Hardware
น้องๆ เคยสงสัยมั้ยว่า ไอ้ SSD ที่เค้าพูดๆ กันเนี่ย มันมี SATA กับ NVMe แล้วมันต่างกันยังไง? ทำไมบางทีราคาถึงต่างกันฟ้ากับเหว? สมัยผมทำร้านเน็ต ผมเจอลูกค้าถามบ่อยมากเรื่องนี้ เพราะมันมีผลต่อความเร็วเครื่องชัดเจน วันนี้พี่บอมจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ เลย
SSD หรือ Solid State Drive มันคือที่เก็บข้อมูลแบบใหม่ ที่เร็วกว่า HDD (Hard Disk Drive) แบบเดิมๆ เยอะมากกกก! สมัยก่อนตอนใช้ HDD เนี่ย เปิดเครื่องทีรอชาติกว่าจะบูทเสร็จ เปิดโปรแกรมก็อืดอาด แต่พอเปลี่ยนมาใช้ SSD ชีวิตเปลี่ยนเลย โหลด Windows แป๊บเดียว เปิดโปรแกรมปุ๊บมาปั๊บ มันช่วยลดเวลาในการรอไปได้เยอะมาก ซึ่งสำคัญสุดๆ สำหรับคนทำงาน หรือเล่นเกมที่ต้องการความเร็ว
SSD ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เหมือน HDD ทำให้มันทนทานกว่า กินไฟน้อยกว่า และเงียบกว่าด้วยนะ
SATA SSD เป็น SSD รุ่นแรกๆ ที่ออกมาให้เราใช้กัน มันใช้ Interface แบบ SATA ซึ่งเป็น Interface เดียวกับที่ใช้กับ HDD ทั่วไป สมัยผมทำร้านเน็ต ตอนเปลี่ยนจาก HDD มาเป็น SATA SSD ลูกค้าแฮปปี้กันทุกคน เพราะมันเร็วกว่าเดิมเยอะมากจริงๆ
ข้อดีของ SATA SSD คือมันราคาถูกกว่า NVMe SSD หาซื้อง่าย และใช้ได้กับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ ที่มีพอร์ต SATA เท่านั้น
NVMe SSD คือ SSD รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ข้อจำกัดของ SATA SSD โดยเฉพาะ มันใช้ Interface แบบ PCIe ซึ่งเร็วกว่า SATA มากๆ ทำให้ NVMe SSD สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วกว่า SATA SSD หลายเท่าตัว
สมัยนี้คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่รองรับ NVMe SSD กันหมดแล้ว ถ้าเครื่องน้องรองรับ NVMe SSD พี่แนะนำให้จัดเลย รับรองว่าชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ SiamCafe Blog มีบทความแนะนำ SSD ด้วยนะ ลองไปอ่านดูได้
ทีนี้มาดูกันชัดๆ ว่า NVMe SSD กับ SATA SSD มันต่างกันตรงไหนบ้าง
Interface คือช่องทางที่ใช้ในการส่งข้อมูลระหว่าง SSD กับเมนบอร์ด SATA SSD ใช้ Interface แบบ SATA III ซึ่งมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 6 Gbps ในขณะที่ NVMe SSD ใช้ Interface แบบ PCIe Gen 3 หรือ Gen 4 ซึ่งมีความเร็วสูงกว่า SATA III มากๆ
PCIe Gen 3 x4 มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 32 Gbps ส่วน PCIe Gen 4 x4 มีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 64 Gbps เห็นมั้ยว่ามันเร็วกว่า SATA III หลายเท่าตัวเลย
Protocol คือภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่าง SSD กับเมนบอร์ด SATA SSD ใช้ Protocol แบบ AHCI ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับ HDD ทำให้มันไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพของ SSD ได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ NVMe SSD ใช้ Protocol แบบ NVMe ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับ SSD โดยเฉพาะ ทำให้ NVMe SSD สามารถทำงานได้เร็วกว่าและมี Latency ที่ต่ำกว่า
Latency คือระยะเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูล ยิ่ง Latency ต่ำ ยิ่งทำให้ SSD ตอบสนองได้เร็วยิ่งขึ้น
ความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลคือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของ SSD SATA SSD ทั่วไปมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลอยู่ที่ประมาณ 500-550 MB/s ในขณะที่ NVMe SSD สามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่ 2,000 MB/s ไปจนถึง 7,000 MB/s หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับรุ่นและ Interface ที่ใช้
สมัยผมทำร้านเน็ต เคยลองเอา NVMe SSD มาใส่เครื่อง Server แล้วรู้สึกได้เลยว่ามันเร็วกว่า SATA SSD แบบเห็นได้ชัดจริงๆ SiamCafe Blog มีบทความเปรียบเทียบความเร็ว SSD หลายรุ่นอยู่ ลองไปหาอ่านดูนะ
การเลือก SSD ให้คุ้มค่าขึ้นอยู่กับความต้องการและการใช้งานของแต่ละคน
ถ้ามีงบประมาณจำกัด SATA SSD เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะมันราคาถูกกว่า NVMe SSD และยังให้ความเร็วที่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น การทำงานเอกสาร การท่องเว็บ หรือการเล่นเกมที่ไม่ต้องการความเร็วในการโหลดสูงๆ
แต่ถ้างบประมาณไม่ใช่ปัญหา NVMe SSD เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะมันให้ความเร็วที่สูงกว่ามาก ทำให้การทำงานต่างๆ รวดเร็วและลื่นไหลขึ้น
ถ้าใช้งานทั่วไป เช่น ทำงานเอกสาร ท่องเว็บ ดูหนัง ฟังเพลง SATA SSD ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าใช้งานหนัก เช่น ตัดต่อวิดีโอ เล่นเกมที่ต้องการความเร็วในการโหลดสูงๆ หรือทำงานที่ต้องใช้โปรแกรมขนาดใหญ่ NVMe SSD จะช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น
ก่อนซื้อ SSD น้องๆ ต้องเช็คให้ดีก่อนว่าเมนบอร์ดรองรับ SSD ประเภทไหนบ้าง ถ้าเมนบอร์ดรองรับเฉพาะ SATA SSD ก็ไม่สามารถใช้ NVMe SSD ได้ แต่ถ้าเมนบอร์ดรองรับ NVMe SSD ก็สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสองแบบ
// ตัวอย่าง code เช็คว่าเมนบอร์ดรองรับ NVMe SSD หรือไม่ (Linux)
lspci | grep Non-Volatile
| คุณสมบัติ | SATA SSD | NVMe SSD |
|---|---|---|
| Interface | SATA III | PCIe Gen 3/4 |
| Protocol | AHCI | NVMe |
| ความเร็วในการอ่าน | 500-550 MB/s | 2,000-7,000 MB/s+ |
| ความเร็วในการเขียน | 500-550 MB/s | 2,000-7,000 MB/s+ |
| Latency | สูงกว่า | ต่ำกว่า |
| ราคา | ถูกกว่า | แพงกว่า |
| การใช้งาน | ทั่วไป | หนัก |
ไม่ใช่ SSD ทุกตัวจะเหมาะกับทุกงานนะน้อง สมัยก่อนผมพลาดมาเยอะ ซื้อตัวถูกๆ มาใส่ Server วิ่งได้ไม่นานก็พัง เพราะมันรับโหลดหนักๆ ไม่ไหว ดูพวก Endurance (TBW - Terabytes Written) ดีๆ ถ้าจะใช้กับงานหนักๆ พวก Server หรือ Workstation น่ะ
SSD ก็เหมือนอุปกรณ์ IT อื่นๆ ที่ต้องมี Firmware Update เพื่อแก้ Bug หรือเพิ่มประสิทธิภาพ อย่าลืมเข้าไปเช็คในเว็บของผู้ผลิตเป็นระยะๆ นะน้อง ผมเคยเจอปัญหา SSD อ่านเขียนช้าลงเพราะ Firmware เก่า พออัพเดทแล้วหายเลย
TRIM Command เป็นคำสั่งที่ช่วยให้ SSD จัดการพื้นที่ว่างได้ดีขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพไม่ตกไปตามกาลเวลา ใน Windows ส่วนใหญ่จะเปิดให้อัตโนมัติ แต่ก็ลองเช็คดูหน่อยก็ดี
fsutil behavior query DisableDeleteNotify
ถ้าผลลัพธ์เป็น DisableDeleteNotify = 0 แสดงว่าเปิดใช้งานแล้ว
SSD ก็มีความร้อนนะน้อง ยิ่ง NVMe นี่ตัวร้อนเลย ถ้าเคสระบายความร้อนไม่ดี อาจจะทำให้ SSD ทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออายุสั้นลง หา Heatsink มาใส่ให้มันหน่อยก็ดี หรือถ้า Mainboard มีช่อง M.2 ที่มี Heatsink ติดมาให้ ก็ใช้ช่องนั้นแหละ
iCafeForexอันนี้ต้องดูที่ Mainboard ของน้องนะว่ามีช่อง M.2 หรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องดูอีกทีว่ารองรับ NVMe หรือเปล่า บาง Mainboard เก่าๆ อาจจะมีช่อง M.2 แต่รองรับแค่ SATA SSD อย่างเดียว ต้องเช็ค Spec ให้ดีก่อนซื้อ
อันนี้ตอบยากมาก ขึ้นอยู่กับการใช้งานของน้องเลย ถ้าใช้งานหนักๆ เขียนข้อมูลเยอะๆ ก็อาจจะสั้นกว่าคนที่ใช้แค่เปิดเว็บดูหนัง แต่โดยทั่วไปแล้ว SSD สมัยใหม่ๆ ก็มีอายุการใช้งาน 5-10 ปีสบายๆ
HDD เป็นจานหมุน ต้องใช้หัวอ่านวิ่งไปอ่านข้อมูลตามจุดต่างๆ ทำให้เสียเวลา แต่ SSD เป็น Flash Memory เหมือน Flash Drive เข้าถึงข้อมูลได้ทันที ไม่ต้องรอหมุน ทำให้เร็วกว่ามาก
ถ้า Mainboard รองรับ NVMe และงบถึง ผมแนะนำ NVMe เลยน้อง เร็วกว่าเห็นๆ แต่ถ้า Mainboard ไม่รองรับ หรือเน้นประหยัด SATA SSD ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีอยู่
SiamCafe BlogNVMe SSD กับ SATA SSD ต่างกันที่ความเร็วและ Interface การเชื่อมต่อ NVMe เร็วกว่ามาก เหมาะกับงานที่ต้องการความเร็วสูง แต่ก็มีราคาแพงกว่า SATA SSD ยังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มค่าและ Mainboard ไม่รองรับ NVMe เลือกให้เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณของตัวเองนะครับน้อง