IT General
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่าทำไมกล้องวงจรปิด IP บางตัวถึงไม่ต้องมีปลั๊กไฟ? นั่นแหละครับ พระเอกของเราวันนี้คือ PoE Switch หรือ Power over Ethernet Switch มันทำหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยงไปพร้อมกับส่งข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียวจบเลย สะดวกกว่าเยอะ สมัยผมทำร้านเน็ตนี่อยากได้แบบนี้มาก ลดสายไฟไปได้เยอะเลย
ที่มันสำคัญเพราะมันช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งไปเยอะมาก ไม่ต้องเดินสายไฟเพิ่ม ไม่ต้องหาปลั๊กไฟใกล้ๆ แค่มีสาย LAN เส้นเดียวก็จบ แถมยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการติดตั้งอีกด้วย อยากติดกล้องตรงไหนที่มีสาย LAN ไปถึงก็ติดได้เลย
ก่อนจะไปลงลึกเรื่องการใช้งาน มาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนดีกว่า จะได้คุยกันรู้เรื่อง
PoE ย่อมาจาก Power over Ethernet มันคือเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถส่งไฟเลี้ยงไปพร้อมกับข้อมูลผ่านสาย LAN เส้นเดียวได้ ทำให้เราไม่ต้องเดินสายไฟแยกต่างหาก
PoE มีหลายมาตรฐาน เช่น PoE (802.3af), PoE+ (802.3at), และ PoE++ (802.3bt) แต่ละมาตรฐานก็จ่ายไฟได้ไม่เท่ากัน เลือกให้เหมาะกับกล้อง IP ของเรานะ ถ้ากล้องกินไฟเยอะ ก็ต้องใช้ PoE+ หรือ PoE++ ครับ
# ตัวอย่างการคำนวณไฟ
PoE (802.3af) = 15.4W ต่อ port
PoE+ (802.3at) = 30W ต่อ port
PoE++ (802.3bt) = 60W-100W ต่อ port
สมัยก่อนตอนยังไม่มี PoE เนี่ย จะติดกล้องวงจรปิดทีนึงต้องลากสายไฟยาวเหยียด แถมต้องหาปลั๊กไฟให้อีก วุ่นวายสุดๆ พอมี PoE ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
การใช้งาน PoE Switch กับ IP Camera ไม่ได้ยากอย่างที่คิดครับ แต่ต้องมีพื้นฐานความรู้เรื่อง Network บ้างนิดหน่อย
มาดูขั้นตอนการติดตั้งแบบ Step-by-Step กันเลย
สิ่งที่ต้องมีคือ PoE Switch, IP Camera ที่รองรับ PoE, สาย LAN, และเครื่องบันทึกภาพ (NVR) ถ้าต้องการบันทึกภาพ
เสียบสาย LAN จาก PoE Switch เข้ากับ IP Camera และ NVR (ถ้ามี) แค่นี้ก็เรียบร้อย กล้องก็จะได้รับไฟเลี้ยงและส่งข้อมูลภาพมาที่ NVR
# ตัวอย่างการ Config IP Address (ถ้าจำเป็น)
# เข้าไปที่หน้า Config ของกล้องผ่าน Web Browser
# ตั้งค่า IP Address, Subnet Mask, Gateway ให้ตรงกับ Network ของเรา
สมัยก่อนตอนทำร้านเน็ต ผมเคยเจอเคสที่ลูกค้าต่อสายผิด เสียบสาย LAN เข้าช่อง WAN ของ Router แทนที่จะเป็นช่อง LAN ปรากฏว่ากล้องไม่ทำงาน เลยต้องสอนลูกค้าใหม่ตั้งแต่ต้น
เข้าไปตั้งค่าใน NVR เพื่อเพิ่มกล้อง IP ที่เราติดตั้งเข้าไป ตั้งค่าการบันทึกภาพ และอื่นๆ ตามต้องการ
จริงๆ แล้วเรามีทางเลือกอื่นในการจ่ายไฟให้กล้อง IP นอกเหนือจาก PoE Switch นะ ลองมาดูกันว่าแต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อเสียยังไง
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| PoE Switch | ติดตั้งง่าย, ลดสายไฟ, ยืดหยุ่น | ราคาสูงกว่า |
| Power Adapter | ราคาถูก | ต้องเดินสายไฟเพิ่ม, ไม่ยืดหยุ่น |
| Midspan Injector | เพิ่ม PoE ให้กับ Switch ที่ไม่มี PoE ได้ | ต้องมี Adapter เพิ่ม, อาจเกะกะ |
จากตารางจะเห็นว่า PoE Switch มีข้อดีหลายอย่าง แต่ราคาก็สูงกว่าทางเลือกอื่น ถ้าเน้นความสะดวกและลดความยุ่งยาก PoE Switch คือคำตอบ แต่ถ้าเน้นประหยัด Power Adapter ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
สนใจเรื่อง IT อื่นๆ แวะไปอ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่เจอปัญหาเยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องระบบ Network, Server, Client แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามากๆ ทำให้ผมเข้าใจเรื่อง IT มากขึ้นเยอะเลย
ถ้าใครมีคำถามเพิ่มเติม หรืออยากแชร์ประสบการณ์ ก็คอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ ยินดีตอบทุกคำถาม
และอย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog เพื่ออัพเดทข่าวสารและบทความ IT ใหม่ๆ นะครับ
เอาล่ะน้องๆ หลังจากที่เราคุยกันเรื่อง PoE Switch กับ IP Camera ไปแล้ว คราวนี้มาถึงเคล็ดลับที่พี่บอมสั่งสมมาตลอด 28 ปีในวงการ IT กันบ้างดีกว่า สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นี่แหละ เจอปัญหามาสารพัดรูปแบบ
การวางระบบ IP Camera ด้วย PoE Switch เนี่ย มันไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอก แต่ถ้าอยากให้มันเสถียร ใช้งานได้ยาวๆ ไม่ปวดหัวตามหลัง ต้องใส่ใจรายละเอียดกันหน่อยนะ
เรื่องแรกเลยคือการเลือก Switch ให้เหมาะสมกับจำนวนกล้องที่เราจะใช้ สมมติว่าเรามีกล้อง 4 ตัว อย่าไปซื้อ Switch 4 Port เป๊ะๆ นะ เผื่อ Port ไว้บ้าง อย่างน้อย 8 Port กำลังดี
แล้วก็ดูเรื่อง Bandwidth ด้วย กล้องแต่ละตัวกิน Bandwidth ไม่เท่ากัน ยิ่งความละเอียดสูง Frame Rate เยอะ ก็ยิ่งกินเยอะ เช็คสเปคกล้องดีๆ แล้วคำนวณเผื่อไว้หน่อย จะได้ไม่เจอปัญหาภาพกระตุก หรือ Switch ค้าง
// ตัวอย่างการคำนวณ Bandwidth
// กล้อง 1 ตัว ใช้ Bandwidth 5 Mbps
// มีกล้อง 4 ตัว = 5 Mbps x 4 = 20 Mbps
// เลือก Switch ที่มี Bandwidth อย่างน้อย 24 Mbps (เผื่อไว้หน่อย)
เรื่องสาย LAN นี่ก็สำคัญนะน้อง อย่าปล่อยให้มันพันกันอีรุงตุงนัง นอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ยังทำให้ระบายความร้อนไม่ดี แถมเวลาแก้ปัญหายากอีกต่างหาก
ใช้ Cable Tie รัดสายให้เป็นระเบียบ หรือจะใช้รางเก็บสาย LAN ก็ได้ นอกจากนี้ อย่าลืมติด Label บอกด้วยว่าสายไหนเป็นของกล้องตัวไหน เวลาเจอปัญหาจะได้แก้ถูกจุด
ไฟตก ไฟดับ เป็นปัญหาที่เจอกันบ่อยๆ ในเมืองไทย ถ้าไม่มี UPS สำรองไฟ กล้องก็จะดับ Switch ก็จะดับ ระบบก็จะล่ม
เลือก UPS ที่มีกำลังไฟเพียงพอสำหรับเลี้ยง Switch และกล้องทั้งหมด เผื่อเวลาไฟดับนานๆ จะได้มีเวลา Backup ข้อมูล หรือแจ้งเตือนให้คนมาดูแล
อย่าปล่อยปละละเลยระบบ IP Camera ของเรานะน้อง ต้องคอย Monitor อยู่เสมอว่ากล้องแต่ละตัวยังทำงานปกติไหม Switch มีปัญหาอะไรหรือเปล่า
สมัยผมทำร้านเน็ต ผมจะตั้งระบบ Monitor ไว้เลย ถ้ากล้องตัวไหนดับ หรือ Switch มีปัญหา มันจะส่ง Email มาแจ้งเตือนทันที จะได้เข้าไปแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
กล้อง IP Camera บางตัวอาจจะไม่รองรับ PoE หรืออาจจะต้องใช้ PoE Standard ที่ Switch ของเราไม่มี ลองเช็คสเปคกล้องกับ Switch ดูให้ดีๆ นะน้อง
PoE Switch จะจ่ายไฟผ่านสาย LAN ให้กับอุปกรณ์ได้เลย ส่วน PoE Injector จะต้องเอามาต่อคั่นระหว่าง Switch ธรรมดากับอุปกรณ์ที่รองรับ PoE ถ้ามีกล้องหลายตัว ใช้ PoE Switch จะสะดวกกว่าเยอะ
เริ่มจากเช็คสาย LAN ก่อนเลยว่าเสียบแน่นดีไหม ลองเปลี่ยนสาย LAN ดู ถ้ายังไม่ได้ผล ลอง Restart Switch ดู ถ้ายังไม่ได้อีก ลองเช็ค Power Supply ของกล้องดู ถ้าทุกอย่างยังปกติ อาจจะต้อง Reset กล้องแล้วตั้งค่าใหม่
การติดตั้ง IP Camera ด้วย PoE Switch ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใส่ใจรายละเอียดหลายอย่าง ตั้งแต่การเลือก Switch ให้เหมาะสม การจัดการสาย LAN การติดตั้ง UPS และการ Monitor ระบบอยู่เสมอ ถ้าทำตามนี้ได้ ระบบ IP Camera ของเราก็จะเสถียร ใช้งานได้ยาวๆ ไม่ต้องปวดหัวตามหลัง iCafeForex
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยครับ ที่ SiamCafe Blog ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ