Hardware
น้องๆ เคยเจอไหม? เปิดเครื่องทีรอชาติกว่า, โหลดเกมทีไปกินข้าวก่อนได้, ตัดต่อวิดีโอนี่ไม่ต้องพูดถึง... นั่นแหละ! Pcie Gen5 NVMe SSD จะมาแก้ปัญหานี้ให้หมดเปลือก
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ยุคแรกๆ SSD ยังเป็นของหรูเลยนะ เด็กๆ ยังใช้ HDD จานหมุนกันอยู่เลย แต่พอ SSD เริ่มบูมเท่านั้นแหละ ชีวิตดีขึ้นเยอะ โหลดเกมไวขึ้น เปิดโปรแกรมปุ๊บติดปั๊บ Gen5 NVMe SSD ก็เหมือน SSD ยุคแรกๆ นั่นแหละ คือมันเร็วกว่าเดิมแบบก้าวกระโดดเลย
สำคัญยังไงน่ะเหรอ? ลองคิดดูดิ ถ้าเราย้ายจากรถเข็นมาเป็นรถแข่ง Formula 1 มันก็ต้องเร็วกว่าเยอะใช่ป่ะล่ะ? Gen5 NVMe SSD ก็เหมือนกัน มันจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เร็วขึ้นแบบเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะงานที่ต้องอ่านเขียนข้อมูลเยอะๆ เช่น เล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ หรือทำงานกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่
PCIe (Peripheral Component Interconnect Express) เป็นช่องทางด่วนที่เอาไว้ให้ชิ้นส่วนต่างๆ ในคอมพิวเตอร์คุยกัน เช่น การ์ดจอ, SSD, หรือ Sound Card สมัยก่อนเราใช้ AGP กัน แต่ PCIe มันเร็วกว่าเยอะ เหมือนอัพเกรดจากถนนสองเลนเป็นมอเตอร์เวย์
แต่ละ Gen (Generation) ของ PCIe ก็จะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ต่างกัน PCIe Gen5 ก็คือรุ่นล่าสุดที่เร็วที่สุด ณ ตอนนี้นั่นเอง
NVMe (Non-Volatile Memory Express) คือโปรโตคอลที่เอาไว้สื่อสารกับ SSD ทำให้ SSD สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สมัยก่อนเราใช้ SATA กัน ซึ่งมันช้ากว่า NVMe เยอะมาก เหมือนเปลี่ยนจากรถเมล์มาเป็นรถไฟฟ้า
NVMe ออกแบบมาเพื่อ SSD โดยเฉพาะ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากความเร็วของ SSD ได้อย่างเต็มที่
เอาง่ายๆ เลยนะ มันคือ SSD ที่ใช้ PCIe Gen5 และโปรโตคอล NVMe นั่นเอง! เท่ากับว่ามันเป็นการรวมเอาเทคโนโลยีที่เร็วที่สุดสองอย่างเข้าด้วยกัน ทำให้ได้ SSD ที่มีความเร็วสูงที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้
ลองนึกภาพตามนะ เรามีท่อส่งน้ำที่ใหญ่ขึ้น (PCIe Gen5) และปั๊มน้ำที่แรงขึ้น (NVMe) เท่ากับว่าเราสามารถส่งน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้นและเร็วกว่าเดิม
อย่าเพิ่งกลัวว่ามันจะยากนะ จริงๆ แล้วมันง่ายกว่าที่คิดเยอะ สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ก็ต้องคอยอัพเกรดคอมให้เด็กๆ เล่นเกมอยู่ตลอด ก็เลยพอมีประสบการณ์มาเล่าให้ฟังกัน
อันนี้สำคัญมาก! ก่อนจะซื้อ Gen5 NVMe SSD เราต้องตรวจสอบก่อนว่าเมนบอร์ดของเรา รองรับ PCIe Gen5 หรือเปล่า ถ้าเมนบอร์ดไม่รองรับ ก็ใส่ไม่ได้ หรือใส่ได้แต่ก็วิ่งไม่เต็มประสิทธิภาพ
วิธีเช็คก็ง่ายๆ ดูในคู่มือเมนบอร์ด หรือเข้าไปดูในเว็บไซต์ของผู้ผลิตเมนบอร์ดได้เลย
การติดตั้ง Gen5 NVMe SSD ก็เหมือนกับการติดตั้ง SSD ทั่วไปเลย เสียบลงไปในช่อง M.2 บนเมนบอร์ด (ต้องเป็นช่องที่รองรับ PCIe Gen5 นะ!) แล้วก็ขันน็อตยึดให้แน่น
สมัยนี้ SSD หลายรุ่นมาพร้อมกับฮีทซิงค์ (Heatsink) ด้วย เพื่อช่วยระบายความร้อน เพราะ Gen5 มันแรง ร้อนก็ต้องระบายดีๆ
// ตัวอย่างการตรวจสอบว่า SSD ถูกตรวจเจอหรือไม่ (Linux)
lsblk
บางครั้งเราอาจจะต้องติดตั้งไดรเวอร์ (Driver) เพิ่มเติมเพื่อให้ Windows หรือ Linux รู้จัก SSD ตัวใหม่ของเรา ไดรเวอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในแผ่น CD ที่มาพร้อมกับ SSD หรือสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต
หลังจากติดตั้งไดรเวอร์แล้ว ก็ทำการฟอร์แมต (Format) SSD ให้เรียบร้อย แล้วก็ใช้งานได้เลย
อย่าลืมเข้าไปดู SiamCafe Blog นะ มีบทความดีๆ อีกเยอะเลย
แน่นอนว่า Gen5 NVMe SSD มันไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียว มันก็มีข้อเสียอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ราคาที่ค่อนข้างสูง และความร้อนที่สูงกว่า SSD รุ่นอื่นๆ เรามาดูกันว่ามันแตกต่างจากทางเลือกอื่นๆ ยังไงบ้าง
| คุณสมบัติ | PCIe Gen5 NVMe SSD | PCIe Gen4 NVMe SSD | SATA SSD |
|---|---|---|---|
| ความเร็วในการอ่าน (สูงสุด) | 12,000+ MB/s | 7,000+ MB/s | 550 MB/s |
| ความเร็วในการเขียน (สูงสุด) | 11,000+ MB/s | 5,000+ MB/s | 520 MB/s |
| ราคา | สูง | ปานกลาง | ถูก |
| ความร้อน | สูง | ปานกลาง | ต่ำ |
| การใช้งาน | เกมเมอร์, ครีเอเตอร์, ผู้ที่ต้องการความเร็วสูงสุด | เกมเมอร์, ครีเอเตอร์ | ผู้ใช้งานทั่วไป |
จากตารางจะเห็นได้ว่า Gen5 NVMe SSD เร็วกว่า Gen4 NVMe SSD และ SATA SSD อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีราคาที่สูงกว่าและความร้อนที่มากกว่าด้วย
ถ้าเราไม่ได้ต้องการความเร็วสูงสุดขนาดนั้น Gen4 NVMe SSD ก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะราคาถูกกว่าและร้อนน้อยกว่า แต่ถ้าเราเป็นเกมเมอร์ตัวยง หรือเป็นครีเอเตอร์ที่ต้องการความเร็วในการทำงาน Gen5 NVMe SSD ก็คุ้มค่าที่จะลงทุน
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ก็เคยเจอลูกค้าที่ต้องการความเร็วสูงสุด ก็จะแนะนำให้ใช้ Gen4 NVMe SSD เพราะราคาไม่แรงมาก แต่ก็ยังเร็วกว่า SATA SSD เยอะ
สุดท้ายแล้วการเลือก SSD ก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของเรา ถ้ามีงบเยอะและต้องการความเร็วสูงสุด Gen5 NVMe SSD ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้ามีงบจำกัด Gen4 NVMe SSD หรือ SATA SSD ก็ยังใช้งานได้ดีเช่นกัน
ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ ใน SiamCafe Blog ดูนะ เผื่อจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติม
เอาล่ะ มาถึงส่วนสำคัญ ที่ผมอยากแชร์จากประสบการณ์ตรง สมัยทำร้านเน็ต SiamCafe ยุคบุกเบิก Hardware แรงๆ นี่สำคัญสุดๆ เพราะลูกค้าชอบอะไรเร็วๆ แรงๆ แต่จะทำยังไงให้มันแรงและเสถียร ไปดูกัน
1. Cooling สำคัญกว่าที่คิด: สมัยก่อนเราเน้นแค่ CPU แต่ SSD Gen5 นี่ร้อนจริงจัง ต้องมี Heatsink ดีๆ หรือ Water Cooling ไปเลยยิ่งดี ไม่งั้น Throttle (ลดความเร็ว) แน่นอน เคยเจอเคสลูกค้า copy ไฟล์ใหญ่ๆ แล้วเครื่องอืด เพราะ SSD มันร้อนจนต้องลดความเร็วตัวเอง
2. Firmware Update เสมอ: อย่ามองข้ามเรื่องนี้! ผู้ผลิต SSD เค้าออก Firmware มาแก้ Bug หรือปรับปรุงประสิทธิภาพอยู่เรื่อยๆ อัพเดทซะ! ไม่งั้นอาจเจอ Error แปลกๆ หรือประสิทธิภาพไม่เต็มที่
3. เลือก Power Supply ที่ดี: Power Supply จ่ายไฟไม่พอ หรือไฟไม่นิ่ง มีผลกับทุกอย่าง รวมถึง SSD ด้วย เลือก PSU ที่มีคุณภาพ จ่ายไฟได้ตาม Spec และมีเผื่อไว้หน่อย จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง
4. จัดการสายให้ดี: เรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม การจัดสายในเคสให้เป็นระเบียบ ช่วยเรื่องการระบายความร้อน และทำให้ airflow ในเคสดีขึ้น SSD จะได้เย็นลงอีกนิดหน่อย
ใช่ครับ! ถ้า Mainboard ไม่รองรับ PCIe Gen5 ก็ใส่ได้แหละ แต่จะวิ่งแค่ Gen4 หรือ Gen3 เท่านั้น เสียของเปล่าๆ เหมือนเอารถ Formula 1 ไปวิ่งในซอยบ้าน
กินไฟเยอะกว่า Gen4 แน่นอน ถ้า Power Supply เดิมวัตต์น้อย หรือเก่าแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนครับ เผื่อเหลือเผื่อขาดไว้ดีกว่า เดี๋ยวมีปัญหาตอนใช้งานหนักๆ
ถ้าเน้น loading screen เร็วขึ้นมากๆ ก็คุ้ม แต่ถ้าเฟรมเรตไม่ได้ต่างกันมาก ก็อาจจะไม่จำเป็นขนาดนั้น ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการส่วนตัวครับ ลองพิจารณาดู
Laptop บางรุ่นที่รองรับก็ใช้ได้ครับ แต่ต้องดู Spec ของ Laptop ให้ดีก่อนว่ารองรับ PCIe Gen5 หรือเปล่า และ Heatsink ใน Laptop สามารถระบายความร้อนได้ดีพอไหม
SSD Gen5 มันแรงจริง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น และความร้อนที่มากขึ้น การเลือกซื้อและใช้งานต้องพิจารณาหลายๆ อย่าง ทั้ง Mainboard, Power Supply, Cooling และงบประมาณของตัวเอง หวังว่า Guide นี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจนะครับ ถ้าอยากรู้เรื่อง Forex ลองไปดูที่ iCafeForex ได้นะ
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะครับ มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย