Incident Management On Call Guide IT General

Incident Management On Call Guide

📅 2026-02-09 | โดย อ.บอม กิตติทัศน์ เจริญพนาสิทธิ์ — SiamCafe.net Since 1997

Incident Management On Call Guide คืออะไร / ทำไมถึงสำคัญ

น้องๆ เคยเจอไหม? ระบบล่มตอนตีสาม ลูกค้าโวยวายทั้งที่ทีมงานหลับกันหมด... นั่นแหละคือฝันร้ายของคนทำ IT สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe ก็เคยเจอ server เจ๊งตอนเที่ยงคืน ต้องรีบตื่นมาแก้กันจ้าละหวั่น Incident Management On Call Guide เนี่ยแหละคือคู่มือช่วยให้เราจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินพวกนี้ได้อย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างวุ่นวายเหมือน "ลิงแก้แห"

พูดง่ายๆ คือมันเป็นเหมือนแผนฉุกเฉินที่เราเตรียมไว้ล่วงหน้า ว่าถ้าเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น (Incident) ใครต้องทำอะไรบ้าง ใครเป็นคนรับผิดชอบหลัก (On Call) ติดต่อใครได้บ้าง และต้องแก้ไขปัญหายังไงให้เร็วที่สุด

ทำไมถึงสำคัญน่ะเหรอ? ลองคิดดูสิ ถ้าระบบ e-commerce ล่มตอน Black Friday จะเสียเงินเท่าไหร่? หรือถ้าโรงพยาบาลเข้าถึงข้อมูลคนไข้ไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น? Incident Management ที่ดีช่วยลดความเสียหาย ลด Downtime และรักษาสถานะ "ฮีโร่" ของทีม IT เอาไว้ได้ไงล่ะ

พื้นฐานที่ต้องรู้

Incident คืออะไร?

Incident คือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่ทำให้ระบบหรือบริการของเราไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือทำงานได้แต่ประสิทธิภาพลดลง เช่น Server ล่ม, Website เข้าไม่ได้, Database Error, Security Breach พวกนี้คือ Incident ทั้งนั้น

สมัยผมทำร้านเน็ต Incident ที่เจอบ่อยสุดคือ ไฟดับ! รองลงมาก็คือ Server แฮงค์ เพราะเด็กๆ โหลดบิทกันกระจาย (สมัยนั้นยังไม่มี Streaming นะน้อง)

On Call คืออะไร?

On Call คือการจัดเวรให้ทีมงาน IT สลับกันเฝ้าระวังระบบ นอกเวลางานปกติ คนที่ On Call จะต้องพร้อมรับมือกับ Incident ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ต้องมี Laptop, Internet และความรู้เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้

จำได้ว่าตอนทำ SiamCafe ผมต้อง On Call เองบ่อยมาก เพราะลูกน้องยังไม่เก่งเท่าเรา ต้องคอย Standby ตอบคำถามทางโทรศัพท์ตลอดเวลา

SLA คืออะไร?

SLA หรือ Service Level Agreement คือข้อตกลงระหว่างผู้ให้บริการ (เรา) กับลูกค้า (ผู้ใช้งาน) ที่ระบุถึงระดับคุณภาพของบริการที่เราจะมอบให้ เช่น uptime 99.9%, Response Time ภายใน 1 ชั่วโมง เป็นต้น Incident Management ที่ดีจะต้องช่วยให้เราทำตาม SLA ได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้ SLA แย่ลงกว่าเดิม

SLA สำคัญมาก เพราะมันคือ "สัญญาใจ" ที่เราให้ไว้กับลูกค้า ถ้าทำไม่ได้ตามสัญญา ลูกค้าก็อาจจะหนีไปใช้บริการของคนอื่นได้

วิธีใช้งาน / เริ่มต้นยังไง

การทำ Incident Management On Call Guide ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยการวางแผนและการเตรียมตัวที่ดี เริ่มจาก...

ขั้นตอนปฏิบัติจริง

กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ

ใครเป็นคนรับผิดชอบอะไรบ้าง? ใครเป็นคน On Call? ใครเป็นคน Escalation? ต้องกำหนดให้ชัดเจน และสื่อสารให้ทุกคนในทีมเข้าใจตรงกัน

สมัยผมทำ SiamCafe ผมจะกำหนดเลยว่าใครเป็นคนดูแล Server, ใครดูแล Network, ใครดูแล Database แล้วก็ทำตาราง On Call สลับกันไป

สร้าง Playbook

Playbook คือคู่มือการแก้ไขปัญหาสำหรับ Incident ที่พบบ่อย เช่น "Server ล่มต้องทำยังไง?", "Website เข้าไม่ได้ต้องเช็คอะไรบ้าง?" Playbook จะช่วยให้คน On Call สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

Playbook ที่ดีต้องมี Step-by-Step Instructions, Screenshot (ถ้าจำเป็น) และช่องทางการติดต่อผู้เชี่ยวชาญ (ถ้าแก้ไขเองไม่ได้) ลองเข้าไปดูตัวอย่าง Playbook ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ

ใช้ Tools ให้เป็นประโยชน์

ปัจจุบันมี Tools มากมายที่ช่วยให้การทำ Incident Management ง่ายขึ้น เช่น Monitoring Tools (เฝ้าระวังระบบ), Alerting Tools (แจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหา), Collaboration Tools (ใช้สื่อสารและประสานงานกัน) เลือกใช้ Tools ที่เหมาะสมกับขนาดและความต้องการของทีมเรา

สมัยผมทำ SiamCafe ผมใช้ Nagios ในการ Monitoring Server และใช้ IRC ในการสื่อสารกับทีมงาน (สมัยนั้นยังไม่มี Slack)

ฝึกซ้อม (Drill)

การทำ Incident Management ไม่ใช่แค่สร้างเอกสารแล้วจบ แต่ต้องมีการฝึกซ้อมเป็นประจำ เพื่อให้ทีมงานคุ้นเคยกับขั้นตอนการทำงาน และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การฝึกซ้อมอาจจะทำเป็น Simulation หรือ Tabletop Exercise ก็ได้ ลองจำลองสถานการณ์ Incident ต่างๆ แล้วดูว่าทีมงานสามารถรับมือได้ดีแค่ไหน

Review & Improve

หลังจากเกิด Incident จริง หรือหลังจากฝึกซ้อม ต้องมีการ Review เพื่อดูว่าอะไรทำได้ดี อะไรที่ต้องปรับปรุง และนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุง On Call Guide และ Playbook ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

Incident Management เป็น Process ที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ทำครั้งเดียวแล้วจบ ลองเข้าไปอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับ IT ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ

เปรียบเทียบกับทางเลือกอื่น

Incident Management On Call Guide ไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการจัดการกับ Incident แต่ก็เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะ...

ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ จะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

Feature Reactive Proactive On Call Guide
Preparation None High Medium
Response Time Slow N/A Fast
Cost High (Downtime) High (Prevention) Medium
Complexity Low High Medium

สรุปคือ On Call Guide เป็นทางเลือกที่ Balance ที่สุด เหมาะสำหรับทีม IT ที่ต้องการจัดการ Incident อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องลงทุนมากเกินไป


# ตัวอย่าง Code Snippet (Python) สำหรับการ Send Alert

import requests

def send_slack_alert(message):
    webhook_url = "YOUR_SLACK_WEBHOOK_URL"
    payload = {
        "text": message
    }
    response = requests.post(webhook_url, json=payload)
    if response.status_code != 200:
        print(f"Error sending alert: {response.status_code}")

# Example Usage
send_slack_alert("Alert: Server CPU usage is high!")

Code นี้เป็นตัวอย่างง่ายๆ ในการส่ง Alert ไปยัง Slack เมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง (เช่น CPU usage สูงเกินไป) สามารถนำไปปรับใช้กับ Tools อื่นๆ ได้ตามต้องการ

Best Practices / เคล็ดลับจากประสบการณ์

สมัยผมทำร้านเน็ต SiamCafe นี่ เจอสารพัดปัญหาเลยครับ ตั้งแต่เครื่องแฮงค์ ไฟดับ ไปจนถึงเด็กเกรียนโหลดบิททิ้งไว้ (bandwidth เต็มร้าน!) Incident Management เลยสำคัญมาก ผมเลยอยากแชร์ Best Practices ที่ผมใช้มาตลอด 28+ ปี iCafeForex นี่ก็เป็นอีก Business นึงที่ผมทำอยู่ ก็ต้องใช้หลักการ Incident Management เหมือนกัน

3-4 เทคนิคที่ใช้ได้จริง

1. **"รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"** ทำ Inventory ครับ! จดทุกอย่างในระบบเรา Server, Network, Application อะไรบ้าง versions อะไร ใครดูแล พอมีปัญหาปุ๊บ จะได้รู้เลยว่าต้องเริ่มจากตรงไหน

# ตัวอย่าง Inventory แบบง่ายๆ (Text File)
Server: web01
IP: 192.168.1.10
OS: Ubuntu 20.04
Applications: Apache, PHP
Owner: devops@siamcafe.net
2. **Monitor ให้เป็นนิสัย:** อย่ารอให้ User โทรมาบ่น! ติดตั้ง Monitoring Tools ซะ CPU Usage สูงเกินไป, Disk ใกล้เต็ม, Network Latency เยอะ ตั้ง Alert ให้มันเตือนเราก่อนที่ User จะรู้ตัว Zabbix, Nagios, Prometheus มีให้เลือกเยอะแยะ 3. **"ฝึกซ้อมดับเพลิง":** ทำ Incident Simulation จำลองสถานการณ์ปัญหา เช่น Database Down, Web Server โดน Hack แล้วให้ทีม On Call ลองแก้ปัญหาดู จะได้รู้ว่าใครต้องทำอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน มีช่องโหว่ตรงไหนที่ต้องปรับปรุง 4. **Post-Incident Review:** หลังจากแก้ปัญหาเสร็จ อย่าปล่อยผ่าน! มานั่งคุยกันในทีม อะไรที่ทำได้ดี อะไรที่ทำพลาด อะไรที่ต้องปรับปรุง เขียนเป็นเอกสารเก็บไว้ ครั้งหน้าจะได้ไม่พลาดซ้ำ

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ทำไมต้องมี On Call?

ก็เพราะปัญหาไม่เลือกเวลาไงน้อง! Server เจ๊งตอนตีสาม User เดือดร้อนตอนวันหยุด ถ้าไม่มี On Call กว่าจะตามคนมาแก้ได้ ก็สายไปแล้ว

On Call ต้องเก่งทุกเรื่องเลยเหรอ?

ไม่จำเป็นครับ แต่ต้องรู้ว่าใครเก่งเรื่องอะไร และติดต่อเขาได้เมื่อไหร่ สำคัญคือต้องมี Process ว่าใครมีหน้าที่อะไร ต้องทำอะไรบ้าง

ใช้ Tool อะไรดี?

แล้วแต่งบประมาณและความต้องการครับ ตั้งแต่ Google Sheet ง่ายๆ ไปจนถึง PagerDuty, Opsgenie แพงๆ ที่สำคัญคือ Tool มันต้องช่วยให้เรา Communicate, Track Progress, และ Escalation ได้ง่าย

ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้จริงๆ ต้องทำยังไง?

Escalate! อย่าดองปัญหาไว้ ยิ่งนานยิ่งแก้ยาก มี Escalation Path ที่ชัดเจน ใครเป็นคนต่อไปที่ต้องโทรหา เบอร์โทรอะไร อย่ารอให้สถานการณ์มันบานปลาย

สรุป

Incident Management On Call เหมือนเป็นยามเฝ้าบ้าน ต้องเตรียมพร้อมเสมอ ถึงแม้จะไม่เกิดเรื่องอะไร ก็ต้องพร้อมรับมือ Practice ทำให้ Perfect ครับ อย่าท้อแท้ ค่อยๆ พัฒนากันไป และอย่าลืมแวะไปอ่านบทความอื่นๆ ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีเรื่อง IT สนุกๆ อีกเยอะเลย!