Career
น้องๆ หลายคนคงกำลังมองหาอาชีพที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต บอกเลยว่าสาย IT นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด! สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว (ตั้งแต่ปี 1997) คนยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอินเทอร์เน็ตเท่าไหร่ แต่ผมมองเห็นอนาคตแล้วว่ามันจะเปลี่ยนโลก และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ตอนนี้ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นคนที่มีความรู้ความสามารถด้าน IT จะเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดแรงงาน
ง่ายๆ เลย โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว! ทุกธุรกิจ ทุกอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการข้อมูล การรักษาความปลอดภัย หรือการสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีขึ้นผ่านช่องทางดิจิทัล นั่นหมายความว่าบริษัทต่างๆ ต้องการคนที่มีทักษะ IT เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและแข่งขันได้
มีเยอะมาก! แต่ผมจะยกตัวอย่างอาชีพที่คาดว่าจะมีความต้องการสูงในปี 2026 มาให้น้องๆ พิจารณา
อาชีพยอดฮิตตลอดกาล! นักพัฒนาซอฟต์แวร์มีหน้าที่สร้างและดูแลโปรแกรมต่างๆ ที่เราใช้กันทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือ เว็บไซต์ หรือระบบซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนในองค์กรขนาดใหญ่
เพราะซอฟต์แวร์คือหัวใจของการทำงานในยุคดิจิทัล! ทุกอย่างตั้งแต่การจัดการข้อมูลลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสื่อสารภายในองค์กร ล้วนต้องอาศัยซอฟต์แวร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างดี
ตัวอย่าง code snippet (Python):
def greet(name):
"""This function greets the person passed in as a parameter."""
print(f"Hello, {name}!")
greet("World")
นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเติบโตไปเป็น Senior Developer, Tech Lead, Architect หรือแม้แต่เป็น CTO (Chief Technology Officer) ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์
ยุคนี้ข้อมูลคือทองคำ! นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลมีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data) เพื่อหา Insight ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ
เพราะ Insight ที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลสามารถช่วยให้บริษัทตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการเติบโต
ตัวอย่าง code snippet (Python):
import pandas as pd
# Create a DataFrame
data = {'Name': ['Alice', 'Bob', 'Charlie'],
'Age': [25, 30, 28],
'City': ['New York', 'London', 'Paris']}
df = pd.DataFrame(data)
# Print the DataFrame
print(df)
นักวิเคราะห์ข้อมูลสามารถเติบโตไปเป็น Senior Data Analyst, Data Scientist, Data Engineer หรือ Data Architect ได้
ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มีหน้าที่ปกป้องระบบและข้อมูลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์
เพราะการถูกโจมตีทางไซเบอร์สามารถสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับธุรกิจ ทั้งในแง่ของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ และเงินทอง
ตัวอย่าง code snippet (Bash):
#!/bin/bash
# Check if a port is open
port=$1
host=$2
if nc -z $host $port; then
echo "Port $port is open on $host"
else
echo "Port $port is closed on $host"
fi
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สามารถเติบโตไปเป็น Security Analyst, Security Engineer, Security Architect, CISO (Chief Information Security Officer) หรือ Ethical Hacker ได้
| อาชีพ | หน้าที่หลัก | ทักษะที่จำเป็น | เงินเดือนเริ่มต้น (โดยประมาณ) | โอกาสเติบโต |
|---|---|---|---|---|
| นักพัฒนาซอฟต์แวร์ | สร้างและดูแลซอฟต์แวร์ | ภาษาโปรแกรมมิ่ง, Data Structures, Algorithms | 30,000 - 50,000 บาท | สูงมาก |
| นักวิเคราะห์ข้อมูล/นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล | วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหา Insight | สถิติ, Python/R, SQL, Machine Learning | 35,000 - 60,000 บาท | สูงมาก |
| ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ | ปกป้องระบบและข้อมูลจากภัยคุกคาม | Network Security, Security Principles, Penetration Testing | 40,000 - 70,000 บาท | สูงมาก |
นอกจากอาชีพที่กล่าวมาแล้ว ยังมีอาชีพอื่นๆ ในสาย IT ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Computing, ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI/Machine Learning, ผู้เชี่ยวชาญด้าน UX/UI Design เป็นต้น ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกอาชีพที่ตรงกับความสนใจและความถนัดของตัวเอง
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง! เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้ตามทันเทคโนโลยีใหม่ๆ และเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน
อย่าลืมติดตามบทความดีๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอาชีพสาย IT ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ!
สมัยผมทำ SiamCafe ผมก็ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบเครือข่าย การดูแลเซิร์ฟเวอร์ หรือการพัฒนาเว็บไซต์ มันสนุกมากที่ได้เห็นเทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆ และได้เป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงนั้น
สำหรับน้องๆ ที่สนใจอยากเข้าวงการ IT ลองเริ่มจากศึกษาพื้นฐาน เรียนรู้ภาษาโปรแกรมมิ่ง และฝึกฝนทักษะต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือต้องมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วน้องๆ จะประสบความสำเร็จในสายงาน IT ได้อย่างแน่นอน
ถ้าอยากอ่านเรื่องราวสนุกๆ และสาระความรู้เกี่ยวกับ IT ยุค 90s-2000s ลองแวะไปอ่านที่ SiamCafe Blog ได้นะ ผมเขียนไว้เยอะเลย!
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ ยุคแรกๆ คนที่รู้ทุกอย่าง "งูๆ ปลาๆ" เยอะมาก แต่พอเจอปัญหาจริงจัง แก้ไม่ได้สักคน เลือกเจาะลึกไปเลยครับ เช่น Cybersecurity, Cloud Computing หรือ Data Science ไปเลย โอกาสรุ่งกว่าเยอะ
เด็กจบใหม่ไฟแรงเยอะ แต่พอถามว่าเคยทำโปรเจกต์อะไรมาบ้าง เงียบกริบ! สร้าง Portfolio ตั้งแต่เรียนเลยครับ ทำเว็บส่วนตัว, Contribute Open Source, หรือทำโปรเจกต์เล็กๆ น้อยๆ โชว์ Skill ให้เห็นจะๆ
อย่าหมกตัวอยู่แต่หน้าคอมพ์ ออกไปเจอคนบ้าง ไปงาน Conference, Meetup ต่างๆ สร้าง Connection ไว้เยอะๆ โอกาสดีๆ มักจะมาจากการรู้จักคนมากกว่า
โลก IT เปลี่ยนเร็วมาก อย่าคิดว่าเรียนจบแล้วจะจบเลย ต้อง Update ตัวเองตลอดเวลา อ่าน Blog, ตามข่าวสาร, เรียน Online Course เพิ่มเติมอยู่เสมอ
อันนี้ตอบยากมาก ขึ้นอยู่กับประสบการณ์, Skill, บริษัท และ Location แต่ถ้าเก่งจริง ไม่ต้องกลัวเรื่องเงินเดือนเลยครับ บริษัทแย่งตัวกันแน่นอน
ไม่จำเป็นเสมอไป! ผมเจอคนเก่งๆ ที่ไม่ได้จบสาย IT โดยตรงเยอะแยะ ขอแค่มีใจรักและขยันเรียนรู้ ก็ไปได้สวยครับ
แล้วแต่ความชอบครับ ถ้าอยากทำเว็บ JavaScript, Python ก็ดี ถ้าอยากทำ Mobile App ก็ Kotlin, Swift แต่ที่สำคัญกว่าคือ Concept การเขียนโปรแกรม อย่าไปยึดติดกับภาษาใดภาษาหนึ่ง
ได้แน่นอน! แต่ต้องมี Portfolio ที่แข็งแกร่ง โชว์ให้เห็นว่าเราทำอะไรได้บ้าง อย่าแค่เรียนจบ Course แล้วจบเลย
เริ่มจากโปรเจกต์เล็กๆ ที่สนใจก่อนก็ได้ครับ เช่น ทำเว็บ Blog ส่วนตัว, เขียนโปรแกรมคำนวณ, หรือ Contribute Open Source เล็กๆ น้อยๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ
อาชีพสาย IT ยังคงเป็นที่ต้องการสูงในอนาคต แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้ง Skill เฉพาะทาง, Portfolio ที่แข็งแกร่ง และ Network ที่ดี ที่สำคัญคืออย่าหยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ
สนใจลงทุน Forex ลองดูที่ iCafeForex ครับ