Network
NAS หรือ Network Attached Storage ง่ายๆ คือ Hard Drive หรือ SSD ที่ต่อเข้า network ของเราโดยตรง ไม่ต้องง้อคอมพิวเตอร์ตัวไหนมาเป็นตัวกลาง สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่อยากได้ที่เก็บไฟล์ส่วนกลางให้ลูกค้านี่ปวดหัวมาก ต้องหาเครื่องมาทำ File Server ซึ่งก็ยุ่งยาก ไหนจะต้องลง OS ต้อง config permissions วุ่นวายไปหมด
NAS มันเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้เลยครับ มันคือ mini-computer ที่ทำหน้าที่เป็น File Server อย่างเดียว ทำให้เราแชร์ไฟล์ เก็บ Backup หรือทำอะไรหลายๆ อย่างได้ง่ายมากๆ แถมประหยัดไฟกว่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงอีกด้วย
ลองนึกภาพว่าเรามีไฟล์งานสำคัญ, รูปภาพครอบครัว, หนัง, เพลง เยอะแยะเต็มไปหมด กระจัดกระจายอยู่ในคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง, มือถือ, External Hard Drive... ถ้าเครื่องไหนพังขึ้นมาก็ซวยเลย! SiamCafe Blog มีบทความเรื่อง Backup ข้อมูลอยู่ ลองไปอ่านดูนะครับ
NAS ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันคือที่เก็บข้อมูลส่วนกลางที่ทุกคนในบ้านหรือในออฟฟิศเข้าถึงได้ง่าย และที่สำคัญคือมันมักจะมีระบบ RAID ที่ช่วยปกป้องข้อมูลของเราจากการที่ Hard Drive พังไปลูกนึงได้ (เดี๋ยวจะอธิบายเรื่อง RAID ต่อไป)
การเลือกซื้อ NAS ไม่ใช่เรื่องยากครับ แต่ก็ต้องดูหลายๆ อย่างให้ดี จะได้ไม่เสียเงินฟรี มาดูกันว่าต้องพิจารณาอะไรบ้าง:
RAID ย่อมาจาก Redundant Array of Independent Disks มันคือเทคนิคการเอา Hard Drive หลายๆ ลูกมาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของข้อมูล
RAID มีหลาย Level แต่ที่นิยมใช้กันใน NAS ทั่วไปคือ RAID 1 (Mirroring) และ RAID 5 (Striping with Parity)
ข้อดีของ RAID คือช่วยป้องกันข้อมูลหาย แต่ก็มีข้อเสียคือความจุรวมจะน้อยกว่า Hard Drive รวมกัน เพราะต้องกันพื้นที่ไว้สำหรับ Parity หรือ Mirroring
ตัวอย่าง Code (Python) ง่ายๆ ในการคำนวณพื้นที่ RAID (สมมติ RAID 5):
num_disks = 4 # จำนวน Hard Drive
disk_size = 4 # ขนาด Hard Drive แต่ละลูก (TB)
usable_space = (num_disks - 1) * disk_size
print(f"พื้นที่ใช้งานได้ (RAID 5): {usable_space} TB")
การติดตั้ง NAS ไม่ยากอย่างที่คิดครับ ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลย:
หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้ว เราก็สามารถเข้าถึง NAS ได้ผ่าน Web Browser หรือผ่าน Network Drive บนคอมพิวเตอร์ได้เลยครับ SiamCafe Blog จะมีบทความอธิบายวิธีการใช้งาน NAS แต่ละยี่ห้ออย่างละเอียด ลองไปอ่านดูนะครับ
| ยี่ห้อ | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Synology | ใช้งานง่าย, ฟีเจอร์เยอะ, แอพเยอะ | ราคาค่อนข้างสูง | ผู้เริ่มต้น, ใช้งานในบ้าน, SME |
| QNAP | สเปคแรง, มีรุ่นให้เลือกเยอะ, เน้น Performance | UI อาจจะซับซ้อนกว่า Synology | ผู้ใช้งานขั้นสูง, องค์กรขนาดใหญ่ |
| Western Digital (WD) | ราคาถูก, เหมาะสำหรับใช้งานพื้นฐาน | ฟีเจอร์น้อยกว่า Synology และ QNAP | ผู้เริ่มต้น, ใช้งานในบ้าน |
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับNetwork Attached Storage NAS เ:
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่คือเรื่องใหญ่เลย! NAS มีตั้งแต่ตัวเล็กๆ ลูกเดียว ไปจนถึงตัวใหญ่ๆ ใส่ได้สิบกว่าลูก เลือกให้เหมาะกับปริมาณข้อมูลที่เราจะเก็บ และจำนวนคนที่ต้องเข้าถึงข้อมูลพร้อมๆ กัน ถ้าใช้คนเดียว สองคน ตัวเล็กๆ ก็พอ แต่ถ้าทั้งบ้านต้องใช้พร้อมกัน หรือมีแผนจะทำ Media Server ด้วย ก็เผื่อสเปคไว้หน่อย
RAID นี่สำคัญมาก! มันคือการเอา HDD หลายลูกมาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มความเร็ว หรือเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล RAID 0 เร็วแต่เสี่ยง RAID 1 ปลอดภัยกว่าแต่เปลืองเนื้อที่ RAID 5 คือจุดกึ่งกลางที่ผมแนะนำสำหรับโฮมยูสเซอร์ทั่วไป ศึกษา RAID ให้ดีก่อนตั้งค่า ไม่งั้นข้อมูลหายขึ้นมานี่ร้องไห้เลยนะ
NAS ไม่ใช่ที่เก็บข้อมูลที่ปลอดภัย 100% HDD มันมีวันพัง! ต้อง Backup ข้อมูลสำคัญไว้อีกที่เสมอ อาจจะใช้ External HDD หรือ Cloud Storage ก็ได้ สมัยก่อนผมใช้วิธี Backup ข้อมูลลูกค้าลง Tape Drive ทุกคืน (แพงเอาเรื่อง!) แต่สมัยนี้ Cloud ถูกลงเยอะ Backup ขึ้น Cloud ก็สะดวกดี
# ตัวอย่างการ Backup ข้อมูลจาก NAS ไป External HDD (Linux)
rsync -av /volume1/share/ /mnt/external_hdd/backup/
อย่าใช้รหัสผ่านง่ายๆ เด็ดขาด! และควรเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (2FA) ด้วย เพื่อความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง สมัยนี้ Hacker เก่งๆ เยอะ แฮ็ครหัสผ่านง่ายๆ แป๊บเดียวก็เสร็จ
กินไฟน้อยกว่าคอมพิวเตอร์แน่นอน! แต่ก็กินไฟมากกว่า External HDD ทั่วไปนิดหน่อย ถ้าเปิด 24 ชั่วโมง ก็อาจจะมีค่าไฟเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่เยอะขนาดนั้น สมัยผมทำร้านเกมส์ ค่าไฟนี่เป็นเรื่องใหญ่ ต้องคำนวณกันทุกบาททุกสตางค์
จำเป็น! ไฟดับกระทันหันอาจทำให้ข้อมูลเสียหายได้ UPS จะช่วยให้ NAS ทำงานต่อไปได้อีกสักพัก จนกว่าไฟจะมา หรือจนกว่า NAS จะ Shutdown ตัวเองอย่างปลอดภัย
Synology, QNAP, Asustor คือยี่ห้อที่คนนิยมใช้กัน ผมว่าเลือกยี่ห้อที่ Support ดีๆ มี Firmware Update เรื่อยๆ และมี Community ที่แข็งแรง จะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ง่ายเวลาเจอปัญหา
NAS คือ Private Cloud ของเราเอง ควบคุมทุกอย่างได้หมด แต่ต้องดูแลเองทั้งหมด Cloud Storage คือบริการของคนอื่น เราไม่ต้องดูแลอะไร แต่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน/รายปี ข้อดีข้อเสียต่างกัน เลือกเอาตามความเหมาะสม
NAS เป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ ต้องการแชร์ไฟล์ให้คนในบ้าน หรือต้องการทำ Media Server การเลือก NAS ที่เหมาะสม ใช้งานอย่างถูกวิธี และ Backup ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราใช้งาน NAS ได้อย่างมีความสุขและปลอดภัย
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ และถ้าสนใจเรื่อง Forex ลองดูที่ iCafeForex ได้ครับ