IT General
น้องๆ เคยเจอปัญหาไหม? สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe เนี่ยนะ, Server ล่มทีนึง วิ่งวุ่นเลย! ต้องมานั่งลง OS ใหม่, Config Services ใหม่, แทบจะร้องไห้
Infrastructure as Code (IaC) เนี่ย มันคือการเอา "Code" มาจัดการ "Infrastructure" ของเราไง! แทนที่เราจะคลิกๆๆๆ สร้าง Server ใน Cloud ทีละตัว, เราเขียน Code สั่งให้มันสร้างให้เราทีเดียว 10 ตัว 100 ตัว ก็ได้! ลดความผิดพลาด, ทำซ้ำได้, เร็วกว่าเยอะ!
ลองนึกภาพนะ, สมัยก่อนเราลง Windows 95, 98 ต้องลง Driver เองทุกตัว, หาแผ่นมาลง, ยากเย็นแสนเข็ญ! แต่ตอนนี้, Cloud มันเหมือน Windows 10 ที่ลง Driver ให้เราหมดแล้ว, IaC ก็เหมือน "Script" ที่ช่วยเรา Install Program ต่างๆ ลงบน Windows 10 ได้แบบอัตโนมัติ, ง่ายกว่าเยอะ!
Infrastructure คืออะไร? ง่ายๆ เลยก็คือ "ทุกอย่าง" ที่ทำให้ Application ของเราทำงานได้! Server, Network, Database, Load Balancer, Firewall... คิดซะว่ามันคือ "บ้าน" ที่ Application เราอยู่
Code คือชุดคำสั่งที่เราเขียนขึ้นมา เพื่อบอกให้ Computer ทำงานตามที่เราต้องการ ในโลกของ IaC, Code ก็คือ Script หรือ Configuration File ที่บอกให้ระบบ Cloud สร้าง Infrastructure ตามที่เรากำหนด
ทำไม IaC ถึงสำคัญ? เพราะมันช่วยให้เรา:
เริ่มต้นกับ IaC ไม่ยากอย่างที่คิด! เลือก Tool ที่ใช่, เรียนรู้พื้นฐาน, แล้วเริ่มลงมือทำ!
สมัยผมทำร้านเน็ต, ผมต้องลง Windows Server เองทุกเครื่อง, Config IIS เอง, ปวดหัวสุดๆ! ถ้ามี IaC ตั้งแต่สมัยนั้น, ชีวิตคงง่ายขึ้นเยอะ!
IaC Tool มีให้เลือกเยอะแยะ, แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ตัวที่นิยมๆ ก็จะมี Terraform, Ansible, CloudFormation, Azure Resource Manager, Pulumi
Terraform เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจัดการ Infrastructure บนหลาย Cloud Provider Ansible เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Config Server หลังจากการสร้าง CloudFormation และ Azure Resource Manager เหมาะสำหรับคนที่ใช้ AWS และ Azure ตามลำดับ Pulumi เป็น Tool ที่ใหม่กว่า, รองรับหลายภาษาเขียนโปรแกรม
หลังจากเลือก Tool ได้แล้ว, ก็เริ่มเขียน Code ได้เลย! Code จะเป็นตัวกำหนดว่าเราต้องการ Infrastructure แบบไหน
ตัวอย่าง Terraform Code (สร้าง AWS EC2 Instance):
resource "aws_instance" "example" {
ami = "ami-0c55b9086b142c8d8"
instance_type = "t2.micro"
tags = {
Name = "ExampleInstance"
}
}
Code นี้จะสั่งให้ AWS สร้าง EC2 Instance ขนาด t2.micro, ใช้ AMI (Amazon Machine Image) ที่ระบุ, และตั้งชื่อ Instance ว่า "ExampleInstance"
หลังจากเขียน Code เสร็จ, ก็ Deploy ได้เลย! Tool แต่ละตัวก็จะมี Command Line Interface (CLI) ที่ใช้ในการ Deploy Code
ตัวอย่างการ Deploy Terraform Code:
terraform init
terraform plan
terraform apply
Command เหล่านี้จะเตรียม Terraform, ตรวจสอบว่า Code ที่เราเขียนจะสร้างอะไรบ้าง, และ Deploy Code จริง
หลังจาก Deploy แล้ว, เราก็สามารถ Manage Infrastructure ได้โดยการแก้ไข Code แล้ว Deploy ใหม่อีกครั้ง
IaC ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการจัดการ Infrastructure, แต่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในหลายๆ สถานการณ์
ทางเลือกอื่นก็จะมี:
Manual Configuration เหมาะสำหรับ Infrastructure ขนาดเล็ก, ที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อย แต่ไม่เหมาะสำหรับ Infrastructure ขนาดใหญ่, ที่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย
Scripting ช่วย automate บางส่วนของการ Configuration ได้, แต่ยังไม่ครอบคลุมเท่า IaC Scripting มักจะซับซ้อนและดูแลรักษายากกว่า IaC
สรุปแล้ว, IaC เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ Infrastructure ขนาดกลางถึงใหญ่, ที่ต้องการ Automation, Version Control, Repeatability, Consistency, และ Speed
| Feature | Manual Configuration | Scripting | Infrastructure as Code |
|---|---|---|---|
| Automation | No | Partial | Yes |
| Version Control | No | Partial | Yes |
| Repeatability | Low | Medium | High |
| Consistency | Low | Medium | High |
| Speed | Low | Medium | High |
| Complexity | Low | Medium | High |
น้องๆ ลองพิจารณาดูนะ, ว่าทางเลือกไหนเหมาะกับสถานการณ์ของตัวเอง
ถ้าอยากอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ IT, แวะมาที่ SiamCafe Blog ได้เลย!
สมัยผมทำร้านเน็ต, ผมเขียน Script เองเยอะแยะ, แต่พอมาเจอ IaC แล้ว, ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลย!
ถ้าสนใจเรื่อง Cloud Computing เพิ่มเติม, ลองเข้าไปดูที่ SiamCafe Blog ได้นะ, มีบทความดีๆ เพียบ!
เอาล่ะน้องๆ มาถึงส่วนสำคัญที่เราจะคุยกันเรื่อง Best Practices หรือเคล็ดลับดีๆ จากประสบการณ์ตรงของพี่บอมเอง สมัยพี่ทำร้านเน็ต SiamCafe นี่แหละ ประสบการณ์มันสอนเราหลายอย่างจริงๆ เรื่อง Infrastructure as Code (IaC) ก็เหมือนกันนะ ไม่ใช่แค่เขียนๆ deployๆ ไป แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ
1. Version Control is King: น้องๆ ต้องใช้ Version Control ให้เป็นนะ Git เนี่ยแหละตัวดีเลย ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Infrastructure ของเรา ไม่ว่าจะเป็น Terraform, Ansible, CloudFormation ต้องอยู่ใน Git ทั้งหมด! ทำไมนะเหรอ? เคยไหมแก้ config แล้วพัง? Restore ไม่ได้? เจ็บมาเยอะ!
# ตัวอย่าง Git workflow ง่ายๆ
git init
git add .
git commit -m "Initial commit"
git branch -M main
git remote add origin git@github.com:your-repo/your-project.git
git push -u origin main
2. Modularize Everything: อย่าเขียนทุกอย่างรวมกันในไฟล์เดียว! นึกภาพร้านเน็ตสมัยก่อน สาย LAN พันกันยุ่งเหยิง นั่นแหละคือ code ที่ไม่ modular! แยกเป็น module ย่อยๆ ที่ reusable จะช่วยให้เรา maintain ง่ายขึ้นเยอะมากๆ
# ตัวอย่าง Terraform module
module "ec2_instance" {
source = "./modules/ec2"
instance_type = "t2.micro"
ami = "ami-0c55b95054253465d"
key_name = "my-key"
}
3. Automate Testing: สมัยพี่ทำร้านเน็ตก็อยากมี Test แบบนี้เหมือนกันนะ (แต่ตอนนั้นไม่มี) ก่อนจะ deploy อะไรขึ้น production น้องๆ ต้องมี automated testing ก่อนเสมอ! ใช้ tools อย่าง Kitchen CI, Terratest หรือ InSpec เพื่อ verify infrastructure ของเราว่ามันทำงานได้ตามที่ต้องการ
# ตัวอย่าง Terratest
package test
import (
"testing"
"github.com/gruntwork-io/terratest/modules/terraform"
"github.com/stretchr/testify/assert"
)
func TestTerraformEC2Instance(t *testing.T) {
terraformOptions := &terraform.Options{
TerraformDir: "../examples/ec2",
}
defer terraform.Destroy(t, terraformOptions)
terraform.InitAndApply(t, terraformOptions)
instanceID := terraform.Output(t, terraformOptions, "instance_id")
assert.NotEmpty(t, instanceID)
}
4. Documentation is Your Friend: เขียน document ให้ละเอียด! พี่เจอมาเยอะ คนทำไปแล้วไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่ามันทำงานยังไง! Documentation ที่ดีจะช่วยให้คนอื่น (รวมถึงตัวเราเองในอนาคต) เข้าใจ infrastructure ของเราได้ง่ายขึ้น
เหมาะสิ! IaC ไม่ได้จำกัดแค่ project ใหญ่ๆ นะน้อง Project เล็กๆ ก็ใช้ได้เหมือนกัน มันช่วยให้เรา standardize infrastructure และลดความผิดพลาดได้ตั้งแต่เริ่มต้นเลย iCafeForex ก็ใช้ IaC นะเออ!
ได้แน่นอน! แต่ต้องเริ่มจากพื้นฐานก่อนนะน้อง เรียนรู้ภาษาโปรแกรมมิ่งพื้นฐานซักหน่อย (Python ก็ดี) แล้วค่อยไปเรียน Terraform หรือ Ansible ก็ได้ มี resources ออนไลน์เยอะแยะเลย
มันขึ้นอยู่กับ use case นะน้อง Terraform เหมาะกับการ provision infrastructure (สร้าง VM, network) ส่วน Ansible เหมาะกับการ configuration management (ติดตั้ง software, แก้ไข config) บางทีเราก็ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเลย
เยอะแยะเลยน้อง! CloudFormation (AWS), Azure Resource Manager (Azure), Google Cloud Deployment Manager (GCP) พวกนี้ก็เป็น IaC tools ที่ใช้กับ cloud provider นั้นๆ โดยเฉพาะ นอกจากนี้ก็ยังมี Pulumi, Chef, Puppet อีกมากมาย ลองศึกษาดูนะ
Infrastructure as Code เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ในยุคนี้ มันช่วยให้เราจัดการ infrastructure ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และเพิ่ม speed ในการ deploy application หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจ IaC มากขึ้นนะ อย่าลืมเอาเคล็ดลับที่พี่บอกไปใช้ด้วยล่ะ สู้ๆ!
SiamCafe Blog