Network
สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีก่อน เรื่อง network นี่ปวดหัวสุดๆ ต้อง config router, firewall, VPN เองหมด พอมี Tailscale นี่ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย หลายคนบอก WireGuard ก็ดี แต่ทำไมผมถึงว่า Tailscale ใช้ง่ายกว่า? มาดูกันครับ
VPN (Virtual Private Network) ง่ายๆ คือการสร้างอุโมงค์ส่วนตัวให้เราเชื่อมต่อกับ network อื่นอย่างปลอดภัย สมัยก่อนใช้ต่อเข้าร้านเน็ตจากบ้าน หรือเชื่อมต่อสำนักงานสาขา แต่สมัยนี้ VPN สำคัญกว่านั้นเยอะ เพราะ:
WireGuard เป็น protocol VPN ที่เร็วและปลอดภัย แต่ config ยากพอสมควร ส่วน Tailscale สร้างบน WireGuard อีกที แต่เพิ่ม feature ที่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นเยอะ มาดูตารางเปรียบเทียบกันครับ
| Feature | WireGuard | Tailscale |
|---|---|---|
| Setup | ซับซ้อน ต้อง config เองทุกอย่าง | ง่ายมาก install แล้ว login จบ |
| Key Exchange | ต้อง manual exchange public key | จัดการให้อัตโนมัติ |
| NAT Traversal | ต้อง configure NAT traversal เอง | จัดการให้หมด ไม่ต้อง config อะไรเพิ่ม |
| Centralized Management | ไม่มี | มี dashboard ให้จัดการทุก device |
| ราคา | ฟรี open source | ฟรีสำหรับใช้ส่วนตัว, มีราคาสำหรับ business |
จากตารางจะเห็นว่า Tailscale เน้นความง่ายในการใช้งานเป็นหลัก เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากปวดหัวกับการ config อะไรเยอะแยะ
Tailscale ติดตั้งง่ายจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, Linux, iOS, Android หรือแม้แต่ NAS อย่าง Synology ก็มีให้หมด
ผมยกตัวอย่างการติดตั้งบน Ubuntu Server นะครับ ง่ายสุดๆ
curl -fsSL https://pkgs.tailscale.com/stable/ubuntu/jammy.noarmor.gpg | sudo tee /usr/share/keyrings/tailscale-archive-keyring.gpg > /dev/null
echo "deb [signed-by=/usr/share/keyrings/tailscale-archive-keyring.gpg] https://pkgs.tailscale.com/stable/ubuntu jammy main" | sudo tee /etc/apt/sources.list.d/tailscale.list
sudo apt-get update
sudo apt-get install tailscale
sudo tailscale up
มันจะขึ้น URL ให้เราไป login ด้วย Google account หรือ account อื่นๆ
sudo sysctl -w net.ipv4.ip_forward=1
sudo nano /etc/sysctl.conf
# Uncomment the following line:
#net.ipv4.ip_forward=1
sudo tailscale up --advertise-routes=192.168.1.0/24 # Replace with your subnet
แค่นี้เองครับ! เครื่อง Ubuntu ของเราก็ join Tailscale network เรียบร้อย เราสามารถเข้าถึงเครื่องนี้ได้จากทุก device ที่ login Tailscale ไว้
สิ่งที่ชอบมากใน Tailscale คือ MagicDNS คือมันจะ assign ชื่อ DNS ให้กับทุกเครื่องใน network เราอัตโนมัติ ทำให้เราไม่ต้องจำ IP address อีกต่อไป เช่น ถ้าเครื่อง Ubuntu เราชื่อ `server01` เราก็สามารถ access ได้ผ่าน `server01.tailscale.net` สะดวกสุดๆ
สมัยทำร้านเน็ต ผมต้อง remote เข้าไปแก้ปัญหาให้ลูกค้าบ่อยๆ ถ้ามี Tailscale นี่ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย
อันนี้เป็น use case พื้นฐานเลย คือการเข้าถึงเครื่องที่บ้านหรือสำนักงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก แค่ install Tailscale แล้ว login ก็จบ ไม่ต้อง config port forwarding หรืออะไรให้วุ่นวาย
Tailscale ทำให้การแชร์ไฟล์/folder กับเพื่อนร่วมงานปลอดภัยขึ้นเยอะ เพราะทุกอย่าง encrypted ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะถูกดักจับกลางทาง
ผมชอบใช้ Tailscale สร้าง home lab ส่วนตัวเอาไว้ทดลองเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะมันง่ายและปลอดภัย ไม่ต้องกลัวว่าเครื่องใน lab จะโดน hack จาก internet
ถ้าอยากอ่านเรื่อง network หรือ IT อื่นๆ ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog นะครับ
สุดท้ายนี้ ถึง Tailscale จะใช้ง่าย แต่ก็มีข้อจำกัดบ้าง เช่น ถ้าใช้เยอะๆ อาจจะต้องเสียเงิน แต่สำหรับ user ทั่วไปที่ใช้ส่วนตัว ผมว่าฟรี plan ก็เหลือเฟือแล้วครับ ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าชีวิตมันง่ายขึ้นจริงๆ
อยากรู้เรื่อง IT เก่าๆ สมัยร้านเน็ตเฟื่องฟู ลองเข้าไปอ่านที่ SiamCafe Blog ได้เลย
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับTailscale VPN ใช้ง่ายกว่า Wire:
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่สำคัญเลย ชื่อเครื่องต้องรู้เลยว่าเครื่องไหนเบอร์อะไร จะได้ config ง่ายๆ Tailscale ก็เหมือนกัน ตั้งชื่อให้มันสื่อหน่อย เช่น "server-bangkok", "laptop-bom", "raspberrypi-home" จะได้ไม่งงตอนจัดการ
Tags นี่ช่วยชีวิตเลย ถ้ามีเครื่องเยอะๆ จัดกลุ่มเครื่องตามหน้าที่การใช้งาน หรือตามแผนกไปเลย เช่น tag "webserver", "database", "accounting" แล้วค่อยมาตั้ง rules ทีหลังว่าจะให้ใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง
ถ้าจะให้ Tailscale เข้าถึง subnet อื่นๆ ใน network ที่บ้าน หรือที่ทำงาน ต้อง config subnet routes ให้ดีๆ ไม่งั้นจะตีกันมั่วไปหมด เคยเจอเคส subnet overlap นี่ปวดหัวเลย ต้องมาไล่แก้ IP กันใหม่
อันนี้สำคัญมากเพื่อความปลอดภัย กำหนดเวลาหมดอายุของ key ไปเลย เช่น 30 วัน พอหมดอายุ Tailscale จะบังคับให้ authenticate ใหม่ ป้องกันกรณีเครื่องหาย หรือโดนแฮก แล้วคนร้ายเอา key ไปใช้ต่อ
Tailscale มี free tier ให้ใช้ส่วนตัวได้สบายๆ เลย แต่ถ้าใช้ในเชิงธุรกิจ หรือมีเครื่องเยอะๆ ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม iCafeForex ผมใช้ส่วนตัวก็ฟรีตลอดนะ แต่ถ้าจะเอาไปใช้ในบริษัท ก็ต้องดู license ให้ดีๆ
Tailscale ใช้ WireGuard เป็นพื้นฐาน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยอยู่แล้ว แถมยังมีการเข้ารหัส end-to-end อีกชั้น แต่ก็เหมือนกับทุกอย่าง ต้อง config ให้ดี ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายาก และคอย update software ให้เป็นปัจจุบัน
ก็มีผลบ้างแหละ เพราะข้อมูลต้องวิ่งผ่าน server ของ Tailscale ก่อน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่น่าจะรู้สึกได้ ถ้า internet bandwidth ของเราแรงพอ แต่ถ้าเน็ตบ้านใครเต่าคลาน ก็อาจจะต้องทำใจนิดนึง
เยอะแยะเลย Windows, macOS, Linux, Android, iOS, Raspberry Pi, Synology NAS คือแทบจะครอบคลุมทุก platform ที่เราใช้กันอยู่แล้ว SiamCafe Blog ผมก็มีเขียนเรื่องการใช้ Tailscale กับ Raspberry Pi ด้วยนะ ลองไปอ่านดูได้
Tailscale เป็น VPN ที่ setup ง่าย ใช้งานสะดวก เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ VPN ส่วนตัว หรืออยากเชื่อมต่อ network หลายๆ แห่งเข้าด้วยกัน ถึงแม้จะมีข้อจำกัดบางอย่าง แต่โดยรวมถือว่าคุ้มค่าที่จะลองใช้ดู