Mobile
สมัยผมทำร้านเน็ตเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วเนี่ยนะ เรื่องย้ายข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย! แต่เดี๋ยวนี้สบายบรื๋อ เทคโนโลยีมันไปไกลแล้ว จะย้ายจาก Android ไป iPhone ก็ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีก (ถ้าทำถูกวิธีนะ)
ทำไมต้องย้าย? ก็คนมันอยากเปลี่ยนมือถือไง! บางคนเบื่อ Android อยากลอง iOS, บางคนอยากได้กล้อง iPhone, บางคนอยากตามเทรนด์... เหตุผลมันร้อยแปดพันเก้า แต่ที่สำคัญคือข้อมูลในมือถือเรามันมีค่า จะทิ้งไปเฉยๆ ได้ไง จริงไหม?
หลักๆ ก็มี:
เคยเจอเคสลูกค้าที่ร้านเน็ตสมัยก่อน ย้ายข้อมูลแบบผิดๆ ถูกๆ สุดท้ายข้อมูลหายเกลี้ยง! เสียใจหนักมาก ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลยก็มี ดังนั้นต้องทำอย่างระมัดระวัง เลือกวิธีที่ถูกต้อง เพื่อให้ข้อมูลของเราปลอดภัยที่สุด
Apple เค้าฉลาด เค้าทำแอป "Move to iOS" มาให้เราใช้ย้ายข้อมูลจาก Android ไป iPhone ได้ง่ายๆ แบบ official เลย สมัยก่อนไม่มีนะ ต้องมานั่งงมเอง ทำ Backup Restore กันวุ่นวาย
ข้อควรระวัง: บางครั้ง Move to iOS อาจจะงอแง ไม่ทำงาน (เคยเจอเหมือนกัน สมัยก่อนตอนลองเครื่องลูกค้า) ถ้าเจอปัญหานี้ ลอง restart เครื่องทั้งสอง แล้วลองใหม่อีกรอบ หรือลองวิธีอื่นๆ ที่จะกล่าวถึงต่อไป
Move to iOS เป็นแอปแบบ closed-source ของ Apple เราเลยไม่สามารถเห็น code ภายในได้ แต่หลักการทำงานของมันก็คือการสร้าง Wi-Fi Direct connection ระหว่างอุปกรณ์ทั้งสอง เพื่อส่งข้อมูลหากันโดยตรง (คล้ายๆ กับ AirDrop บน iOS)
// ตัวอย่าง (สมมติ) การสร้าง Wi-Fi Direct connection บน Android
WifiP2pManager manager = (WifiP2pManager) getSystemService(Context.WIFI_P2P_SERVICE);
WifiP2pChannel channel = manager.initialize(this, getMainLooper(), null);
manager.discoverPeers(channel, new WifiP2pManager.ActionListener() {
@Override
public void onSuccess() {
// เจออุปกรณ์ peer แล้ว
}
@Override
public void onFailure(int reasonCode) {
// หา peer ไม่เจอ
}
});
ถ้า Move to iOS ไม่เวิร์ค หรืออยากย้ายข้อมูลบางอย่างที่ Move to iOS ไม่รองรับ (เช่น เพลง) เราสามารถใช้ Google Drive เป็นตัวช่วยได้
ข้อดี: ใช้งานง่าย, ฟรี (ถ้าพื้นที่ไม่เกิน 15 GB), รองรับข้อมูลหลายประเภท
ข้อเสีย: อาจใช้เวลานานในการ Backup/Restore, ต้องใช้พื้นที่บน Google Drive, ไม่สามารถย้ายข้อความ SMS/MMS ได้
| คุณสมบัติ | Move to iOS | Google Drive |
|---|---|---|
| ความง่ายในการใช้งาน | ง่าย (ถ้าทำงาน) | ง่าย |
| ข้อมูลที่รองรับ | รายชื่อ, ข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ, ปฏิทิน | รายชื่อ, ปฏิทิน, รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์อื่นๆ |
| ความเร็วในการย้าย | เร็ว (ถ้า Wi-Fi แรง) | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ต) |
| ความน่าเชื่อถือ | ค่อนข้างน่าเชื่อถือ (แต่บางครั้งมีปัญหา) | น่าเชื่อถือ |
| ข้อจำกัด | ต้องทำตอน Setup iPhone เท่านั้น, บางครั้งมีปัญหา | ต้องใช้พื้นที่บน Google Drive, ไม่สามารถย้ายข้อความ SMS/MMS ได้ |
สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่าการย้ายข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวัง อย่าใจร้อน ค่อยๆ ทำตามขั้นตอน ถ้าเจอปัญหา ลองหาข้อมูลใน Google หรือ SiamCafe Blog ดู อาจจะมีคนเคยเจอปัญหาเดียวกัน แล้วมีวิธีแก้ปัญหาอยู่ก็ได้
ถ้า Move to iOS หรือ Google Drive ไม่เวิร์ค เราสามารถ export รายชื่อผู้ติดต่อจาก Android เป็นไฟล์ VCF แล้ว import เข้า iPhone ได้
วิธีนี้ค่อนข้างง่าย แต่ก็ต้องทำทีละขั้นตอน และอาจจะไม่สามารถย้ายรูปภาพประจำตัว หรือข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังจะย้ายบ้านจาก Android ไป iPhone นะครับ ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม หรืออยากแชร์ประสบการณ์ ก็ comment กันเข้ามาได้เลย ที่ SiamCafe Blog ยินดีต้อนรับเสมอ!
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ลูกค้าชอบมาโวยว่า "ทำไมไม่ได้อย่างที่บอก!" พอถามไปถามมาคือข้ามขั้นตอนไปเฉยเลย หลายคนรีบไง อยากให้เสร็จไวๆ แต่สุดท้ายเสียเวลามากกว่าเดิมอีก ดังนั้น อ่าน instruction ให้ละเอียดก่อนลงมือทำนะน้อง
ก่อนโอนถ่ายอะไรก็ตาม สำรองข้อมูลไว้ก่อนเสมอ! นี่คือ mantra ของคน IT เลยนะเอ็ง คิดซะว่าถ้าเกิดอะไรผิดพลาด อย่างน้อยก็ยังมีข้อมูลสำรองอยู่ ไม่ต้องมานั่งกุมขมับเสียใจภายหลัง เคยเจอเคสลูกค้าข้อมูลหายหมดเพราะไม่สำรองข้อมูล... บอกเลยว่าสงสารมาก
การโอนถ่ายข้อมูลเยอะๆ ผ่าน Wi-Fi นี่ ถ้าสัญญาณไม่ดี มีสิทธิ์ค้างกลางทางได้นะเอ็ง ยิ่งถ้าไฟล์ใหญ่ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งต้องระวัง สมัยก่อนเน็ตบ้านยังไม่แรงเท่าสมัยนี้ ผมนี่ต้องลงทุนเดินสาย LAN เองเลย เพื่อให้ลูกค้าโอนถ่ายข้อมูลได้เร็วและเสถียรที่สุด
กระบวนการโอนถ่ายข้อมูลอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะถ้าข้อมูลเยอะ อย่าใจร้อนปิดเครื่องหรือยกเลิกกลางคัน อาจทำให้ข้อมูลเสียหายได้ ปล่อยให้มันทำงานไปเรื่อยๆ ดีกว่า สักพักก็เสร็จเอง
อาการนี้เจอบ่อยมาก ส่วนใหญ่เกิดจาก Wi-Fi ไม่เสถียร หรืออุปกรณ์ Android มีปัญหา ลอง restart อุปกรณ์ทั้งสองฝั่ง แล้วลองใหม่อีกครั้ง ถ้ายังไม่ได้ผล ลอง reset network settings ใน Android แล้วเชื่อมต่อ Wi-Fi ใหม่อีกที
Move to iOS ไม่ได้โอนทุกอย่างนะเอ็ง พวก app ที่ไม่ได้อยู่ใน App Store หรือข้อมูลบางประเภทอาจจะต้องย้ายเอง ผมแนะนำให้ลองใช้ cloud storage อย่าง Google Drive หรือ Dropbox ช่วยในการย้ายไฟล์พวกนี้
ใช่แล้ว Move to iOS ต้องการ Android เวอร์ชั่น 5.0 (Lollipop) ขึ้นไป ถ้า Android เกินกว่านี้ อาจจะต้องใช้วิธีอื่นในการโอนถ่ายข้อมูล อย่างเช่นใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวกลาง หรือใช้ app อื่นๆ ที่รองรับ Android เวอร์ชั่นเก่ากว่า
อันนี้เป็นปัญหาคลาสสิคเลย iPhone มันจะเรียงรูปตามวันที่ import เข้าเครื่อง ไม่ใช่ตามวันที่ถ่าย วิธีแก้คือใช้ app จัดการรูปภาพที่สามารถแก้ไข metadata ของรูปได้ แล้วเปลี่ยนวันที่ import ให้เป็นวันที่ถ่าย
iCafeForex เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ผมทำครับ เป็นโบรกเกอร์ Forex ที่เน้นความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย
การย้ายจาก Android ไป iPhone ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องใจเย็นและทำตามขั้นตอนอย่างละเอียด อย่าลืมสำรองข้อมูลก่อนเสมอ และถ้าเจอปัญหา อย่าท้อแท้ ลองหาวิธีแก้ปัญหาในอินเทอร์เน็ต หรือปรึกษาผู้รู้ สุดท้ายแล้วเอ็งก็จะสามารถโอนข้อมูลทุกอย่างไป iPhone ได้อย่างราบรื่นแน่นอน
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ