Hardware
แบตเตอรี่ Notebook เนี่ย สำคัญกว่าที่คิดนะเว้ย! สมัยผมทำร้านเน็ตคาเฟ่เมื่อก่อน ลูกค้าชอบมานั่งเล่นเกม ดูหนังกันยาวๆ ถ้าแบตเสื่อมไว ก็ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา สุดท้ายก็พังเร็ว แถมยังเปลืองไฟอีกต่างหาก ดังนั้น การดูแลแบตเตอรี่ให้ดี มันช่วยประหยัดเงินในระยะยาว และยืดอายุการใช้งาน Notebook ของเราด้วย
ทำไมต้องถนอมแบต? ง่ายๆ เลย คือ แบตเตอรี่ Notebook ส่วนใหญ่เป็น Lithium-ion (Li-ion) หรือ Lithium Polymer (Li-Po) ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด นับเป็น Cycle (รอบการชาร์จ) ยิ่งใช้มาก ยิ่งเสื่อมเร็ว ยิ่งร้อน ยิ่งพังไว
จริงๆ แล้วมันคล้ายกันมาก หลักการทำงานเหมือนกัน แต่ Lithium Polymer จะมีข้อดีกว่าตรงที่รูปทรงยืดหยุ่นกว่า (ทำเป็นรูปอะไรก็ได้) และมีความปลอดภัยมากกว่านิดหน่อย แต่โดยรวมแล้ว วิธีดูแลรักษาคล้ายๆ กันเลย
เรื่องพวกนี้มันเริ่มจากการปรับพฤติกรรมเราก่อนเลยนะน้อง บางทีเราก็ทำอะไรที่มันทำร้ายแบตโดยไม่รู้ตัว มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรเลี่ยง:
แบต Li-ion ไม่ชอบการที่แบตหมดเกลี้ยง 0% แล้วค่อยชาร์จ เพราะมันจะทำให้แบตเสื่อมไวมาก สมัยก่อน แบต Ni-Cd (Nickel Cadmium) จะแนะนำให้ทำ Discharge ให้หมดก่อนค่อยชาร์จ แต่ Li-ion ไม่ใช่แบบนั้นนะ
วิธีที่ถูกต้อง: พยายามชาร์จเมื่อแบตเหลือประมาณ 20-40% และถอดปลั๊กเมื่อชาร์จเต็ม 80-90% ไม่ต้องรอให้เต็ม 100% ก็ได้
ความร้อนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้แบตเสื่อมเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากสภาพแวดล้อม (เช่น ตากแดด) หรือความร้อนที่เกิดจากการใช้งาน Notebook เอง
วิธีแก้ไข:
โปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (Background Processes) จะใช้พลังงานแบตเตอรี่โดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น เพื่อลดภาระให้แบตเตอรี่
วิธีทำ (Windows):
Windows มี Power Plan ให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ High Performance (เน้นประสิทธิภาพ) Balanced (สมดุล) และ Power Saver (เน้นประหยัดพลังงาน) เลือก Power Plan ที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา
วิธีปรับ Power Plan (Windows):
ดูวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีถนอมแบต Notebook:
นอกจากพฤติกรรมการใช้งานแล้ว การตั้งค่า Software ก็มีส่วนสำคัญในการถนอมแบตเตอรี่ Notebook ด้วย มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราทำได้:
ผู้ผลิต Notebook มักจะออก BIOS และ Driver เวอร์ชั่นใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ และปรับปรุงประสิทธิภาพของ Hardware ซึ่งอาจรวมถึงการจัดการพลังงานแบตเตอรี่ด้วย
วิธีอัพเดท BIOS และ Driver: เข้าไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิต Notebook ของเรา แล้วดาวน์โหลด BIOS และ Driver เวอร์ชั่นล่าสุดมาติดตั้ง
Notebook บางรุ่นจะมี Battery Management Software ติดตั้งมาให้ ซึ่งช่วยให้เราควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่ได้ เช่น ตั้งค่าให้ชาร์จแค่ 80% เพื่อยืดอายุแบตเตอรี่
ตัวอย่าง Code (สมมติว่า Battery Management Software มี API ให้ใช้งาน):
def set_max_charge(percentage):
"""
ตั้งค่าให้แบตเตอรี่ชาร์จได้สูงสุดแค่ percentage เปอร์เซ็นต์
Args:
percentage: เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการ (เช่น 80)
"""
# โค้ดสำหรับเรียก API ของ Battery Management Software
# เพื่อตั้งค่า max charge
print(f"ตั้งค่า max charge เป็น {percentage}%")
set_max_charge(80)
บน macOS จะมีฟีเจอร์ Background App Refresh ที่ทำให้ Apps สามารถดึงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะไม่ได้ใช้งานอยู่ ซึ่งทำให้เปลืองแบตเตอรี่
วิธีปิด Background App Refresh (macOS):
| วิธี | รายละเอียด | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| ชาร์จเมื่อแบตเหลือ 20-40% | ชาร์จเมื่อแบตเหลือ 20-40% และถอดปลั๊กเมื่อชาร์จเต็ม 80-90% | ยืดอายุแบตเตอรี่ | อาจต้องชาร์จบ่อยขึ้น |
| หลีกเลี่ยงความร้อน | ใช้งาน Notebook ในที่เย็น, ใช้ Cooling Pad, ทำความสะอาดช่องระบายความร้อน | ยืดอายุแบตเตอรี่, ป้องกัน Notebook เสียหาย | อาจต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม |
| ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น | ปิดโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (Background Processes) | ประหยัดแบตเตอรี่, เพิ่มประสิทธิภาพ Notebook | อาจต้องคอยตรวจสอบและปิดโปรแกรมบ่อยๆ |
| ปรับ Power Plan | เลือก Power Plan ที่เหมาะสมกับการใช้งาน (Balanced หรือ Power Saver) | ประหยัดแบตเตอรี่ | อาจทำให้ประสิทธิภาพ Notebook ลดลง |
ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับน้องๆ รับรองว่าแบตเตอรี่ Notebook ของเราจะอยู่กับเราไปนานๆ คุ้มค่า คุ้มราคาแน่นอน และอย่าลืมแวะมาอ่านบทความอื่นๆ ได้ที่ SiamCafe Blog นะครับ มีอะไรดีๆ อีกเยอะเลย
ถ้ามีคำถามอะไรเพิ่มเติม ก็ถามมาได้เลยนะครับ ยินดีให้คำแนะนำเสมอ แล้วก็อย่าลืมกดติดตาม SiamCafe Blog ไว้ด้วย จะได้ไม่พลาดบทความดีๆ ที่ผมจะเอามาฝากกันอีก
สมัยผมทำร้านเน็ต ช่วงแรกๆ ก็เชื่อตามคู่มือเป๊ะๆ คือต้องรอให้แบตหมดก่อนค่อยชาร์จ แต่ทำไปทำมา แบตเสื่อมไวมาก! เลยลองเปลี่ยนวิธีดู กลายเป็นว่าชาร์จบ่อยๆ แต่ไม่ต้องเต็ม 100% ซะทีเดียว กลับยืดอายุแบตได้ดีกว่าเยอะ
สรุปคือ ไม่ต้องรอให้แบตเหลือน้อยจนน่าตกใจ คอยเสียบชาร์จเมื่อมีโอกาสดีกว่าครับ แบต Lithium-ion สมัยนี้ฉลาดกว่าที่เราคิดเยอะ
เคยเจอเคสลูกค้าเอาโน้ตบุ๊กมาซ่อม เพราะแบตบวมเป่ง สาเหตุหลักๆ เลยคือความร้อนครับ ใช้งานหนักๆ ต่อเนื่องนานๆ โดยเฉพาะเล่นเกม แล้ววางบนตักหรือบนผ้าห่ม ความร้อนมันสะสม แบตพังแน่นอน
หาซื้อ Cooling Pad มาใช้ก็ช่วยได้เยอะ หรือถ้าไม่ได้ใช้งานหนักมาก แค่หาอะไรมารองใต้เครื่อง ให้มีช่องระบายอากาศ ก็ช่วยได้แล้วครับ
หลายคนมองข้ามเรื่องนี้ แต่ BIOS และ Driver เวอร์ชั่นใหม่ๆ มักจะมีการปรับปรุงเรื่องการจัดการพลังงาน ซึ่งส่งผลดีต่อแบตเตอรี่โดยตรง ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของผู้ผลิตโน้ตบุ๊ก แล้วเช็คดูว่ามีอัพเดทอะไรบ้าง
บางทีแค่การอัพเดทเล็กๆ น้อยๆ ก็ช่วยให้แบตอึดขึ้นได้เหมือนกันนะ
ถ้าโน้ตบุ๊กของคุณมีฟีเจอร์ Battery Health Management ที่สามารถจำกัดการชาร์จไว้ที่ 60-80% ได้ ให้เปิดใช้งานเลยครับ การชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% อยู่ตลอดเวลา จะทำให้แบตเสื่อมเร็วขึ้น
แต่ถ้าไม่มีฟีเจอร์นี้ ก็ไม่ต้องกังวลมาก แค่ถอดปลั๊กบ้างเป็นครั้งคราว ก็ช่วยได้แล้วครับ
สังเกตง่ายๆ เลยครับ ถ้าแบตหมดเร็วกว่าปกติมากๆ หรือชาร์จไม่เข้าเลย หรือเครื่องดับเองทั้งๆ ที่แบตยังเหลืออยู่เยอะ นั่นแหละคือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว
อีกอย่างคือลองเช็ค Battery Health ใน Settings ของ Windows ดูก็ได้ครับ มันจะบอกสถานะแบตเตอรี่ของเรา
อันตรายครับ! แบตเตอรี่บวมคือสัญญาณว่าแบตเตอรี่กำลังเสื่อมสภาพ และอาจจะระเบิดได้ ควรรีบนำเครื่องไปให้ช่างตรวจสอบและเปลี่ยนแบตเตอรี่โดยด่วน
อย่าพยายามใช้งานเครื่องที่มีแบตเตอรี่บวมเด็ดขาด!
ไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องครับ แต่ถ้าไม่ได้ใช้งานอะไร การปิดเครื่องตอนชาร์จก็ช่วยให้ชาร์จได้เร็วขึ้น และลดความร้อนสะสมได้
แต่ถ้ากำลังทำงานอยู่ ก็ชาร์จไปใช้งานไปได้ตามปกติครับ
โน้ตบุ๊กสมัยใหม่มีระบบตัดไฟเมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้วครับ ดังนั้นการชาร์จข้ามคืนจึงไม่ทำให้แบตเตอรี่เสีย แต่ถ้าทำบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วขึ้นได้
ถ้ามีฟีเจอร์ Battery Health Management ก็เปิดใช้งานเลยครับ
สาเหตุหลักๆ เลยคือ ความร้อน การใช้งานหนักๆ การชาร์จไฟผิดวิธี และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่เอง
พยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ ก็จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ครับ iCafeForex แนะนำเลย!
การดูแลแบตเตอรี่โน้ตบุ๊กไม่ใช่เรื่องยาก แค่เข้าใจหลักการง่ายๆ ไม่กี่ข้อ และปรับพฤติกรรมการใช้งานให้เหมาะสม ก็จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้เยอะเลยครับ ลองเอาเคล็ดลับที่ผมแชร์ไปปรับใช้กันดูนะครับ
และอย่าลืมติดตาม SiamCafe Blog เพื่ออ่านบทความดีๆ เกี่ยวกับ IT อีกมากมาย!