Security
Security Policy เนี่ย หลายคนอาจจะมองข้าม คิดว่ายุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วมันคือหัวใจสำคัญของการปกป้องข้อมูลและระบบขององค์กรเราเลยนะ ลองนึกภาพว่าถ้าบ้านเราไม่มีประตู ไม่มีรั้ว ขโมยก็เข้าออกสบาย ข้อมูลบริษัทก็เหมือนกัน ถ้าไม่มี Policy คอยกำกับ ก็เหมือนเปิดประตูให้ Hacker เข้ามาได้ง่ายๆ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ SiamCafe.net เมื่อก่อน ก็ต้องมี Policy เหมือนกันนะ ถึงจะไม่ซับซ้อนเท่าองค์กรใหญ่ แต่ก็ต้องมีกฎเหล็ก เช่น ห้ามลูกค้าดาวน์โหลดโปรแกรมแปลกๆ ห้ามเข้าเว็บที่ไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันไวรัสและมัลแวร์ สมัยนั้นลำบากหน่อย ต้องคอยเดินดู คอยเตือน แต่เดี๋ยวนี้มีเครื่องมือ มีซอฟต์แวร์ช่วยได้เยอะ
Policy ที่ดี ช่วยให้:
พูดง่ายๆ คือ Security Policy เป็นเหมือนคู่มือที่บอกว่า "อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้" ในเรื่องความปลอดภัย ช่วยให้ทุกคนในองค์กรรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง และปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
การสร้าง Policy ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แต่ต้องทำอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอนชัดเจน ผมสรุปจากประสบการณ์ตรง และ Best Practices มาให้แล้ว
เริ่มต้นด้วยการสำรวจว่าองค์กรของเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง อะไรคือจุดอ่อนที่ Hacker อาจจะโจมตีได้ เช่น:
ลองทำเป็นตารางง่ายๆ แบบนี้:
| ความเสี่ยง | โอกาสที่จะเกิด | ผลกระทบ | มาตรการป้องกัน |
|---|---|---|---|
| พนักงานคลิกลิงก์ Phishing | ปานกลาง | ข้อมูลรั่วไหล, ติดมัลแวร์ | อบรมพนักงาน, ติดตั้ง Anti-Phishing |
| ระบบ Server ถูก Hack | ต่ำ | ระบบล่ม, ข้อมูลเสียหาย | อัปเดต Patch, ติดตั้ง Firewall |
เมื่อรู้แล้วว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง ก็มากำหนดนโยบายให้ครอบคลุมทุกด้าน โดยทั่วไปควรมี Policy เหล่านี้:
ตัวอย่าง Password Policy:
# Password Policy
minimum_length = 8
require_uppercase = True
require_lowercase = True
require_digit = True
require_symbol = True
password_history = 5
Policy ที่ดีแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าพนักงานไม่รู้ หรือไม่เข้าใจ ต้องสื่อสารให้ทุกคนรับทราบ และเข้าใจตรงกัน จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์ และวิธีปฏิบัติตาม Policy
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ก็ต้องติดป้ายประกาศกฎระเบียบไว้ให้เห็นชัดเจน ใครไม่ทำตาม ก็ต้องตักเตือนกันไป แต่ยุคนี้มีเครื่องมือช่วยได้เยอะ เช่น ระบบ E-Learning, หรือทำเป็น Infographic ให้เข้าใจง่าย
Security Policy ไม่ใช่สิ่งที่สร้างเสร็จแล้วจบกัน ต้องมีการตรวจสอบ และปรับปรุงอยู่เสมอ เพราะภัยคุกคามทางไซเบอร์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อย่างน้อยปีละครั้ง ควรทบทวน Policy และปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ
อย่าลืมว่า Security Policy ที่ดี ต้องยืดหยุ่น และปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ เพื่อให้องค์กรของเราปลอดภัยจากภัยคุกคามในโลกดิจิทัล
| คุณสมบัติ | มี IT Security Policy | ไม่มี IT Security Policy |
|---|---|---|
| ความเสี่ยง | ลดลง | สูง |
| การปกป้องข้อมูล | ดี | แย่ |
| ความน่าเชื่อถือ | สูง | ต่ำ |
| การปฏิบัติตามกฎหมาย | ง่าย | ยาก |
| การรับมือกับเหตุการณ์ | รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ | สับสนและล่าช้า |
เห็นไหมว่า Security Policy มีประโยชน์มากมายขนาดไหน อย่ามองข้ามเด็ดขาด
อยากอ่านเรื่อง IT ดีๆ อีก ตามไปอ่านได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ
IT Security Policy คือสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรต้องมี เพื่อปกป้องข้อมูลและระบบจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การสร้าง Policy ต้องเริ่มจากการประเมินความเสี่ยง กำหนดนโยบาย สื่อสารและอบรม และตรวจสอบปรับปรุงอยู่เสมอ
จำไว้ว่า Security Policy ไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยขององค์กรในระยะยาว
ถ้าอยากรู้เรื่อง IT Security เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ได้เลย มีบทความดีๆ อีกเยอะ
สมัยผมทำร้านเน็ต สิ่งที่สำคัญสุดคือการให้ความรู้พนักงานเรื่องความปลอดภัย พี่แกต้องรู้ว่าอะไรคือ Phishing อะไรคือ Malware และต้องรู้ว่าถ้าเจออะไรแปลกๆ ต้องแจ้งใคร
เคยเจอเคสลูกค้าแอบลงโปรแกรมแปลกๆ พนักงานเห็นก็รีบแจ้ง ทำให้เราเข้าไปจัดการได้ทันทีก่อนจะลามไปเครื่องอื่น
อันนี้เบสิคแต่สำคัญมาก Windows, Antivirus, Browser ต้อง Update ให้เป็นปัจจุบันเสมอ ยิ่งสมัยก่อน Patch แต่ละตัวสำคัญมาก ปิดช่องโหว่เพียบ
ผมเคยเจอเครื่องในร้านติดไวรัสเพราะไม่ได้ Update Windows เป็นเดือนๆ เข็ดจนต้องตั้ง Auto Update เลย
ข้อมูลสำคัญทุกอย่างต้อง Backup อย่างน้อย 2 ที่ สมัยก่อนผมใช้ External Harddisk กับ Cloud Storage
เคย Harddisk พังไปลูกนึง ดีที่ Backup ไว้แล้ว ไม่งั้นข้อมูลลูกค้าหายหมด
การ Monitor Traffic จะช่วยให้เราเห็นสิ่งผิดปกติได้เร็วขึ้น เช่น มีเครื่องไหน Download อะไรแปลกๆ หรือมีการเชื่อมต่อออกไปข้างนอกเยอะผิดปกติ
สมัยก่อนผมใช้โปรแกรมง่ายๆ ดูพวก Packet sniffer ช่วยได้เยอะเลย
Policy ช่วยกำหนดกรอบการทำงานให้ทุกคนในองค์กรรู้ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาด้าน Security ได้เยอะ
ควรครอบคลุมตั้งแต่เรื่อง Password, การใช้งาน Internet, การจัดการข้อมูล, การ Backup, การ Update Software, การ Reporting Incident และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของข้อมูล
ควร Update อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมี Technology ใหม่ๆ หรือมีภัยคุกคามใหม่ๆ เกิดขึ้น
ควรมีบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของ Policy และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เขียนให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน พนักงานทุกคนต้องเข้าใจได้
IT Security Policy ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ถ้าเราทำได้ดี องค์กรเราก็จะปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ได้เยอะเลย ลองเอา Best Practices ที่ผมแชร์ไปปรับใช้ดูนะครับ
อย่าลืมไปอ่าน SiamCafe Blog นะ มีบทความดีๆ อีกเยอะเลย
สนใจเรื่อง Forex ด้วยไหม ลองดู iCafeForex สิ