AI
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่าเวลาเข้าเว็บที่มันขึ้นรูปแม่กุญแจเขียวๆ หน้า URL เนี่ย มันคืออะไร? นั่นแหละคือ SSL/TLS Certificate ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การท่องเว็บของเราปลอดภัยขึ้นเยอะเลย สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เนี่ย เรื่องความปลอดภัยนี่สำคัญสุดๆ เพราะลูกค้าใช้ทำธุรกรรมออนไลน์กันเยอะ ถ้าโดนแฮกข้อมูลไปนี่ซวยเลย
SSL (Secure Sockets Layer) กับ TLS (Transport Layer Security) มันคือโปรโตคอลที่ใช้เข้ารหัสข้อมูลที่ส่งระหว่างเครื่องเรากับ Server ของเว็บไซต์ที่เราเข้าชม เปรียบง่ายๆ เหมือนเราส่งจดหมายลับที่ต้องใช้รหัสถอดถึงจะอ่านได้ ถ้าไม่มี SSL/TLS ใครดักฟังข้อมูลระหว่างทางก็อ่านข้อมูลเราได้หมดเลยนะ
ทำไมมันถึงสำคัญ? ลองคิดดูว่าถ้าเราใส่รหัสบัตรเครดิตตอนซื้อของออนไลน์ แต่เว็บนั้นไม่มี SSL/TLS คนที่ดักฟังข้อมูลก็สามารถเอารหัสบัตรเราไปใช้ได้เลย น่ากลัวใช่ไหมล่ะ? นอกจากนี้ Google ยังให้ความสำคัญกับเว็บที่มี SSL/TLS มากกว่าด้วยนะ เว็บที่มี SSL/TLS จะได้อันดับดีกว่าในผลการค้นหา (SEO) นั่นเอง
Encryption หรือการเข้ารหัส คือการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่อ่านไม่ออก ต้องใช้กุญแจ (key) ในการถอดรหัสเท่านั้น สมัยก่อนตอนเด็กๆ ผมชอบเล่นเขียนจดหมายลับกับเพื่อน ก็คล้ายๆ กันแหละ แต่ Encryption มันซับซ้อนกว่าเยอะ
มี Encryption หลายแบบ เช่น Symmetric Encryption ที่ใช้กุญแจเดียวกันในการเข้ารหัสและถอดรหัส และ Asymmetric Encryption ที่ใช้กุญแจคู่ (Public Key และ Private Key) ในการเข้ารหัสและถอดรหัส SSL/TLS ใช้ Asymmetric Encryption ในช่วงเริ่มต้นของการเชื่อมต่อ เพื่อแลกเปลี่ยนกุญแจลับ (Session Key) ที่จะใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลที่เหลือต่อไป
CA คือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือที่ออก Certificate ให้กับเว็บไซต์ต่างๆ เปรียบเหมือนเป็น "ผู้รับรอง" ว่าเว็บไซต์นี้เป็นของจริง ไม่ใช่ของปลอม เวลา Browser ของเราเจอ Certificate ที่ออกโดย CA ที่เชื่อถือได้ Browser ก็จะแสดงรูปแม่กุญแจเขียวๆ ให้เราสบายใจได้ว่าเว็บที่เราเข้าชมปลอดภัย
CA ดังๆ ที่เราคุ้นเคยกันดีก็เช่น Let's Encrypt, DigiCert, Sectigo, GlobalSign ซึ่งแต่ละ CA ก็มีราคาและบริการที่แตกต่างกันไป เลือก CA ที่เหมาะกับความต้องการของเราก็พอ
การใช้งาน SSL/TLS Certificate ไม่ยากอย่างที่คิด สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ก็ต้องติดตั้ง SSL/TLS ให้กับเว็บไซต์ของร้าน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการใช้บริการของเรา
อย่างที่บอกไป CA มีหลายเจ้า แต่ละเจ้าก็มี Certificate หลายแบบให้เลือก เช่น:
ถ้าเป็นเว็บไซต์ส่วนตัว หรือ Blog เล็กๆ DV Certificate ก็เพียงพอแล้ว แถม Let's Encrypt ยังมี DV Certificate ให้ใช้ฟรีๆ ด้วยนะ
CSR คือไฟล์ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อขอ Certificate จาก CA ใน CSR จะมีข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของเรา ข้อมูลบริษัท (ถ้ามี) และ Public Key ของเรา วิธีการสร้าง CSR ก็ขึ้นอยู่กับ Web Server ที่เราใช้ แต่ส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือให้สร้าง CSR ได้ง่ายๆ
ตัวอย่างการสร้าง CSR ด้วย OpenSSL (command line tool):
openssl req -new -newkey rsa:2048 -nodes -keyout yourdomain.key -out yourdomain.csr
คำสั่งนี้จะสร้างไฟล์ yourdomain.key (Private Key) และ yourdomain.csr (CSR) เก็บไว้ อย่าลืมเก็บ Private Key ไว้ให้ดีๆ นะ เพราะถ้าหายไป Certificate ของเราก็จะใช้ไม่ได้
หลังจากที่เราได้รับ Certificate จาก CA แล้ว เราก็ต้องติดตั้ง Certificate นี้ลงบน Web Server ของเรา วิธีการติดตั้งก็แตกต่างกันไปตาม Web Server ที่เราใช้ เช่น Apache, Nginx, IIS แต่ส่วนใหญ่จะมีคู่มือการติดตั้งให้อย่างละเอียด
ตัวอย่างการติดตั้ง Certificate บน Apache:
<VirtualHost *:443>
ServerName yourdomain.com
DocumentRoot /var/www/yourdomain.com
SSLEngine on
SSLCertificateFile /path/to/yourdomain.crt
SSLCertificateKeyFile /path/to/yourdomain.key
SSLCertificateChainFile /path/to/intermediate.crt
</VirtualHost>
อย่าลืม Restart Web Server หลังจากติดตั้ง Certificate แล้วนะ
จริงๆ แล้ว SSL/TLS Certificate ไม่ได้มีทางเลือกอื่นที่เทียบเท่าได้โดยตรง เพราะมันคือมาตรฐานของการเข้ารหัสข้อมูลบนเว็บ แต่ก็มีเทคนิคอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ได้ เช่น:
แต่สุดท้ายแล้ว SSL/TLS Certificate ก็ยังเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการรักษาความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของเราอยู่ดี
| คุณสมบัติ | SSL/TLS Certificate | HTTPS Redirect | Content Security Policy (CSP) | Software Updates |
|---|---|---|---|---|
| การเข้ารหัสข้อมูล | ✅ | ❌ | ❌ | ❌ |
| ป้องกันการดักฟังข้อมูล | ✅ | ❌ | ❌ | ❌ |
| ป้องกัน XSS | ❌ | ❌ | ✅ | ❌ |
| ป้องกันช่องโหว่ | ❌ | ❌ | ❌ | ✅ |
| ความสำคัญ | สูง | ปานกลาง | ปานกลาง | สูง |
ถ้าอยากอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ IT และเทคโนโลยี ลองแวะไปดูที่ SiamCafe Blog ได้เลยนะ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่เจอลูกค้าถามเรื่อง SSL/TLS บ่อยมาก ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้แหละ หวังว่าน้องๆ จะเข้าใจ SSL/TLS มากขึ้นนะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย ยินดีตอบเสมอ
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่องราว IT สนุกๆ อีกเยอะเลย!
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดแล้ว คือทำยังไงให้ SSL/TLS Certificate ของเรามัน "ปัง" ไม่ใช่แค่ "ใช้ได้" สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เรื่องความปลอดภัยสำคัญสุดๆ เพราะลูกค้าฝากข้อมูลส่วนตัวไว้เยอะแยะ
ผมจะเล่าจากประสบการณ์ตรงที่เคยเจอมา แล้วก็สรุปเป็นเทคนิคที่เอาไปใช้ได้จริงเลย
1. เลือก Certificate Authority (CA) ที่น่าเชื่อถือ: อันนี้สำคัญสุดๆ อย่าไปเอาราคาถูกอย่างเดียว ดูชื่อเสียงด้วย CA ที่ดีจะช่วยยืนยันตัวตนของเราได้ ทำให้ลูกค้ามั่นใจมากขึ้น สมัยก่อนผมเลือก Verisign (ตอนนี้คือ Symantec) เพราะลูกค้าเห็นแล้วเชื่อถือเลย
2. Certificate Chain ต้องครบ: เคยเจอไหม เว็บเข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง บาง Browser ฟ้อง นั่นแหละส่วนใหญ่คือ Certificate Chain ไม่ครบ เวลาติดตั้ง Certificate ต้องเช็คให้ดีว่าเราใส่ Intermediate Certificate ถูกต้องแล้ว
openssl s_client -showcerts -connect yourdomain.com:443
คำสั่งนี้จะช่วยให้เราดู Certificate Chain ที่ Server ส่งมาได้ ลองเอาไปเช็คดูนะ
3. Update Certificate สม่ำเสมอ: Certificate มันมีวันหมดอายุ อย่าลืมตั้งเตือนไว้ล่วงหน้าซักเดือนนึง แล้วก็รีบต่ออายุซะ ไม่งั้นเว็บจะขึ้นเตือน "Not Secure" ลูกค้าหนีหมด
4. ใช้ HTTPS Everywhere: สมัยนี้อย่าคิดว่าแค่หน้า Login ที่ต้องใช้ HTTPS ทุกหน้าต้อง HTTPS หมด Google ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เว็บที่ใช้ HTTPS จะได้คะแนน SEO ดีกว่า
ง่ายๆ เลยน้อง เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า สมัยนี้ Hacker เก่งๆ เยอะ ถ้าไม่เข้ารหัสข้อมูล โดนดักเอาไปง่ายๆ แล้วก็เพื่อความน่าเชื่อถือ เว็บที่ใช้ HTTPS ลูกค้าจะมั่นใจมากกว่า
ใช้ได้ แต่น้อยมาก เหมาะสำหรับใช้ใน Environment ที่เราควบคุมได้ทั้งหมด เช่น Development หรือ Testing แต่ไม่เหมาะเอามาใช้กับ Production เพราะ Browser ส่วนใหญ่จะไม่เชื่อถือ และจะขึ้นเตือน
Wildcard Certificate คือ Certificate ที่ใช้ได้กับ Subdomain หลายๆ ตัว เช่น *.example.com จะใช้ได้กับ blog.example.com, shop.example.com, mail.example.com สะดวกดีสำหรับคนที่ใช้ Subdomain เยอะๆ
Let's Encrypt คือ Certificate Authority ที่ให้บริการ Certificate ฟรี! เหมาะสำหรับคนที่อยากลองใช้ SSL/TLS Certificate แต่ไม่อยากเสียเงิน แต่ข้อเสียคือ Certificate มีอายุแค่ 90 วัน ต้องต่ออายุบ่อยๆ
SSL/TLS Certificate ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า iCafeForex ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเราดูแลเงินทุนของลูกค้า
หวังว่าน้องๆ จะได้ความรู้จากบทความนี้ไปใช้กันนะครับ อย่าลืมอัพเดทความรู้เรื่อง Security กันเรื่อยๆ เพราะมันเปลี่ยนไปเร็วมาก SiamCafe Blog มีบทความดีๆ อีกเยอะ ลองเข้าไปอ่านดู