วิธีเซ็ต Static IP ที่บ้าน Network

วิธีเซ็ต Static IP ที่บ้าน

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Static IP ที่บ้าน: ทำไมต้องเซ็ต? เซ็ตยังไงให้เวิร์ค?

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe ยุคแรกๆ เรื่อง IP Address นี่ปวดหัวสุดๆ เพราะต้องจัดการ IP ให้เครื่องลูกข่ายทุกเครื่อง ไม่งั้นเล่นเน็ตไม่ได้กันเลย! ที่บ้านก็เหมือนกัน ถ้าอุปกรณ์เยอะ แล้วอยากให้มันทำงานแบบเสถียรๆ การเซ็ต Static IP นี่แหละคือทางออก

Static IP คือ IP Address ที่เรากำหนดเองให้กับอุปกรณ์ (คอมพิวเตอร์, มือถือ, กล้องวงจรปิด, ฯลฯ) แทนที่จะให้อุปกรณ์รับ IP มาจาก Router แบบอัตโนมัติ (DHCP) ซึ่ง IP ที่ได้จาก DHCP มันอาจจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดปัญหาได้

ทำไม Static IP ถึงสำคัญ?

ลองนึกภาพว่าคุณมีกล้องวงจรปิดที่บ้าน แล้วเซ็ตให้มันบันทึกลง NAS (Network Attached Storage) ถ้า IP ของกล้องวงจรปิดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คุณก็ต้องคอยเข้าไปแก้ config ใน NAS ทุกครั้งที่ IP เปลี่ยน ซึ่งมันเสียเวลามากๆ แต่ถ้าคุณเซ็ต Static IP ให้กล้องวงจรปิดตั้งแต่แรก ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด

นอกจากนี้ Static IP ยังมีประโยชน์ในกรณีที่คุณต้องการ:

เตรียมตัวก่อนเซ็ต Static IP

ก่อนจะลงมือเซ็ต Static IP เราต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานก่อน ไม่งั้นมั่วไปหมด จะยิ่งงงไปกันใหญ่

ข้อมูลที่ต้องรู้

  1. IP Address ของ Router (Default Gateway): ส่วนใหญ่จะเป็น 192.168.1.1 หรือ 192.168.0.1
  2. Subnet Mask: ส่วนใหญ่จะเป็น 255.255.255.0
  3. DNS Server: อาจจะเป็นของ Router เอง หรือใช้ของ Google (8.8.8.8 และ 8.8.4.4)
  4. IP Address ที่ต้องการใช้: ต้องอยู่ใน Range เดียวกับ Router และต้องไม่ซ้ำกับอุปกรณ์อื่น

วิธีหาข้อมูลพวกนี้ง่ายที่สุดคือเข้าไปดูในหน้า Config ของ Router ครับ โดยปกติแล้วจะเข้าได้โดยพิมพ์ IP Address ของ Router (Default Gateway) ใน Browser แล้วใส่ Username/Password (ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ตัว Router เอง)

อีกวิธีคือใช้ Command Prompt (Windows) หรือ Terminal (macOS/Linux) แล้วพิมพ์คำสั่ง ipconfig (Windows) หรือ ifconfig (macOS/Linux) แล้วดูค่า Default Gateway, Subnet Mask, และ DNS Servers ครับ


# ตัวอย่างคำสั่ง ipconfig ใน Windows
ipconfig /all

# ตัวอย่างคำสั่ง ifconfig ใน macOS/Linux
ifconfig

เลือก IP Address ที่เหมาะสม

การเลือก IP Address นี่สำคัญมาก อย่าสุ่มๆ เลือก เพราะอาจจะไปชนกับ IP ของอุปกรณ์อื่นได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือดู Range ของ DHCP Server ใน Router แล้วเลือก IP ที่อยู่นอก Range นั้น

ยกตัวอย่างเช่น ถ้า DHCP Server ใน Router แจก IP ตั้งแต่ 192.168.1.100 ถึง 192.168.1.200 เราก็สามารถเลือก IP ตั้งแต่ 192.168.1.2 ถึง 192.168.1.99 หรือ 192.168.1.201 ถึง 192.168.1.254 ได้

ขั้นตอนการเซ็ต Static IP บนอุปกรณ์ต่างๆ

วิธีการเซ็ต Static IP จะแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์ แต่หลักการโดยรวมจะเหมือนกัน คือเข้าไปตั้งค่า Network แล้วใส่ข้อมูลที่เราเตรียมไว้

Windows

  1. ไปที่ Control Panel -> Network and Internet -> Network and Sharing Center -> Change adapter settings
  2. คลิกขวาที่ Network Adapter ที่ใช้งาน (เช่น Ethernet หรือ Wi-Fi) แล้วเลือก Properties
  3. เลือก Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4) แล้วคลิก Properties
  4. เลือก "Use the following IP address" แล้วใส่ข้อมูล:
    • IP address: ใส่ IP Address ที่ต้องการ
    • Subnet mask: ใส่ Subnet Mask
    • Default gateway: ใส่ IP Address ของ Router
    • Preferred DNS server: ใส่ DNS Server (เช่น 8.8.8.8)
    • Alternate DNS server: ใส่ DNS Server ตัวสำรอง (เช่น 8.8.4.4)
  5. คลิก OK แล้ว Restart เครื่อง

macOS

  1. ไปที่ System Preferences -> Network
  2. เลือก Network Adapter ที่ใช้งาน (เช่น Ethernet หรือ Wi-Fi) แล้วคลิก Advanced
  3. ไปที่แท็บ TCP/IP
  4. เลือก "Manually" ในช่อง Configure IPv4
  5. ใส่ข้อมูล:
    • IP Address: ใส่ IP Address ที่ต้องการ
    • Subnet Mask: ใส่ Subnet Mask
    • Router: ใส่ IP Address ของ Router
  6. ไปที่แท็บ DNS แล้วใส่ DNS Servers (เช่น 8.8.8.8 และ 8.8.4.4)
  7. คลิก OK แล้ว Apply

ถ้าสนใจเรื่อง Network เพิ่มเติม ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ

Android

  1. ไปที่ Settings -> Connections -> Wi-Fi
  2. แตะค้างที่ Wi-Fi Network ที่ใช้งาน แล้วเลือก "Manage network settings"
  3. ติ๊กถูกที่ "Show advanced options"
  4. เลือก "Static" ในช่อง IP settings
  5. ใส่ข้อมูล:
    • IP address: ใส่ IP Address ที่ต้องการ
    • Gateway: ใส่ IP Address ของ Router
    • Network prefix length: ใส่ Subnet Mask (เช่น 24 สำหรับ 255.255.255.0)
    • DNS 1: ใส่ DNS Server (เช่น 8.8.8.8)
    • DNS 2: ใส่ DNS Server ตัวสำรอง (เช่น 8.8.4.4)
  6. Save

ข้อควรระวัง: การตั้งค่า Static IP ผิดพลาด อาจจะทำให้ใช้งาน Internet ไม่ได้ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อน Save ทุกครั้ง

🎬 วิดีโอแนะนำ

ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเซ็ต Static IP ที่บ้าน:

ตารางเปรียบเทียบ Static IP vs DHCP

คุณสมบัติ Static IP DHCP
IP Address กำหนดเอง รับจาก Router อัตโนมัติ
ความเสถียร เสถียร (ไม่เปลี่ยนแปลง) ไม่เสถียร (อาจเปลี่ยนแปลง)
การจัดการ ต้องจัดการเอง จัดการโดย Router อัตโนมัติ
เหมาะสำหรับ อุปกรณ์ที่ต้องการ IP Address คงที่ (เช่น กล้องวงจรปิด, Server) อุปกรณ์ทั่วไป (เช่น มือถือ, Laptop)

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลย

ถ้าอยากตามข่าวสาร IT หรือบทความอื่นๆ จาก SiamCafe Blog ก็อย่าลืมกดติดตามกันไว้นะครับ!

Best Practices ในการเซ็ต Static IP

ตั้ง IP นอก DHCP Range

อันนี้สำคัญเลยนะ สมัยผมทำร้านเน็ตเคยเจอเคส IP ชนกันบ่อยมาก เพราะดันไปตั้ง Static IP ใน Range ที่ Router แจก DHCP พอดี วิธีแก้คือเข้าไปดูใน Router ว่า DHCP Server มันแจก IP ช่วงไหน แล้วเราก็ตั้ง Static IP ให้อยู่นอกช่วงนั้นซะ


# ตัวอย่าง DHCP Range: 192.168.1.100 - 192.168.1.200
# IP ที่ควรตั้ง Static: 192.168.1.50 หรือ 192.168.1.250

Router แต่ละยี่ห้อหน้าตาไม่เหมือนกันนะ ลองหาเมนู DHCP Server ดู จะมีบอกว่ามันแจก IP ช่วงไหน

จดบันทึก IP Address และ MAC Address

ทำตาราง Excel ไว้เลยครับ ว่าแต่ละเครื่องในบ้านใช้ IP อะไร MAC Address อะไร จะได้ไม่งงเวลาต้องมาแก้ทีหลัง แล้วยิ่งถ้ามีอุปกรณ์เยอะๆ นี่ช่วยชีวิตเลยนะ

อุปกรณ์ IP Address MAC Address หมายเหตุ
PC-BOM 192.168.1.50 AA:BB:CC:DD:EE:FF เครื่องหลัก
Printer 192.168.1.51 11:22:33:44:55:66 Printer Brother

ตั้งชื่อ Hostname ให้สื่อความหมาย

Hostname ก็คือชื่อเครื่องของเรานี่แหละ ตั้งให้มันสื่อความหมายหน่อย จะได้รู้ว่าเครื่องนี้คือเครื่องอะไร เช่น PC-BOM, Printer-Brother, NAS-Backup อะไรแบบนี้

เวลาเรา ping หรือ SSH เข้าเครื่อง จะได้ไม่งง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องตั้ง Static IP?

Static IP เหมาะกับอุปกรณ์ที่เราต้องการให้มี IP Address เดิมเสมอ เช่น Server, Printer, NAS เพราะถ้า IP เปลี่ยน เราอาจจะต้องมาแก้ Configuration ใหม่

Dynamic IP (IP ที่ได้จาก DHCP) อาจจะเปลี่ยนไปเมื่อ Router รีสตาร์ท หรือ Lease Time หมด

ตั้ง Static IP แล้วเน็ตเข้าไม่ได้ ทำยังไงดี?

เช็คก่อนเลยว่า Gateway และ DNS ถูกต้องไหม Gateway คือ IP ของ Router ของเรา ส่วน DNS ก็คือ Server ที่แปลงชื่อเว็บเป็น IP Address

ถ้าไม่แน่ใจ ลองใช้ Gateway และ DNS ของ Google: 8.8.8.8 และ 8.8.4.4

Static IP ชนกันจะเกิดอะไรขึ้น?

ถ้ามีอุปกรณ์สองเครื่องใช้ IP Address เดียวกัน จะทำให้เกิดปัญหา Network Congestion และอาจจะทำให้ทั้งสองเครื่องใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้เลย

วิธีแก้คือต้องเปลี่ยน IP Address ของเครื่องใดเครื่องหนึ่ง

ตั้ง Static IP ที่ Router ได้ไหม?

ได้ครับ Router บางรุ่นจะมีฟังก์ชัน "Static DHCP" หรือ "DHCP Reservation" ที่ให้เรา Assign IP Address เฉพาะให้กับ MAC Address ของอุปกรณ์นั้นๆ

วิธีนี้จะง่ายกว่าการตั้ง Static IP ที่ตัวอุปกรณ์โดยตรง แต่ต้องเข้าไปตั้งค่าใน Router

ลองอ่าน iCafeForex ดูอาจมีคำแนะนำเพิ่มเติม

สรุป

การเซ็ต Static IP ไม่ยากอย่างที่คิด แค่ต้องเข้าใจหลักการพื้นฐาน และทำตามขั้นตอนอย่างระมัดระวัง

อย่าลืมจดบันทึก IP Address และ MAC Address ของอุปกรณ์ทุกตัวไว้ จะช่วยให้จัดการ Network ได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

ถ้าอยากรู้เรื่อง IT เพิ่มเติม ลองเข้าไปดู SiamCafe Blog นะครับ