลาดฟอเร็กซ์ของผมสรุปได้ว่า

ข้อมูลแรงงานจีนไม่ได้เคลื่อนตลาดแรงเท่าข้อมูลงานของสหรัฐ แต่มีผลสะสมและมีผลต่อสินทรัพย์บางกลุ่มชัดเจนมาก กลุ่มแรกคือสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะทองแดงและน้ำมัน ถ้าตัวเลขแรงงานจีนแย่กว่าคาด ราคาทองแดงมักอ่อนลงทันที เพราะทองแดงคือโลหะที่สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจจีนได้ดีที่สุดจนได้ชื่อว่าเป็นดร. ทองแดง กลุ่มที่สองคือค่าเงินหยวนและค่าเงินกลุ่มสกุลที่พึ่งพาจีน อย่างดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งเศรษฐกิจออสเตรเลียพึ่งการส่งออกแร่ธาตุไปจีนเป็นหลัก ข่าวแรงงานจีนแย่มักกดดันดอลลาร์ออสเตรเลียลงพร้อมกัน

อันดับสามคือความเชื่อมั่นและเงินไหลออก นักลงทุนต่างชาติที่เคยโยกเงินเข้าจีนเพื่อแสวงหาการเติบโต เริ่มทบทวนความเสี่ยงเมื่อตลาดแรงงานอ่อนแอและการบริโภคไม่ฟื้น เงินทุนจึงไหลไปหาประเทศอื่น เช่น อินเดีย เวียดนาม และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับไทยแล้วมีทั้งด้านดีและด้านเสี่ยง ด้านดีคือกระแสการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนทำให้ไทยมีโอกาสดึงการลงทุนใหม่ แต่ด้านเสี่ยงคือสินค้าจีนราคาถูกท่วมตลาดไทย กระทบผู้ประกอบการรายเล็กโดยตรง ที่สำคัญคือนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นกลุ่มหลักของท่องเที่ยวไทยยังใช้จ่ายไม่เต็มที่ เพราะความไม่มั่นใจในรายได้ของครัวเรือนจีนเอง ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมตัวเลขว่างงานจีนจึงเป็นสัญญาณนำของเศรษฐกิจโลกที่เราต้องอ่านให้ออก

ผลต่อตลาดการเงิน ค่าเงิน และมุมของนักเทรด

เข้าสู่ปี 2026 ภาพแรงงานจีนยังเป็นโจทย์ที่ยากไม่เปลี่ยน ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดงานยังอยู่ครบ ประชากรวัยแรงงานหดลงเพราะสังคมสูงวัย

แต่จำนวนบัณฑิตใหม่ยังเพิ่มขึ้นทุกปี ภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยคิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจยังฟื้นไม่เต็มที่ ทำให้งานในสายก่อสร้าง นายหน้า และวัสดุก่อสร้างหายไปจำนวนมาก ขณะเดียวกันปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างงานอีกชั้น งานประเภทป้อนข้อมูล บริการลูกค้าขั้นพื้นฐาน และงานวิเคราะห์ระดับต้น เริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งกระทบกลุ่มจบใหม่ที่เคยเริ่มต้นอาชีพจากงานเหล่านี้โดยตรง

กลุ่มที่สามคือทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนทวีขึ้น ความเสี่ยงโดยรวมของตลาดเพิ่มขึ้น เงินจะไหลเข้าทองคำและพันธบัตรสหรัฐ ผมเคยใช้สถานการณ์นี้หลายครั้งในการปรับพอร์ต เช่น ช่วงที่ตลาดกังวลว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จีนจะลามไปถึงสถาบันการเงิน การถือทองคำช่วยลดความผันผวนของพอร์ตได้จริง กลุ่มสุดท้ายคือหุ้นกลุ่มเอเชียและหุ้นไทยที่เกี่ยวกับการส่งออกและท่องเที่ยว

ข้อควรระวังที่ผมอยากย้ำคืออย่าเทรดตามข่าวเดียว ตัวเลขว่างงานจีนเป็นปัจจัยชิ้นหนึ่งในจิ๊กซอว์ ต้องดูประกอบกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารประชาชนจีน การเจรจาค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ นักเทรดมือใหม่หลายคนเข้าออร์เดอร์ทันทีที่ข่าวออกแล้วโดนสวิงกลับ เพราะตลาดราคาเข้าไว้ก่อนหน้าแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือใช้ข้อมูลนี้สร้างมุมมองระยะกลาง กำหนดทิศทางว่าเราเอนไปทางขายหรือซื้อในคู่เงินที่เกี่ยวข้อง แล้วหาจุดเข้าที่เหมาะสมด้วยการวิเคราะห์กราฟ ไม่ใช่พนันตามพาดหัวข่าว

มุมมองปี 2026 และปัจจัยที่ต้องจับตา

เข้าสู่ปี 2026 ภาพแรงงานจีนยังเป็นโจทย์ที่ยากไม่เปลี่ยน ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่กดดันตลาดงานยังอยู่ครบ ประชากรวัยแรงงานหดลงเพราะสังคมสูงวัย แต่จำนวนบัณฑิตใหม่ยังเพิ่มขึ้นทุกปี ภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเคยคิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจยังฟื้นไม่เต็มที่ ทำให้งานในสายก่อสร้าง นายหน้า และวัสดุก่อสร้างหายไปจำนวนมาก ขณะเดียวกันปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างงานอีกชั้น งานประเภทป้อนข้อมูล บริการลูกค้าขั้นพื้นฐาน และงานวิเคราะห์ระดับต้น เริ่มถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งกระทบกลุ่มจบใหม่ที่เคยเริ่มต้นอาชีพจากงานเหล่านี้โดยตรง

ด้านบวกที่ต้องมองไปด้วยคือภาครัฐจีนไม่นั่งเฉย มีการออกมาตรการกระตุ้นหลายระลอก ทั้งการลดดอกเบี้ย การออกพันธบัตรเพื่อใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน และการส่งเสริมการทดแทนเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ไฟฟ้า นโยบายเหล่านี้ช่วยสร้างงานในภาคการผลิตไฮเทคและพลังงานหมุนเวียน โมเดลธุรกิจใหม่อย่างการส่งออกเกม ภาพยนตร์ และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนก็ยังดูดแรงงานทักษะสูง นั่นหมายความว่าตลาดงานจีนกำลังแยกเป็นสองขั้ว ขั้วที่อ่อนแอคืองานเก่าที่ผูกกับอสังหาฯ และการก่อสร้าง ขั้วที่แข็งแรงคืองานใหม่ที่ผูกกับเทคโนโลยีและการส่งออกมูลค่าสูง

สำหรับคนไทย ทั้งนักเทรดและผู้ประกอบการ มุมมองที่ผมมองคือความเสี่ยงกับโอกาสมาพร้อมกัน ความเสี่ยงคือสินค้าจีนราคาต่ำที่จะกระทบธุรกิจขนาดเล็กไทยอย่างรุนแรงขึ้น และการท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นช้า โอกาสคือสินค้าโภคภัณฑ์ราคาถูกที่ลดต้นทุนการผลิต ความร่วมมือด้านรถไฟและโครงสร้างพื้นฐานที่จะเพิ่มการค้าในภูมิภาค และความจำเป็นที่จีนจะต้องกระจายการลงทุนไปอาเซียนมากขึ้น การเฝ้าดูตัวเลขว่างงานจีนจึงเปรียบเสมือนการอ่านเข็มทิศก่อนออกเดินทาง มันไม่ได้บอกเส้นทางทั้งหมด แต่บอกทิศลมที่กำลังเปลี่ยน

ตัวอย่างการนำไปใช้จริงและแนวทางปฏิบัติสำหรับนักเทรดไทย

ทฤษฎีจะมีค่าก็ต่อเมื่อนำไปใช้ได้จริง ผมขอยกตัวอย่างกระบวนการทำงานของผมเองเมื่อเจอข้อมูลแรงงานจีนปล่อยออกมา สมมติว่าเช้าวันหนึ่งมีข่าวว่าอัตราว่างงานเยาวชนจีนเพิ่มขึ้นกว่าคาด ขั้นแรกผมจะไม่รีบเข้าออร์เดอร์ แต่จะถามสามคำถาม หนึ่ง ตัวเลขนี้เปลี่ยนแปลงมากพอที่จะเปลี่ยนการคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ สอง ตลาดคาดหวังอะไรไว้แล้วก่อนหน้านี้ สาม มีปัจจัยอื่นที่แรงกว่ากำลังครอบงำอยู่หรือเปล่า เช่น ข่าวเงินเฟ้อสหรัฐหรือการประชุมธนาคารกลาง ถ้าคำตอบคือไม่มีอะไรเปลี่ยนโครงสร้าง ผมมักปล่อยผ่าน แต่ถ้าตัวเลขยืนยันแนวโน้มการชะลอตัวที่ตลาดยังไม่ได้ราคาไว้ นั่นคือโอกาส

จากนั้นผมจะไล่ดูสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องตามลำดับ ทองแดงและหุ้นเหมืองแร่เป็นตัวตอบสนองเร็วที่สุด ตามด้วยดอลลาร์ออสเตรเลียต่อดอลลาร์สหรัฐ แล้วจึงเป็นดัชนีหุ้นเอเชีย สำหรับคนที่เทรดทองคำ การที่จีนชะลอมักหมายถึงธนาคารกลางทั่วโลกจะเป็นระยะขอข้อมูลนุ่มนวลกว่าเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกระยะกลางของทองคำ ส่วนคนที่ทำธุรกิจนำเข้าสินค้าจีน ตัวเลขว่างงานที่แย่มักเกิดการแข่งขันด้านราคารุนแรง ผู้ส่งออกจีนยอมกำไรบางลงเพื่อรักษาลูกค้า นี่คือจังหวะที่ต่อรองราคาซื้อได้ดีขึ้น

ข้อปฏิบัติที่ผมยึดมาตลอดมีสี่ข้อ หนึ่ง จดบ

คำถามที่พบบ่อย

อัตราการว่างงานจีนคืออะไร และตัวเลขในปี 2025-2026 อยู่ในระดับเท่าไร?

อัตราการว่างงานของจีนคือตัวเลขที่วัดสัดส่วนของกำลังแรงงานที่ไม่มีงานทำแต่พร้อมทำงานและกำลังค้นหางาน เทียบกับกำลังแรงงานทั้งหมด โดยรายงานโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics) ทุกเดือน ตัวชี้วัดหลักที่ตลาดใช้อ้างอิงคืออัตราการว่างงานในเขตเมืองของแรงงานอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งในช่วงปี 2025 ถึง 2026 เคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าตัวเลขนี้อาจไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด เพราะตัวเลขหลักไม่รวมแรงงานภาคเกษตรในชนบทที่มีจำนวนมหาศาล และไม่รวมคนที่หมดหวังจนเลิกหางานไปแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักเพิ่มขึ้นเร็วในภาวะเศรษฐกิจซบเซา นอกจากนี้ประเด็นร้อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือการว่างงานของเยาวชนอายุ 16 ถึง 24 ปี ที่เคยแตะระดับสูงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์มาแล้วก่อนที่ทางการจีนจะปรับวิธีคำนวณใหม่

ทำไมอัตราว่างงานเยาวชนจีนจึงสูงกว่าตัวเลขรวมมาก และวิธีคำนวณเปลี่ยนไปอย่างไร?

กลุ่มเยาวชนอายุ 16 ถึง 24 ปี คือกลุ่มที่มีปัญหาว่างงานหนักที่สุดในจีน เพราะจำนวนบัณฑิตจบใหม่ที่ออกสู่ตลาดแรงงานแต่ละปีมีมากกว่า 11 ล้านคนต่อเนื่อง ในขณะที่ภาคเอกชนซึ่งเคยเป็นแหล่งดูดซับแรงงานหลัก เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มสอนกวดวิชา กลับถูกกำกับดูแลเข้มงวดหรือเติบโตช้าลงจนรับจ้างงานได้น้อยลง ผลคือเกิดปรากฏการณ์ที่นักวิเคราะห์เรียกว่า "การเลื่อนระดับงานลง" เช่น คนจบปริญญาโทต้องไปสมัครงานจักรยานส่งอาหาร เมื่อกลางปี 2023 ตัวเลขว่างงานเยาวชนเคยพุ่งสูงเกิน 20 เปอร์เซ็นต์จนสร้างความตกใจให้ตลาด ทางการจีนจึงปรับวิธีการคำนวณใหม่เมื่อปลายปี 2023 โดยตัดนักศึกษาที่กำลังหางานออกจากการนับ ทำให้ตัวเลขที่รายงานกับความเป็นจริงบนท้องถนนอาจต่างกันพอสมควร นักเทรดจึงควรใช้ตัวชี้วัดอื่นควบคู่กันเสมอ เช่น ดัชนี PMI ภาคบริการ และอัตราการเข้าร่วมแรงงาน

การว่างงานจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร?

ผลกระทบจากปัญหาแรงงานจีนกระเพื่อมออกไปทั่วโลกผ่านกลไกสำคัญสองทาง ประการแรกคือกำลังซื้อภายในประเทศ เมื่อคนตกงานหรือกลัวตกงานย่อมลดการใช้จ่าย และเนื่องจากจีนเป็นตลาดผู้บริโภคใหญ่อันดับต้นของโลก บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือยจึงรายงานยอดขายในจีนหดตัว นำไปสู่การปรับลดประมาณการกำไรและการปลดพนักงานต่อเนื่องในประเทศอื่นตามไปด้วย กลายเป็นวงจรซ้ำเติมกันทั้งระบบ ประการที่สองคือราคาสินค้าโภคภัณฑ์และอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภควัตถุดิบมหาศาล ทั้งทองแดง เหล็ก น้ำมัน และถ่านห

แนะนำเพิ่มเติม

🎯 เปิดบัญชี XM Forex → สมัคร

📱 แอป iCafeFX → ดาวน์โหลด

📊 สัญญาณฟรี → รับสัญญาณ

📚 คู่มือเทรด → SiamCafeBook

🤝 สมัคร Partner XM → pipaffiliates.com/c?c=72816&l=th&p=6

คู่มือ Forex ที่เกี่ยวข้อง

อ
XM Legend · เทรดเดอร์ & ผู้สอน Forex 13 ปี

ผู้ก่อตั้ง SiamCafe ตั้งแต่ปี 1997 · เทรดเดอร์สาย Forex มากกว่า 13 ปี ได้รับการยกย่องเป็น XM Legend · แบ่งปันความรู้ Forex, ไอที, AI และการเทรด จากประสบการณ์จริงในตลาดจริง

แหล่งอ้างอิง

  • SiamCafe.net - ชุมชนไอทีไทยตั้งแต่ปี 1997
  • iCafeFX.com - ศูนย์วิเคราะห์ Forex และทองคำ