IT General
น้องๆ เคยสงสัยไหมว่ากล้องวงจรปิดที่เราเห็นตามบ้าน ตามร้านค้า หรือตามออฟฟิศเนี่ย มันทำงานยังไง? แล้วไอ้คำว่า "IP Camera" กับ "NVR" มันคืออะไรกันแน่? สมัยผมทำร้านเน็ตฯ เนี่ย กล้องวงจรปิดยังเป็นระบบ Analog อยู่เลย ภาพไม่ชัด แถมต้องเดินสาย RG6 วุ่นวาย แต่พอมายุคนี้ IP Camera กับ NVR นี่แหละคือพระเอกตัวจริง
พูดง่ายๆ IP Camera ก็คือกล้องวงจรปิดที่ส่งสัญญาณภาพผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ส่วน NVR (Network Video Recorder) ก็คือเครื่องบันทึกภาพจากกล้อง IP Camera นั่นเอง คิดซะว่า NVR คือ VDO ที่เราบันทึกจากกล้องสมัยก่อน แต่ NVR มันฉลาดกว่าเยอะ
ทำไมมันถึงสำคัญน่ะเหรอ? ก็เพราะมันช่วยรักษาความปลอดภัยไง! ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ร้านค้า หรือบริษัท การมีระบบกล้องวงจรปิดที่ดี จะช่วยป้องกันอาชญากรรม และยังช่วยให้เราตรวจสอบเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย แถมสมัยนี้ราคาไม่แพง ติดตั้งง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่ต้องจ้างช่างมาเดินสายไฟ เดินสายสัญญาณกันวุ่นวาย แต่เดี๋ยวนี้เสียบปลั๊ก ตั้งค่าผ่านแอป ก็ใช้ได้แล้ว
เรื่องนี้สำคัญมาก! IP Camera แต่ละตัว จะต้องมี IP Address ของตัวเอง เหมือนบ้านเลขที่ของเรานั่นแหละ เพื่อให้ NVR รู้ว่าจะไปดึงภาพจากกล้องตัวไหน ถ้า IP Address ชนกัน (เหมือนบ้านเลขที่ซ้ำกัน) ก็งานเข้าสิครับ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่เจอบ่อยมาก เด็กในร้านชอบไปตั้งค่า IP Address มั่วๆ จนเครื่องในร้านเน็ตฯ ใช้ไม่ได้ ต้องคอยตามแก้กันวุ่นวาย ดังนั้นเรื่อง IP Address นี่ต้องแม่นๆ นะน้องๆ
# ตัวอย่างการตั้งค่า IP Address (สมมติ)
IP Address: 192.168.1.101
Subnet Mask: 255.255.255.0
Gateway: 192.168.1.1
POE คือเทคโนโลยีที่จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ผ่านสาย LAN เส้นเดียวกับที่ใช้ส่งข้อมูล แปลว่าเราไม่ต้องเดินสายไฟแยกให้วุ่นวาย แค่มี Switch ที่รองรับ POE ก็สามารถจ่ายไฟให้ IP Camera ได้เลย สะดวกสุดๆ
สมัยก่อนตอนยังไม่มี POE นี่ลำบากมาก ต้องเดินสายไฟไปที่กล้องแต่ละตัว แถมต้องหาปลั๊กไฟอีก แต่พอมี POE ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยครับ
ONVIF คือมาตรฐานกลางที่ทำให้ IP Camera และ NVR จากต่างยี่ห้อ สามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้ากล้อง IP Camera และ NVR ของเรา รองรับ ONVIF ก็สบายใจได้เลยว่ามันจะคุยกันรู้เรื่อง
แต่ก่อนนี่กล้องแต่ละยี่ห้อก็มี protocol ของตัวเอง ทำให้ต้องใช้ NVR ของยี่ห้อเดียวกันเท่านั้น แต่พอมี ONVIF นี่ช่วยให้เราเลือกกล้อง เลือก NVR ได้หลากหลายมากขึ้น
เอาล่ะ มาถึงขั้นตอนการใช้งานจริงกันบ้าง เริ่มต้นยังไงดี? อย่าเพิ่งตกใจ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด
ขั้นแรกเลยคือการเลือกซื้ออุปกรณ์ IP Camera และ NVR เลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ มีรีวิวดีๆ และที่สำคัญคือต้องรองรับ ONVIF ด้วยนะ
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่ชอบซื้อของถูกๆ แต่สุดท้ายก็เจอปัญหาจุกจิกกวนใจตลอด ดังนั้นลงทุนกับของดีๆ ไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทีหลัง
นอกจากนี้ก็ต้องดูสเปคของกล้องด้วย ความละเอียดของภาพ (เช่น 1080p หรือ 4K) มุมมองของกล้อง (กว้างแค่ไหน) และฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เราต้องการ (เช่น night vision, motion detection) SiamCafe Blog มีบทความแนะนำเรื่องนี้อยู่ ลองไปอ่านดูนะ
หลังจากได้อุปกรณ์มาแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการติดตั้ง ติดตั้งกล้องในตำแหน่งที่เราต้องการ แล้วเชื่อมต่อกล้องเข้ากับ NVR ผ่านสาย LAN
การตั้งค่าส่วนใหญ่จะทำผ่าน Web Interface ของ NVR หรือผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ เราจะต้องตั้งค่า IP Address ของกล้องแต่ละตัว ตั้งค่าการบันทึก (เช่น บันทึกตลอดเวลา หรือบันทึกเฉพาะตอนที่มีการเคลื่อนไหว) และตั้งค่าการแจ้งเตือน (เช่น ส่งอีเมลหรือแจ้งเตือนบนมือถือเมื่อมีการเคลื่อนไหว)
# ตัวอย่างการตั้งค่า NVR (สมมติ)
1. Login เข้า Web Interface ของ NVR
2. ไปที่เมนู "Camera Management"
3. Add กล้อง IP Camera โดยใส่ IP Address, Username, Password
4. ตั้งค่าการบันทึก (Recording Schedule)
5. ตั้งค่าการแจ้งเตือน (Alarm Settings)
หลังจากติดตั้งและตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ผ่าน NVR หรือผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ
อย่าลืมดูแลรักษากล้องเป็นประจำ ทำความสะอาดเลนส์กล้อง และตรวจสอบสายสัญญาณต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ SiamCafe Blog มีบทความเกี่ยวกับการดูแลรักษาระบบกล้องวงจรปิดอยู่ ลองไปอ่านดูนะ
นอกจาก IP Camera และ NVR แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีกไหม? มีแน่นอนครับ แต่ละทางเลือกก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป
| ทางเลือก | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|
| Analog CCTV | ราคาถูก | ภาพไม่ชัด, ติดตั้งยาก, ฟังก์ชั่นน้อย |
| IP Camera + Cloud Storage | ติดตั้งง่าย, ดูภาพได้จากทุกที่ | เสียค่าบริการรายเดือน, ความเป็นส่วนตัว |
| IP Camera + NVR | ภาพชัด, ฟังก์ชั่นเยอะ, ไม่ต้องเสียค่าบริการรายเดือน | ราคาสูงกว่า, ต้องมี NVR |
สมัยผมทำร้านเน็ตฯ นี่เคยลองใช้ระบบ Cloud Storage เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ไม่ค่อยเวิร์ค เพราะค่าบริการรายเดือนแพง แถมภาพก็ไม่ค่อยชัดเท่า IP Camera + NVR ดังนั้นผมว่า IP Camera + NVR นี่แหละคุ้มค่าที่สุด
เอาล่ะ มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือเคล็ดลับที่ผมสั่งสมมาตลอด 20 กว่าปี ตั้งแต่สมัยทำร้านเน็ตคาเฟ่ยุคบุกเบิก บอกเลยว่าเรื่องกล้องวงจรปิดนี่ก็ซ่อมกันหัวโตเหมือนกัน สมัยนั้นยังไม่มี NVR สำเร็จรูปแบบนี้ด้วยซ้ำ ต้องมานั่ง Set เองหมด
เรื่อง IP Address นี่สำคัญมากครับ อย่าปล่อยให้ DHCP มันแจกมั่วซั่ว เพราะเวลาจะเข้าไปดูภาพย้อนหลัง หรือแก้ไขอะไรที จะปวดหัวมาก สมัยก่อนร้านผมมีกล้อง 10 กว่าตัว IP ชนกันวุ่นวายไปหมด ทางที่ดีคือ Fix IP ให้กล้องแต่ละตัวไปเลย โดยให้อยู่ใน Subnet เดียวกันกับ NVR แต่ต้องเป็น IP ที่ไม่ได้อยู่ใน Range ของ DHCP นะ
# ตัวอย่างการ Fix IP บน Router
IP Address: 192.168.1.101
Subnet Mask: 255.255.255.0
Gateway: 192.168.1.1
อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะเลย Password "admin" นี่คือตัวอันตราย ใครๆ ก็รู้ครับ เปลี่ยนซะ! แล้วก็อย่าตั้งอะไรง่ายๆ อย่าง "123456" หรือ "password" เด็ดขาด พยายามใช้ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์ผสมกัน
เหมือนมือถือแหละครับ Firmware ของกล้องและ NVR ก็ต้องอัพเดทอยู่เสมอ เพราะผู้ผลิตเค้าจะคอยแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยอยู่ตลอด ถ้าไม่อัพเดทก็เหมือนเปิดประตูให้แฮกเกอร์เข้ามาเล่นในบ้านเลย สมัยก่อนผมเคยโดนแฮกกล้องวงจรปิดในร้านเน็ต เพราะไม่ได้อัพเดท Firmware นี่แหละ เจ็บใจสุดๆ
NVR ส่วนใหญ่จะมีระบบ Log บันทึกการเข้าถึง การเปลี่ยนแปลงค่าต่างๆ เก็บ Log ไว้ครับ เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา จะได้มีข้อมูลไว้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครทำอะไรไว้ตอนไหน
หลายสาเหตุเลยครับ หนึ่งคือ Bandwidth ไม่พอ ลองลด Resolution ของกล้องลง หรือเปลี่ยนไปใช้ Codec ที่บีบอัดดีกว่า เช่น H.265+ สองคือ Network มีปัญหา ลองเช็คสาย LAN และ Router ดู สามคือ Spec ของ NVR ไม่แรงพอ อาจจะต้องอัพเกรด NVR ครับ
อันนี้ต้องดู Spec ของ NVR แต่ละรุ่นเลยครับ บางรุ่นรองรับแค่ 4 ตัว บางรุ่นรองรับ 32 ตัว หรือมากกว่านั้น เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา ถ้าอนาคตมีแผนจะติดกล้องเพิ่ม ก็เผื่อจำนวนกล้องไว้ด้วย
ส่วนใหญ่ NVR จะมี App ให้โหลดมาติดตั้งบนมือถือ แล้วก็ Add กล้องเข้าไปใน App ก็จะดูได้แล้ว แต่ต้อง Set Port Forwarding บน Router ด้วยนะ เพื่อให้ App สามารถเข้าถึง NVR จากภายนอก Network ได้
เช็ค Harddisk ก่อนเลยครับว่าเต็มหรือเปล่า ถ้าเต็มก็ต้องลบไฟล์เก่าๆ ออก หรือเพิ่มขนาด Harddisk ถ้า Harddisk ยังไม่เต็ม อาจจะเป็นที่การตั้งค่าการบันทึกผิดพลาด ลองเข้าไปเช็คดูว่าตั้งให้บันทึกตลอดเวลา หรือบันทึกเฉพาะตอนที่มีการเคลื่อนไหว
การติดตั้งกล้องวงจรปิดและ NVR ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ต้องใส่ใจในรายละเอียดหลายๆ อย่าง ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ การตั้งค่า Network ไปจนถึงการดูแลรักษา เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย หวังว่าเคล็ดลับที่ผมแชร์ไปในวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ
ถ้าอยากรู้เรื่องการลงทุน Forex ลองดูที่ iCafeForex นะครับ
และอย่าลืมติดตามบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่องราว IT สนุกๆ อีกเยอะ