DevOps
NAS (Network Attached Storage) มันก็คือคอมพิวเตอร์เครื่องนึงแหละน้อง แต่ถูกออกแบบมาให้เก็บข้อมูลโดยเฉพาะ สมัยผมทำร้านเน็ตก็เคยเอาคอมเก่ามาทำ NAS แบบง่ายๆ ใช้แชร์ไฟล์เกม แชร์หนังให้เด็กๆ ในร้านโหลดกัน แต่สมัยนี้มันมี NAS สำเร็จรูปขายเยอะแยะ สะดวกกว่ากันเยอะ
ทำไมต้องมี NAS ที่บ้าน? ลองนึกภาพดิ รูปถ่ายในมือถือเยอะแยะ วิดีโอที่ถ่ายลูกตอนเล็กๆ หนังที่โหลดมาดู หนังโป๊ (อันนี้เก็บดีๆ หน่อยนะ) ถ้าฮาร์ดดิสก์ในคอมพัง ข้อมูลหายหมดนะน้อง! NAS ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะมันเหมือนมีฮาร์ดดิสก์ส่วนตัวที่บ้าน ที่เราควบคุมได้เอง แถมยังแชร์ไฟล์ให้คนในบ้านได้ง่ายๆ อีกด้วย
NAS คืออุปกรณ์เก็บข้อมูลที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย (Network) ในบ้านของเรา ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, มือถือ, แท็บเล็ต หรือแม้แต่ Smart TV คิดซะว่ามันเป็นฮาร์ดดิสก์ส่วนตัวที่ทุกคนในบ้านใช้ร่วมกันได้ก็แล้วกัน
สมัยนี้ข้อมูลมันเยอะจริงๆ น้องเอ๊ย! รูปถ่ายจากมือถือความละเอียดสูง, วิดีโอ 4K, หนัง Bluray, ไฟล์งาน, Backup ข้อมูลสารพัด ฮาร์ดดิสก์ในคอมพิวเตอร์มันไม่พอหรอก NAS ช่วยให้เราเก็บข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียวได้อย่างปลอดภัย และเข้าถึงได้จากทุกที่ในบ้าน (หรือแม้แต่จากนอกบ้านถ้าตั้งค่าดีๆ)
อีกอย่างคือเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล สมัยก่อนผมเคยเจอเคสลูกค้าทำฮาร์ดดิสก์พัง ข้อมูลสำคัญหายหมด ร้องห่มร้องไห้กันเลยทีเดียว NAS หลายรุ่นมีระบบ RAID ที่ช่วยสำรองข้อมูลแบบอัตโนมัติ ถ้าฮาร์ดดิสก์ลูกนึงเสีย อีกลูกก็จะยังทำงานได้ ทำให้ข้อมูลไม่หาย
การเลือก NAS มันก็เหมือนเลือกซื้อคอมพิวเตอร์แหละน้อง ต้องดูสเปค ดูการใช้งาน อย่าซื้อแพงเกินความจำเป็น หรือถูกเกินไปจนใช้งานไม่ได้
จำนวนช่องใส่ฮาร์ดดิสก์มีผลต่อความจุรวมของ NAS และความสามารถในการทำ RAID ถ้ามีช่องเดียวก็ใส่ฮาร์ดดิสก์ได้ลูกเดียว ถ้ามีสองช่องขึ้นไปก็สามารถทำ RAID 1 (Mirroring) ได้ ซึ่งเป็นการสำรองข้อมูลแบบเรียลไทม์ ถ้าฮาร์ดดิสก์ลูกนึงเสีย อีกลูกก็ยังมีข้อมูลอยู่
สำหรับบ้านส่วนใหญ่ NAS แบบ 2-Bay ก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีงบเยอะ หรือต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูงๆ NAS แบบ 4-Bay ก็เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
CPU และ RAM มีผลต่อประสิทธิภาพของ NAS โดยตรง ถ้า CPU แรง RAM เยอะ ก็จะทำให้ NAS ทำงานได้เร็วขึ้น รองรับการใช้งานพร้อมๆ กันได้มากขึ้น รวมถึงการทำ Transcoding วิดีโอ (แปลงไฟล์วิดีโอให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ต่างๆ) ได้ดีขึ้นด้วย
NAS ราคาถูกส่วนใหญ่มักจะใช้ CPU และ RAM ที่ไม่แรงมาก เหมาะกับการใช้งานพื้นฐาน เช่น เก็บไฟล์ แชร์ไฟล์ แต่ถ้าต้องการใช้งานขั้นสูง เช่น ทำ Media Server, Virtualization หรือ Docker ควรเลือก NAS ที่มี CPU และ RAM ที่แรงกว่า
NAS แต่ละยี่ห้อจะมีระบบปฏิบัติการ (OS) เป็นของตัวเอง ระบบปฏิบัติการที่ดีจะช่วยให้เราใช้งาน NAS ได้ง่ายขึ้น มีฟีเจอร์ครบครัน และมีการอัปเดตความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
ระบบปฏิบัติการ NAS ที่นิยมกันก็มี Synology DSM, QNAP QTS และ Asustor ADM แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ลองศึกษาดูว่าตัวไหนเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด
การติดตั้ง NAS สมัยนี้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ สมัยผมทำร้านเน็ตต้องลง Linux เอง config เอง แต่สมัยนี้แค่เสียบปลั๊ก เสียบสาย LAN ทำตามขั้นตอนในคู่มือก็เสร็จแล้ว
หลังจากติดตั้ง NAS เสร็จแล้ว เราก็สามารถแชร์ไฟล์และเข้าถึงข้อมูลได้จากอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านได้เลย
Windows: เข้าไปที่ File Explorer แล้วพิมพ์ \\ชื่อ NAS ในช่อง Address Bar (เช่น \\MyNAS) จากนั้นใส่ Username และ Password ที่ตั้งไว้ตอนติดตั้ง
macOS: เข้าไปที่ Finder แล้วคลิกที่ Go > Connect to Server... จากนั้นพิมพ์ smb://ชื่อ NAS (เช่น smb://MyNAS) แล้วใส่ Username และ Password
มือถือและแท็บเล็ต: ดาวน์โหลดและติดตั้ง App ของ NAS จาก App Store หรือ Google Play แล้วล็อกอินด้วย Username และ Password
sudo mount -t cifs //ชื่อ NAS/ชื่อโฟลเดอร์ /mnt/โฟลเดอร์ที่จะ Mount -o username=ชื่อผู้ใช้,password=รหัสผ่าน
โค้ดนี้ใช้สำหรับ Mount โฟลเดอร์บน NAS เข้ากับ Folder บน Linux ต้องติดตั้ง cifs-utils ก่อนนะ
| รุ่น | จำนวน Bay | CPU | RAM | OS | ราคาโดยประมาณ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Synology DS224+ | 2 | Intel Celeron J4125 | 2GB | Synology DSM | 12,000 บาท | ผู้เริ่มต้น, Home Use |
| QNAP TS-253D | 2 | Intel Celeron J4125 | 4GB | QNAP QTS | 15,000 บาท | Home Use, Media Server |
| Asustor AS5304T | 4 | Intel Celeron J4105 | 4GB | Asustor ADM | 20,000 บาท | Prosumer, Small Business |
| Synology DS923+ | 4 | AMD Ryzen R1600 | 4GB | Synology DSM | 25,000 บาท | Power User, Virtualization |
ราคานี้เป็นราคาโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามร้านค้าและโปรโมชั่นต่างๆ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อ NAS นะน้อง ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย SiamCafe Blog ยินดีให้คำปรึกษาเสมอ
อย่าลืม Backup ข้อมูลสำคัญๆ ไว้เสมอ SiamCafe Blog เตือนแล้วนะ!
สมัยผมทำร้านเน็ต เคยเจอเลย ตั้งชื่อ folder ว่า "Folder1", "New Folder"... หาไฟล์กันทีตาลาย แชร์ไฟล์ให้ user ผิด folder อีก
ตั้งชื่อให้สื่อเลยครับ ว่าเก็บอะไร เช่น "Movies", "Documents", "Backup-Photos" ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ
อย่ามองข้ามเรื่อง backup นะครับ Harddisk มีวันพัง ข้อมูลสำคัญหายไปนี่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย
ผมแนะนำให้มีระบบ backup แบบ 3-2-1 Rule คือ มี 3 copies ของข้อมูล, เก็บไว้ใน 2 media ที่ต่างกัน (เช่น NAS + External HDD), และเก็บ 1 copy ไว้ offsite (เช่น Cloud Storage)
กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงให้ดี ใครควรเข้าถึง folder ไหนได้บ้าง ป้องกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาลบ หรือแก้ไขข้อมูล
สร้าง user account ให้แต่ละคน แล้วกำหนดสิทธิ์ให้เหมาะสม อย่าให้ใครใช้ account "admin" พร่ำเพรื่อ
NAS ส่วนใหญ่จะมีระบบ monitoring ให้ดูสถานะของเครื่อง CPU, RAM, Harddisk, Network
เช็คเป็นประจำ หรือตั้ง alert ไว้เลย ถ้ามีอะไรผิดปกติ จะได้รีบแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้
iCafeForexจำเป็นครับ! ไฟดับกระทันหัน Harddisk เสียหายได้ ข้อมูลอาจจะหายหมดเลย
UPS จะช่วยให้ NAS มีเวลา shutdown อย่างปลอดภัย
แนะนำให้ใช้ Harddisk ที่ออกแบบมาสำหรับ NAS โดยเฉพาะ พวกนี้จะทนทานกว่า และมีระบบป้องกันการสั่นสะเทือนที่ดีกว่า
ยี่ห้อที่นิยมก็เช่น WD Red, Seagate IronWolf
NAS กินไฟน้อยกว่า PC เยอะครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่น และจำนวน Harddisk ที่ใส่
ลองคำนวณดูว่า NAS ของคุณกินไฟเท่าไหร่ แล้วเทียบกับค่าไฟที่คุณจ่าย จะได้รู้ว่าคุ้มค่าไหม
RAID ไม่ใช่ Backup! แต่ RAID ช่วยให้ NAS ทำงานได้ต่อเนื่อง แม้ว่า Harddisk ตัวนึงจะเสีย
RAID 1 (Mirroring) เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยของข้อมูลสูงสุด RAID 5/6 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความจุเยอะ และยังต้องการความปลอดภัยของข้อมูลในระดับนึง
SiamCafe BlogNAS เป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าสำหรับบ้านที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลส่วนกลาง และต้องการแชร์ไฟล์ให้กับคนในบ้าน
เลือก NAS ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ ตั้งค่าให้ปลอดภัย และอย่าลืม Backup ข้อมูลเป็นประจำ ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะครับ