IT General
น้องๆ เคยคิดไหมว่าถ้าเราสั่งให้ไฟในบ้านเปิดเองตอนพระอาทิตย์ตก หรือให้แอร์ทำงานก่อนเราถึงบ้าน มันจะสบายขนาดไหน นั่นแหละคือ Smart Home Automation หรือบ้านอัจฉริยะที่เราควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านได้แบบอัตโนมัติ
สมัยผมทำร้านเน็ตยุคแรกๆ แค่คิดว่าจะมีอินเทอร์เน็ตใช้ที่บ้านยังยากเลย แต่เดี๋ยวนี้เราสามารถควบคุมทุกอย่างในบ้านผ่านมือถือได้แล้ว มันสำคัญตรงที่มันช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น ประหยัดพลังงาน และเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านเราได้ด้วยนะ
หัวใจหลักของ Smart Home คืออุปกรณ์ IoT พวกหลอดไฟอัจฉริยะ ปลั๊กไฟอัจฉริยะ เซ็นเซอร์ต่างๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อุปกรณ์พวกนี้จะสื่อสารกันเอง หรือสื่อสารกับเราผ่านแอปในมือถือ
ลองนึกภาพนะ สมัยก่อนเราต้องเดินไปเปิดไฟเอง เดี๋ยวนี้แค่พูดว่า "Alexa, turn on the lights" ไฟก็ติดแล้ว ง่ายกว่าเยอะ!
อุปกรณ์ IoT คุยกันหลายภาษา เช่น Wi-Fi, Bluetooth, Zigbee, Z-Wave แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน Wi-Fi ง่ายสุดเพราะบ้านเรามีอยู่แล้ว แต่กินไฟเยอะกว่า ส่วน Zigbee กับ Z-Wave ประหยัดไฟกว่า แต่ต้องมี Hub มาคอยเชื่อมต่อ
เคยเจอเคสลูกค้าซื้อหลอดไฟมาผิด สรุปใช้กับ Hub ที่บ้านไม่ได้ ต้องเสียเงินซื้อ Hub ใหม่ เซ็งเลย! ก่อนซื้อต้องเช็คให้ดีนะ
เราต้องมีแพลตฟอร์มที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมด เช่น Google Home, Amazon Alexa, Apple HomeKit หรือแอปของแต่ละแบรนด์ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยให้เราสร้าง Automation ต่างๆ ได้ เช่น ตั้งเวลาเปิดปิดไฟ หรือให้แอร์ทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงเกินกำหนด
สมัยก่อนต้องเขียนโปรแกรมเอง เดี๋ยวนี้มี GUI ให้ลากวางสบายๆ ใครๆ ก็ทำได้
เริ่มต้นง่ายๆ เลย หาอุปกรณ์ IoT ที่ราคาไม่แพงมาลองเล่นก่อน เช่น หลอดไฟอัจฉริยะ หรือปลั๊กไฟอัจฉริยะ จากนั้นก็ดาวน์โหลดแอปของอุปกรณ์นั้นมาติดตั้ง แล้วทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำ
สำคัญที่สุดคือต้องอ่านคู่มือให้ละเอียด! ไม่งั้นอาจจะต่อผิด หรือตั้งค่าไม่ถูก แล้วจะพาลหงุดหงิด
เริ่มจากสิ่งที่เราต้องการก่อน เช่น อยากประหยัดไฟ ก็อาจจะเริ่มจากหลอดไฟอัจฉริยะ หรืออยากเพิ่มความปลอดภัย ก็อาจจะเริ่มจากกล้องวงจรปิด เลือกอุปกรณ์ที่รองรับแพลตฟอร์มที่เราใช้ด้วยนะ
ผมแนะนำให้เริ่มจากแบรนด์ที่คุ้นเคยก่อน จะได้หาง่าย เผื่อมีปัญหาจะได้หาคนช่วยได้ง่ายๆ
ทำตามคู่มือของอุปกรณ์แต่ละชิ้น บางทีอาจจะต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม หรือเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่บ้าน อย่าลืมตั้งชื่ออุปกรณ์ให้จำง่าย จะได้สั่งงานง่ายๆ
สมัยก่อนต้องเซ็ต IP เอง เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ Auto หมดแล้ว สบายขึ้นเยอะ
// ตัวอย่างการตั้งชื่ออุปกรณ์
ห้องนั่งเล่น_ไฟหลัก
ห้องนอน_แอร์
ใช้แอปของแพลตฟอร์มที่เราเลือก สร้าง Automation ตามที่เราต้องการ เช่น ตั้งเวลาเปิดปิดไฟ หรือให้แอร์ทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงเกินกำหนด ลองเล่นกับเงื่อนไขต่างๆ ดู แล้วจะรู้ว่ามันสนุกขนาดไหน
เคยเจอเคสลูกค้าตั้ง Automation ผิด กลายเป็นว่าไฟเปิดปิดเองตลอดทั้งคืน สุดท้ายต้องมานั่งแก้กันใหม่
Smart Home Automation ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการทำให้บ้านเราสะดวกสบายขึ้น ยังมีทางเลือกอื่นๆ เช่น การใช้ Timer หรือการติดตั้งระบบไฟฟ้าแบบเดิม แต่ Smart Home Automation จะยืดหยุ่นกว่า และควบคุมได้ละเอียดกว่า
Timer เหมาะกับงานง่ายๆ ที่ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ส่วนระบบไฟฟ้าแบบเดิมก็ทำอะไรได้จำกัดกว่า
| คุณสมบัติ | Smart Home Automation | Timer | ระบบไฟฟ้าแบบเดิม |
|---|---|---|---|
| ความยืดหยุ่น | สูง | ต่ำ | ต่ำ |
| การควบคุม | ละเอียด | จำกัด | จำกัด |
| ความสะดวกสบาย | สูง | ปานกลาง | ต่ำ |
| ราคา | ปานกลาง-สูง | ต่ำ | ปานกลาง |
สนใจเรื่อง IT อื่นๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog นะครับ
และถ้าอยากอ่านเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ ลองเข้าไปดู SiamCafe Blog อีกทีนะครับ
เอาล่ะน้องๆ หลังจากที่เราคุยกันเรื่อง Smart Home Automation ไปแล้ว คราวนี้มาถึงเรื่อง "ของจริง" กันบ้าง สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นี่ เจอปัญหาจุกจิกเยอะแยะไปหมด กว่าจะลงตัวได้แต่ละอย่าง เล่นเอาเหนื่อยเลย
Smart Home ก็เหมือนกัน ถ้าไม่ระวัง มีหวัง "ฉลาด" เกินไปจนปวดหัวตัวเองได้ (ฮา) มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ควรระวัง จากประสบการณ์ตรงของ อ.บอม เอง
สมัยก่อนตอนทำร้านเน็ตนี่ ผมเข็ดเลย พวกระบบ "ปิด" ล็อคสเปค ต้องใช้ของเค้าเท่านั้น อัพเกรดก็ยาก เปลี่ยนก็ลำบาก Smart Home ก็เหมือนกันนะน้อง เลือก Platform ที่มัน Open หน่อย รองรับอุปกรณ์หลากหลาย
ยกตัวอย่าง Home Assistant นี่คือตัวเลือกที่ดีเลยนะ เพราะมันรองรับ Protocol เยอะมาก Zigbee, Z-Wave, Wi-Fi ได้หมด แถมยัง Integrate กับ Cloud Services ดังๆ ได้อีกเพียบ
เรื่องนี้สำคัญมากกกก! Smart Home มันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต นั่นหมายความว่า Hacker ก็เข้าถึงบ้านเราได้ง่ายขึ้นไปด้วย สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ โดน Hack บ่อยมาก เพราะประมาทเรื่อง Security
สิ่งที่ต้องทำคือ:
ถ้าทำได้แค่นี้ ก็ช่วยป้องกันได้เยอะแล้วน้อง
อย่าเพิ่งซื้ออุปกรณ์ Smart Home มาเยอะแยะ แล้วค่อยคิดว่าจะเอามาทำอะไร "วางแผน" ก่อนเสมอ ว่าอยากให้บ้านมัน "ฉลาด" แบบไหน
ยกตัวอย่าง อยากให้ไฟเปิดเองตอนเดินเข้าห้อง? อยากให้แอร์เปิดก่อนถึงบ้าน 15 นาที? เขียน Use Case ออกมาให้ชัดเจน แล้วค่อยเลือกอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์
ตัวอย่าง Code (Home Assistant YAML):
automation:
- alias: Turn on lights when motion detected
trigger:
- platform: state
entity_id: binary_sensor.motion_sensor
to: 'on'
action:
- service: light.turn_on
entity_id: light.living_room_lights
Code นี้คือตัวอย่างง่ายๆ ที่จะสั่งให้ไฟเปิดเองเมื่อ Motion Sensor จับความเคลื่อนไหวได้
Smart Home มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับหลายๆ คน อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ เจอปัญหาแปลกๆ ทุกวัน แต่ก็เรียนรู้จากมันทุกครั้ง
ลอง Automation แบบต่างๆ ดู ปรับแต่งให้มันเข้ากับ Life Style ของเรา อย่าไปยึดติดกับ Tutorial มากเกินไป เพราะบ้านแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ตอบ: แล้วแต่เลยน้อง เริ่มจากเล็กๆ น้อยๆ ก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างพร้อมกัน
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป หลาย Platform มี Interface ที่ใช้งานง่าย แต่ถ้ามีความรู้พื้นฐานบ้าง ก็จะช่วยให้ปรับแต่งอะไรได้เยอะขึ้น
ตอบ: ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% แต่ถ้าทำตาม Best Practices ที่บอกไป ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ
ตอบ: บาง Function อาจจะใช้ไม่ได้ แต่หลายอุปกรณ์ก็ยังทำงานได้อยู่ ถ้าตั้งค่าไว้ดีๆ
Smart Home Automation เป็นเรื่องที่น่าสนุก และมีประโยชน์มาก ถ้าทำอย่างถูกต้อง แต่ก็ต้องระวังเรื่อง Security และ Privacy ด้วย เลือก Platform ที่ "เปิด" วางแผน Automation ให้ดี และอย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!
สนใจเรื่องลงทุน forex ลองดูที่ iCafeForex ได้นะ
ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog