AI
น้องๆ เคยเห็นไหมว่า AI สมัยนี้มันเก่งขึ้นเยอะ? ไม่ใช่แค่ตอบคำถามได้เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ แต่เดี๋ยวมันมองเห็นรูปภาพ แล้วเอามาประกอบกับคำพูดได้ด้วย! นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า Multimodal AI Vision Language Models (VLM) พูดง่ายๆ มันคือ AI ที่เข้าใจทั้งรูปภาพและภาษา
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เนี่ย แค่ให้คอมพิวเตอร์จำแนกรูปแมวกับหมาได้ก็แทบจะลงไปกราบแล้ว แต่ตอนนี้ VLM มันทำได้มากกว่านั้นเยอะ มันสามารถอธิบายรูปภาพได้, สร้างภาพจากคำสั่งได้, หรือตอบคำถามเกี่ยวกับรูปภาพที่เราป้อนให้ได้ ลองคิดดูสิว่ามันจะช่วยอะไรเราได้บ้าง? ตั้งแต่การแพทย์, การศึกษา, การตลาด, ไปจนถึงการพัฒนาเกมเลยนะ
ทำไมมันถึงสำคัญ? เพราะมันทำให้ AI เข้าใจโลกได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้นไง! เราไม่ได้แค่รับข้อมูลที่เป็นตัวหนังสืออย่างเดียว แต่เรารับรู้โลกผ่านการมองเห็นด้วย VLM ทำให้ AI สามารถเรียนรู้และเข้าใจบริบทต่างๆ ได้ดีขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของเราได้ตรงจุดมากขึ้น
ก่อนจะไปใช้งาน VLM กันจริงๆ จังๆ เรามาปูพื้นฐานกันก่อนนิดนึง จะได้เข้าใจหลักการทำงานของมันมากขึ้น
Computer Vision คือศาสตร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ "มองเห็น" ได้ ไม่ใช่ว่ามันมีตาจริงๆ นะ แต่มันสามารถวิเคราะห์รูปภาพและวิดีโอเพื่อดึงข้อมูลออกมาได้ เช่น การตรวจจับวัตถุ (Object Detection), การจำแนกประเภทภาพ (Image Classification), หรือการแบ่งส่วนภาพ (Image Segmentation) ลองนึกภาพว่ามันคือการสอนให้คอมพิวเตอร์ "อ่าน" รูปภาพนั่นแหละ
สมัยก่อนเราต้องเขียนโปรแกรมเองหมดเลย กว่าจะให้มันจำแนกหน้าคนได้นี่เลือดตาแทบกระเด็น แต่สมัยนี้มี Library สำเร็จรูปให้ใช้เยอะแยะ เช่น OpenCV หรือ TensorFlow Object Detection API ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
NLP คือศาสตร์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ "เข้าใจ" ภาษาของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูดหรือภาษาเขียน มันครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ไวยากรณ์, การแปลภาษา, การสร้างข้อความ, ไปจนถึงการตอบคำถาม NLP นี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ AI สามารถสื่อสารกับเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สมัยผมทำเว็บ SiamCafe Blog แรกๆ นี่ Text Analysis ยังไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ Keyword Stuffing เต็มไปหมด แต่เดี๋ยวนี้ NLP ก้าวหน้าไปเยอะ สามารถเข้าใจบริบทและความหมายแฝงของภาษาได้ดีขึ้นมาก
Transformer Networks คือสถาปัตยกรรม Neural Network ที่ปฏิวัติวงการ NLP และ Computer Vision มันถูกออกแบบมาให้จัดการกับข้อมูลที่เป็นลำดับ (Sequential Data) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ข้อความหรือวิดีโอ จุดเด่นของ Transformer คือกลไก Self-Attention ที่ช่วยให้ AI สามารถโฟกัสไปที่ส่วนสำคัญของข้อมูลได้ ทำให้มันเรียนรู้และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลได้ดีขึ้น
ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ Transformer เหมือนกับนักเรียนที่ตั้งใจฟังอาจารย์สอนในห้องเรียน มันจะโฟกัสไปที่คำพูดที่สำคัญ และพยายามเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีที่สุด
เอาล่ะ! หลังจากปูพื้นฐานกันไปแล้ว เรามาดูวิธีการใช้งาน VLM กันบ้างดีกว่า ผมจะยกตัวอย่างเครื่องมือและ Library ที่ใช้งานง่าย และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ผมจะยกตัวอย่างการใช้งาน VLM ง่ายๆ โดยใช้ Hugging Face Transformers ซึ่งเป็น Library ที่รวบรวมโมเดล AI สำเร็จรูปไว้มากมาย
ก่อนอื่น เราต้องติดตั้ง Library ที่จำเป็นก่อน โดยใช้ pip (Python Package Installer) ใน Terminal หรือ Command Prompt
pip install transformers
pip install pillow
Pillow เอาไว้จัดการรูปภาพนะน้องๆ
หลังจากติดตั้ง Library เสร็จแล้ว เราก็สามารถโหลดโมเดล VLM มาใช้งานได้เลย ตัวอย่างเช่น BLIP (Bootstrapping Language-Image Pre-training) ซึ่งเป็นโมเดลที่พัฒนาโดย Salesforce Research
from transformers import BlipProcessor, BlipForConditionalGeneration
from PIL import Image
processor = BlipProcessor.from_pretrained("Salesforce/blip-image-captioning-base")
model = BlipForConditionalGeneration.from_pretrained("Salesforce/blip-image-captioning-base")
เมื่อโหลดโมเดลเสร็จแล้ว เราก็สามารถป้อนรูปภาพเข้าไปในโมเดล เพื่อให้มันสร้างคำอธิบายได้
image = Image.open("path/to/your/image.jpg") # แทนที่ด้วย path ของรูปภาพ
text = "describe this image"
inputs = processor(image, text, return_tensors="pt")
outputs = model.generate(**inputs)
print(processor.decode(outputs[0], skip_special_tokens=True))
แค่นี้เอง! โมเดลก็จะสร้างคำอธิบายรูปภาพออกมาให้เราแล้ว ลองเอาไปปรับใช้กับรูปภาพอื่นๆ ดูนะ
VLM ไม่ได้เป็นทางเลือกเดียวในการทำงานกับรูปภาพและภาษา ยังมีทางเลือกอื่นๆ ที่อาจจะเหมาะสมกับงานบางประเภทมากกว่า ลองมาดูตารางเปรียบเทียบกัน
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Rule-based Systems | ใช้งานง่าย, ควบคุมได้ดี | ปรับขนาดได้ยาก, ต้องการความรู้เฉพาะทาง | งานที่ไม่ซับซ้อน, ต้องการความแม่นยำสูง |
| Traditional Machine Learning (e.g., SVM, Random Forest) | มีประสิทธิภาพ, ต้องการข้อมูลน้อยกว่า | ต้อง Feature Engineering เอง, ไม่สามารถจัดการกับข้อมูลที่ไม่เป็นระเบียบได้ดี | งานที่ต้องการความเร็ว, ข้อมูลมีโครงสร้างชัดเจน |
| Vision Language Models (VLMs) | เข้าใจบริบทได้ดี, สร้างผลลัพธ์ที่ซับซ้อนได้ | ต้องการข้อมูลและทรัพยากรมาก, อาจมี Bias | งานที่ต้องการความเข้าใจในบริบท, สร้างสรรค์ผลลัพธ์ใหม่ๆ |
สมัยก่อนผมเขียนโปรแกรมตรวจจับคำหยาบในบอร์ด SiamCafe Blog นี่ใช้ Rule-based Systems เป็นหลักเลย เพราะต้องการความแม่นยำสูง และคำหยาบมันก็มีไม่กี่คำ แต่ถ้าจะให้ AI สร้างบทความเองแบบ VLMs นี่ Rule-based Systems คงไม่ไหว
หวังว่าน้องๆ จะเข้าใจ VLM มากขึ้นนะครับ ลองเอาไปประยุกต์ใช้กับงานของตัวเองดู แล้วจะรู้ว่ามันมีประโยชน์มากมายจริงๆ! ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยนะ
น้องๆ หลายคนอาจจะเริ่มเล่น Multimodal AI กันแล้วใช่มั้ย? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว AI ยังเป็นเรื่องในหนัง Sci-Fi อยู่เลย ใครจะไปคิดว่าวันนี้เราจะคุยกับมันได้ด้วยรูปภาพ! แต่เทคโนโลยีมันไปไวมาก สิ่งสำคัญคือเราต้องปรับตัวให้ทัน
จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับเทคโนโลยีมานาน ผมมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะแชร์ให้น้องๆ เอาไปลองใช้กันดู รับรองว่าเวิร์ค!
AI เก่งก็จริง แต่ไม่ได้เก่งทุกเรื่องนะ! เหมือนเด็กเพิ่งหัดเดินน่ะแหละ บางทีก็ล้ม บางทีก็ตอบผิดๆ ถูกๆ เราต้องเข้าใจว่าโมเดลแต่ละตัวมีจุดแข็งจุดอ่อนต่างกัน
เคยเจอเคสลูกค้าเอารูปหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มี Error มาให้ AI ช่วยแก้ ปรากฏว่า AI มันมั่วไปหมด เพราะรูปมันไม่ชัด ตัวหนังสือเล็กเกินไป สรุปต้องมาแก้เองอยู่ดี ดังนั้น "คุณภาพของ Input สำคัญมากๆ"
Prompt Engineering คือการเขียนคำสั่งให้ AI เข้าใจสิ่งที่เราต้องการ เหมือนเราคุยกับคน ถ้าเราพูดไม่ชัดเจน เขาก็อาจจะเข้าใจผิดได้
สมัยก่อนผมสอนลูกค้า Search Google ผมจะบอกเสมอว่า "ยิ่งใส่ Keywords เยอะ ยิ่งได้ผลลัพธ์ที่ตรง" Prompt Engineering ก็เหมือนกัน ยิ่งเราใส่รายละเอียดเยอะ AI ก็ยิ่งเข้าใจสิ่งที่เราต้องการมากขึ้น
ลองดูตัวอย่าง Prompt ง่ายๆ:
# แย่:
รูปแมว
# ดีขึ้น:
รูปแมวเปอร์เซียสีขาวกำลังนั่งบนโซฟาสีแดงในห้องนั่งเล่นที่มีแสงแดดส่องถึง
ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวสำหรับการใช้ AI! เราต้องทดลอง Prompt ต่างๆ ดูว่าอันไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แล้วก็ปรับปรุงไปเรื่อยๆ
ผมเคยลองเอา AI มาช่วยเขียน Content ให้ SiamCafe Blog ปรากฏว่าช่วงแรกๆ ภาษาที่ได้มันแข็งๆ ทื่อๆ เหมือน Robot เขียน ผมก็ต้องมานั่งแก้ มาปรับสำนวนให้มันเป็นธรรมชาติมากขึ้น
อย่าท้อแท้ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิดตั้งแต่ครั้งแรก! การใช้ AI มันต้องใช้เวลาและความอดทน
AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง! อย่าพึ่งพา AI มากเกินไป จนลืมทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง
ผมมองว่า AI เป็นเหมือนผู้ช่วยที่คอย Support เราในงานต่างๆ แต่สุดท้ายแล้ว คนก็ยังต้องเป็นคนตัดสินใจและรับผิดชอบอยู่ดี
ทำได้เยอะมาก! ตั้งแต่ Generate รูปภาพ, เขียนคำบรรยายภาพ, ตอบคำถามเกี่ยวกับรูปภาพ, ไปจนถึงช่วยในการออกแบบผลิตภัณฑ์และวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์
ผมว่าไม่น่าจะแทนที่ได้ทั้งหมดนะ! AI อาจจะเข้ามาช่วยลดภาระงานบางอย่าง แต่ก็ยังต้องการคนที่มีทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการควบคุมและใช้งานมันอยู่ดี
ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรมากก็ได้! เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือ AI ที่ใช้งานง่ายเยอะแยะ แต่ถ้ามีความรู้ด้าน Programming หรือ Machine Learning บ้างก็จะช่วยให้เข้าใจหลักการทำงานของ AI ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
Multimodal AI เป็นเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นและมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกของเรา! สิ่งสำคัญคือเราต้องเรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างชาญฉลาดและมีจริยธรรม
อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูก! เพราะนั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
สนใจเรื่อง AI และเทคโนโลยีเพิ่มเติม? ลองเข้าไปอ่านบทความใน SiamCafe Blog ดูนะครับ
และถ้าใครสนใจเรื่อง Forex ลองดูที่ iCafeForex นะครับ