Security
Kali Linux เนี่ย ถ้าให้พูดง่ายๆ มันก็คือระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าแฮกเกอร์ นักเจาะระบบ และผู้ที่สนใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยเฉพาะ สมัยผมทำร้านเน็ตเมื่อก่อน ก็มีลูกค้าหลายคนที่ใช้ Kali นี่แหละ บ้างก็มาลองเล่น บ้างก็มาศึกษาจริงจัง
ทำไมมันถึงสำคัญน่ะเหรอ? เพราะ Kali มันรวมเอาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) การวิเคราะห์ความปลอดภัย (Security Auditing) และการสืบสวนทางดิจิทัล (Digital Forensics) มาให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องเสียเวลาไปหาลงเองทีละโปรแกรม
ลองนึกภาพว่าคุณอยากจะซ่อมรถ แต่ไม่มีเครื่องมืออะไรเลย มันก็คงยากน่าดู Kali ก็เหมือนกล่องเครื่องมือช่างขนาดใหญ่ ที่มีอุปกรณ์ครบครันสำหรับงานซ่อมรถ (ในที่นี้คือระบบรักษาความปลอดภัย) ตั้งแต่เครื่องมือสแกนหาช่องโหว่ ไปจนถึงเครื่องมือเจาะระบบขั้นสูง
สมัยก่อน ตอนที่ยังไม่มี Kali เนี่ย เวลาเราจะทำ Penetration Testing ที ก็ต้องมานั่งลงโปรแกรมทีละตัวๆ เสียเวลามาก แถมบางทีก็มีปัญหาเรื่อง compatibility อีก แต่พอมี Kali ทุกอย่างมันง่ายขึ้นเยอะ
อีกอย่างที่สำคัญคือ Kali Linux เป็น Open Source ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมยังมี Community ขนาดใหญ่คอยสนับสนุนและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะมีเครื่องมือใหม่ๆ และการอัพเดท security อยู่เสมอ
การติดตั้ง Kali Linux เนี่ยมีหลายวิธีนะ แต่ที่นิยมกันก็คือการติดตั้งแบบ Dual Boot (ติดตั้งคู่กับ Windows) หรือ Virtual Machine (เช่น VirtualBox หรือ VMware) ผมจะแนะนำวิธีติดตั้งแบบ Virtual Machine เพราะมันง่ายและปลอดภัยกว่า
แค่นี้คุณก็มี Kali Linux พร้อมใช้งานแล้ว!
พอติดตั้งเสร็จแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคืออัพเดทระบบให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด เปิด Terminal ขึ้นมา แล้วพิมพ์คำสั่งเหล่านี้:
sudo apt update
sudo apt upgrade
คำสั่ง sudo apt update จะอัพเดทรายชื่อ package ที่มีอยู่ในระบบ ส่วน sudo apt upgrade จะอัพเดท package ที่ติดตั้งไว้ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด
นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งพื้นฐานอื่นๆ ที่ควรรู้ เช่น:
pwd: แสดง Directory ปัจจุบันcd: เปลี่ยน Directoryls: แสดงไฟล์และ Directory ใน Directory ปัจจุบันmkdir: สร้าง Directory ใหม่rm: ลบไฟล์rmdir: ลบ Directory (เฉพาะ Directory ที่ว่างเปล่า)nano: แก้ไขไฟล์ Text (Text Editor)ifconfig หรือ ip addr: แสดงข้อมูล Network Interfaceลองเล่นกับคำสั่งเหล่านี้ดู จะช่วยให้คุณคุ้นเคยกับการใช้งาน Command Line ใน Kali Linux มากขึ้น
Kali Linux มาพร้อมกับเครื่องมือมากมายที่ใช้สำหรับการทดสอบเจาะระบบและการวิเคราะห์ความปลอดภัย ผมจะยกตัวอย่างเครื่องมือยอดนิยมที่ผมเคยใช้บ่อยๆ สมัยทำร้านเน็ต:
Nmap (Network Mapper) เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการสแกนหา Host และ Service ที่ทำงานอยู่บน Network มันสามารถบอกเราได้ว่ามี Port อะไรเปิดอยู่บ้าง และ Service ที่ทำงานอยู่บน Port นั้นคืออะไร
ตัวอย่างการใช้งาน Nmap:
nmap -v -A scanme.nmap.org
คำสั่งนี้จะสแกน Host scanme.nmap.org ด้วย Option -v (verbose mode) และ -A (aggressive scan) ซึ่งจะพยายามหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด
Wireshark เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการดักจับและวิเคราะห์ Network Traffic มันสามารถแสดงข้อมูลที่ส่งผ่าน Network ในรูปแบบที่มนุษย์อ่านได้ ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบว่ามีอะไรเกิดขึ้นบน Network บ้าง
สมัยก่อนผมใช้ Wireshark บ่อยมาก เวลาที่ลูกค้าในร้านเน็ตมีปัญหาเรื่อง Network ผมก็จะใช้ Wireshark ดักจับ Traffic เพื่อหาสาเหตุ
Metasploit Framework เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการพัฒนาและ execute Exploit Code มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมาก แต่ก็ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะทำให้ระบบเสียหายได้
Metasploit มี Module ให้เลือกใช้มากมาย ตั้งแต่ Module สำหรับสแกนหาช่องโหว่ ไปจนถึง Module สำหรับเจาะระบบ
| คุณสมบัติ | Kali Linux | Windows | macOS |
|---|---|---|---|
| จุดประสงค์หลัก | Security Testing | ใช้งานทั่วไป | ใช้งานทั่วไป |
| เครื่องมือ Security | มีมาให้พร้อม | ต้องติดตั้งเพิ่ม | ต้องติดตั้งเพิ่ม |
| ราคา | ฟรี (Open Source) | มีค่าใช้จ่าย | มีค่าใช้จ่าย |
| ความยากในการใช้งาน | ค่อนข้างยากสำหรับมือใหม่ | ง่ายสำหรับมือใหม่ | ง่ายสำหรับมือใหม่ |
| ความปลอดภัย | สูง (ถ้าใช้งานอย่างถูกต้อง) | ปานกลาง | ปานกลาง |
จากตาราง จะเห็นได้ว่า Kali Linux ถูกออกแบบมาเพื่อ Security Testing โดยเฉพาะ ทำให้มีเครื่องมือ Security มาให้พร้อม และมีความปลอดภัยสูง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความยากในการใช้งานที่มากกว่าระบบปฏิบัติการอื่นๆ
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับKali Linux ติดตั้งและใช้งาน:
Kali Linux เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ นักเจาะระบบ นักวิเคราะห์ความปลอดภัย และผู้ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการทดสอบเจาะระบบ
การใช้ Kali Linux นั้นถูกกฎหมาย แต่การใช้เครื่องมือใน Kali Linux เพื่อเจาะระบบหรือทำร้ายระบบของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นผิดกฎหมาย
Kali Linux มีความปลอดภัยสูง แต่การใช้งานที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้ระบบเสียหายได้ ควรศึกษาและทำความเข้าใจก่อนใช้งาน
สนใจเรื่อง Security เพิ่มเติม? ลองแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ Kali Linux นะครับ ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ถามมาได้เลย!
ติดตามข่าวสารและบทความ IT ดีๆ ได้ที่ SiamCafe Blog
สมัยผมทำร้านเน็ตนี่เจอบ่อยเลย เด็กมันลงโปรแกรมเถื่อนแล้วไม่เคยอัพเดท สุดท้ายโดนแฮ็กง่ายๆ Kali Linux ก็เหมือนกัน ต้องอัพเดทบ่อยๆ เพื่อให้ได้ security patch ใหม่ๆ
apt update && apt upgrade -y
คำสั่งนี้จะอัพเดท package list แล้วก็อัพเกรด package ทั้งหมดในระบบ
Kali Linux ถูกออกแบบมาให้ใช้ Root User โดย default แต่การใช้งาน Root User ตลอดเวลา เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมาก ถ้าโปรแกรมที่เราใช้มีช่องโหว่ แฮกเกอร์ก็สามารถเข้าถึงระบบเราได้ง่ายๆ
แนะนำให้สร้าง User ธรรมดา แล้วใช้ sudo เมื่อต้องการสิทธิ์ Root
สมัยก่อน firewall นี่สำคัญสุดๆ กันพวก script kiddie ที่ชอบ scan port มั่วๆ Kali Linux ก็มี firewall ติดตั้งมาให้แล้ว แต่ต้องเปิดใช้งานเอง
ufw enable
แล้วก็ตั้งค่าให้ firewall อนุญาตเฉพาะ port ที่จำเป็นเท่านั้น
อันนี้สำคัญมาก! เด็กที่ร้านชอบลงโปรแกรมแปลกๆ จากเว็บเถื่อน สุดท้ายเครื่องติดไวรัส Kali Linux ก็เหมือนกัน ต้องระวัง source ของ software ที่เราติดตั้ง
พยายามใช้ package manager (apt) ในการติดตั้ง software จะปลอดภัยกว่า
Kali Linux ค่อนข้างเฉพาะทาง เหมาะสำหรับคนที่คุ้นเคยกับ Linux command line พอสมควร ถ้าเป็นมือใหม่จริงๆ อาจจะต้องศึกษาพื้นฐาน Linux ก่อน
แต่ถ้าอยากลองก็ไม่เสียหายอะไร แค่ต้องใจเย็นๆ และพร้อมที่จะเรียนรู้
Kali Linux มีเครื่องมือมากมายสำหรับ penetration testing, security auditing, digital forensics, และ reverse engineering
แต่ก็สามารถใช้ทำงานทั่วไปได้เหมือน Linux distro อื่นๆ แค่ต้องระวังเรื่อง security มากเป็นพิเศษ
ทั้ง Kali Linux และ Parrot OS เป็น Linux distro ที่เน้นด้าน security แต่ Parrot OS จะใช้งานง่ายกว่า เหมาะสำหรับมือใหม่มากกว่า
Kali Linux จะมีเครื่องมือที่ advance กว่า และเน้นไปที่ penetration testing มากกว่า
เริ่มต้นจากศึกษาพื้นฐาน Linux command line, networking, และ security concepts
จากนั้นค่อยๆ เรียนรู้การใช้งานเครื่องมือต่างๆ ใน Kali Linux โดยเริ่มจากเครื่องมือง่ายๆ ก่อน SiamCafe Blog มีบทความเกี่ยวกับ Linux พื้นฐานอยู่บ้าง ลองเข้าไปอ่านดูได้
จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวกันโดยตรง แต่การทำ penetration testing ก็เหมือนกับการวิเคราะห์ตลาด Forex ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ในการหาช่องโหว่ iCafeForex เป็นแหล่งข้อมูล Forex ที่น่าสนใจ ลองเข้าไปศึกษาดูได้
Kali Linux เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับ security professional แต่ก็ต้องใช้งานด้วยความระมัดระวัง และต้องมีความรู้พื้นฐานที่ดีพอสมควร
ถ้าใช้งานอย่างถูกต้อง Kali Linux จะช่วยให้เราเข้าใจเรื่อง security ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถป้องกันระบบของเราจากภัยคุกคามต่างๆ ได้