Hardware
สมัยผมทำร้านเน็ตยุคแรกๆ โปรแกรมสแกนไวรัสคือยาขมของเด็กๆ เลยครับ กิน CPU หนัก เครื่องอืดเป็นเรือเกลือ แต่ยุคนี้ Windows Defender ที่มากับ Windows 10/11 มันเปลี่ยนไปเยอะมาก จนหลายคนเริ่มถามว่า แค่นี้มันพอไหม?
Windows Defender คือโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ Microsoft แถมมาให้ฟรีๆ ตั้งแต่ Windows 8 เป็นต้นมา ข้อดีคือมันฟรี ติดตั้งมาให้เลย ไม่ต้องหาอะไรลงเพิ่ม และกินทรัพยากรเครื่องน้อยกว่าเมื่อเทียบกับแอนตี้ไวรัสค่ายอื่นๆ แต่คำถามคือ มัน "ดีพอ" จริงๆ หรือเปล่า?
คิดง่ายๆ สมัยก่อนเรากลัวติดโรค ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกัน! ไวรัส มัลแวร์ แรนซัมแวร์ พวกนี้มันจะเข้ามาขโมยข้อมูล ทำลายระบบ หรือแม้แต่ล็อคเครื่องเราเพื่อเรียกค่าไถ่ ดังนั้นการมีแอนตี้ไวรัสดีๆ ก็เหมือนมีเกราะป้องกันบ้านเรานั่นแหละ
สมัยผมทำร้านเน็ตเคยเจอเคสลูกค้าโดนแรนซัมแวร์ล็อคเครื่อง โห...วุ่นวายมาก ต้อง Format ลง Windows ใหม่ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา แถมข้อมูลสำคัญก็อาจจะหายไปด้วย นี่แหละครับเหตุผลว่าทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องนี้
หลายคนอาจจะมองว่า Windows Defender มัน "ฟรี" ก็เลยคิดว่ามันคงไม่เก่งเท่าพวกเสียเงิน แต่จริงๆ แล้วมันทำอะไรได้เยอะกว่าที่คิดนะ
อันนี้คือพื้นฐานเลย Windows Defender จะคอยเฝ้าระวังไฟล์ที่เราเปิด หรือโปรแกรมที่เราติดตั้ง ถ้าเจออะไรแปลกๆ มันจะแจ้งเตือนทันที เหมือนยามเฝ้าประตูบ้านตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากสแกนไฟล์แล้ว Windows Defender ยังช่วยบล็อคเว็บไซต์อันตราย หรือไฟล์ดาวน์โหลดที่อาจจะมีไวรัสแฝงมาด้วย ทำให้เราปลอดภัยมากขึ้นเวลาท่องเว็บ
ฟีเจอร์นี้สำคัญมาก โดยเฉพาะถ้ากลัวโดนแรนซัมแวร์ มันจะช่วยป้องกันไม่ให้โปรแกรมที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปแก้ไขไฟล์ในโฟลเดอร์สำคัญของเราได้ ลองเปิดใช้งานดูครับ คุ้มค่าแน่นอน
# ตัวอย่างการเปิดใช้งาน Controlled folder access ผ่าน PowerShell (Run as Administrator)
Set-MpPreference -EnableControlledFolderAccess Enabled
มาถึงคำถามสำคัญ แล้ว Windows Defender มันสู้พวกแอนตี้ไวรัสเสียเงินได้จริงๆ เหรอ? ผมว่ามันขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคนนะ
| คุณสมบัติ | Windows Defender | แอนตี้ไวรัสค่ายดัง (เช่น Norton, McAfee) |
|---|---|---|
| ราคา | ฟรี | เสียเงินรายปี |
| การป้องกันไวรัสและมัลแวร์ | ดี | ดีมาก (อาจจะดีกว่านิดหน่อย) |
| ฟีเจอร์เสริม | มี (เช่น Controlled folder access) | มีเยอะกว่า (เช่น VPN, Password manager, Web cam protection) |
| ผลกระทบต่อประสิทธิภาพเครื่อง | น้อย | ปานกลาง (บางตัวอาจจะกิน CPU เยอะ) |
| ความง่ายในการใช้งาน | ง่าย | ปานกลาง (บางตัวอาจจะซับซ้อน) |
จากตารางจะเห็นว่า Windows Defender อาจจะไม่ได้ "ดีที่สุด" ในทุกด้าน แต่ถ้าเราใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ไม่ได้เสี่ยงภัยอะไรมากนัก มันก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แถมยังฟรีและไม่ทำให้เครื่องอืดด้วย
แต่ถ้าใครใช้งานคอมพิวเตอร์หนักๆ โหลดโปรแกรมเถื่อนบ่อยๆ หรือต้องการฟีเจอร์เสริมเยอะๆ การใช้แอนตี้ไวรัสค่ายดังก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ผมว่ามันตอบยากนะ เพราะมันขึ้นอยู่กับแต่ละคนจริงๆ แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรเสี่ยงๆ Windows Defender ก็ถือว่า "เพียงพอ" ครับ แต่ถ้าคุณใช้งานคอมพิวเตอร์หนักๆ หรือต้องการความปลอดภัยขั้นสุด การใช้แอนตี้ไวรัสค่ายดังก็อาจจะคุ้มค่ากว่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการ "ระมัดระวัง" ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ไม่คลิกลิงก์แปลกๆ ไม่โหลดโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ และอัพเดท Windows อยู่เสมอ แค่นี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดไวรัสได้เยอะแล้วครับ
อย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย
สุดท้ายนี้ ขอฝาก SiamCafe Blog ไว้ในอ้อมใจด้วยนะครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้า!
สมัยผมทำร้านเน็ต สิ่งที่ต้องทำทุกวันคืออัพเดททุกอย่าง! Windows, โปรแกรม, ไดรเวอร์ และที่สำคัญ Windows Defender นี่แหละ ต้องมั่นใจว่ามันเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเสมอ
เคยเจอเคส ลูกค้าโหลดโปรแกรมแปลกๆ มา แล้ว Defender เวอร์ชั่นเก่าจับไม่ได้ เครื่องติดไวรัสไปเลย เสียหายหนักมาก ตั้งแต่นั้นมาเลยเข็ด ต้องอัพเดทตลอด
ฟีเจอร์นี้มันช่วยให้ Windows Defender ติดต่อกับ Microsoft Cloud ได้แบบเรียลไทม์ เวลาเจอไฟล์อะไรแปลกๆ มันจะเช็คกับฐานข้อมูลบน Cloud ทันที โอกาสเจอไวรัสใหม่ๆ ก็จะน้อยลง
เปิดไว้เถอะครับ ไม่เสียอะไร แถมยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกเยอะ
อย่าปล่อยให้ Defender สแกนแค่ตอนที่มันอยากสแกน เราต้องสั่งให้มันสแกนเป็นประจำด้วย สมัยก่อนผมตั้ง Task Scheduler ให้มันสแกนแบบ Full Scan ทุกคืนตอนตีสาม ไม่มีใครใช้เครื่องอยู่แล้ว
# ตัวอย่าง Command Line สั่ง Scan
MpCmdRun.exe -Scan -ScanType 2
ถึง Defender จะเก่งแค่ไหน ก็สู้คนไม่ได้ ถ้าเราเผลอกรอกข้อมูลส่วนตัวลงในเว็บ Phishing ดังนั้นต้องระวังตัวเสมอ อย่าคลิกลิงก์แปลกๆ หรือให้ข้อมูลใครง่ายๆ
ผมเคยเจอเคส ลูกค้าโดนหลอกให้กรอกรหัสเกม แล้วโดนแฮก account ไปหมด เสียใจกันไป
Windows Defender สมัยนี้พัฒนาขึ้นเยอะครับ กินทรัพยากรน้อยลงกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ถ้าเครื่องสเปคต่ำจริงๆ อาจจะรู้สึกหน่วงๆ บ้าง ลองตั้งเวลา Scan ให้เป็นช่วงที่เราไม่ได้ใช้งานเครื่องดูก็ได้ครับ
ถ้าใช้งานทั่วไป ไม่ได้เสี่ยงอะไรมาก Windows Defender ก็เพียงพอครับ แต่ถ้าใช้งานหนัก ดาวน์โหลดไฟล์เยอะ เข้าเว็บแปลกๆ หรืออยากได้ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Firewall หรือ Web Protection เพิ่มเติม ก็ค่อยพิจารณาลง Antivirus ตัวอื่น
บางที Windows Defender มันจะปิดตัวเอง ถ้าเราลง Antivirus ตัวอื่น เพราะมันจะมองว่ามีโปรแกรมดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ได้ลงอะไร แล้วมันปิดตัวเอง ลองเช็ค Service ดูครับ ว่า Windows Defender Antivirus Service ยังทำงานอยู่ไหม
Windows Defender ได้คะแนนทดสอบจาก AV-Test และ AV-Comparatives ค่อนข้างดีนะครับ ถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้า แต่ไม่มี Antivirus ตัวไหนที่ป้องกันได้ 100% ดังนั้นต้องระวังตัวด้วยเสมอ
ฟรีครับ! มันมาพร้อมกับ Windows อยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม iCafeForex แถมยังอัพเดทฟรีตลอดชีพด้วย คุ้มสุดๆ
Windows Defender พัฒนาขึ้นมากครับ สมัยนี้ใช้งานทั่วไปถือว่าเพียงพอ แต่ก็ต้องอัพเดทอยู่เสมอ ระวังเรื่อง Phishing และ Scan เป็นประจำ ที่สำคัญที่สุดคือ "สติ" ครับ ไม่ว่าจะใช้ Antivirus อะไร ถ้าประมาทก็เสี่ยงอยู่ดี SiamCafe Blog