Social Engineering โจมตียังไง ป้องกันยังไง Security

Social Engineering โจมตียังไง ป้องกันยังไง

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Social Engineering: หลอกคนง่ายกว่าแฮ็กระบบเยอะ!

เอาจริงๆ นะ สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เนี่ย เรื่องความปลอดภัยนี่ปวดหัวสุดๆ ไม่ใช่แค่เรื่องไวรัสอย่างเดียว แต่ไอ้พวก Social Engineering นี่ตัวดีเลย หลอกเก่งกว่านักต้มตุ๋นอีก! พวกนี้มันเล่นกับความอยากรู้ อยากได้ อยากช่วยของคนเรานี่แหละ แล้วก็ตุ๋นเอาข้อมูลไปเฉยเลย

Social Engineering มันคือการ "หลอก" ให้คนเปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือทำอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้โจมตี โดยไม่ได้ใช้เทคนิคทางคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนอะไรเลย อาศัยแค่ "จิตวิทยา" ล้วนๆ นี่แหละที่น่ากลัว

ทำไม Social Engineering ถึงอันตราย?

เพราะมัน bypass ระบบรักษาความปลอดภัยที่เราอุตส่าห์ลงทุนไปเยอะไง! Firewall ดีแค่ไหน Antivirus อัพเดทล่าสุดแค่ไหน ก็สู้คนโดนหลอกคลิกลิงก์แปลกๆ หรือบอกรหัสผ่านให้คนร้ายไม่ได้ทั้งนั้น แถมยังจับได้ยาก เพราะมันไม่ได้ทิ้งร่องรอยทางเทคนิคให้ตามแกะรอยง่ายๆ

สมัยก่อนผมเคยเจอเคส ลูกค้าโดนหลอกให้โอนเงินให้มิจฉาชีพ บอกว่าเป็นค่าธรรมเนียมอะไรสักอย่างนี่แหละ พอรู้ตัวก็สายไปแล้ว เงินหาย แถมโดนด่าฟรีอีก!

เทคนิค Social Engineering ยอดฮิตที่ต้องระวัง

พวกนี้มันมีลูกเล่นเยอะมาก แต่หลักๆ ก็วนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆ นี่แหละ จำไว้แล้วกันว่าถ้าเจออะไรที่มัน "ผิดปกติ" ให้เอะใจไว้ก่อนเลย

Phishing: เหยื่อติดเบ็ด

Phishing คือการปลอมแปลงอีเมลหรือเว็บไซต์ให้เหมือนของจริงมากๆ เพื่อหลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น Username, Password, เลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ

วิธีสังเกต Phishing:

ตัวอย่าง code snippet (อันนี้เป็นการจำลองหน้า login ปลอมๆ นะ อย่าเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีล่ะ!):


<form action="submit.php" method="post">
  <label for="username">Username:</label><br>
  <input type="text" name="username"><br><br>
  <label for="password">Password:</label><br>
  <input type="password" name="password"><br><br>
  <input type="submit" value="Login">
</form>

ส่วนไฟล์ submit.php ก็จะเอาข้อมูล Username/Password ที่ได้ ไปเก็บไว้ที่อื่น หรือส่งให้คนร้าย

Baiting: เหยื่อติดกับ

Baiting คือการ "ล่อ" เหยื่อด้วยของฟรี หรือสิ่งที่น่าสนใจ เพื่อให้เหยื่อทำอะไรบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อผู้โจมตี เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ที่มีมัลแวร์ หรือเข้าไปยังเว็บไซต์อันตราย

วิธีป้องกัน Baiting:

Pretexting: สร้างเรื่องหลอก

Pretexting คือการสร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูล หรือทำตามคำสั่งของผู้โจมตี เช่น แกล้งเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาขอข้อมูลส่วนตัว หรือแกล้งเป็นช่างเทคนิคมาขอรหัสผ่าน

วิธีรับมือ Pretexting:

วิธีป้องกัน Social Engineering แบบง่ายๆ

หลักๆ เลยคือต้อง "มีสติ" และ "คิดก่อนทำ" เสมอ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ และอย่าทำอะไรที่รู้สึกว่ามัน "แปลกๆ"

สร้าง Awareness ให้ตัวเองและคนรอบข้าง

เรื่องนี้สำคัญมาก! ต้องให้ความรู้กับตัวเองและคนรอบข้างเกี่ยวกับ Social Engineering ว่ามันคืออะไร มีเทคนิคอะไรบ้าง และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร

ผมเคยทำป้ายเตือนติดไว้ในร้านเลย ใครจะ login อะไร ก็ต้องอ่านก่อน!

ตรวจสอบข้อมูลก่อนให้เสมอ

อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ! ถ้ามีใครมาขอข้อมูล หรือให้ทำอะไรบางอย่าง ให้ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจก่อนเสมอ ว่าคนที่ติดต่อมาเป็นใคร มาจากไหน และสิ่งที่เขาขอเป็นอะไร

ใช้ Two-Factor Authentication (2FA)

2FA คือการเพิ่มขั้นตอนในการ login อีกขั้น นอกเหนือจาก Username/Password เช่น การใช้ OTP (One-Time Password) ที่ส่งมาทาง SMS หรือ Email วิธีนี้จะช่วยป้องกันการเข้าถึงบัญชีของเราได้ แม้ว่า Username/Password จะถูกขโมยไปก็ตาม

สมัยนี้แทบทุกเว็บก็มีให้เปิดใช้แล้ว เปิดๆ ไปเถอะ คุ้มค่ากว่าเยอะ

เทคนิค Social Engineering วิธีการ วิธีป้องกัน
Phishing ปลอมแปลงอีเมล/เว็บไซต์ ตรวจสอบที่อยู่ผู้ส่ง, อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ
Baiting ล่อด้วยของฟรี อย่าหลงเชื่อของฟรี, ตรวจสอบแหล่งที่มา
Pretexting สร้างเรื่องหลอก ตรวจสอบตัวตน, อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว

อยากอ่านเรื่อง Security อื่นๆ อีกไหม? เข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ได้เลย!

🎬 วิดีโอแนะนำ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับSocial Engineering โจมตียังไง :

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Social Engineering

หลายคนยังสับสนเรื่อง Social Engineering อยู่เยอะ ผมเลยรวบรวมคำถามที่พบบ่อยมาตอบไว้ให้ตรงนี้เลย

Q: Social Engineering กับ Hacking ต่างกันยังไง?

A: Social Engineering เน้น "หลอกคน" ส่วน Hacking เน้น "เจาะระบบ" Social Engineering ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคอะไรเลย แค่มีทักษะในการพูดจาหว่านล้อมก็พอ ส่วน Hacking ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์พอสมควร

Q: ถ้าโดน Social Engineering ไปแล้ว ต้องทำยังไง?

A: อย่างแรกเลยคือ "ตั้งสติ"! จากนั้นให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมด แจ้งความกับตำรวจ และแจ้งธนาคาร (ถ้าเกี่ยวข้องกับการเงิน) ที่สำคัญคืออย่าโทษตัวเอง เพราะใครๆ ก็พลาดกันได้

Q: Social Engineering ป้องกันได้ 100% ไหม?

A: ไม่ได้! ไม่มีอะไรป้องกันได้ 100% หรอกครับ แต่ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจ และมีสติอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้มาก

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ถ้ามีอะไรสงสัย ถามมาได้เลย ผมยินดีตอบเสมอ และอย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะ!

Best Practices

Train พนักงานให้รู้ทัน

สมัยผมทำร้านเน็ต สิ่งแรกที่สอนเด็กเฝ้าร้านคือ อย่าเชื่อใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนที่โทรมาอ้างว่าเป็นช่างเทคนิคจากบริษัทต่างๆ ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนเสมอ

เคยเจอเคสโทรมาอ้างว่าเป็น TOT บอกว่าเน็ตร้านมีปัญหา ให้ restart router เดี๋ยวนี้! ดีที่เด็กโทรมาถามผมก่อน ไม่งั้นโดน remote เข้ามาดูดข้อมูลไปแล้ว

Two-Factor Authentication (2FA) นี่แหละตัวช่วย

เปิด 2FA ทุก account ที่ทำได้เลยครับ ไม่ว่าจะอีเมล, โซเชียลมีเดีย หรือระบบจัดการร้าน 2FA เหมือนมีประตูสองชั้น โจรต้องมีกุญแจสองดอกถึงจะเข้าบ้านได้

ผมเคยโดนแฮ็กเฟสบุ๊ค โชคดีที่เปิด 2FA ไว้ คนร้ายเลยเข้าไม่ได้ แต่กว่าจะกู้คืนได้ก็เหนื่อยเอาเรื่อง

Update Software & Patch Security

อย่าขี้เกียจอัพเดทซอฟต์แวร์! พวกแฮกเกอร์ชอบหาช่องโหว่จากซอฟต์แวร์เก่าๆ ที่ไม่ได้อัพเดท

เหมือนบ้านที่ไม่เคยซ่อมแซม หลังคารั่ว ผนังแตก โจรก็เข้ามาง่ายๆ

ระวัง Phishing Email & Website

อีเมลแปลกๆ ลิงก์น่าสงสัย อย่าคลิก! เช็คให้ดีก่อนเสมอว่ามาจากใคร และเว็บไซต์นั้นปลอดภัยจริงไหม

สมัยก่อนเจอเยอะมาก อีเมลหลอกให้ใส่ username password ของเกมส์ออนไลน์ เด็กในร้านโดนกันบ่อย ต้องคอยเตือนตลอด

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Social Engineering ถึงอันตราย?

เพราะมันเล่นกับความรู้สึกและความไว้ใจของคน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตามที่คนร้ายต้องการ โดยไม่ทันระวังตัว

เหมือนโดนสะกดจิต! รู้ตัวอีกทีก็เสียเงินเสียทองไปแล้ว

ถ้าพลาดให้ข้อมูลไปแล้ว ต้องทำยังไง?

รีบเปลี่ยน password ทุก account ที่เกี่ยวข้อง แจ้งธนาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ยิ่งเร็วยิ่งดี เหมือนไฟไหม้ รีบดับก่อนลาม

2FA ป้องกัน Social Engineering ได้จริงเหรอ?

ช่วยได้เยอะครับ! เพราะถึงแม้คนร้ายจะได้ username password ไป ก็ยังต้องมีรหัสจาก 2FA ถึงจะเข้า account ได้

แต่ก็ไม่ใช่ 100% นะครับ คนร้ายอาจจะหลอกให้เราบอกรหัส 2FA ก็ได้ ต้องระวังตัวอยู่ดี

มี tool อะไรช่วยป้องกัน Social Engineering ได้บ้าง?

มีหลายอย่างครับ ตั้งแต่โปรแกรม anti-phishing ไปจนถึงระบบ security awareness training สำหรับพนักงาน

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "สติ" ครับ ต้องมีสติอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ

สรุป

Social Engineering เป็นภัยคุกคามที่น่ากลัว เพราะมันโจมตีที่ "คน" ไม่ใช่ "ระบบ" การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจให้กับทุกคนในองค์กร iCafeForex ก็ต้องระวังเรื่องนี้นะครับ

อย่าลืมอัพเดทความรู้เรื่อง security อยู่เสมอ ตามข่าวสารได้ที่ SiamCafe Blog และที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าประมาท"