IT General
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่า Server ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มันกินไฟขนาดไหน? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย ค่าไฟนี่ตัวดีเลยนะ ยิ่งเครื่องเยอะยิ่งจ่ายเยอะ แล้ว Server แต่ละตัวนี่ตัวสูบไฟเลยแหละ ดังนั้น Green IT ก็เลยเข้ามามีบทบาท ช่วยให้เราลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นไง
Solar Powered Server ก็คือการที่เราเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เลี้ยง Server ของเราแทนที่จะใช้ไฟจากการไฟฟ้าโดยตรง ลองคิดดูสิ แทนที่จะจ่ายค่าไฟบานเบอะ เราก็ติดแผง Solar Cell แล้วใช้พลังงานฟรีๆ จากแสงอาทิตย์ไปเลย เจ๋งป่ะล่ะ?
ทำไมมันถึงสำคัญ? อย่างแรกเลยคือช่วยลดค่าใช้จ่าย อย่างที่สองคือช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพราะเราไม่ได้ใช้ไฟฟ้าที่มาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลไง แล้วยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรด้วยนะ ใครๆ ก็อยากทำธุรกิจกับบริษัทที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจริงมั้ย?
ก่อนจะไปลงมือทำ Solar Powered Server เราต้องเข้าใจพื้นฐานบางอย่างก่อนนะ ไม่งั้นอาจจะงงๆ ได้
Solar Cell หรือแผงโซลาร์เซลล์ ก็คืออุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง สมัยก่อนแพงหูฉี่ แต่เดี๋ยวนี้ราคาถูกลงเยอะมาก หาซื้อง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ
Inverter ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ได้จาก Solar Cell ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่เราใช้กันในบ้านและ Server ทั่วไป ถ้าไม่มี Inverter ก็ใช้ไฟจาก Solar Cell ไม่ได้นะ
ถ้าอยากให้ Server ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง แม้กระทั่งตอนกลางคืน หรือวันที่ฝนตก เราก็ต้องมี Battery สำรองไฟไว้ด้วย Battery พวกนี้จะเก็บพลังงานที่ Solar Cell ผลิตได้ในตอนกลางวัน แล้วจ่ายไฟให้ Server ในตอนที่ไม่มีแสงอาทิตย์
การเริ่มต้นทำ Solar Powered Server ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ต้องวางแผนให้ดีนะ จะได้ไม่เสียเงินเปล่าๆ
ขั้นตอนแรกคือต้องรู้ก่อนว่า Server ของเรากินไฟเท่าไหร่ หาข้อมูลจากคู่มือ Server หรือใช้เครื่องวัดพลังงานก็ได้ สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ต้องคำนวณละเอียดเลย เพราะแต่ละเครื่องกินไฟไม่เท่ากัน
หลังจากนั้นก็คำนวณว่าต้องใช้ Solar Cell ขนาดเท่าไหร่ ถึงจะผลิตไฟฟ้าได้พอเพียง ลองใช้สูตรนี้คร่าวๆ ก็ได้นะ:
(กำลังไฟฟ้าของ Server เป็นวัตต์) x (จำนวนชั่วโมงที่ Server ทำงานต่อวัน) / (ประสิทธิภาพของระบบ Solar Cell) = ขนาดของ Solar Cell ที่ต้องการ (วัตต์)
อย่าลืมเผื่อค่าความผิดพลาดและช่วงเวลาที่แดดไม่แรงด้วยนะ
เมื่อรู้ขนาดของ Solar Cell ที่ต้องการแล้ว ก็ไปเลือกซื้ออุปกรณ์ได้เลย สิ่งที่ต้องมีคือ:
ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเลือกอะไรดี ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือร้านค้าที่ขายอุปกรณ์ Solar Cell ดูก็ได้นะ
การติดตั้ง Solar Cell ควรทำโดยช่างผู้ชำนาญ เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า
หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว ก็ทดสอบระบบให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานได้ปกติ ลองถอดปลั๊กไฟจากการไฟฟ้า แล้วดูว่า Server ยังทำงานได้ไหม ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็ถือว่าสำเร็จ!
อ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ IT ได้ที่ SiamCafe Blogแน่นอนว่า Solar Powered Server ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการทำ Green IT ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกมากมาย แต่ละทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| Solar Powered Server | ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, สร้างภาพลักษณ์ที่ดี | ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูง, ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง Solar Cell, ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ |
| Virtualization | ลดจำนวน Server ทางกายภาพ, ประหยัดพลังงาน, ลดค่าใช้จ่าย | ต้องใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ, อาจต้องมีการปรับปรุงระบบ |
| Cloud Computing | ไม่ต้องดูแลรักษา Server เอง, ประหยัดพลังงาน, ปรับขนาดได้ตามต้องการ | ต้องพึ่งพาผู้ให้บริการ Cloud, อาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล |
| Green Data Center | ออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้น, ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | ค่าใช้จ่ายในการสร้างสูง, ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ |
แต่ละทางเลือกก็เหมาะกับความต้องการและงบประมาณที่แตกต่างกันไป ลองพิจารณาดูว่าทางเลือกไหนเหมาะกับองค์กรของคุณมากที่สุด
Green IT ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับอนาคต ลองเริ่มทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ วันนี้ เพื่อโลกที่ดีกว่าในวันหน้า ติดตามข่าวสารและบทความดีๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะน้องๆ
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนสำคัญละ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นี่ก็ลองผิดลองถูกมาเยอะ เรื่องเซิร์ฟเวอร์พลังงานแสงอาทิตย์นี่ก็เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เอาแผงโซล่าเซลล์มาต่อแล้วจบ มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ
ข้อนี้สำคัญมาก! น้องต้องเลือกอุปกรณ์ที่กินไฟน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สมัยก่อนผมใช้เมนบอร์ด Mini-ITX ที่กินไฟน้อย, SSD แทน HDD (SSD กินไฟน้อยกว่าเยอะ), และ RAM แบบ Low Voltage คือทุกอย่างต้องประหยัดไฟหมด
# ตัวอย่างการดู Spec เมนบอร์ด
# หาค่า TDP (Thermal Design Power) ยิ่งน้อยยิ่งดี
แดดบ้านเรามันแรง! อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยิ่งร้อนยิ่งกินไฟ แถมอายุการใช้งานสั้นลงอีกต่างหาก ต้องออกแบบระบบระบายความร้อนให้ดีๆ อาจจะใช้ Heatsink ใหญ่ๆ พัดลมรอบต่ำ หรือถ้าลงทุนหน่อยก็ทำ Liquid Cooling ไปเลย แต่ต้องระวังเรื่องการใช้พลังงานของอุปกรณ์ระบายความร้อนด้วยนะ
ต้องมีระบบ Monitor พลังงานที่ใช้และพลังงานที่ผลิตได้แบบ Real-time สมัยผมทำร้านเน็ต ผมเขียนโปรแกรมง่ายๆ ดึงข้อมูลจาก Smart Meter มาแสดงผลบนจอ จะได้รู้ว่าตอนนี้ผลิตไฟได้เท่าไหร่ ใช้ไฟไปเท่าไหร่ ถ้าไฟไม่พอจะได้ Alert เตือนให้รู้ตัว
# ตัวอย่าง Code อ่านค่าจาก Smart Meter (สมมติ)
# ต้องดู Spec ของ Smart Meter แต่ละรุ่น
import serial
ser = serial.Serial('/dev/ttyUSB0', 9600) # Port และ Baud Rate
while True:
data = ser.readline()
print(data)
อย่าลืมว่าแดดไม่ได้มีตลอด 24 ชั่วโมง! ต้องมีระบบ Backup Power เช่น แบตเตอรี่ หรือ Generator ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน สมัยผมทำร้านเน็ตเคยเจอฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง ดีที่ยังมี Generator ช่วยไว้ ไม่งั้นลูกค้าโวยแย่
จำไว้ว่าแบตเตอรี่ต้องเลือกชนิดที่เหมาะสมกับการใช้งานด้วยนะ LiFePO4 ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ราคาสูงหน่อย
ถ้ามองแค่ตัวเงินอย่างเดียว อาจจะไม่คุ้มในระยะสั้น แต่ถ้าน้องมองเรื่องสิ่งแวดล้อม, ความยั่งยืน, และภาพลักษณ์ขององค์กร มันคุ้มค่าแน่นอน แถมระยะยาวพวกค่าไฟมันขึ้นตลอด Solar Cell มันช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เยอะ
หลักๆ มี 2 แบบคือ Monocrystalline กับ Polycrystalline Monocrystalline จะมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ราคาก็แพงกว่าด้วย เลือกตามงบประมาณและความต้องการได้เลย
อันนี้ต้องเช็คกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ของน้องนะ แต่ส่วนใหญ่ถ้าติดตั้งเพื่อใช้เอง ไม่ได้ขายไฟให้ใคร ก็ไม่ต้องขออนุญาตอะไรมากมาย แต่ก็ควรศึกษาข้อกำหนดต่างๆ ให้ดี
แพง! (หัวเราะ) แต่ราคามันถูกลงกว่าเมื่อก่อนเยอะ ลองศึกษาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง เปรียบเทียบราคา และเลือกผู้ติดตั้งที่มีประสบการณ์
การทำ Solar Powered Server มันไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่มันคืออนาคต! ถึงมันจะมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ถ้าเราตั้งใจศึกษาและลงมือทำจริงจัง มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป
ลองเอาเทคนิคที่ผมแนะนำไปปรับใช้ดูนะ แล้วอย่าลืมเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ด้วย มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย แล้วก็แวะไปดูเรื่อง Forex ได้ที่ iCafeForex ด้วยนะน้อง
ขอให้น้องๆ สนุกกับการทำ Green IT นะ!