Phishing Attack Prevention IT General

Phishing Attack Prevention

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Phishing Attack Prevention คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ เคยโดนหลอกให้คลิกลิงก์แปลกๆ ในอีเมล หรือข้อความไหม? นั่นแหละคือ Phishing Attack! มันคือการที่คนร้ายปลอมตัวเป็นคนที่เราไว้ใจ (เช่น ธนาคาร, Facebook) แล้วหลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัตรเครดิต หรือแม้แต่ Username Password ของเรา

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe.net เนี่ย (ตั้งแต่ปี 1997 เลยนะ!) ลูกค้าหลายคนโดนหลอกกันง่ายๆ เพราะไม่ทันระวังตัว คิดดูสิ สมัยก่อนความรู้เรื่องความปลอดภัยมันไม่ได้แพร่หลายขนาดนี้ไง แล้วทำไม Phishing ถึงสำคัญ? เพราะมันเป็นประตูบานแรกที่เปิดทางให้แฮกเกอร์เข้ามาขโมยข้อมูลเรา หรือแม้แต่ยึดบัญชีเราไปได้เลยนะ

พื้นฐานที่ต้องรู้

Phishing มีกี่แบบ?

Phishing ไม่ได้มีแค่ทางอีเมลนะน้อง มีหลายแบบเลย:

Phishing ทำงานยังไง?

หลักการง่ายๆ เลยคือ "สร้างความน่าเชื่อถือ" แล้ว "เร่งให้ตัดสินใจ" คนร้ายจะปลอมอีเมลให้เหมือนของจริงมากๆ ใช้โลโก้ ใช้ภาษาที่ดูเป็นทางการ แล้วก็สร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น "บัญชีของคุณถูกล็อค โปรดยืนยันข้อมูลด่วน!" เพื่อให้เราตกใจ แล้วรีบกรอกข้อมูลไปโดยไม่ทันคิด

เคยเจอเคสลูกค้าที่ร้านโดนหลอกให้กรอก Username Password Facebook เพราะอีเมลบอกว่า "มีคนรายงานว่าบัญชีของคุณละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดยืนยันตัวตนด่วน!" พอกรอกไปปุ๊บ โดนแฮกปั๊บเลย เซ็งกันไป

อะไรคือ Red Flags? (สัญญาณอันตราย)

มองหาธงแดงเหล่านี้ไว้เลย:

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

Phishing Attack Prevention ไม่ใช่แค่เรื่องของโปรแกรมนะน้อง มันคือเรื่องของ "สติ" และ "ความระมัดระวัง" ที่เราต้องฝึกฝนกัน

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

1. ฝึกสังเกต Red Flags

อันนี้สำคัญที่สุดเลย ต้องฝึกตัวเองให้เป็นนักสืบ คอยสังเกตอีเมล หรือข้อความที่เราได้รับ ว่ามีอะไรผิดปกติไหม ลองเอาไปเทียบกับตัวอย่าง Phishing ที่เคยเกิดขึ้นก็ได้ จะได้เห็นภาพชัดขึ้น

2. ตรวจสอบ URL ก่อนคลิก

ก่อนคลิกลิงก์อะไรก็ตาม ให้เอาเมาส์ไปวางบนลิงก์ก่อน (ไม่ต้องคลิกนะ!) แล้วดูว่า URL ที่แสดงขึ้นมา มันตรงกับเว็บไซต์ที่เราต้องการจะเข้าไปจริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่ตรง หรือดูแปลกๆ ให้ระวังไว้เลย

สมัยก่อนผมเคยสอนลูกค้าที่ร้านเน็ตว่า ให้พิมพ์ URL เองดีกว่าคลิกลิงก์ เพราะเราจะมั่นใจได้ว่าเรากำลังเข้าเว็บไซต์ที่ถูกต้องจริงๆ

3. ใช้ Two-Factor Authentication (2FA)

2FA คือการเพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่ง นอกเหนือจาก Username Password เช่น ต้องใส่รหัสที่ส่งมาทาง SMS หรือแอป Authenticator ถึงจะเข้าสู่ระบบได้ ถึงแม้ว่าคนร้ายจะรู้ Password เรา เขาก็ยังเข้าบัญชีเราไม่ได้ เพราะไม่มีรหัสจาก 2FA

ตัวอย่าง code snippet (สำหรับเว็บไซต์):


<form action="login.php" method="post">
  <input type="text" name="username" placeholder="Username" required><br>
  <input type="password" name="password" placeholder="Password" required><br>
  <input type="text" name="otp" placeholder="OTP (จากแอป)"><br>
  <button type="submit">Login</button>
</form>

4. อัพเดทซอฟต์แวร์เสมอ

ซอฟต์แวร์ต่างๆ (เช่น Browser, ระบบปฏิบัติการ) มักจะมีช่องโหว่ที่คนร้ายสามารถใช้โจมตีได้ การอัพเดทซอฟต์แวร์อยู่เสมอ จะช่วยปิดช่องโหว่เหล่านี้ และทำให้เราปลอดภัยมากขึ้น

5. ติดตั้ง Anti-Virus และ Anti-Malware

โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยตรวจจับ และป้องกัน Phishing Website หรือ Malware ที่อาจจะแฝงตัวมากับอีเมล หรือข้อความที่เราได้รับ เลือกโปรแกรมที่น่าเชื่อถือ และอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ

ลองอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะน้อง

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

จริงๆ แล้ว Phishing Attack Prevention มันไม่ได้มีแค่ทางเดียว มันมีหลายวิธีให้เลือกใช้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และงบประมาณของเรา

วิธี ข้อดี ข้อเสีย ค่าใช้จ่าย
ฝึกอบรมพนักงาน สร้างความตระหนักรู้ในระยะยาว ต้องใช้เวลา และทรัพยากร ขึ้นอยู่กับหลักสูตร
ใช้ Email Security Gateway กรองอีเมล Phishing ได้อัตโนมัติ อาจมี False Positive (กรองอีเมลปกติผิด) รายเดือน/รายปี
ใช้ Anti-Phishing Software ตรวจจับ Phishing Website ได้ ต้องอัพเดทฐานข้อมูลอยู่เสมอ รายปี
ใช้ Two-Factor Authentication เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี อาจจะยุ่งยากในการใช้งาน ฟรี/รายเดือน

สรุปแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่ "ดีที่สุด" เพียงวิธีเดียว เราควรจะผสมผสานหลายๆ วิธีเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุด

อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด คือทำยังไงถึงจะรอดพ้นจากไอ้พวกนักตกปลา Phishing นี่ได้ สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นะ บอกเลยว่าต้องอบรมลูกค้ารัวๆ เพราะลูกค้าแต่ละคนก็ความรู้ไม่เท่ากัน บางคนเก่ง บางคนก็...เอ่อ...ต้องสอนกันเยอะหน่อย

ผมจะเน้นย้ำเสมอว่า "อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ" และ "อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใครง่ายๆ" มันเหมือนสอนเด็กอนุบาลเลยนะ แต่ได้ผลจริงๆ

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. เช็ค URL ให้ละเอียดก่อนคลิก

อันนี้เบสิคสุดๆ แต่สำคัญมาก น้องๆ ต้องสังเกต URL ให้ดี พวก Phishing มักจะใช้ URL ที่คล้ายกับเว็บจริง แต่มีตัวอักษรผิดเพี้ยนไปนิดหน่อย เช่น google.com กับ googgle.com (มีตัว o เกินมาตัวนึง) หรืออาจจะเป็น subdomain แปลกๆ ที่เราไม่คุ้นเคย


// ตัวอย่าง URL ที่ดูเผินๆ เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วคนละเว็บ
// เว็บจริง: https://www.mybank.com
// เว็บปลอม: https://mybank.phishing.com

2. ระวังอีเมลที่ดูน่าสงสัย

พวก Phishing มักจะส่งอีเมลมาหลอกให้เราคลิกลิงก์ หรือให้ข้อมูลส่วนตัว อีเมลพวกนี้มักจะมีเนื้อหาที่ดูเร่งด่วน หรือขู่ให้เรากลัว เช่น "บัญชีของคุณกำลังจะถูกระงับ" หรือ "คุณได้รับรางวัลใหญ่" อะไรแบบนี้

ถ้าเจออีเมลแบบนี้ อย่าเพิ่งตกใจ ให้ตรวจสอบ Sender ก่อน ว่ามาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจริงๆ หรือเปล่า ถ้าไม่แน่ใจ อย่าคลิกลิงก์ในอีเมลเด็ดขาด

3. เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA)

อันนี้เป็นเกราะป้องกันชั้นดีเลย ถ้าเราเปิดใช้งาน 2FA เวลาใครพยายามจะล็อกอินเข้าบัญชีของเรา จะต้องใส่รหัสที่ส่งมาทาง SMS หรือแอป Authenticator ด้วย ทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงบัญชีของเราได้ยากขึ้นเยอะ

สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่ ผมจะแนะนำให้ลูกค้าทุกคนเปิดใช้งาน 2FA โดยเฉพาะบัญชีอีเมล และบัญชีธนาคาร

4. ใช้โปรแกรม Anti-Virus ที่เชื่อถือได้

โปรแกรม Anti-Virus จะช่วยสแกนหา Malware และ Phishing Website ที่อาจจะแฝงตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรา เลือกใช้โปรแกรมที่น่าเชื่อถือ และอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ

อย่าไปโหลดโปรแกรมฟรีตามเว็บเถื่อนนะ เดี๋ยวจะเจอของแถมที่ไม่พึงประสงค์

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Phishing กับ Spoofing ต่างกันยังไง?

Phishing คือการ "ตกปลา" หลอกให้เหยื่อให้ข้อมูล ส่วน Spoofing คือการ "ปลอมแปลง" ตัวตน เช่น ปลอมแปลงอีเมล หรือเบอร์โทรศัพท์ เพื่อหลอกให้เหยื่อเชื่อใจ

ถ้าเผลอคลิกลิงก์ Phishing ไปแล้ว ต้องทำยังไง?

อย่างแรกเลยคือ ตั้งสติ! อย่าเพิ่งกรอกข้อมูลอะไรลงไป เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่สำคัญทั้งหมดทันที แจ้งธนาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสแกนคอมพิวเตอร์หา Malware

Anti-Phishing Tools ช่วยได้จริงไหม?

ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ยาวิเศษ Anti-Phishing Tools จะช่วยเตือนเราเมื่อเราเข้าเว็บไซต์ที่อาจจะเป็น Phishing Website แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ "สติ" และ "ความระมัดระวัง" ของเราเอง

ทำไม Phishing ถึงยังระบาดอยู่?

เพราะมัน "ได้ผล" ไงล่ะ น้องๆ พวกนักตกปลา Phishing มันพัฒนาเทคนิคอยู่ตลอดเวลา และก็ยังมีคนตกเป็นเหยื่ออยู่เรื่อยๆ iCafeForex เลยต้องคอยอัพเดทความรู้กันเสมอ

สรุป

Phishing เป็นภัยร้ายที่คุกคามเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน การป้องกัน Phishing ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และความระมัดระวัง

จำไว้เสมอว่า "อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ" และ "อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับใครง่ายๆ" ถ้าทำได้แค่นี้ น้องๆ ก็จะปลอดภัยจาก Phishing ไปได้เยอะแล้ว อย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่อง IT ดีๆ อีกเยอะ