IT General
น้องๆ เคยเจอปัญหาเน็ตที่ออฟฟิศอืดไหม? หรือต้องใช้หลายๆ วงจรเพื่อความเสถียร? SD-WAN (Software-Defined Wide Area Network) นี่แหละคือพระเอกที่จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นะ (ตั้งแต่ปี 97 แน่ะ! ลองไปดู SiamCafe Blog ได้) เราก็เจอปัญหาคล้ายๆ กัน แต่ตอนนั้นยังไม่มี SD-WAN ไง ต้องแก้ปัญหาแบบบ้านๆ ไปก่อน
SD-WAN มันคือการใช้ซอฟต์แวร์มาจัดการเครือข่าย WAN ขององค์กร ทำให้เราสามารถควบคุมและจัดการทราฟฟิกได้ง่ายขึ้น เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดให้ข้อมูลวิ่งไป แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย เพราะมันรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วไปได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Leased Line แพงๆ อย่างเดียว
เปรียบเสมือนสมองของระบบ SD-WAN ทำหน้าที่ควบคุมและจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ในเครือข่าย กำหนดนโยบายการใช้งาน และตรวจสอบสถานะของเครือข่าย
คืออุปกรณ์ที่ติดตั้งตามสาขาต่างๆ หรือ Data Center ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย WAN และบังคับใช้ตามนโยบายที่ Controller กำหนดไว้
# ตัวอย่างการตั้งค่า SD-WAN Edge Device (สมมติ)
interface GigabitEthernet0/0
ip address 192.168.1.1 255.255.255.0
sdwan
tunnel-interface Tunnel1
!
interface Tunnel1
ip address 10.0.0.1 255.255.255.0
tunnel source GigabitEthernet0/0
tunnel destination 10.0.0.2
Underlay คือโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย WAN จริงๆ ไม่ว่าจะเป็น MPLS, Internet Broadband หรือ Leased Line ส่วน Overlay คือเครือข่ายเสมือนที่สร้างขึ้นบน Underlay โดย SD-WAN จะจัดการเส้นทางของข้อมูลบน Overlay โดยอิงตามนโยบายที่เรากำหนด
การเริ่มต้นใช้งาน SD-WAN ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะน้องๆ สมัยนี้มี Vendor ให้เลือกเยอะแยะ แต่ละเจ้าก็มีโซลูชันที่แตกต่างกันไป สิ่งสำคัญคือต้องเลือกโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรเรามากที่สุด
ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด! ต้องรู้ว่าองค์กรเรามีกี่สาขา แต่ละสาขาต้องการ Bandwidth เท่าไหร่ มี Application อะไรที่สำคัญบ้าง จะใช้งาน Cloud Services อะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราออกแบบเครือข่าย SD-WAN ได้อย่างเหมาะสม
หลังจากประเมินความต้องการแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเลือก Vendor และโซลูชัน SD-WAN ที่เหมาะสม ติดตั้งอุปกรณ์ Edge Device ตามสาขาต่างๆ และเชื่อมต่อกับ Controller
กำหนดนโยบายการใช้งานเครือข่าย เช่น Application ไหนสำคัญต้อง Prioritize, สาขาไหนต้องใช้ Internet Line สำรอง, สร้าง VPN ระหว่างสาขา ฯลฯ จากนั้นก็ทดสอบระบบให้มั่นใจว่าทุกอย่างทำงานได้อย่างถูกต้อง
SD-WAN ไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียวนะน้องๆ มันก็มีข้อเสียเหมือนกัน ทางเลือกอื่นๆ อย่าง MPLS หรือ VPN แบบเดิมๆ ก็ยังมีข้อดีของมันอยู่ เรามาดูกันว่าแต่ละทางเลือกแตกต่างกันยังไง
| คุณสมบัติ | SD-WAN | MPLS | VPN (แบบเดิม) |
|---|---|---|---|
| ความยืดหยุ่น | สูง | ต่ำ | ปานกลาง |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำกว่า MPLS | สูง | ต่ำ |
| การจัดการ | ง่าย | ซับซ้อน | ปานกลาง |
| ความปลอดภัย | สูง (ขึ้นอยู่กับโซลูชัน) | ปานกลาง | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า) |
| ประสิทธิภาพ | สูง (สามารถเลือกเส้นทางได้) | สูง (แต่จำกัดด้วย Bandwidth) | ขึ้นอยู่กับ Internet Connection |
สรุปคือ SD-WAN เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ลดค่าใช้จ่าย และจัดการเครือข่ายได้ง่าย MPLS เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความเสถียรสูง และ VPN เหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็กที่มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องแลกมาด้วยความยุ่งยากในการตั้งค่าและความปลอดภัยที่อาจไม่สูงเท่า SD-WAN
หวังว่าน้องๆ จะเข้าใจ SD-WAN มากขึ้นนะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ลองเข้าไปดูใน SiamCafe Blog หรือถามมาได้เลย พี่บอมยินดีตอบเสมอ!
เอาล่ะน้องๆ มาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะพอเห็นภาพ SD-WAN กันบ้างนะ สมัยผมทำร้านเน็ตน่ะ เรื่อง Network นี่สำคัญสุดๆ เพราะถ้าเน็ตล่ม ก็คือจบเห่เลย SD-WAN นี่แหละที่จะมาช่วยเราแก้ปัญหานี้ได้เยอะเลย
จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับ Network มา 28+ ปี ผมมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะแชร์ให้ฟังกัน รับรองว่าเอาไปปรับใช้ได้จริงแน่นอน
ไม่ใช่ว่า SD-WAN ทุกเจ้าจะเหมือนกันนะน้องๆ แต่ละ Vendor ก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป บางเจ้าเก่งเรื่อง Security บางเจ้าเก่งเรื่อง Optimization ต้องดูว่า Requirement ของเราคืออะไร แล้วค่อยเลือก Vendor ที่ตอบโจทย์
สมัยก่อนตอนเลือกอุปกรณ์ร้านเน็ต ผมจะดู Spec ละเอียดมาก ลองเล่น Demo ทุกเจ้า เทียบราคา แล้วก็ดู Service Support เป็นหลัก เพราะถ้ามีปัญหา จะได้มีคนมาช่วยแก้ได้ทันที
SD-WAN มันฉลาดก็จริง แต่ถ้าเราวางแผน Bandwidth ไม่ดี มันก็ช่วยอะไรไม่ได้เยอะนะน้องๆ ต้องรู้ว่า Application ไหนสำคัญ Application ไหนไม่สำคัญ แล้วจัดสรร Bandwidth ให้เหมาะสม
เคยเจอเคสลูกค้าที่ร้านเน็ต ใช้ Youtube ดูหนัง HD กันเยอะมาก ทำให้ Bandwidth เต็มตลอดเวลา สุดท้ายต้อง Block Youtube ไปเลย แต่ถ้ามี SD-WAN เราสามารถ Prioritize Application อื่นๆ ที่สำคัญกว่าได้
SD-WAN มันเชื่อมต่อหลายๆ สาขาเข้าด้วยกัน ถ้า Security ไม่ดี ก็เหมือนเปิดประตูให้ Hacker เข้ามาโจมตีได้ง่ายๆ ต้อง Ensure ว่า SD-WAN Solution ที่เราเลือก มี Feature Security ที่ดีพอ เช่น Firewall, IPS, IDS
สมัยก่อน Security ร้านเน็ตผมก็คือ Firewall ตัวเดียวเลย แต่สมัยนี้ Hacker เก่งขึ้นเยอะ ต้องมี Layer Security หลายๆ ชั้น ถึงจะเอาอยู่
SD-WAN มันช่วย Manage Network ให้เราก็จริง แต่เราก็ต้อง Monitor มันด้วยนะน้องๆ ต้องมี Dashboard ที่แสดง Performance ของ Network แบบ Real-time แล้วก็ตั้ง Alert ไว้ ถ้ามีอะไรผิดปกติ เราจะได้รู้ตัวทันที
เคยเจอเคสที่ Network ล่มไปหลายชั่วโมง กว่าจะรู้ตัวก็คือลูกค้าบ่นกันเต็มร้านแล้ว ถ้ามี Monitoring ที่ดี เราจะรู้ตัวก่อนที่ลูกค้าจะรู้ซะอีก
SD-WAN เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายสาขา หรือมีการใช้งาน Cloud Application เยอะๆ เพราะ SD-WAN จะช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างสาขา และ Cloud เป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ
ราคา SD-WAN ขึ้นอยู่กับ Vendor, Feature และ Bandwidth ที่เราต้องการ แต่โดยรวมแล้ว SD-WAN อาจจะมีราคาสูงกว่าการใช้ Router แบบเดิมๆ แต่ถ้ามองในระยะยาว SD-WAN จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการ Manage Network ได้เยอะ
SD-WAN ส่วนใหญ่จะมี Management Interface ที่ใช้งานง่าย ทำให้ IT Staff สามารถ Manage Network ได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังต้องมี IT Staff ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Network อยู่บ้าง
SD-WAN ส่วนใหญ่จะมี Feature Security ที่ดี เช่น Firewall, IPS, IDS แต่ก็ต้อง Configure ให้ถูกต้อง และ Update Security Patch อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Hacker
SD-WAN คือ Technology ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการ Manage Network ของธุรกิจต่างๆ ให้ง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยมากขึ้น แต่การเลือกใช้ SD-WAN ก็ต้องพิจารณาถึง Requirement ของธุรกิจ และเลือก Vendor ที่เหมาะสม
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะฝากไว้ว่า Technology มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เราก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทัน เพื่อที่จะนำ Technology มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับธุรกิจของเรา
สนใจเรื่อง Forex ลองดู iCafeForex นะน้อง
ติดตามบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog ครับ