IT General
น้องๆ เคยเจอไหม อีเมลแปลกๆ ส่งมาบอกว่า "คุณได้รับรางวัล" หรือ "บัญชีของคุณถูกระงับ" แล้วให้เราคลิกลิงก์เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัว? นั่นแหละคือ Phishing Attack!
Phishing Attack ก็คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต โดยคนร้ายจะปลอมตัวเป็นองค์กรที่เราคุ้นเคย เช่น ธนาคาร บริษัทขนส่ง หรือแม้แต่ Facebook แล้วส่งข้อความ (ส่วนใหญ่เป็นอีเมล SMS หรือข้อความในโซเชียลมีเดีย) มาหลอกให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ
ทำไม Phishing ถึงสำคัญในปี 2026? เพราะเทคโนโลยีมันพัฒนาไปเรื่อยๆ น้องๆ คนร้ายมันก็ฉลาดขึ้นตามไปด้วย สมัยผมทำร้านเน็ตใหม่ๆ พวกนี้ยังส่งอีเมลแบบง่ายๆ สะกดผิดๆ ถูกๆ แต่เดี๋ยวนี้มันเนียนมาก ใช้ AI ช่วยเขียนให้ดูน่าเชื่อถือสุดๆ ถ้าเราไม่ระวังตัวให้ดี อาจจะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เลย
Phishing ไม่ได้มีแค่แบบเดียว สมัยผมเปิดร้านเน็ตเจอลูกค้าโดนหลอกมาหลายรูปแบบมาก สรุปง่ายๆ ที่เจอบ่อยๆ คือ:
สังเกตง่ายๆ คืออะไรที่มัน "ด่วน" เกินไป หรือ "ดี" เกินไป มักจะไม่ใช่เรื่องจริง เช่น
สมัยผมทำร้านเน็ต เคยเจอเคสลูกค้าคลิกลิงก์ในอีเมลแล้วโดน Hack Facebook ไปเลย ต้องรีบแจ้งความแล้วกู้คืนบัญชีกันวุ่นวาย
การป้องกัน Phishing ไม่ยากอย่างที่คิดครับ น้องๆ แค่ต้องมีสติ และรู้จักสังเกต
ก่อนจะคลิกลิงก์ในอีเมล ลองเช็คดูให้ดีก่อนว่าผู้ส่งเป็นใคร ชื่ออีเมลถูกต้องไหม ถ้าไม่แน่ใจ อย่าคลิก! ลองเอาชื่อผู้ส่งไป Search ใน Google ดูก่อนก็ได้ เผื่อมีคนเคยรายงานว่าเป็น Phishing
สมัยผมสอนลูกค้าที่ร้านเน็ต จะบอกเสมอว่า "ถ้าไม่แน่ใจ อย่าคลิก! โทรไปถามธนาคารโดยตรงเลยดีกว่า"
Password Manager จะช่วยสร้างรหัสผ่านที่แข็งแกร่งและจดจำรหัสผ่านให้เราได้ ทำให้เราไม่ต้องใช้รหัสผ่านเดียวกันกับทุกเว็บไซต์ ถ้ามีเว็บไซต์ไหนโดน Hack รหัสผ่านของเราก็จะไม่ถูกนำไปใช้กับเว็บไซต์อื่นๆ
ลองใช้พวก LastPass, 1Password หรือ Bitwarden ดูครับ สะดวกมากๆ
2FA คือการยืนยันตัวตนสองชั้น นอกจากรหัสผ่านแล้ว เราจะต้องใส่รหัสที่ส่งมาทาง SMS หรือแอปพลิเคชันด้วย ทำให้คนร้ายเข้าถึงบัญชีของเราได้ยากขึ้น ถึงแม้จะรู้รหัสผ่านของเราก็ตาม
สมัยนี้หลายๆ เว็บไซต์เปิดให้ใช้ 2FA ได้แล้ว เช่น Facebook, Google, Twitter อย่าลืมไปเปิดใช้งานกันนะครับ
Anti-Phishing Toolbar จะช่วยเตือนเราเมื่อเราเข้าสู่เว็บไซต์ที่น่าสงสัย มันจะตรวจสอบ URL และเนื้อหาของเว็บไซต์ แล้วเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของเว็บไซต์ Phishing ถ้าพบว่าเว็บไซต์นั้นเป็น Phishing มันก็จะแจ้งเตือนเราทันที
ลองหาใน Chrome Web Store หรือ Firefox Add-ons ดูก็ได้ครับ มีให้เลือกใช้เยอะแยะ
Software ที่ล้าสมัยมักจะมีช่องโหว่ที่คนร้ายสามารถใช้เจาะระบบได้ การ Update Software อยู่เสมอจะช่วยปิดช่องโหว่เหล่านี้ ทำให้ระบบของเราปลอดภัยมากขึ้น
อย่าลืม Update ระบบปฏิบัติการ (Windows, macOS, Linux) และโปรแกรมต่างๆ ที่เราใช้งานอยู่เสมอ
นอกจากวิธีที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ ในการป้องกัน Phishing อีกบ้าง แต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ลองมาดูกันครับ
| วิธีป้องกัน | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| Anti-Phishing Software | ตรวจจับและป้องกัน Phishing ได้อัตโนมัติ | อาจมี False Positive (แจ้งเตือนผิดพลาด) |
| Security Awareness Training | ให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานให้รู้จัก Phishing | ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการฝึกอบรม |
| Email Filtering | กรองอีเมลที่น่าสงสัยออกไปก่อนที่จะถึงผู้รับ | อาจกรองอีเมลที่ถูกต้องออกไปด้วย |
Code Snippet (ตัวอย่างการเช็ค URL ด้วย Python):
import re
def is_phishing_url(url):
# Check for suspicious keywords
if re.search(r"(login|signin|verify|update|security)", url, re.IGNORECASE):
return True
# Check for URL shortening services
if re.search(r"(bit\.ly|goo\.gl|tinyurl\.com)", url, re.IGNORECASE):
return True
return False
url = "http://bit.ly/fake-login"
if is_phishing_url(url):
print("Warning: This URL might be a phishing link!")
else:
print("This URL seems safe.")
น้องๆ ลองเอาไปปรับใช้กันดูได้นะครับ แต่ต้องระวังเรื่อง False Positive ด้วย
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยที่ SiamCafe Blog นะครับ
น้องๆ รู้ไหม สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เจอลูกค้าโดน Phishing หลอกประจำ! บางคนโดน Hack เกม Ragnarok, บางคนโดนขโมย Facebook ไปขายของ ผมนี่ปวดหัวเลย ต้องคอยเตือน คอยสอนตลอด
สิ่งที่ผมเรียนรู้คือ "กันไว้ดีกว่าแก้" เหมือนตอนเด็กๆ แม่บอก "อย่าไปเล่นกับคนแปลกหน้า" นั่นแหละ หลักการเดียวกันเลย! ต้องสอนให้คนรู้ทันกลโกงพวกนี้
1. สังเกต URL ให้ดี: พวก Phishing ชอบทำ URL ปลอมให้คล้ายของจริง เช่น google.com กับ googgle.com (มีตัว o เกินมา) หรือ icq.com เป็น 1cq.com น้องๆ ต้องสังเกตให้ดี อย่ารีบร้อน
// ตัวอย่าง URL ปลอม
<a href="http://googgle.com">Google ปลอม</a>
2. เช็คใบรับรอง SSL: เว็บไซต์ที่ปลอดภัยจะมีรูปแม่กุญแจในช่อง URL และมี https:// นำหน้า ถ้าไม่มี แสดงว่าไม่ปลอดภัย อย่ากรอกข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด
// ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ปลอดภัย (มี SSL)
<a href="https://www.google.com">Google ของจริง</a>
3. ระวังอีเมลแปลกๆ: พวก Phishing ชอบส่งอีเมลมาหลอกให้คลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ถ้าไม่แน่ใจ ให้โทรไปถามหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง
// ตัวอย่างอีเมล Phishing (อย่าคลิก!)
<p>Subject: บัญชีของคุณถูกระงับ</p>
<p>คลิกที่นี่เพื่อยืนยันตัวตน: <a href="http://phishing.com/login">คลิกเลย!</a></p>
4. เปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA): อันนี้สำคัญมาก! ถึงแม้ Hacker จะรู้รหัสผ่านเรา แต่ถ้ามี 2FA เขาก็เข้าไม่ได้ เพราะต้องใช้รหัสจากมือถือเราด้วย
เพราะพวก Hacker ต้องการข้อมูลส่วนตัวของเรา เช่น รหัสผ่าน, ข้อมูลบัตรเครดิต, หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เอาไปใช้ประโยชน์ได้
รีบเปลี่ยนรหัสผ่านทันที! แจ้งธนาคาร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเฝ้าระวังบัญชีของคุณอย่างใกล้ชิด
มีหลายรูปแบบมาก! ทั้งทางอีเมล, SMS, โทรศัพท์, หรือแม้แต่ทาง Social Media ต้องระวังตัวตลอดเวลา
Anti-Virus ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด! สิ่งสำคัญที่สุดคือ "สติ" และ "ความระมัดระวัง" ของตัวเราเอง
บางบริษัท IT มีบริการทดสอบ Phishing ให้พนักงาน ลองติดต่อสอบถามดูได้ครับ
Phishing Attack เป็นภัยร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด ต้องคอยอัพเดทความรู้ และสอนคนรอบข้างให้รู้ทันกลโกงพวกนี้ อย่าประมาท เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจร้ายแรงกว่าที่เราคาดไว้เยอะเลย
ถ้าสนใจเรื่อง Forex ลองเข้าไปดูที่ iCafeForex ได้นะ
และอย่าลืมติดตามข่าวสาร IT และบทความดีๆ ได้ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะครับ