Seo Technical Guide 2026 Web

Seo Technical Guide 2026

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

SEO Technical Guide 2026: โดย อ.บอม SiamCafe.net

SEO Technical Guide 2026 คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า SEO กันมาบ้างแล้ว แต่พอพูดถึง Technical SEO ปุ๊บ หน้าเริ่มซีดเลยใช่มั้ยล่ะ? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย บอกเลยว่าเรื่อง SEO นี่สำคัญสุดๆ เพราะถ้าเว็บร้านเราไม่ติดหน้าแรก Google ลูกค้าก็ไม่รู้จะมายังไง

Technical SEO ในปี 2026 ก็คือการปรับแต่งเว็บไซต์ของเราในเชิงเทคนิค เพื่อให้ Google เข้าใจและจัดอันดับเว็บไซต์เราได้ง่ายขึ้น เหมือนเราแต่งตัวให้หล่อๆ สวยๆ ให้ Google มาจีบ ประมาณนั้นแหละ

ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ลองคิดดูสิครับ ถ้าเว็บไซต์เราสวยงาม เนื้อหาดี แต่ Google มองไม่เห็น หรือมองเห็นแต่เข้าถึงยาก เว็บเราก็เหมือนซุปเปอร์สตาร์ที่ไม่มีใครรู้จัก เสียของเปล่าๆ! Technical SEO จะช่วยให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บเราได้ง่าย เข้าใจโครงสร้างเว็บเรา และจัดอันดับเราได้ดีขึ้น ผลลัพธ์ก็คือ คนจะเข้าเว็บเรามากขึ้น ธุรกิจเราก็โตขึ้นนั่นเอง

พื้นฐานที่ต้องรู้

โครงสร้างเว็บไซต์ที่เป็นมิตรต่อ SEO

สมัยก่อนตอนทำ SiamCafe ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าทำเว็บเสร็จแล้ว URL เป็นภาษาไทยหมดเลย! Google งงสิครับ! โครงสร้างเว็บที่ดีต้องเข้าใจง่ายทั้งคนและ Google URL ควรเป็นภาษาอังกฤษที่สื่อความหมาย เนื้อหาควรจัดเป็นหมวดหมู่ชัดเจน เหมือนเราจัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยนั่นแหละ

ตัวอย่าง URL ที่ดี: https://www.example.com/blog/seo-technical-guide-2026

ตัวอย่าง URL ที่ไม่ดี: https://www.example.com/บทความ/คู่มือ-seo-เทคนิค-2569

Mobile-First Indexing

ปัจจุบัน Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่แสดงผลได้ดีบนมือถือเป็นอันดับแรก (Mobile-First Indexing) เพราะคนส่วนใหญ่เข้าอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกันหมดแล้ว สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ต้องคอยอัปเดทเว็บให้มัน responsive ตลอดเวลา ไม่งั้นลูกค้าหายหมด

ดังนั้น เว็บไซต์ของเราต้องรองรับการแสดงผลบนมือถือได้ดี โหลดเร็ว และใช้งานง่าย ไม่ว่าจะหน้าจอเล็กแค่ไหนก็ตาม ลองใช้ Google's Mobile-Friendly Test ดูนะครับ จะได้รู้ว่าเว็บเราสอบผ่านรึเปล่า

Core Web Vitals

Core Web Vitals คือชุดตัวชี้วัดที่ Google ใช้ประเมินประสบการณ์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ (User Experience หรือ UX) ซึ่งมีผลต่อการจัดอันดับ SEO โดยตรง มี 3 ตัวหลักๆ คือ

เว็บที่ LCP, FID, CLS ดี ก็จะถูก Google มองว่าเป็นเว็บที่ User Experience ดี มีโอกาสติดอันดับสูงกว่า

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

เอาล่ะครับ รู้พื้นฐานกันไปแล้ว ทีนี้มาดูวิธีใช้งานจริงกันบ้าง เริ่มต้นยังไงดี?

อันดับแรกเลย ต้องเข้าใจก่อนว่า Technical SEO ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบแล้วปล่อยทิ้งไว้ มันคือกระบวนการที่ต้องทำต่อเนื่อง ปรับปรุงไปเรื่อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของ Google Algorithm

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนเราดูแลรถยนต์ ต้องตรวจเช็คสภาพ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เติมลมยางอยู่เสมอ เว็บไซต์ก็เหมือนกัน ต้องคอยดูแล ปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

1. ตรวจสอบและแก้ไข Crawl Errors

Crawl Errors คือข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อ Googlebot (โปรแกรมที่ Google ใช้ในการเก็บข้อมูลเว็บไซต์) พยายามเข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเรา เช่น หน้าเว็บที่ไม่มีอยู่จริง (404 error) หรือหน้าเว็บที่ถูกบล็อกไม่ให้ Googlebot เข้าถึง

สมัยผมทำร้านเน็ตนี่ต้องคอยเช็ค Crawl Errors ใน Google Search Console เป็นประจำ ถ้าเจอปัญหาต้องรีบแก้ไข เพราะถ้า Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บเราไม่ได้ เว็บเราก็จะไม่ถูกจัดอันดับ


  # ตัวอย่าง .htaccess เพื่อ redirect หน้า 404 ไปยังหน้า homepage
  ErrorDocument 404 /index.html
  

2. ปรับปรุง XML Sitemap

XML Sitemap คือไฟล์ที่รวบรวมรายการ URL ทั้งหมดในเว็บไซต์ของเรา และบอก Googlebot ว่า URL ไหนสำคัญบ้าง

การมี XML Sitemap ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน จะช่วยให้ Googlebot เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น และมั่นใจได้ว่า Googlebot จะไม่พลาดหน้าเว็บสำคัญๆ ไป

ลองสร้าง XML Sitemap ด้วยเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ แล้ว Submit ไปที่ Google Search Console ดูนะครับ

3. ปรับปรุง Robots.txt

Robots.txt คือไฟล์ที่บอก Googlebot ว่าหน้าเว็บไหนที่เราอนุญาตให้เก็บข้อมูลได้ และหน้าเว็บไหนที่เราไม่อนุญาตให้เก็บข้อมูล

การใช้ Robots.txt อย่างถูกต้อง จะช่วยป้องกันไม่ให้ Googlebot เข้าไปเก็บข้อมูลหน้าเว็บที่ไม่สำคัญ เช่น หน้า admin หรือหน้า duplicate content ซึ่งจะช่วยประหยัด Crawl Budget (ทรัพยากรที่ Googlebot ใช้ในการเก็บข้อมูลเว็บไซต์) และทำให้ Googlebot โฟกัสไปที่หน้าเว็บที่สำคัญจริงๆ


  # ตัวอย่าง Robots.txt เพื่อบล็อกการเข้าถึงโฟลเดอร์ admin
  User-agent: *
  Disallow: /admin/
  

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

หลายคนอาจจะสงสัยว่า นอกจาก Technical SEO แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นอีกมั้ย? คำตอบคือมีแน่นอนครับ แต่ละทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

ทางเลือกหลักๆ ที่เรามักจะเจอก็คือ:

แต่ในความเป็นจริงแล้ว SEO ที่ดีต้องผสมผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน Technical SEO เป็นเหมือนรากฐานที่แข็งแรง ส่วน On-Page, Off-Page, Content Marketing และ Paid Advertising เป็นเหมือนกิ่งก้านใบที่ช่วยให้ต้นไม้ (เว็บไซต์) ของเราเติบโตงอกงาม

ประเภท SEO คำอธิบาย ข้อดี ข้อเสีย
Technical SEO การปรับปรุงโครงสร้างและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ช่วยให้ Google เข้าใจและจัดอันดับเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิค
On-Page SEO การปรับปรุงเนื้อหาและโครงสร้างหน้าเว็บ ช่วยให้เว็บไซต์ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน ต้องใช้เวลาและความคิดสร้างสรรค์
Off-Page SEO การสร้าง Backlinks และโปรโมทเว็บไซต์ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความนิยมของเว็บไซต์ ต้องใช้ความพยายามและคอนเนคชั่น
Content Marketing การสร้างเนื้อหาที่มีคุณค่าและน่าสนใจ ช่วยดึงดูดผู้ใช้งานและสร้าง Backlinks ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ
Paid Advertising การซื้อโฆษณาเพื่อให้เว็บไซต์ปรากฏในผลการค้นหา เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็ว ต้องเสียค่าใช้จ่าย

สุดท้ายนี้ อย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog นะครับ ผมจะคอยอัปเดทเทคนิค SEO ใหม่ๆ ให้เรื่อยๆ

หวังว่า Technical SEO Guide 2026 นี้ จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ทุกคนนะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!

และอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชม SiamCafe Blog กันด้วยนะครับ!

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดแล้ว นั่นคือ Best Practices หรือเคล็ดลับที่พี่สั่งสมมาตลอด 28 ปีในวงการ IT ตั้งแต่สมัยร้านเน็ต SiamCafe เฟื่องฟู สมัยนั้น SEO มันคนละเรื่องกับสมัยนี้เลยนะ แต่หลักการพื้นฐานมันก็ยังเหมือนเดิมคือ ทำให้เว็บเรา "ดี" ในสายตา Google นั่นแหละ

จำไว้นะว่า Google ฉลาดขึ้นทุกวัน อย่าไปคิดแต่จะ "โกง" หรือ "ปั่น" ให้เน้นทำเว็บให้ดี มีคุณภาพ ข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน และที่สำคัญคือ "เป็นประโยชน์" ต่อคนอ่านจริงๆ

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. Mobile-First Indexing: คิดถึงมือถือเป็นหลัก

สมัยก่อนเราออกแบบเว็บให้สวยบนคอมก่อน แล้วค่อยมาปรับให้มันดูได้บนมือถือ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้วนะ Google เขาใช้วิธี Mobile-First Indexing คือ เขาจะมองเว็บเราผ่าน "มุมมองของมือถือ" เป็นหลัก ถ้าเว็บเราห่วยบนมือถือ SEO ก็จบเห่

ดังนั้นต้องทำให้เว็บ responsive โหลดเร็ว และใช้งานง่ายบนมือถือเป็นอันดับแรกเลย

2. Core Web Vitals: 3 สิ่งที่ Google ให้ความสำคัญ

Google เขาประกาศชัดเจนเลยว่า Core Web Vitals เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับ SEO ซึ่งประกอบด้วย 3 อย่างคือ

ถ้าอยากรู้ว่าเว็บเราผ่านเกณฑ์ Core Web Vitals หรือเปล่า ลองใช้ Google PageSpeed Insights ดูได้เลย


// ตัวอย่าง code optimize รูปภาพให้มีขนาดเล็กลง
<img src="myimage.jpg" alt="My Image" loading="lazy" width="600" height="400">

3. Structured Data Markup: บอก Google ว่าข้อมูลเราคืออะไร

Structured Data Markup คือการใส่ code เพิ่มเติมใน HTML เพื่อบอก Google ว่าข้อมูลในหน้าเว็บเราคืออะไร เช่น เป็นบทความ เป็นสินค้า เป็น event หรือเป็น recipe

Google จะเอาข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงผลใน Search Result ได้สวยงามน่าคลิกมากขึ้น และยังช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาในเว็บเราได้ดีขึ้นด้วย


<script type="application/ld+json">
{
  "@context": "https://schema.org/",
  "@type": "Article",
  "headline": "หัวข้อบทความ",
  "author": {
    "@type": "Person",
    "name": "ชื่อผู้เขียน"
  },
  "datePublished": "2024-01-26",
  "image": "URL ของรูปภาพ"
}
</script>

4. E-A-T: Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness

E-A-T คือหลักการที่ Google ใช้ประเมินคุณภาพของเนื้อหา E-A-T ย่อมาจาก Expertise (ความเชี่ยวชาญ), Authoritativeness (ความน่าเชื่อถือ), และ Trustworthiness (ความไว้วางใจ)

Google อยากให้เว็บเรามีเนื้อหาที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี (HTTPS)

สมัยพี่ทำ SiamCafe พี่จะเน้นเขียนบทความเกี่ยวกับเทคนิคคอมพิวเตอร์ง่ายๆ ที่ใครก็ทำตามได้ พยายามอธิบายให้ละเอียดที่สุด และอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเสมอ

อย่าลืมแวะไปดู iCafeForex ด้วยนะ

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมเว็บผมทำ SEO มาตั้งนานแล้ว อันดับยังไม่ขึ้นเลย?

อันดับแรกต้องดูว่าทำถูกวิธีหรือเปล่า หลายคนไปเน้นแต่ทำ backlinks เยอะๆ แต่เนื้อหาไม่ดี Google เขาก็ไม่ชอบนะ ต้องเน้นทำเนื้อหาให้ดีก่อน แล้วค่อยไปโปรโมทให้คนอื่นรู้จัก

Google Update มีผลกับ SEO มากแค่ไหน?

Google Update มีผลแน่นอน แต่ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป ถ้าเว็บเราทำตามหลักการที่ถูกต้อง คือเน้นทำเนื้อหาที่ดี มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ Google Update ก็จะไม่ค่อยมีผลกระทบกับเราเท่าไหร่

ควรทำ SEO เอง หรือจ้างบริษัททำดี?

ถ้ามีงบประมาณเหลือเฟือ จ้างบริษัททำก็สะดวกดี แต่ถ้าอยากประหยัดงบ ลองศึกษาและทำเองดูก่อนก็ได้ เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือและแหล่งข้อมูลมากมายให้เรียนรู้

สมัยพี่ทำร้านเน็ต พี่ก็ศึกษา SEO เองหมดเลย เริ่มจากอ่านบทความใน SiamCafe Blog นี่แหละ แล้วก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ

Backlinks ยังสำคัญอยู่ไหม?

Backlinks ยังสำคัญอยู่ แต่ต้องเป็น backlinks ที่มีคุณภาพ คือมาจากเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ และเกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บเรา ไม่ใช่ backlinks ที่ได้มาจากการซื้อขาย หรือจากเว็บที่ไม่น่าเชื่อถือ

สรุป

SEO ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่าย ต้องใช้ความอดทนและความสม่ำเสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำเว็บให้ดี มีคุณภาพ และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ อย่าไปคิดแต่จะ "โกง" หรือ "ปั่น" เพราะ Google เขาฉลาดกว่าที่เราคิดเยอะ

จำไว้ว่า SEO คือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่การเสี่ยงโชค ดังนั้นต้องวางแผนให้ดี และลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ แล้วผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาเอง