AI
น้องๆ เคยดูหนังสายลับไหม? Red Team กับ Blue Team ก็คล้ายๆ กันแหละ แต่เป็นเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ Red Team คือทีมที่ทำหน้าที่เป็น "ผู้ร้าย" พยายามเจาะระบบ หาช่องโหว่ต่างๆ ส่วน Blue Team ก็คือ "ตำรวจ" คอยป้องกัน เฝ้าระวัง และตอบสนองต่อการโจมตี
ทำไมมันถึงสำคัญ? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe (ตั้งแต่ปี 97 นะ!) โดนแฮกเกอร์เล่นงานบ่อยมาก ถ้ามี Red Team มาช่วยทดสอบระบบก่อน เราคงไม่ต้องหัวเสียแก้ปัญหาทีหลัง การมีทั้งสองทีมช่วยให้เราเข้าใจจุดแข็งจุดอ่อนของระบบ และพัฒนาระบบป้องกันให้แข็งแกร่งขึ้นเยอะเลย
ก่อนจะไปลงลึกเรื่อง Red Team กับ Blue Team เรามาปูพื้นฐานกันก่อนนิดนึงนะ
ช่องโหว่ก็เหมือนประตูที่ไม่ได้ล็อค หรือหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ในบ้านของเรา แฮกเกอร์ก็คือโจรที่พยายามหาช่องทางเหล่านี้เพื่อเข้ามาขโมยข้อมูล หรือทำลายระบบของเรา ช่องโหว่มีได้หลายรูปแบบ ทั้งจากซอฟต์แวร์, ฮาร์ดแวร์, หรือแม้แต่จากความผิดพลาดของคน (Social Engineering) เองก็เป็นช่องโหว่ได้
การโจมตีก็คือวิธีการที่แฮกเกอร์ใช้เพื่อเจาะเข้าไปในระบบของเรา อาจจะเป็นการใช้ช่องโหว่ที่เจอ, การหลอกลวงให้คนปล่อยข้อมูลสำคัญ, หรือแม้แต่การใช้กำลัง brute-force เดารหัสผ่าน การโจมตีมีหลายรูปแบบ และพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราต้องตามให้ทัน
โอเค ทีนี้มาดูกันว่า Red Team กับ Blue Team เค้าทำงานกันยังไง แล้วเราจะเริ่มต้นใช้งานได้ยังไงบ้าง
Red Team จะเริ่มจากการวางแผนก่อนว่าจะโจมตีระบบยังไง อาจจะเริ่มจากการหาข้อมูลเกี่ยวกับเป้าหมาย (Reconnaissance), หาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment), แล้วก็ลงมือโจมตี (Exploitation) สมัยผมทำร้านเน็ต เคยเจอ Red Teamer (แบบไม่ได้รับเชิญนะ) พยายามใช้ SQL Injection เจาะระบบฐานข้อมูลสมาชิก โชคดีที่ตอนนั้นเราป้องกันไว้ดีพอ
# ตัวอย่าง SQL Injection (อย่าเอาไปใช้ในทางที่ผิดนะ!)
# สมมติว่าเรามีช่องโหว่ในฟอร์ม login
username = "admin' OR '1'='1"
password = "any_password"
Red Team ต้องคิดเหมือนแฮกเกอร์จริงๆ ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเจาะระบบให้ได้ แต่ต้องทำภายใต้ข้อตกลงที่ทำไว้กับเจ้าของระบบนะ
Blue Team จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีของ Red Team ตลอดเวลา ต้องมีระบบตรวจจับการบุกรุก (Intrusion Detection System), ระบบป้องกันไวรัส (Antivirus), และระบบอื่นๆ ที่ช่วยเฝ้าระวังความผิดปกติในระบบ Blue Team ต้องวิเคราะห์ log file, ตรวจสอบ traffic network, และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
# ตัวอย่างการตรวจสอบ log file ด้วย grep (Linux/macOS)
grep "Failed password" /var/log/auth.log
Blue Team ต้องทำงานร่วมกับ Red Team อย่างใกล้ชิด เพื่อเรียนรู้จากสิ่งที่ Red Team ทำ และพัฒนาระบบป้องกันให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าอยากรู้เรื่องความปลอดภัยไซเบอร์เพิ่มเติม ลองดูที่ SiamCafe Blog นะครับ
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมต้อง Red Team กับ Blue Team แล้วทางเลือกอื่นล่ะ? มันมีหลายวิธีในการประเมินความปลอดภัยของระบบ แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน
| วิธี | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| Vulnerability Assessment | ราคาถูก, หาช่องโหว่ได้รวดเร็ว | ไม่จำลองการโจมตีจริง, อาจพลาดช่องโหว่บางอย่าง |
| Penetration Testing | จำลองการโจมตีจริง, หาช่องโหว่ได้ลึกกว่า | ราคาแพงกว่า, ใช้เวลานานกว่า |
| Red Team/Blue Team | จำลองสถานการณ์จริง, ช่วยพัฒนาระบบป้องกันในระยะยาว | ราคาแพงที่สุด, ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ |
การเลือกวิธีขึ้นอยู่กับงบประมาณ, ความต้องการ, และความเสี่ยงของแต่ละองค์กร แต่ถ้าอยากพัฒนาระบบป้องกันให้แข็งแกร่งที่สุด Red Team/Blue Team ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ AI ที่เข้ามามีบทบาทใน Red Team/Blue Team มากขึ้น AI สามารถช่วย automate งานบางอย่างได้ เช่น การหาช่องโหว่, การวิเคราะห์ log file, หรือการตรวจจับการบุกรุก แต่ AI ก็ยังไม่สามารถแทนที่คนได้ทั้งหมด คนยังคงต้องเป็นคนตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน และต้องเป็นคนวางแผนกลยุทธ์ในการป้องกันระบบ
สุดท้ายนี้ อยากฝากน้องๆ ที่สนใจเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์ว่า มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเป็นเรื่องที่ต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน แฮกเกอร์ก็พัฒนาวิธีการโจมตีอยู่เสมอ เราต้องตามให้ทัน ถ้าอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มเติม ลองแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ได้เลยครับ
เอาล่ะน้องๆ หลังจากรู้จัก Red Team กับ Blue Team ไปแล้ว ทีนี้มาดู Best Practices หรือเคล็ดลับจากประสบการณ์ของพี่บอมกันบ้างดีกว่า สมัยพี่ทำร้านเน็ตฯ บอกเลยว่าไม่ได้มี Red Team Blue Team อะไรแบบนี้หรอก แต่เราก็ต้องคิดหาวิธีป้องกันตัวเองจากพวก "เกรียน" ที่ชอบมาป่วน มาแฮกเครื่องในร้านอยู่ดี
หลักๆ เลยคือ ต้องรู้จักตัวเองก่อน รู้ว่าอะไรคือจุดอ่อนของเรา อะไรที่เราต้องป้องกันเป็นพิเศษ เปรียบเหมือนเรารู้ว่าคอมพิวเตอร์ในร้านเราลงเกมอะไรไว้บ้าง แล้วเกมไหนมันมีช่องโหว่ที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ
สมัยก่อนเน็ตช้า จะอัพเดททีนึงก็ลำบาก แต่บอกเลยว่าการอัพเดท Patch นี่สำคัญสุดๆ อย่าไปเสียดายเน็ต เพราะ Patch พวกนี้แหละที่จะช่วยอุดรูรั่วต่างๆ ที่พวก Hacker เค้าใช้กัน
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมัย Windows XP ระบาด พวกไวรัส WannaCry นี่ตัวดีเลย ถ้าเราไม่อัพเดท Patch MS17-010 นี่คือจบเห่ เครื่องในร้านโดน Lock หมด
อันนี้ Advance ขึ้นมาหน่อย แต่ได้ผลชะงัด สมัยก่อนพี่ใช้ Software ที่ชื่อ Deep Freeze คือมันจะจำสภาพเครื่องเราไว้ แล้วพอ Restart เครื่องทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิม แต่ถ้าใครอยาก Advance กว่านั้น ลองใช้ Whitelisting ดู
Whitelisting คือการที่เรากำหนดว่า Application อะไรบ้างที่สามารถรันบนเครื่องเราได้ นอกเหนือจากนั้นคือ Block หมด วิธีนี้ช่วยป้องกันพวก Malware ที่แอบมาติดตั้งตัวเองในเครื่องเราได้ดีมาก
Windows ทุกวันนี้มี UAC มาให้แล้ว ใช้ให้เป็นประโยชน์! UAC คือระบบที่คอยถามเราว่า "แน่ใจนะว่าจะทำสิ่งนี้" เวลาที่เราจะติดตั้ง Software หรือเปลี่ยนแปลง System Settings ต่างๆ
สมัยก่อนเด็กๆ ในร้านชอบกด "Yes" ไปหมด เพราะอยากเล่นเกม อยากลงโปรแกรม แต่หารู้ไม่ว่านั่นแหละคือช่องทางที่ทำให้ Malware เข้ามาในเครื่องเราได้ง่ายๆ สอนให้เค้ารู้จักอ่านก่อนกดซะ!
อันนี้อาจจะดูยากหน่อย แต่สนุกดี Honeypot คือการที่เราสร้าง "เหยื่อ" ล่อให้ Hacker เข้ามาติดกับดัก สมัยก่อนพี่เคยสร้าง Folder ที่ชื่อว่า "Password" ไว้บน Desktop แล้วตั้ง Password ที่มันเดาง่ายๆ
พอมีใครเข้ามาเปิด Folder นี้ เราก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีคนพยายามจะเข้ามา Hack เครื่องเรา เราก็จะได้เตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที แต่ต้องระวังอย่าให้ Honeypot ของเราเป็นอันตรายต่อระบบจริงๆ นะ
Red Team คือทีมที่จำลองการโจมตีแบบ "สมจริง" ที่สุด คือเค้าจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเจาะเข้าระบบเราให้ได้ ส่วน Penetration Testing คือการทดสอบแบบ "มีขอบเขต" คือเราจะกำหนด Scope ไว้ว่าเค้าสามารถทำอะไรได้บ้าง
Blue Team ต้องเก่งหลายอย่างเลยน้อง ทั้งเรื่อง Network Security, System Administration, Incident Response และที่สำคัญคือต้องรู้จักเครื่องมือที่ใช้ในการ Monitor และวิเคราะห์ Log ต่างๆ
AI เข้ามาช่วยได้เยอะเลย Red Team สามารถใช้ AI ในการค้นหาช่องโหว่ หรือสร้าง Payload ที่ซับซ้อนขึ้น ส่วน Blue Team ก็สามารถใช้ AI ในการตรวจจับการโจมตีที่ผิดปกติ หรือ Automate งาน Routine ต่างๆ ได้
จริงๆ แล้ว Red Team/Blue Team เหมาะกับทุกองค์กรที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Security แต่ถ้าเป็นองค์กรขนาดเล็ก อาจจะไม่มี Resources เพียงพอที่จะตั้งทีมของตัวเอง อาจจะใช้บริการจากภายนอกแทนก็ได้
Red Team กับ Blue Team คือสองด้านของเหรียญเดียวกัน Red Team พยายามโจมตี Blue Team พยายามป้องกัน ทั้งสองทีมต้องทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับ Security ขององค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่าลืมว่า Security ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็น Process ที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงอยู่เสมอ
หวังว่าน้องๆ จะได้ความรู้จากบทความนี้ไปไม่มากก็น้อยนะ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog นะครับ และถ้าใครสนใจเรื่อง Forex ลองดูที่ iCafeForex ได้เลย