Security
ใครๆ ก็ชอบ WiFi ฟรี! สมัยผมทำร้านเน็ตคาเฟ่ก็ต้องมี WiFi ให้ลูกค้า แต่รู้ไหมว่า ไอ้ WiFi ฟรีตามร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม เนี่ย...มันก็มาพร้อมความเสี่ยงเหมือนกันนะ วันนี้จะมาเล่าให้ฟังถึงภัยร้ายที่แฝงตัวมากับ Public WiFi และวิธีป้องกันตัวง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้
Public WiFi ก็คือ WiFi ที่เปิดให้คนทั่วไปใช้ได้ฟรีๆ โดยไม่ต้องใส่รหัสผ่าน หรืออาจจะต้องใส่รหัสผ่านที่ใครๆ ก็รู้ได้ง่ายๆ ข้อดีคือสะดวกสบาย แต่ข้อเสียคือ...มันไม่ปลอดภัยเอาซะเลย! เพราะอะไรน่ะเหรอ?
เคยเจอเคสลูกค้าที่ร้านโดนแฮ็ก Facebook เพราะไปใช้ WiFi ฟรีในห้างมาแล้ว! ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล โดนเอาไปหลอกคนอื่นอีก เสียหายกันไปใหญ่
ถึง Public WiFi จะอันตราย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราห้ามใช้เลยนะ แค่ต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง มาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง:
HTTPS คือโปรโตคอลที่ใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลระหว่างเรากับเว็บไซต์ที่เรากำลังเข้าชม สังเกตง่ายๆ คือ URL ของเว็บไซต์จะต้องขึ้นต้นด้วย https:// และมีรูปแม่กุญแจสีเขียวอยู่ข้างๆ
สมัยผมทำร้านเน็ตคาเฟ่ จะคอยเตือนลูกค้าเสมอว่า เวลาทำธุรกรรมออนไลน์ หรือใส่รหัสผ่านอะไรก็ตาม ให้สังเกต HTTPS ก่อนเสมอ
// ตัวอย่าง URL ที่ปลอดภัย
https://www.google.com
// ตัวอย่าง URL ที่ไม่ปลอดภัย (ไม่ควรใส่ข้อมูลสำคัญ)
http://www.example.com
VPN จะสร้างอุโมงค์ที่ปลอดภัยในการส่งข้อมูลระหว่างเรากับอินเทอร์เน็ต ทำให้คนอื่นไม่สามารถดักจับข้อมูลของเราได้ ถึงแม้จะอยู่ใน Public WiFi ก็ตาม
VPN มีให้เลือกใช้มากมาย ทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน แบบเสียเงินมักจะมีความปลอดภัยและความเร็วที่ดีกว่า แต่ถ้าใช้แค่ป้องกันเวลาเข้า Public WiFi แบบฟรีก็พอใช้ได้
เวลาที่เราเชื่อมต่อกับ Public WiFi เราควรปิดการแชร์ไฟล์และเครื่องพิมพ์ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้ามาดูไฟล์หรือเครื่องพิมพ์ของเราได้ วิธีการปิดก็ง่ายๆ ดังนี้:
Windows:
macOS:
Firewall จะช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของเราจากภายนอก เราควรเปิด Firewall ไว้เสมอ ไม่ว่าเราจะเชื่อมต่อกับ WiFi อะไรก็ตาม
Windows: Firewall มักจะเปิดใช้งานอยู่แล้ว แต่เราสามารถตรวจสอบได้โดยไปที่ Control Panel -> Windows Defender Firewall
macOS: Firewall สามารถเปิดใช้งานได้ใน System Preferences -> Security & Privacy -> Firewall
| คุณสมบัติ | Public WiFi | Private WiFi |
|---|---|---|
| ความปลอดภัย | ต่ำ (เสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูล) | สูง (มีการเข้ารหัส) |
| การเข้ารหัส | อาจไม่มีการเข้ารหัส | มีการเข้ารหัส WPA2/WPA3 |
| ความเร็ว | อาจช้า (มีคนใช้งานเยอะ) | เร็วกว่า (จำนวนผู้ใช้น้อยกว่า) |
| การควบคุม | ไม่มี | ควบคุมโดยเจ้าของ |
| เหมาะสำหรับ | ใช้งานทั่วไป (อ่านข่าว, ดู YouTube) | ใช้งานส่วนตัว (ทำธุรกรรมออนไลน์, ส่งข้อมูลสำคัญ) |
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยบน Public WiFi:
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ อย่าลืมว่าความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจเสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เราใช้ Public WiFi ถ้าอยากอ่านบทความดีๆ แบบนี้อีก SiamCafe Blog มีให้อ่านเพียบ!
สมัยผมทำ SiamCafe Blog ก็เขียนเรื่องพวกนี้เยอะเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่มองข้ามกันไป
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ยุคแรกๆ HTTPS ยังไม่บูมเท่าตอนนี้ แต่ยุคนี้อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปเยอะ เว็บไซต์ส่วนใหญ่รองรับ HTTPS หมดแล้ว สังเกตง่ายๆ ดูที่ address bar จะมีรูปแม่กุญแจ ถ้าไม่มี...ให้ระวังไว้ก่อนเลย
VPN เหมือนมีอุโมงค์ส่วนตัวให้เราลอดไปเล่นเน็ต มันเข้ารหัสข้อมูลที่เราส่งไปมา ทำให้คนดักจับกลางทางอ่านข้อมูลเราไม่ได้ แถมยังช่วย bypass พวก censorship ต่างๆ ได้ด้วยนะ เลือก VPN ที่น่าเชื่อถือหน่อยก็ดีนะน้อง
// ตัวอย่างการใช้ VPN บน Linux (สมมติว่าใช้ OpenVPN)
sudo apt-get install openvpn
sudo openvpn client.conf
อันนี้สำคัญมาก! พวกทำธุรกรรมการเงิน, ซื้อของออนไลน์, หรือ login เข้าบัญชีที่มีข้อมูลสำคัญ อย่าทำบน Public WiFi เด็ดขาด! ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้ใช้ mobile data หรือ tethering จากมือถือเราแทน
พวกช่องโหว่ต่างๆ มักจะถูกค้นพบอยู่เรื่อยๆ การอัพเดท software และ antivirus จะช่วยปิดช่องโหว่เหล่านั้น ทำให้แฮกเกอร์เจาะเครื่องเรายากขึ้นเยอะ
พวกอีเมลหรือข้อความแปลกๆ ที่มาพร้อมลิงก์ ให้ระวังไว้ก่อนเลย อย่าคลิกง่ายๆ เด็ดขาด! พวกนี้อาจจะเป็น Phishing หลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว หรือ Social Engineering หลอกให้เราทำอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเสียเงิน
iCafeForexเพราะ Public WiFi มักจะไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล ทำให้คนอื่นที่อยู่ในเครือข่ายเดียวกันสามารถดักจับข้อมูลที่เราส่งไปมาได้ง่าย นอกจากนี้ พวกแฮกเกอร์ยังสามารถสร้าง Fake WiFi ขึ้นมาเพื่อหลอกให้เราเชื่อมต่อ แล้วดักจับข้อมูลของเราได้อีกด้วย
ไม่เสมอไป! ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของแต่ละที่ บางที Free WiFi ของร้านกาแฟอาจจะปลอดภัยกว่าที่สนามบินก็ได้ แต่ทางที่ดีคือ...ป้องกันตัวเองไว้ก่อนดีกว่า
VPN ฟรีอาจจะดูน่าสนใจ แต่ส่วนใหญ่จะมีข้อจำกัดเยอะ เช่น ความเร็วต่ำ, มีโฆษณา, หรือเก็บข้อมูลของเราไปขาย ทางที่ดีคือ...ลงทุนกับ VPN ที่น่าเชื่อถือดีกว่า
ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ทำตาม Best Practices ที่บอกไปข้างบนเลย เปิด HTTPS, ใช้ VPN, อย่าทำธุรกรรมสำคัญ, และระวัง Phishing ให้ดี
WiFi Calling ก็คือการโทรศัพท์ผ่าน WiFi ซึ่งข้อมูลเสียงจะถูกเข้ารหัส แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ทางที่ดีคือ...หลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องสำคัญผ่าน WiFi Calling บน Public WiFi
การเล่นเน็ตบน Public WiFi มีความเสี่ยงอยู่เสมอ แต่ถ้าเราป้องกันตัวเองให้ดี ก็สามารถลดความเสี่ยงนั้นลงได้เยอะ จำไว้ว่า...ป้องกันไว้ดีกว่าแก้! อย่าประมาท! และเล่นเน็ตอย่างมีสติเสมอ
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ SiamCafe Blog นะน้อง!