IT General
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่า Mikrotik กับ Ubiquiti มันต่างกันยังไง? ทำไมบางคนใช้ Mikrotik บางคนใช้ Ubiquiti? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ย เจอปัญหาเรื่อง Network เยอะมาก ต้องเลือก Router ดีๆ นี่สำคัญสุดๆ เลยนะ เพราะมันคือหัวใจของร้านเราเลย
การเลือก Router หรือ Access Point ที่ดี มันเหมือนกับการเลือกซื้อรถยนต์น่ะครับ แต่ละยี่ห้อก็มีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป การเปรียบเทียบ Mikrotik กับ Ubiquiti ก็เหมือนเรากำลังเลือกรถที่เหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุดนั่นเอง
ก่อนจะไปเปรียบเทียบกันจริงๆ เราต้องรู้จักพื้นฐานของมันก่อนนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะงง
Router ก็คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เหมือน "ทางแยก" ในระบบ Network ครับ มันจะคอยดูว่าข้อมูลที่วิ่งเข้ามา ควรจะส่งไปที่ไหนต่อดี เพื่อให้ข้อมูลไปถึงปลายทางได้อย่างถูกต้อง
Access Point หรือ AP คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่กระจายสัญญาณ Wi-Fi ครับ เปรียบเหมือน "สถานี" ที่ปล่อยสัญญาณ Wi-Fi ออกมาให้เราเชื่อมต่อได้
เอาล่ะ มาดูวิธีใช้งานเบื้องต้นกันดีกว่าครับ
Mikrotik เนี่ย สมัยก่อนผมชอบมาก เพราะมัน Config ได้ละเอียดสุดๆ แต่ก็ต้องใช้ Command Line เป็นหลักนะ ใครไม่เคยใช้ Command Line อาจจะต้องเรียนรู้กันหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า
/ip address add address=192.168.88.1/24 interface=ether1
/ip route add dst-address=0.0.0.0/0 gateway=192.168.88.254
Code ด้านบนเป็นตัวอย่างการกำหนด IP Address และ Gateway ให้กับ Mikrotik ครับ
Ubiquiti จะเน้น Config ผ่าน Web Interface มากกว่า ซึ่งมันใช้ง่ายกว่า Mikrotik เยอะเลย เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากยุ่งยากกับ Command Line
แค่ Login เข้าไปใน Web Interface แล้วก็คลิกๆ เลือกๆ ตามที่ต้องการได้เลย
นอกจาก Mikrotik กับ Ubiquiti แล้ว ยังมี Router และ Access Point ยี่ห้ออื่นๆ อีกมากมาย เช่น Cisco, TP-Link, Asus แต่ละยี่ห้อก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ Mikrotik กับ Ubiquiti ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ เลยครับ
| คุณสมบัติ | Mikrotik | Ubiquiti |
|---|---|---|
| ราคา | ค่อนข้างถูก | ราคาปานกลาง |
| ความซับซ้อนในการ Config | Config ซับซ้อนกว่า ต้องใช้ Command Line | Config ง่ายกว่า ผ่าน Web Interface |
| ประสิทธิภาพ | ประสิทธิภาพสูง Config ได้ละเอียด | ประสิทธิภาพดี ใช้งานง่าย |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีความรู้ด้าน Network และต้องการ Config ละเอียด | ผู้ที่ต้องการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน |
จากตารางจะเห็นว่า Mikrotik เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Config ละเอียด และมีความรู้ด้าน Network ส่วน Ubiquiti เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
ถ้าอยากอ่านบทความเกี่ยวกับ Network เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog นะครับ
สิ่งที่ทำให้ Mikrotik แตกต่างคือ RouterOS ครับ มันคือ Operating System ที่ทรงพลังมากๆ สามารถทำอะไรได้เยอะแยะ ตั้งแต่ Firewall, VPN, Load Balancing, Hotspot และอื่นๆ อีกมากมาย
/ip firewall filter add chain=forward action=drop dst-port=25 protocol=tcp
Code ด้านบนเป็นตัวอย่างการ Block Port 25 (SMTP) ด้วย Firewall ของ Mikrotik
Ubiquiti UniFi เป็น Solution ที่เน้นการจัดการ Network แบบรวมศูนย์ครับ เราสามารถจัดการ Access Point หลายๆ ตัวได้จาก Controller เพียงตัวเดียว ทำให้การดูแลรักษาง่ายมากๆ
อย่าลืมเรื่อง Security นะครับ ไม่ว่าเราจะใช้ Mikrotik หรือ Ubiquiti ก็ตาม ต้องตั้ง Password ที่แข็งแรง และ Update Firmware อยู่เสมอ เพื่อป้องกันการ Hack
สมัยผมทำร้านเน็ต เคยเจอ Hacker พยายามเข้ามา Hack Router อยู่บ่อยๆ ต้องคอย Monitor และป้องกันอยู่ตลอดเวลา
Wireless Mesh Network คือระบบ Network ที่ Access Point หลายๆ ตัวเชื่อมต่อกันแบบไร้สาย ทำให้สามารถขยายสัญญาณ Wi-Fi ได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างๆ
Ubiquiti UniFi มี Feature นี้ให้ใช้งานได้ง่ายมากๆ ส่วน Mikrotik ก็ทำได้ แต่ต้อง Config ซับซ้อนกว่า
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลยครับ แล้วอย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog ด้วยนะครับ
สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นะ บอกเลยว่า Mikrotik กับ Ubiquiti เนี่ยเหมือนเป็นคู่หูคู่กัดกันตลอด ลูกค้าบางคนชอบ Mikrotik เพราะความละเอียดในการตั้งค่า บางคนก็ Ubiquiti เพราะใช้ง่ายกว่า แต่สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ว่าเราจะใช้มันให้คุ้มค่าแค่ไหน
ผมมีเคล็ดลับจากประสบการณ์ตรงมาแชร์ให้ฟังกัน รับรองว่าเอาไปใช้ได้จริงแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเอง
อันนี้สำคัญมาก! สมัยก่อนเน็ตบ้านเรายังไม่แรงเท่าสมัยนี้ การจัดการ Bandwidth ให้ดีถือเป็นหัวใจหลักเลย ไม่งั้นลูกค้าโหลดบิทกันทีเดียวคนอื่นเล่นเน็ตไม่ได้เลย
ใน Mikrotik ผมจะใช้ Queue Tree กำหนด Bandwidth ให้แต่ละ User หรือแต่ละ Service เลย เช่น
/queue tree
add name=download parent=global-in max-limit=10M
add name=upload parent=global-out max-limit=2M
/queue simple
add name=user1 target=192.168.1.100/32 max-limit=5M/1M parent=download/upload
ส่วน Ubiquiti ก็จะใช้ Traffic Shaping เข้ามาช่วย จัดการ Bandwidth ได้เหมือนกัน แต่จะง่ายกว่า Mikrotik หน่อย
อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้! ต้อง Monitoring ระบบตลอดเวลา สมัยก่อนผมใช้ The Dude ของ Mikrotik นี่แหละ คอยเช็คว่า Router ยังทำงานปกติไหม เน็ตหลุดหรือเปล่า
ถ้าเจอปัญหา The Dude มันจะส่ง Email มาเตือนเรา ทำให้เราเข้าไปแก้ไขได้ทันท่วงที
เรื่องความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง! สมัยก่อนโดน Hack กันง่ายมาก ต้องตั้ง Firewall ให้ดีๆ ปิด Port ที่ไม่จำเป็น
ใน Mikrotik ผมจะใช้ Firewall Rules แบบนี้
/ip firewall filter
add chain=input protocol=tcp dst-port=22 action=drop comment="Drop SSH"
add chain=input protocol=tcp dst-port=23 action=drop comment="Drop Telnet"
add chain=input protocol=tcp dst-port=80 action=accept comment="Allow HTTP"
add chain=input protocol=tcp dst-port=443 action=accept comment="Allow HTTPS"
ส่วน Ubiquiti ก็จะมี Firewall ให้ใช้งานเหมือนกัน แต่การตั้งค่าอาจจะไม่ละเอียดเท่า Mikrotik
ถ้าต้องการเชื่อมต่อจากภายนอกเข้ามาจัดการ Router ที่ร้านเน็ต การทำ VPN Server เป็นทางเลือกที่ดี ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มาก
ทั้ง Mikrotik และ Ubiquiti สามารถทำ VPN Server ได้ แต่ Mikrotik จะมี Options ให้เลือกมากกว่า เช่น PPTP, L2TP/IPsec, OpenVPN
iCafeForexRouter ทั่วไปตามบ้านอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานในร้านเน็ต เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้รองรับการใช้งานหนักๆ และฟีเจอร์ในการจัดการ Bandwidth หรือ Security ก็อาจจะไม่ดีเท่า Mikrotik/Ubiquiti
จริง! Mikrotik ต้อง Command Line บ้าง แต่ Ubiquiti จะเน้น GUI ใช้งานง่ายกว่า แต่ถ้าเราอยากปรับแต่งอะไรที่มัน Advance หน่อย Mikrotik จะทำได้ดีกว่า
อยู่ที่ความต้องการของเราเลย ถ้าต้องการความละเอียดในการตั้งค่า Flexibility สูงๆ เลือก Mikrotik แต่ถ้าต้องการความง่ายในการใช้งาน Setup เร็วๆ เลือก Ubiquiti
ถ้าใช้ Mikrotik แนะนำ The Dude เลยครับ เอาไว้ Monitor ระบบ ส่วน Ubiquiti ก็มี UNMS (Ubiquiti Network Management System) เอาไว้จัดการอุปกรณ์
Mikrotik กับ Ubiquiti ต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเอง ไม่มีตัวไหนที่ดีที่สุด อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการของเรายังไง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็จะเชียร์ Mikrotik เพราะมันทำอะไรได้เยอะ แต่สมัยนี้ Ubiquiti ก็พัฒนาขึ้นมาเยอะมาก ใช้งานง่าย แถมราคาก็ไม่แพง
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่เราเข้าใจระบบ Network และรู้จักวิธีการ Config Router ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา SiamCafe Blog มีบทความเกี่ยวกับ Network อีกเยอะ ลองเข้าไปอ่านดูได้นะ